Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘โย สันต์ทวีสุข’ ปลื้ม!! สวมบทบาท ร.4 ในละครเพลง The King & I นักแสดงคนแรกของไทย ผงาด!! รับบทสำคัญใน West End

เมื่อวานนี้ที่อังกฤษ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการละครเพลงต้องบันทึกไว้ เมื่อคนไทยได้ขึ้นเล่นบทบาทสำคัญอย่าง King Mongkut หรือรัชกาลที่ 4 ในละครเพลง The King & I ซึ่งตลอด 72 ปีที่เปิดการแสดงมาทั่วโลก ยังไม่มีคนไทยแท้ๆ ได้เล่นบทนี้เลย

‘Sam Yo’ หรือ โย สันต์ทวีสุข (Yo Santhaveesuk) นักแสดงเชื้อชาติไทยที่เกิดและโตที่อังกฤษ เป็นนักแสดงที่โรงละคร West End มาตั้งแต่ปี 2000 ได้ร่วมเป็นนักแสดงในละครเพลงอย่าง Anything Goes, Aladdin และยังเป็นหนึ่งในนักแสดง The King & I โปรดักชัน Revival ที่เปิดตัวใน West End เมื่อปี 2015 (โปรดักชันเดียวกับที่ แก้ม - กุลกรณ์พัฒน์ ได้ร่วมแสดง) เขาประกาศว่าจะกลับมาร่วมแสดงกับโปรดักชัน UK Tour ในเดือนกันยายนที่ผ่านมากับบทบาท Kralahome และเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่ทัวร์เดินทางไปแสดงในเมือง Oxford เขาก็ได้แจ้งข่าวว่าจะได้ขึ้นเล่นบท The King of Siam ซึ่งเป็นบทที่เขาเป็นนักแสดงแทนหรือ Understudy อยู่

เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของละครเพลงเรื่องนี้เลยที่มีคนไทยได้เล่นบทบาทสำคัญนี้ และนอกจากนี้ยังมี ‘Kitt Pakapom’ นักแสดงคนไทยที่เพิ่งแสดง WATERFALL a new musical และได้เป็นหนึ่งในนักแสดงหมู่มวลในโปรดักชันนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

‘Sam Yo’ นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นฟิตเนสโค้ชของ Peloton Interactive ในปี 2019 และเคยดูแลคอมมูนิตี้ “Thai UK Football” ที่พ่อของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์คนไทยและอังกฤษ และยังพาเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารมาเล่นฟุตบอลในสเตเดี้ยมใหญ่ๆ ในอังกฤษ

The King and I ละครเพลงอิงเนื้อหาจากหนังสือ Anna and the King of Siam เล่าประสบการณ์ชีวิตของแอนนา ลีโอโนเวนส์ หญิงสาวชาวอังกฤษที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษแก่พระราชโอรสและธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากการดัดแปลงเป็นละครเพลง ยังมีภาพยนตร์และการ์ตูนแอนิเมชันอีกด้วย

‘สหรัฐฯ’ เร่งส่ง ‘เรือรบ-เครื่องบินรบ’ ครบชุดให้อิสราเอล หนุนตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสในดินแดนปาเลสไตน์

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, วอชิงตัน รายงานว่า ‘ลอยด์ ออสติน’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือ ‘เพนตากอน’ (Pentagon) ระบุว่า กระทรวงฯ กำลังส่งมอบเรือรบและเครื่องบินขับไล่ไปยังภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนอิสราเอล ท่ามกลางความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น ระหว่างกองกำลังอิสราเอลและกลุ่มฮามาส (Hamas)

ออสติน กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาได้สั่งการการเคลื่อนไหวของกองเรือบรรทุกเครื่องบินรบยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์. ฟอร์ด แคร์ริเออร์ สไตรก์ กรุ๊ป (USS Gerald R. Ford Carrier Strike Group) ซึ่งประกอบไปด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธ และเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถี 4 ลำ ไปยังภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกแล้ว

ออสติน เผยว่า กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มฝูงเครื่องบินรบเอฟ-35 (F-35) เอฟ-15 (F-15) เอฟ-16 (F-16) และเอ-10 (A-10) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว พร้อมเสริมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะจัดหาอุปกรณ์และทรัพยากรเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ให้แก่กองกำลังป้องกันอิสราเอลอย่างรวดเร็ว โดยความช่วยเหลือด้านความมั่นคงรอบแรกของสหรัฐฯ ไปยังอิสราเอล เริ่มส่งมอบเมื่อวันอาทิตย์ (8 ต.ค.) และจะถูกส่งถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สื่อท้องถิ่นอิสราเอล อ้างอิงเจ้าหน้าที่รัฐบาล รายงานว่า มติข้างต้นของกระทรวงฯ มีขึ้นขณะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ทวีความรุนแรง เมื่อวันเสาร์ (7 ต.ค.) หลังจากที่กลุ่มฮามาสยิงขีปนาวุธหลายพันลูกไปยังอิสราเอล ซึ่งคร่าชีวิตชาวอิสราเอลอย่างน้อย 600 ราย เมื่อนับถึงวันอาทิตย์ (8 ต.ค.)

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในกาซา เผยว่ากองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศในกาซา ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมโดยกลุ่มฮามาส ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 313 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ (8 ต.ค.) คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของอิสราเอล ประกาศอย่างเป็นทางการว่า “อิสราเอลอยู่ในภาวะสงคราม” โดยระบุในแถลงการณ์ว่าจะดำเนิน ‘ปฏิบัติการทางทหารที่มีนัยสำคัญ’ ในกาซาอีกไม่กี่วันข้างหน้า

‘มท.’ ร่วมมือ ‘สตช.-ดีอีเอส’ ปราบปืนเถื่อน ออกมาตรการคุมใช้ปืนเข้ม สั่งห้ามออกใบอนุญาต-พกปืนในจังหวัด พร้อมสกัดซื้อ-ขายออนไลน์

(10 ต.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบ ตามที่กระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้า มาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนและกระสุนปืน รวมถึงสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ดัดแปลงเป็นอาวุธ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย หลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงในห้างดัง เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยกระทรวงมหาดไทย ชี้แจง ครม.ว่าได้ออกคำสั่งให้ดำเนินมาตรการ ดังนี้
1.) ให้เข้มงวดเรื่องการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ระเบิดและดอกไม้ไฟ หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยให้นายทะเบียนผู้มีอำนาจในการอนุญาตออกใบอนุญาต งดออกใบอนุญาต ในการสั่งนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืนชนิดแบลงค์กันหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนอื่น ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธโดยง่าย

2.) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งนายทะเบียนในท้องที่ ให้แจ้งคนที่ครอบครองแบลงค์กันและสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ครอบครองอยู่ ให้มาลงทะเบียนลงบันทึกประจำวันในภูมิลำเนาที่อยู่

3.) การขอมีหรือใช้ซึ่งอาวุธปืน หรือการขอซื้อ สั่ง หรือนำเข้าเครื่องกระสุนปืนของสมาคมกีฬายิงปืน การอนุญาตออกใบ ป.3 หรือ ใบ ป.4 ให้แก่สมาคมกีฬายิงปืนให้อนุมัติเฉพาะที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมกีฬาเท่านั้น และเครื่องกระสุนปืนที่สั่งเข้ามาต้องตรงกับอาวุธปืนที่ครอบครอง ห้ามต่างชนิดกันเด็ดขาด

4.) การออกใบอนุญาตให้พกอาวุธปืนติดตัว ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการที่จะอนุญาตให้พกพาในจังหวัด จากนี้ให้งดห้ามออกใบอนุญาตพกพาภายในเขตจังหวัด

นอกจากนั้น ได้ขอความร่วมมือไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ร่วมมือกันปราบปรามการซื้อขายอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ผ่านช่องทางออนไลน์ และให้กรมศุลกากรตรวจสอบสิ่งเทียมอาวุธปืนที่นำเข้า ก่อนที่คำสั่งนี้จะประกาศใช้ ให้ตรวจเช็กว่าสิ่งเทียมอาวุธปืนดังกล่าวมีการดัดแปลงนำเข้ามาหรือไม่

นายชัย กล่าวว่า และให้สนามยิงปืนเข้มงวด ตรวจจำนวนผู้มาใช้บริการ โดยจดบันทึกรายละเอียดผู้เข้ามาใช้ทุกคน และอาวุธปืนที่นำมาใช้ต้องได้รับอนุญาต ส่วนกระสุนที่ใช้ในการซ้อมยิงห้ามนำออกจากสนามและต้องตรวจนับให้ชัดเจน

'ดร.วินัย' อึ้ง!! คนปาเลสไตน์ลี้ภัย สุขใจ กทม.ยามโพล้เพล้ สะท้อน!! ชะตากรรมชีวิตที่แสนสาหัสยิ่งกว่าโรฮีนจา

(10 ต.ค.66) ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผอ.ศวฮ.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 'Dr.Winai Dahlan' ในหัวข้อ 'คนปาเลสไตน์' ความว่า...

ผมมีประสบการณ์ชีวิตที่อยากเขียนถึงคนปาเลสไตน์สักหน่อย ชนอาหรับที่กำลังมีปัญหาวิกฤติอยู่ในเวลานี้นั่นแหละ 

>> เรื่องแรกเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ผมได้รับเชิญจากเกษตรกรไร่มะกอกชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสแบงค์ พวกเขารู้ว่าผมและทีมงานไปจัดหลักสูตรให้นักเรียนไทยในประเทศจอร์แดนตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน จึงอยากเชิญผมและทีมงานไปช่วยจัดระบบการมาตรฐานฮาลาลการเกษตรให้กับไร่มะกอกของพวกเขาหน่อย 

การอบรมจัดที่โรงแรมในกรุงอัมมานของจอร์แดน ไม่ได้เข้าไปจัดในเขตเวสแบงค์ของปาเลสไตน์ 

เมื่อผมบินจากกรุงเทพฯไปถึงกรุงอัมมาน ปรากฏว่าเกษตรกรปาเลสไตน์เหล่านั้นผ่านชายแดนจากเวสแบงค์ออกมาที่จอร์แดนไม่ได้ เนื่องจากทหารอิสราเอลไม่อนุมัติ ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนปาเลสไตน์ จึงผ่านเขตแดนประเทศของตนเองที่สหประชาชาติรับรองแล้วไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีส่วนใดที่ต้องผ่านดินแดนของอิสราเอลเลยแม้แต่น้อย 

มารู้ภายหลังว่าเขตเวสแบงค์ แม้อธิปไตยเป็นของปาเลสไตน์ ทว่าแผ่นดินมีแต่ทหารอิสราเอล ขณะที่คนปาเลสไตน์แทบไม่มีสิทธิ์อะไรในแผ่นดินของตนเองเลย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผ่านแดนออกมาแล้วยังต้องรีบกลับเข้าไป อยู่ข้างนอกนานไม่ได้ สุดท้ายเราอบรมได้วันเดียว โดยต้องยกเลิกการอบรมส่วนที่เหลือเนื่องจากความไม่สะดวกในการผ่านแดนอย่างที่บอก 

>> เรื่องที่สอง สำนักงานของผมมีคนปาเลสไตน์ชื่อ 'ฟูอ๊าด' ที่ลี้ภัยจากประเทศซีเรียมาทำงานอยู่ด้วยระยะหนึ่งขณะรอประเทศที่สามรับตัวไป ฟูอ๊าดจัดเป็นผู้ลี้ภัยสองชั้น (Double refugee) แม้อาศัยในซีเรีย โดยครอบครัวใหญ่ของเขาลี้ภัยมาจากปาเลสไตน์ช่วงสงครามหกวันเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว

ฟูอ๊าดเองเกิดและเติบโตในซีเรียโดยมีสถานะผู้ลี้ภัยตามครอบครัวใหญ่ แต่เมื่อซีเรียเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เขาพร้อมภรรยาและลูกเล็กหนีสงครามมาพักอยู่เมืองไทยในสถานะผู้ลี้ภัย เขาจึงกลายเป็นผู้ลี้ภัยสองชั้นอย่างที่บอก 

ฟูอ๊าดเช่าบ้านอยู่ใกล้บ้านผมที่อ่อนนุช ช่วงเช้าผมไปรับฟูอ๊าดมาทำงาน ช่วงเย็นบางวันก็รับเขาจากที่ทำงานกลับไปส่งที่บ้านเช่า โดยขึ้นทางด่วนจากด่านหัวลำโพง ฟูอ๊าดบอกผมว่าเขามีความสุขกับยามโพล้เพล้ในกรุงเทพฯ อย่างมาก ผมแปลกใจจึงถามกลับไปว่าในซีเรียไม่มียามโพล้เพล้ที่ดวงอาทิตย์ใกล้ตกอย่างนี้หรือไง เขาตอบว่าในสถานะผู้ลี้ภัย ตามกฎหมายของซีเรียเขาต้องรีบกลับเข้าบ้านก่อนดวงอาทิตย์ตก ทั้งชีวิตจึงไม่เคยเห็นท้องฟ้ายามโพล้เพล้ให้ได้มองไกล ๆ อย่างในกรุงเทพฯ บนทางด่วน ฟังแล้วสะเทือนใจบอกไม่ถูก 

คนปาเลสไตน์ไม่ว่าจะอยู่ในดินแดนของตนเอง หรือลี้ภัยในประเทศอื่น ต้องกล้ำกลืนความลำบากหนักหนาสาหัสเหลือทน ผมเคยได้ฟังเรื่องราวความเจ็บปวดของคนโรฮิงยาจากเมียนมามาแล้ว มาฟังปัญหาของคนปาเลสไตน์กลับพบว่ายิ่งรวดร้าวกว่า ผู้คนที่เคยมีประเทศของตนเองแล้ววันหนึ่งกลับสูญเสียไปเพียงเพราะโลกขาดความเป็นธรรมให้กับพวกเขา ผมพูดได้คำเดียวว่ามันสุดอัดอั้นในหัวใจ อยากให้คนภายนอกได้เห็นใจและสงสารพวกเขาบ้าง ก็เท่านั้น  

‘ใหม่ ดาวิกา’ ขึ้นแท่น Brand Ambassador ของ ‘Gucci-Gucci Beauty’ นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง แฟนคลับกรี๊ดสนั่นจนแท็กขึ้นเทรนด์

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 66 นับเป็นเรื่องน่ายินดี สำหรับนางเอกพันล้าน ‘ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่’ หลังจากเป็น Friend of House ของแบรนด์หรู Gucci มานานหลายปี เรียกได้ว่า “ปังแล้ว ปังอยู่ ปังต่อ จริง ๆ”

ในที่สุดวันนี้ ‘ใหม่ ดาวิกา’ ก็ได้รับตำแหน่ง Brand Ambassador ของ ‘Gucci’ และ ‘Gucci Beauty’ ซึ่ง ใหม่เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการ แฟน ๆ หลายคนก็ดีใจกันยกใหญ่ พากันหวีดจนแฮชแท็ก #DavikaBAGucci ขึ้นเทรนด์ประเทศ

สาว ใหม่ เผยว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ และดีใจมากที่ได้รับหน้าที่นี้ จะทำให้ดีที่สุด ตอนแรกที่รู้ข่าว คือ น้ำตาคลอ ไม่คิดว่าจะได้ ฝากทุกคนติดตามด้วยนะคะ”

นับว่าปีนี้เป็นปีทองของดาราไทยจริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน ‘ไบร์ท วชิรวิชญ์’ ก็ได้รับตำแหน่ง Brand Ambassador ของ ‘Burberry’ และ ‘พีพี กฤษฏ์’ ได้เป็น Brand Ambassador ของ ‘Balenciaga’ ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกของแบรนด์เช่นกัน

ก็ไม่รู้คิวต่อไปมงจะลงที่ดาราหรือศิลปินคนไหน แต่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวไทย ที่บุคคลมีชื่อเสียงของบ้านเราได้เติบโตไประดับโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยประชาชนในส่วนภูมิภาค จัดงบประมาณเพิ่มเติมอีก 2 ล้านบาท ขยายพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคหลังงานประเพณีทิ้งกระจาดในพื้นที่อีก 5 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 10 ตุลาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยประชาชนในส่วนภูมิภาค จัดทีมสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา ปลากระป๋อง และขนม แก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และ สระบุรี จังหวัดละ 1,000 ชุด รวมเป็นจำนวน 5,000 ชุด คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสมาคม /มูลนิธิประจำจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กร สาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ
เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘น้องมิลค์’ คว้าชัยใน ‘ศึกโดรนชิงแชมป์โลก 2023’ ที่เกาหลีใต้ ป้องกันแชมป์ไว้ได้เป็นสมัยที่ 3 ด้วยวัยเพียง 16 ปี

(10 ต.ค. 66) นางสาววรรรญา วรรณผ่อง หรือ ‘น้องมิลค์’ ภายใต้สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์โลกเอฟพีวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘โดรน’ เป็นสมัยที่ 3 อย่างสมศักดิ์ศรี หลังชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคลหญิง มาครองได้สำเร็จ จากการแข่งขันรายการ ‘2023 FAI World Drone Racing Championship’ ที่เมืองนัมวอน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีนักกีฬา FPV กว่า 115 คน จาก 29 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จัดโดยสหพันธ์กีฬาทางอากาศนานาชาติ (FAI)

โดยน้องมิลค์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 16 ปี โด่งดังตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากเป็นสาวน้อยยิ้มยาก แม้จะคว้าแชมป์ก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม ยังได้รับเงินรางวัลอีกราว 8 ล้านวอน หรือประมาณ 2.1 แสนบาท

นราธิวาส-ผู้การฯ สันติ ผบ.เฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เตรียมยุทโธปกรณ์ รับมือภัยพิบัติ พร้อมช่วยเหลือประชาชน นราธิวาส

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ในฐานะ ผู้อานวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อมในการปฏิบัติงานของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ประจาปี ๒๕๖๗ ณ ลานอเนกประสงค์ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๕ อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้ตรวจความพร้อมของ กำลังพล กว่า 500 นาย  ยานพาหนะ ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ เรือแอร์โบ๊ท เรือตรวจการ รถบรรเทาสาธารณสุข เครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ณ ลานอเนกประสงค์หน้า กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ ในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตอำเภอตากใบและอำเภอสุไหงโก-ลก จะเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำกั้นระหว่างชายแดนไทย – มาเลเซีย และเป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยร้ายแรงของจังหวัดทุกปีและในปีนี้ ชาวบ้านตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก ก็พึ่งได้รับความเดือดร้อนจากพลุระเบิด ทางหน่วยศูนย์ฯ จึงได้เตรียมความพร้อมเป็นพิเศษเพื่อความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวมูโนะ  และประชาชนในทุกพื้นที่ ที่เกิดภัยพิบัติ จากอุทกภัยน้ำท่วมในช่วงเดือน พฤศจิกายน จนถึง มกราคม ของทุกปี จนส่งผลกระทบสร้างความเดือนร้อนต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เช่น ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติอื่น ๆ ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน หน่วยจึงต้องมีความพร้อมทั้ง กำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาทางให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือ และเกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของกำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือเสมอมา ตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ให้กาลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ สมดั่งคำที่ว่า “เทิดทูนสถาบัน ยึดมั่นระเบียบวินัย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง”

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธินภาคใต้ค่ายจุฬาภรณ์ ให้ความเชื่อมั่นว่า สำหรับพี่น้องในจังหวัดนราธิวาสหรือพื้นที่ใกล้เคียง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนหน่วยเรามีชุดยุทโธปกรณ์ ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงานเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ จะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างทันเหตุการณ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในปัจจุบันสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น มีความหลากหลาย สามารถสร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ในฐานะที่พวกเราได้รับภารกิจในด้านการเบาเทาภัย จึงต้องมีความพร้อมที่จะต้องระดมทรัพย์กำลัง เครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

ปตท. คว้ารางวัล ‘องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก’ ตอกย้ำการบริหารจัดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

เมื่อไม่นานมานี้ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก’ (Climate Action Leading Organization) หรือ CALO ให้แก่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) โดย ปตท. เป็น 1 ใน 16 องค์กรของประเทศที่ได้รับรางวัล ประเภทโดดเด่น มีผลการประเมินในด้านการวัดและการลดก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับทอง ตอกย้ำการดำเนินงานของ ปตท. ที่บูรณาการความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดเรื่อง ESG โดยวัดผลการดำเนินงานในระดับสากล Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 

รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ Climate Change ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ที่ ปตท. ตั้งไว้ 3 ด้าน คือ New Growth, Business Growth และ Clean Growth เพื่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

สมาคมแม่บ้านตำรวจเชิญชวนบุตรหลานข้าราชการตำรวจร่วมส่งผลงานการแต่งกลอน “ความภาคภูมิใจในครอบครัวตำรวจ” เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2566 ชิงเงินรางวัล สร้างความภาคภูมิใจ สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว

วันนี้ (10 ต.ค. 66) คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เปิดเผยว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจมีนโยบายมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และดำเนินกิจกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว รวมถึงสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพ ให้กับครอบครัวตำรวจ

เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2566 สมาคมแม่บ้านตำรวจได้จัดกิจกรรมประกวดแต่งกลอน “ความภาคภูมิใจในครอบครัวตำรวจ” เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นครอบครัวตำรวจ เพราะตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม เป็นที่พึ่งพาของประชาชน และเป็นผู้ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ครอบครัวตำรวจจึงเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ โดยรับสมัครผลงานจากบุตรข้าราชการตำรวจที่กำลังศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับปริญญาตรี

ผลงานที่ส่งเข้าประกวดเป็นวรรณกรรมประเภทบทกลอนสุภาพ หรือกลอนแปด หรือกาพย์ยานี 11 ขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 2 บท เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความภาคภูมิใจในครอบครัวตำรวจ ห้ามลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงจากเรื่องใด ๆ หรือละเมิดลิขสิทธิ์โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมีสิทธิ์ส่งผลงานได้เพียง 1 เรื่อง สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณานั้น สมาคมแม่บ้านตำรวจจะพิจารณาจากเนื้อหาสาระเป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สำนวนภาษาถูกต้องเหมาะสม มีอรรถรสชวนอ่าน มีคุณค่าในเชิงวรรณศิลป์ และมีองค์รวมของความเป็นวรรณกรรม 

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า โอกาสนี้ ขอเชิญบุตรหลานข้าราชการตำรวจร่วมส่งผลงานการแต่งกลอน “ความภาคภูมิใจในครอบครัวตำรวจ” โดยมีรางวัลการประกวด หน่วยงานละ 3 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ จำนวน 5,000 บาท โดยรางวัลชนะเลิศของแต่ละกองบัญชาการ หรือเทียบเท่า และกองบังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะนำไปเผยแพร่ในแอปพลิเคชันแทนใจ , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จำนวน 3,000 บาท , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 2,000 บาท โดยส่งผลงานได้ส่งผลงานทาง e-mail : [email protected] ภายในวันที่ 15 ต.ค.66 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สมาคมแม่บ้านตำรวจ  https://policewives.police.go.th


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top