Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ภารกิจ 5 ด้าน THEOS-2 ‘ขึ้นไปสู่อวกาศเพื่ออะไร??’

บันทึกประวัติศาสตร์ไทยส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ดาวเทียมไทย THEOS2 ขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จเวลา 08.36 น. วันที่ 9 ต.ค.66 จากปล่อยจากฐาน ที่ ท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้

สำหรับ ‘THEOS-2’ เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติความละเอียดสูง ‘ฝืมือคนไทย’

มีประโยชน์สำคัญดังนึ้...

1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปริมาณพื้นที่ป่าที่เคยมีและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้นว่ามีการลดลงหรือเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ในพื้นที่ไหนบ้าง และประเทศไทยควรมีแนวทางในการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2. ด้านการจัดการภัยพิบัติ เพื่อส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยพิบัติต่างๆ อาทิ ไฟป่า น้ำท่วม น้ำแล้ง และ PM 2.5 สามารถวางแผนความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทันต่อสถานการณ์และทันท่วงที

3. ด้านการจัดการเกษตร เพื่อติดตามและคาดการณ์การปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อคาดการณ์ผลผลิตและราคาพืชผล รวมถึงการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของพืช เพื่อการใส่ปุ๋ยที่แม่นยำ หรือการแก้ปัญหาการระบาดของแมลงและโรคพืช เป็นต้น

4. ด้านการแบ่งปันข้อมูล โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าของข้อมูล ที่แบ่งปันกันได้ทั้งในแวดวงวิชาการ แวดวงธุรกิจ และความมั่นคง ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ภาครัฐเท่านั้นแต่ยังรวมถึงภาคเอกชนและผู้ประกอบการเทคโนโลยีอวกาศทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

5. ด้านการพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยที่สนใจในด้านวิทยาศาสตร์และอยากทำงานสายวิทยาศาสตร์ โดย GISDA ได้วางแผนระยะยาว เรื่องการส่งเสริมบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

‘สส.จิรัชยา’ ชี้!! ปชช. ผิดหวัง หลังนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ค้านเงินดิจิทัล 1 หมื่น ชี้!! หลายคนวางแผนใช้เงินเพื่อต่อยอดอาชีพ หวั่นไม่ได้รับเงิน

น.ส.จิรัชยา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชน อ.พรรณานิคม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร พบว่าหลังจากมีความเห็นนักวิชาการบางส่วนคัดค้านโครงการนี้ ทำให้ประชาชนผิดหวัง เนื่องจากวางแผนช่วงต้นปี 67 จะนำเงินดิจิทัลไปต่อยอดอาชีพ ซื้อปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ข้าว อุปกรณ์ซ่อมบ้านที่ผุพัง สะท้อนให้เห็นประชาชนรอคอยเงินดิจิทัลเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ยากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา

‘แม่จูน’ ภูมิใจ ‘น้องออก้า’ คว้าแชมป์เจ็ตสกี ที่ 1 ของโลกสำเร็จ เตรียมเลี้ยงหมูกระทะชุดใหญ่ พร้อมขอบคุณที่สละเวลาวัยเด็กฝึกซ้อม

(9 ต.ค. 66) คว้าเหรียญทองในการแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ในรุ่น Junior Ski Stock 10-12 Years Kawasaki ได้สำเร็จ อีกทั้งยังขึ้นแท่นเป็นแชมป์โลก 2 สมัย สำหรับ ‘น้องออก้า นครา ศิลาชัย’ ลูกชายของ ‘แม่จูน กษมา - พ่อเปิ้ล นาคร ศิลาชัย’ ล่าสุดในการแข่งขันรุ่น Junior 10-12 Yamaha เจ้าตัวก็คว้าเหรียญทองแดงมาได้อีกหนึ่งเหรียญ โดยแม่จูน โพสต์ผ่านอินสตาแกรมอย่างภาคภูมิใจในตัวลูก

“ออก้าคว้าแชมป์โลก 2 สมัยมาครองให้ชาวไทยได้สำเร็จ ออก้าได้ที่ 1 ของโลก และ ที่ 3 ของโลก สุดใจมากลูก @nakara_t666 กับอายุ 11 ขวบของออก้า ออก้าเอ๊ยยย ขอบคุณออก้านะที่เสียสละเวลาในวัยเด็กของออก้าบางส่วนทุ่มให้กับการซ้อม ซ้อม ซ้อม และซ้อม ซ้อมและแข่งขันมาตลอดทั้งปี มีหลายครั้งที่ออก้าพูดว่าก้าไม่ได้ไปกับเพื่อนอีกแล้วเหรอ แล้วแป๊บนึงออก้าก็บอกว่าไม่เป็นไรไว้เล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนก็ได้ แม่ก็คือน้ำตาคลอแตกตลอด ขอบคุณความเป็นธรรมชาติของกีฬาที่สอนออก้า ทุกอย่างที่ก้าทำอยู่ ณ ตอนนี้มันจะปลูกฝัง และสอดแทรกพัฒนาทุกสิ่งอย่างให้ออก้า โตไปเป็นเยาวชนที่สมบูรณ์ และจะนำพาให้ออก้าโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอยู่ในสังคมที่ปลอดภัย แม่จะอยู่เป็นลมใต้ปีกให้ 4 ออ นะ กลับมาริ๊ววววๆ หมูกระทะชุดใหญ่พร้อมรอต้อนรับ

ขอบคุณ สปอนเซอร์ที่อยู่เคียงข้างออก้ามาตลอด ‘King Power’

ขอบคุณตาเปิ้ลผู้ฝึกสอนออก้ามาตลอดชีวิต @ple_nakorn และช่างอ๋องช่างเรือประจำตัวนาครมา 30 กว่าปีดูรุ่นพ่อและต้องมาดูรุ่นลูกอีก และทีมแม่ตูน พ่อเพิ่มที่สุด ที่สุด และพี่โบ้ jumbo จูนเนอร์ จูนเรือยังไงให้ฝรั่ง งง พี่นพปล่อยเรือจะอยู่ท้ายเรือกับออก้าตลอดสังเกตุได้คนอะไรใหญ่กว่าเรือ และพี่ๆ นักแข่งที่ไปเมกาครั้งนี้ด้วยกันที่คอยดูแลออก้าให้นะคะ แก๊งไลน์ลับพี่ๆ ติ้งหน่องรักน๊า JETSKI World Final 2023

ได้รับรางวัลทั้งหมด 2 รุ่น

แชมป์โลก ที่ 1 เหรียญทอง รุ่น Junior 10-12 years old Kawasaki 4 stroke
ที่ 3 เหรียญทองแดง รุ่น Junior 10-12 years old Yamaha 4 stroke”

‘สส.วันนิวัติ’ บอก!! ปชช.ต้องการเงินดิจิทัล 1 หมื่น เพื่อต่อยอดธุรกิจ

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ 286 หมู่บ้าน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน อยากได้เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท คาดหวังนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ ความคิดเห็นนักวิชาการบางส่วนเป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์ เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนำไปพิจารณาต่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน คนเกิดมาไม่เท่ากัน แต่รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้สิทธิประชาชนทุกคนใกล้เคียงกัน ลดความเหลื่อมล้ำให้มากที่สุด

‘นศ.ไทยในจีน’ มุ่งมั่นศึกษาวิชา ‘การฝังเข็ม-การนวด’ หวังต่อยอดความรู้ ใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนจีนดูแลผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, คุนหมิง รายงานว่า ‘ซ่งหลินหลิน’ เป็นนักศึกษาชาวไทยจากจังหวัดนนทบุรี ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่าเรียนสาขาวิชาการฝังเข็มและการนวด วิทยาลัยเวชศาสตร์คลินิกแห่งที่สอง มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนอวิ๋นหนาน ณ นครคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ทุกบ่ายวันอังคาร ซ่งจะหอบหิ้วตำราเล่มหนาและกระเป๋าอุปกรณ์ฝังเข็ม เข้าเรียนรู้วิชาฝังเข็มจากอาจารย์ที่อธิบายและสาธิตวิธีการ รวมถึงฝึกฝนการฝังเข็มด้วยตนเอง โดยการมาเรียนที่นี่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกครอบครัว ที่มักรักษาอาการเจ็บป่วยหรือบำรุงร่างกายด้วยการแพทย์แผนจีน

ซ่ง เสริมว่า ตัวเธอเองอยากเรียนรู้ภูมิปัญญาจีน ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยเข็มหนึ่งเล่มนี้ พร้อมกับวางแผนว่าหลังจากเรียนจบจะกลับไปเป็นนักฝังเข็มที่ไทย ซึ่งมีคลินิกแพทย์แผนจีนที่ให้บริการฝังเข็มจำนวนมาก

ทั้งนี้ ซ่งเป็น 1 ใน 2 นักศึกษาชาวต่างชาติของชั้นเรียนที่มีนักศึกษาทั้งหมด 62 คน ร่วมเรียนรู้การฝังเข็ม การรมยา ยาจีน การวินิจฉัยขั้นพื้นฐาน และอื่นๆ กับนักศึกษาชาวจีน โดยพวกเขายังต้องอ่านตำราจีนโบราณอย่าง ‘ซางหานลุ่น’ และ ‘หวงตี้เน่ย์จิง’ กันทุกวันด้วย

สำหรับสาขาวิชาการฝังเข็มและการนวด วิทยาลัยเวชศาสตร์คลินิกแห่งที่สองของมหาวิทยาลัยฯ ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวต่างชาติไม่น้อย โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลาวและไทย ทั้งยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และอื่นๆ

เพชรบูรณ์ กองพลทหารม้าที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 28 ร่วมบูรณาการ “ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองพลทหารม้าที่ 1 โดย กองพันทหารม้าที่ 28   ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนฯ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" และยานพาหนะรถบรรทุกขนาดใหญ่ ร่วมบูรณาการกับเทศบาลเมืองหล่มสัก, องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเดี่ยว, อาสาสมัครกู้ภัย, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือ รับมือกับสถานการณ์มวลน้ำของแม่น้ำป่าสัก ที่เอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่และเรือท้องแบน ในการช่วยขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นที่สูง ขนย้ายกระสอบทราย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางเข้า-ออก ที่พักอาศัย ในพื้นที่ เทศบาลเมืองหล่มสัก ชุมชนศรีสะอาด ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ กองพลทหารม้าที่ 1 ได้จัดเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการช่วยเหลือ และเฝ้าติดตามสถานการณ์มวลน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

‘ส.บ.ม.ท.’ จี้!! ‘ศธ.-กพฐ.’ เร่งแก้ปัญหาขาดครู หลังคืนอัตราเกษียณฯ แนะ พื้นที่ไหนขาดแคลนให้เปิดสอบทันที โดยไม่ต้องรอกำหนดการ

(9 ต.ค.66) นายณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนครูอย่างหนัก เนื่องจากมีผู้เกษียณอายุราชการกว่า 15,000 อัตรา ซึ่งแม้จะได้รับการคืนอัตราเกษียณมาทั้งหมดแต่กลับไม่มีครูที่พร้อมสำหรับการบรรจุทดแทนอัตราว่าง โดยที่ผ่านมาจะเรียกบรรจุจากบัญชีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ว14) แต่การสอบเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้สอบผ่านน้อย เช่นเดียวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (ว16) ซึ่งยังมีอัตราว่างเหลืออยู่อีกกว่า 1,200 อัตรา ทำให้เกิดปัญหาเพราะแม้จะมีอัตราและตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถเรียกบรรจุแต่งตั้งได้ เพราะมีผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงอยากให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) คนใหม่ เร่งแก้ปัญหาดังกล่าว

“ปัญหาขาดแคลนครูถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ในฐานะที่กำกับดูแล สพฐ. และว่าที่ร้อยตรีธนุ เร่งหาทางแก้ไข หากเป็นไปได้อยากเสนอให้กระจายอำนาจลงไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สามารถจัดสอบครูผู้ช่วย ว14 และ ว16 ได้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง เช่น หากเขตพื้นที่ใดขาดแคลนครู ก็สามารถเปิดสอบได้ทันที โดยไม่ต้องรอปฏิทินสอบจาก สพฐ. คิดว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครูได้อย่างแน่นอน ส่วนข้อกังวลเรื่องการทุจริตนั้น หาก สพฐ.มีมาตรการลงโทษที่รุนแรง ก็เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าที่จะทำการทุจริต หรือหากมีก็เป็นจำนวนที่น้อยมาก” นายณรินทร์กล่าว

นายณรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังขอเร่งรัดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งตรวจผลงานของผู้ที่ยื่นขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์เดิม ว17 ซึ่งยื่นไปตั้งแต่ปี 2564 และยังค้างอยู่กว่า 600 คน และตอนนี้บางคนเกษียณไปแล้วทำให้เสียสิทธิ เพราะไม่สามารถที่จะปรับปรุงผลงานได้ ดังนั้นจึงขอให้ ก.ค.ศ.มีกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน ทั้งนี้ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ ก.ค.ศ.พิจารณาผลงานล่าช้าเป็นเพราะเหตุใด หากเพราะคณะกรรมการประเมินไม่เพียงพอก็อยากให้เพิ่มคณะกรรมการ เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือเกณฑ์ PA (ว 9/2564) ซึ่งมีความล่าช้าในช่วงแรก แต่เมื่อเพิ่มคณะกรรมการประเมินแล้ว ก็ทำให้สามารถพิจารณาได้เร็วขึ้น

‘ปลอดประสพ’ ยกราคาปลาทูแม่กลอง หนุนแจกเงินหมื่นบาท

(9 ต.ค.66) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เขามีแค่ปลาทูตัวเดียว หมื่นบาทให้เขาไปเถอะ

ปลาทูแม่กลองตัวนี้ ชาวประมงไม่ได้นอน จับมาเมื่อเช้า ขายไป 5 บาท พ่อค้าคนกลางขายต่อ 7-10 บาท ร้านอาหารขาย 30 บาท ปลอดประสพได้มาทาน  นี่คือชีวิตจริง มันห่างไกลกับเงิน 10,000 บาทเหลือเกิน สงสารชาวบ้าน สงสารคนที่ไม่มี สงสารคนยากคนจน หมื่นบาทให้เขาไปเถอะครับ

ประชุมเตรียมความพร้อมรายงานผลการดำเนินงานและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแก้ไข ปัญหาการค้ามนุษย์ ระหว่างคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. โดยมี พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์
พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร., พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท. พร้อมคณะทำงาน
ศพดส.ตร. ได้รับการประสานจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าคณะผู้แทนจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TP) มีเดินทางมา
ประเทศไทย เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการตรวจเรือและการตรวจคัดกรองผู้เสียหายที่ทำงานในเรือประมง ณ ประเทศไทย ในวันที่ 11-12 ต.ค. 66 เพื่อให้การเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับคณะทำงานจากสำนักงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (J/TIP) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพจึงกำหนดจัดประชุมเตรียมความพร้อมในการประชุมร่วมกับ คณะทำงาน J/IP โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ผู้แทนสำนักงานคดีค้ามนุษย์, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนกรมประมง, ผู้จัดการโครงการ Spring, ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม., ผู้แทนกรมอเมริกาและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศ, ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน
ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผย 7 รูปแบบ เพจเฟซบุ๊กปลอม ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media หรือ Social Network ) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การทำกิจกรรม หรือการทำธุรกรรมต่างๆ แต่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย หลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยจากการตรวจสอบจากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าสามารถแบ่งรูปแบบของเพจ เฟซบุ๊กปลอมที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงประชาชนได้ จำนวน 7 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

1.เพจหน่วยงานราชการปลอม แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเป็นข้าราชการระดับสูง สามารถช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางคดี ให้บริการรับแจ้งความ หรือร้องทุกข์ออนไลน์ รวมถึงการรับทำเอกสารราชการออนไลน์ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะ บัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น

2.เพจบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวม หุ้นปลอม ชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ทองคำ เงินดิจิทัล เงินสกุลต่างประเทศ หุ้นพลังงาน เป็นต้น โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว หรือลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนมาก การันตีผลกำไร แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุน

3.เพจสถาบันการเงิน หรือธนาคารปลอม ชักชวนให้กู้เงิน ปล่อยสินเชื่อ บริการกู้เงินฉุกเฉินในวงเงินสูง โดยอ้างว่า สมัครง่ายอนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ตรวจสอบเครดิต มีกฎหมาย PDPA คุ้มครอง เป็นต้น มักให้โอนเงินค่ามัดจำ เงินค่าค้ำประกันไปก่อน

4.เพจโรงแรม หรือที่พักปลอมในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลอกลวงให้โอนเงินเป็นค่าจองที่พัก เงินประกันต่างๆ

5.เพจห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าออนไลน์ปลอม หลอกขายสินค้าออนไลน์ โอนเงินแต่ไม่ส่งสินค้า แม้ว่าความเสียหายจะไม่มาก แต่ผู้เสียหายมีจำนวนสูงเป็นอันดับที่ 1

6.เพจหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนปลอม  รับสมัครทำงานออนไลน์ มักเป็นงานง่ายๆ กดไลก์ กดแชร์ รีวิวสินค้า ที่พัก กดออเดอร์สินค้าเป็นต้น โดยจะให้โอนเงินเข้าไปในระบบให้เพียงพอก่อนถึงจะทำกิจกรรม หรือทำภารกิจได้ เริ่มแรกได้เงินคืนจริงภายหลังถอนเงินไม่ได้

7.เพจปลอมแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลธรรมดา โดยใช้เหตุการณ์สำคัญๆ เช่น อุบัติเหตุ ภัยพิบัติธรรมชาติ กิจกรรม โครงการต่างๆ หลอกลวงรับเงินบริจาค หรือเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากประชาชนผู้ใจบุญ

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมายังคงตรวจสอบพบเพจเฟซบุ๊กในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในการใช้งาน หรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการดำเนินการปิดเพจปลอมเหล่านี้ คือ การที่ประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อง่ายๆ แม้ว่ามิจฉาชีพจะเปิดเพจใหม่มาหลอกลวงอย่างไร ถ้ามีประชาชนมีสติ ไม่หลงเชื่อ ตรวจสอบอย่างรอบคอบเสียก่อน ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันเพจเฟซบุ๊กปลอม ดังนี้
1.ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น โดยสามารถโทรสอบถามหรือปรึกษาได้ที่ สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 081-866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแชทบอท @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
2.โดยปกติหน่วยงานของรัฐจะไม่มีนโยบายในการติดต่อ หรือทำธุรกรรมกับประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ควรตรวจสอบนโยบายของหน่วยงานนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน
3.เพจเฟซบุ๊กปลอมมักมีการซื้อโฆษณาเพื่อการเข้าถึงเหยื่อ และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มักแอบอ้างข้าราชการระดับสูง หรือบุคคลสำคัญๆ และหากตรวจสอบให้ดีจะพบว่ามีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงานที่ไม่สอดคล้องกันกับเพจ
4.เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ จะพบว่าสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน และอาจเคยเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย
5.เพจเฟซบุ๊กจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
6.เพจเฟซบุ๊กจริง มักจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป
7.ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยเด็ดขาด
8.หลีกเลี่ยงการโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา เพราะมักจะเป็นบัญชีม้าที่มิจฉาชีพเตรียมเอาไว้
9.ตรวจสอบให้แน่ใจ โดยการติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นๆ ผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์โดยตรง เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ทำการตรวจสอบทันที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top