Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ ห่วงคนไทยในเขตสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ สั่งเจ้าหน้าที่อพยพพลเมือง-ช่วยเหลือตัวประกันเร่งด่วน

(11 ต.ค. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล ช่วยเหลือคนไทย โดยได้ชี้แจงถึงการทำงานรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการ เริ่มทำงานตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 

นายชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจง ว่า สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ในการเตรียมแผนอพยพคนไทยมีความคืบหน้าเพิ่มเติม 2 ทาง

ทางแรก กลับมาโดยสายการบินพาณิชย์
ทางที่สอง กลับโดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปรับ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชุด 
1. อพยพออกมาพรุ่งนี้ถึงไทยวันที่ 12 ต.ค. 66 ประมาณ 15 คน ชุดแรกนี้เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแรงงานที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัย 
2. อพยพประมาณ 140 คน ออกจากไทยในวันที่ 14 ต.ค. 66 เป็นการส่งเครื่องบินกองทัพอากาศ Airbus A340 ไปรับ และจะไปถึงกรุงเทลอาวีฟ นครหลวงของอิสราเอลในวันที่ 15 เพื่อเตรียมพร้อมรับคนไทยกลับบ้านทันทีที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล 
3. ส่งคนไทยจำนวน 80 คนกลับทางเครื่องบินพาณิชย์ โดยจะถึงกรุงเทพฯในวันที่ 18 ต.ค. 66

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอพยพคนไทยกลับให้เร็วที่สุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ในส่วนของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพูดคุยกับบรรดามิตรประเทศต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และอยากขอให้ความมั่นใจว่า เราได้ทำทุกทาง และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงอิสรภาพของคนไทยที่ถูกจับตัวไปเป็นสำคัญที่สุด

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมข้าราชการไปสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย

“ผมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นกำลังใจให้ญาติ เพื่อน ของพี่น้องชาวไทยที่กำลังจะกลับมา และอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติงาน อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือดูแล คนไทยทุกคน” นายชัย กล่าว

คอนเสิร์ต ‘14 Years of Classy ดนตรี ความรัก ความจริง’  รวมเพลงเพราะ-ศิลปินคุณภาพ เปิดการแสดง 16 ธ.ค. 66

เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ‘Classy Records’ ได้โพสต์ข้อความ เชิญชวนรับชมคอนเสิร์ต ‘14 Years of Classy ดนตรี ความรัก ความจริง’ โดยระบุว่า…

ขอเชิญทุกท่านมาพบกับ

คอนเสิร์ต: 14 Years of Classy ดนตรี ความรัก ความจริง

คอนเสิร์ตแห่งศรัทธา และศักดิ์ศรีของค่ายเพลงไทยเล็ก ๆ ที่มีแต่ศิลปินเล็ก ๆ กับบทเพลงที่ไม่โด่งดัง และแทบจะไม่มีใครรู้จัก เดินทางผ่านร้อนหนาวบนถนนสายดนตรีไทยมานาน 14 ปี

พร้อมศิลปินรับเชิญที่ชื่อเสียงไม่เล็ก

รอบเดียว! วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566

ประตูเปิด 16.00 น.
เริ่มแสดง 17.00 น.

(คอนเสิร์ต Classy เล่นตรงเวลา)

ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (420 ที่นั่ง)

บัตรราคา 1,959 บาท (140 ที่นั่ง) และ 1,659 บาท (280 ที่นั่ง)

ซื้อบัตรได้แล้วที่ Line ID: @classyrecords หรือคลิกลิ้งค์นี้ https://line.me/R/ti/p/%40classyrecords

สอบถามเพิ่มเติมโทร
063 424 1926
063 789 5356

**ตัดแบ่งรายได้บางส่วนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้กับ ‘สมาคมบุคคลตาบอดภายหลัง’, ‘มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก’ และ ‘Classy For Friends’ เงินทุนสำรองสำหรับคนอาชีพนักแต่งเพลงที่ป่วยเป็นโรคร้าย

ขอขอบคุณมิตรรักแฟนเพลง และผู้สนับสนุนทุกท่านครับ

'ยูเครน' เผยงบประมาณ 'ป้องกันประเทศ' ปี 2024  ตัวเลขสูง 1.71 ล้านล้านบาท หรือ 21.6% ของจีดีพี

(11 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว เผย เมื่อวันที่ 10 ต.ค.66 สื่อท้องถิ่นยูเครน รายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ลงนามกฤษฎีกาว่าด้วยการใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศอย่างน้อยร้อยละ 21.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2024

รายงานระบุว่ากฤษฎีกาของประธานาธิบดีนี้ ซึ่งส่งผลให้มติของสภาความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันประเทศมีผลบังคับใช้ กำหนดว่างบประมาณการป้องกันประเทศของยูเครนในปี 2024 จะไม่น้อยกว่า 1.69 ล้านล้านฮริฟเนีย (ราว 1.71 ล้านล้านบาท)

กฤษฎีกานี้ชี้แนะรัฐบาลจัดลำดับความสำคัญของการจัดหาเงินทุนของภาคการป้องกันประเทศในร่างงบประมาณรัฐ ปี 2024 โดยอ้างอิงสถานการณ์ทางการทหารและการเมืองในปัจจุบัน

อนึ่ง รายละเอียดงบประมาณของยูเครนในปี 2023 ประเมินว่าการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันประเทศจะอยู่ที่ 1.14 ล้านล้านฮริฟเนีย (ราว 1.15 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นร้อยละ 18.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

‘แอ๊ด คาราบาว’ ประกาศยุบวง ปิดตำนานเพลงเพื่อชีวิตเมืองไทย ลั่น!! เล่นไม่ไหว-แก่กันหมดแล้ว คอนเสิร์ตสุดท้าย 1 เม.ย.67

ทำเอาแฟนคลับช็อกไปตาม ๆ กัน หลังจาก ‘แอ๊ด ยืนยง โอภากุล’ หรือ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ได้ประกาศยุบวง หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ วงคาราบาว ได้เล่นที่งาน Bom Sincharoen Fanmeet No.4

ในช่วงหนึ่ง แอ๊ด เล่าการเดินทางของวงกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ผ่านอะไรบ้าง โดยบอกว่าเป็นอิสระไม่ได้เป็นขี้ข้าใคร แม้ว่าจะอยู่กับ ‘วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์’ แต่ไม่ได้เซ็นสัญญา และเขาไม่ได้เอาเปรียบเรา

“ตอนนี้วงก็มีไอ้พวกแก่ ๆ ตอนนี้ก็ป่วยกันแล้ว 4 คนในวงคาราบาว และจะเลิกในปีหน้า หลังคอนเสิร์ตวงครั้งสุดท้าย และวันที่ 1 เมษายน 2567 และจะเลิกไปเลย มันเป็นความจริง มันไม่ไหว มันแก่กันหมดแล้ว 3 วันดี 4 วันไข้ มันถึงเวลาที่เราต้องยอมรับความจริงว่าเราแก่ แต่เรายังเก๋าอยู่” แอ๊ด คาราบาว กล่าว

แอ๊ด คาราบาว กล่าวต่อว่า ต่อไปตนจะยังคงทำงานเขียนเพลงและทำดนตรีต่อไปร่วมกับนักดนตรีรุ่นใหม่ ๆ ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ จะไปทำอะไรก็สุดแท้แล้วแต่ละคนเลย

‘สาว’ แชร์ภาพ ‘ห้องเช่ารูหนู’ เล็กเหมือนโลงศพ ที่สิงคโปร์ แถมค่าเช่ายังมหาโหด 17,000 บาท ลั่น!! จ้างก็ไม่อยู่

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 66) กระแสไวรัลในโลกออนไลน์ไต้หวันกำลังพูดถึงค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการเช่าบ้านกลับได้พื้นที่ขนาดเล็กไม่สมกับราคา โดยชาวเน็ตสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์กลุ่มเฟซบุ๊กเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเจอเกี่ยวกับบ้านเช่า

โดยเธอแชร์รูปภาพห้องเช่าแบ่งย่อยที่ชาวฮ่องกงเห็นในเว็บไซต์เช่าบ้าน ระบุว่า “กว่าจะอยู่ฮ่องกงไม่ง่ายเลย นี่คือห้องเช่าในฮ่องกงแบบห้องน้ำเป็นรวม ความรู้สึกนี้เล็กกว่าโลงศพ ตื่นมาแล้วต้องกังวลว่าจะหัวชนกัน ถ้าตู้นั้นยังไม่ได้ตอกตะปูแน่น ๆ ก็ดูท่าจะสู่ขิตได้นะ แล้วคุณจะซื้อที่นอนมั้ย ห้องเท่านี้ราคาเช่า 8000 ดอลลาร์ไต้หวัน (9,177บาท) เลยทีเดียว”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่คล้ายกันนี้ก็เกิดขึ้นในสิงคโปร์เช่นกัน ชาวเน็ตหญิงคนหนึ่งเปิดเผยในแอปฯ เสี่ยวฮงซูว่า เจ้าของบ้านชาวสิงคโปร์ให้เช่า ‘ห้องเก็บของ’ จริง ๆ ดังที่เห็นในภาพถ่ายเป็นภาพห้องเปิดโล่งไม่มีหน้าต่างออกไปด้านนอกในห้องมีเพียงเตียงเดี่ยวและชั้นเก็บของเล็ก ๆ แถมพื้นที่ยืนยังมีจำกัดมาก และค่าเช่ารายเดือนสูงถึง 650 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 17,552 บาท)

นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังเผยว่า “ค่าเช่าแบบนี้ถูกกฎหมายจริง ๆ เหรอ ไม่มีแม้แต่ที่นอนด้วย (เจ้าของบ้าน) คลั่งไคล้เรื่องเงินมาก” เธอยังชี้ให้เห็นว่า จ้างให้อยู่แค่จ่ายค่าเช่า 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 5,393 บาท) เธอก็ไม่คิดที่จะอยู่ แถมบอกว่าถ้าอยู่ในห้องแบบนี้ “ร่างกายจะถูกทำลาย”

ทันทีที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ก็เกิดการถกเถียงกันและหลายคนแนะนำว่าควร รายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “17,000 ก็เกินไปครับ ผมเข้าใจว่าบางคนจะเช่าที่แบบนี้เพื่อประหยัดเงินเพราะเจ้าของบ้านผมก็เช่าเหมือนกันแต่เขาเช่าในราคาที่ต่ำมากเพราะเงินเดือนไม่สูง” , “อากาศไม่หมุนเวียน ความชื้นก็หนัก ภูมิคุ้มกันของฉันลดลงหลังจากอาศัยอยู่ที่นั่นได้หนึ่งเดือน” , “แนะนำให้ผู้เขียนรายงานเรื่องนี้อย่างยิ่ง ผิดกฎหมาย” , “เกือบจะเหมือนกับสิ่งที่ฉันเช่า”

‘คลัง’ เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้าร่วม ‘เงินดิจิทัล’ พ.ย.นี้ ยัน!! จ่าย 1 หมื่นครั้งเดียว-ไม่แบ่งงวด ใช้จริง ก.พ. 67

(10 ต.ค. 66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2566 จะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ คาดว่าจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้หลังจากนี้

ดังนั้นจึงยืนยันว่า นโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet สามารถดำเนินการได้ทัน ที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้โครงการรัฐที่ผ่านมามีประชาชนยืนยันตัวตนมาแล้ว 40 ล้านคน ที่มีอยู่ในระบบฐานข้อมูลของรัฐ แต่ยังมีผู้ที่ยังไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลอีกประมาณ 10 ล้านคน ด้วยกฎหมายที่กำหนด ทั้งรัฐบาลยืนยันจะเติมเงินดิจิทัลให้ทุกคนที่มีสิทธิครั้งเดียว 10,000 บาท โดยไม่มีการแบ่งจ่ายเงินเป็นงวด ๆ แน่นอน แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อเสนอให้เปลี่ยนเงื่อนไขแบ่งเป็นงวด เพราะเห็นว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า แต่ที่ผ่านมามีข้อเสนอให้แบ่งจ่ายเป็นงวดเข้ามาจริง

สำหรับนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จำเป็นต้องเปิดให้ลงทะเบียน แต่การลงทะเบียนในโครงการ ไม่เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนโครงการเพื่อไม่ให้โครงการต้องใช้เงินมากถึง 5.6 แสนล้านบาทใช่หรือไม่

รมช.คลังบอกว่า ไม่เกี่ยวกันเนื่องจากเมื่อมีการเดินหน้าโครงการนี้แล้วรัฐบาลก็ต้องหาแหล่งเงินมาเพื่อรองรับโครงการอยู่แล้วโดยไม่ได้รอว่าจะมีจำนวนการลงทะเบียนจำนวนเท่าไหร่ในการทำโครงการ โครงการนี้จะใช้งบประมาณเป็นหลัก เนื่องจากขณะนี้มีตัวเลือกให้กับรัฐบาลหลายทางเลือก แต่จะใช้ทางเลือกที่ดีที่สุด คือการเกลี่ยงบประมาณและปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และขณะนี้เป็นช่วงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

ยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดที่จะขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจ หรือลดสัดส่วนการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจลงโดยการขายหุ้นออกมากเพื่อนำเงินมาใช้ในโครงการนี้อย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นทางเลือกแรกที่รัฐบาลจะใช้คือการเกลี่ยงบประมาณและปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้งบประมาณที่เป็นไขมันส่วนเกินแล้วจะนำงบประมาณที่เหลือมาใช้ในการพัฒนาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับนโยบายของรัฐ ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะไปดูในรายละเอียดว่ามีโครงการใดบ้างที่ไม่จำเป็น

ขณะนี้เป็นช่วงการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 อยู่ระหว่างการทำเรื่องเสนอของบประมาณไปยังสำนักงบประมาณ ดังนั้นโครงการใดที่ไม่จำเป็นหรือเป็นไขมันส่วนเกินที่สามารถปรับลดได้หรือตัดได้ โดยนำงบประมาณที่เหลือมาใช้ในการพัฒนาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับนโยบายของรัฐ ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะไปดูในรายละเอียดว่ามีโครงการใดบ้างที่ไม่จำเป็น

‘บุ๋ม ปนัดดา’ ปลื้ม!! ‘น้องแพรวา’ เรียนจบ ป.ตรี คว้าปริญญาวิทย์ฯ ฉุกเฉินการแพทย์ ม.มหิดล

ทำเอาหญิงแกร่งคนเก่ง อย่าง ‘บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ ปลาบปลื้มมากที่ ‘น้องแพรวา’ ลูกสาวบุญธรรมเรียนจบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาฉุกเฉินการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยรับพระราชทานปริญญาไปวานนี้ (9 ต.ค.) 

โดยล่าสุด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพลูกสาวสวมชุดครุยและใบปริญญา ด้วยแคปชั่นว่า “เมื่อลูกเรียนจบแล้วพ่อแม่ปลื้มใจเป็นแบบนี้นี่เอง”

และแคปชันว่า

“น้องแพรวทำตามสัญญาได้แล้วค่ะ หนูจะใส่ชุดครุยมาหาแม่ ตอนที่เห็นเค้าเดินมาหาครั้งแรกน้ำตาใหลเลยค่ะ ภูมิใจในตัวเขาและดีใจที่ได้ดูแลเด็กคนนี้จนวันนี้ค่ะขอให้หนูมีอนาคตที่ดี ขอให้หนูเข้มแข็งและแข็งแกร่ง ขอให้มีแต่คนรักหนู และขอให้หนูมีแต่ความเจริญในหน้าที่การงานนะคะ”

‘YG’ ยืนยัน ‘BABYMONSTER’ พร้อมสมาชิก 2 สาวไทย เตรียมเดบิวต์ พ.ย.นี้ ขึ้นแท่นเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ในรอบ 7 ปี

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อ วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้ออกมาประกาศเดบิวต์ เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ ‘เบบี้ มอนสเตอร์’ (BABYMONSTER) ว่าจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีรายงานว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการสำหรับการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม

โดยการประกาศในวันนี้ วายจีได้โพสต์ลงในแอคเคาต์อย่างเป็นทางการของวง และว่า “เร็วๆ นี้” จึงเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า BABYMONSTER จะเปิดตัวในวงการเพลงเร็วๆ นี้

ในแถลงการณ์ดังกล่าว วายจีบอกว่า “เราพิถีพิถันในการเลือกเพลงเดบิวต์ โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่จะเป็นไปได้ เราขอความเข้าใจเกี่ยวกับความล่าช้าเล็กน้อย จากวันเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการที่เต็มที่กับมัน”

ปัจจุบันนี้ สมาชิกของ BABYMONSTER กำลังซ้อมท่าเต้นสำหรับการแสดงเปิดตัวของพวกเธอโดยเฉพาะ และมีกำหนดจะเริ่มถ่ายทำมิวสิกวิดีโอในช่วงปลายเดือนตุลาคม

มีรายงานว่า ทีมงานทั้งหมดของวายจี ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จ

วายจีเพิ่มความคาดหวังในหมู่แฟนๆ เคป็อปทั่วโลก

“การเตรียมการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน เราสัญญาว่าจะรักษาแรงผลักดันนี้ และก้าวต่อไปอย่างเต็มที่ ขอความสนใจและการสนับสนุนจากคุณ”

สำหรับสมาชิกทั้ง 7 คน ประกอบด้วย

1.) อาฮยอน (AHYEON) สัญชาติเกาหลี อายุ 15 ปี

2.) รุกะ (RUKA) สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 20 ปี

3.) ชิกิต้า (CHIQUITA) หรือ ‘แคนนี่-ริรชา พรเดชาพิพัฒ’ สัญชาติไทย อายุ 13 ปี

4.) ฮารัม (HARAM) สัญชาติเกาหลี อายุ 15 ปี

5.) ภริตา (PRITA) หรือ ‘แพร-ภริตา ชายคง’ สัญชาติไทย อายุ 17 ปี

6.) โรร่า (RORA) สัญชาติเกาหลี อายุ 14 ปี

7.) อาสะ (ASA) สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 17 ปี

นอกจากนี้ แม้ BABYMONSTER ยังไม่ได้เดบิวต์แต่ความนิยมถล่มทลาย โดยได้ทำสถิติวงการ K-POP ใหม่ด้วยการมียอดสมาชิกบนยูทูบทะลุ 2 ล้านคน โดยใช้เวลาสั้นที่สุดเพียง 129 วัน หลังเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565

‘รมว.แรงงาน’ ชูนโยบายเร่งด่วน แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานท่องเที่ยว พร้อมอัดฉีดงบอัปสกิล ‘ภาษา-การบริการ’ มั่นใจ!! มีงานทำ-รายได้สูง

(10 ต.ค. 66) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นโยบายด้านพัฒนาทักษะแรงงานในระยะเร่งด่วนตอนนี้ คือการ Upskill แรงงานภาคการท่องเที่ยว เพราะขาดแคลนแรงงานทางด้านนี้มาก จึงต้องเร่งฝึกทักษะและอบรมในสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวและบริการ

อีกทั้ง ในช่วงที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ได้ไปต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวบินแรก หลังการประกาศนโยบาย ‘วีซ่าฟรี’ แสดงความพร้อมของไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยรัฐบาลคาดการณ์รายได้ที่จะเข้าประเทศกว่า 2.38 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลกำลังแรงงานของประเทศ ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพแรงงาน ส่งเสริมให้แรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นแรงงานที่มีผลิตภาพสูง มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การ Upskill และ Reskill ให้แรงงานมีทักษะที่จำเป็นในการทำงาน โดยเติมเต็มทักษะด้านภาษาต่างประเทศ และส่งเสริมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ หลักสูตรฝึกอบรม เช่นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน เพื่อการทำงาน, การสร้างสื่อมัลติมีเดียเพื่อการท่องเที่ยว, นวดแผนไทย สปา, งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม, สปาตะวันตก, การจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ, การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ

โดยบูรณาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อสำรวจความต้องการแรงงานและการพัฒนาทักษะฝีมือในส่วนที่แรงงานยังขาดแคลน เพื่อพัฒนากำลังแรงงานภาคท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบกิจการ ในปี 2566 กำลังแรงงานภาคการท่องเที่ยวและบริการเข้ารับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ทั้งในส่วนที่ภาครัฐและภาคเอกชนดำเนินการรวมจำนวน 288,438 คน เป็นผู้มีงานทำร้อยละ 93.20 ผู้ผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถรักษาฐานรายได้คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 51,450.19 ล้านบาท/ปี

สำหรับในปีนี้ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งผลิตและเพิ่มทักษะแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเร่งด่วน

ทางด้านของนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนที่กรมดำเนินการเอง ได้วางเป้าหมายและงบประมาณไปยังหน่วยฝึกที่มีทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานภาคการท่องเที่ยว รวมกว่า30,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น กระบี่ ภูเก็ต พังงา พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย กรุงเทพฯเป็นต้น

พร้อมได้กำชับให้หน่วยฝึกคัดเลือกหลักสูตรที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการให้บริการ อาทิ การฝึกด้านภาษาต่างประเทศ กรณีที่เป็นแรงงานที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยว มีการจัดหลักสูตรเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของชุมชน การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นฝากของที่ระลึก ส่วนหนึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชุมชน เพื่อให้แรงงานในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ตั้งแต่ระดับชุมชน

ทั้งนี้ ได้แจ้งให้หน่วยฝึกไปสำรวจความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ด้วย สำหรับผู้ที่สนในเข้าฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สามารถสมัครได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1506 กด 4

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’ ขอ ‘รบ.ไทย’ แสดงจุดยืนเป็นกลาง หลัง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ สู้รบ ชี้!! อ่อนไหว-ซับซ้อน

(10 ต.ค. 66) สำนักจุฬาราชมนตรี แถลงการณ์สำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ระบุว่า สำนักจุฬาราชมนตรี ขอแสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของชาวไทยที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และขอให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการในการปกป้องให้ความช่วยเหลือต่อประชาชนชาวไทยที่ถูกจับกุมตัว และบางส่วนที่ยังอยู่ในพื้นที่การปะทะอย่างเร่งด่วน สำนักจุฬาราชมนตรีขอเป็นกำลังใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลไทยจะสามารถช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้พ้นจากภัยอันตรายจากสถานการณ์เฉพาะหน้าที่กำลังเกิดขึ้น

สำนักจุฬาราชมนตรีขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่ายจากความรุนแรง และขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายยุติความรุนแรงและการสู้รบกัน และมีความจำเป็นที่จะต้องหันหน้าเข้ามาเจรจากันเพื่อคืนความสงบให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์

สำนักจุฬาราชมนตรีขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรักษาความเป็นกลางทางการเมืองร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ ต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เพราะความขัดแย้งนี้มีความซับซ้อน มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนชาวยิว คริสต์ และมุสลิมทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ สำนักจุฬาราชมนตรีสนับสนุนการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ได้รับผลกระทบให้มีความปลอดภัยและให้ได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในสถานการณ์เฉพาะหน้าในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด

สำนักจุฬาราชมนตรี ขอประทานพรจากอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดให้ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นได้ยุติลงโดยเร็วและนำสันติภาพและความสงบสุขมาสู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ในเร็ววันต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top