Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ ร่วมสวดศพบิดา ส.ส.อัครเดช พร้อมเผย!! ความผูกพันแน่นแฟ้น เอ่ยปาก!! เปิดดีล!! ขอลูกคุณพ่อ ย้ายมาอยู่ ‘ภูมิใจไทย’ เดี๋ยวดูแลเอง

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68)  ที่สำนักงานใหญ่บริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์โรจน์ จ.ราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยคืนนี้เป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 กันยายน นี้

นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ สส.อัครเดช มาหลายปีแล้ว สส.อัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธาในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา

“เราผูกพันกัน สส.มุ่ง ก็เป็นคู่กับน้องเขยผม ภรรยาของ สส.มุ่ง ก็เป็นเพื่อนกับน้องสาวแท้ๆของผม ก็มีสายใยความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดมา ผมต้องขอบคุณชาวราชบุรีที่เลือก สส.มุ่งไปเป็นผู้แทนของท่าน และต้องขอกราบขอบคุณทุกท่านจริงๆที่ในฐานะที่เขาทำหน้าที่แทนท่าน เขาได้เป็นผู้ที่ไว้วางใจให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณจริงๆ“นายอนุทินระบุ

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อสักครู่ตนได้กราบคุณพ่อ สส.มุ่งไปแล้ว ก็ได้ส่งจิตไปบอกคุณพ่อว่า คุณพ่อครับ ขอเถอะครับ ขอลูกคุณพ่อมาอยู่ภูมิใจไทยเถอะครับ ถ้าคุณพ่อเห็นด้วย ก็ขอให้ผมลุกขึ้นยืนไหว เพราะผมคุกเข่ากราบขอท่าน แล้วผมก็ลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ทันที ก็แปลว่าคุณพ่ออนุญาตแล้ว เมื่อคุณพ่ออนุญาตแล้ว ผมก็บอกเดี๋ยวผมดูแล สส.มุ่งเอง”

‘สหรัฐฯ’ เตรียม!! เพิกถอนวีซ่าผู้นำโคลอมเบีย หลังร่วมประท้วง!! ยุยง!! ทหารไม่เชื่อฟังคำสั่ง

(28 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

Fox News รายงาน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯเตรียมเพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรแห่งโคลอมเบีย 

อันเนื่องมาจากมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีโคลอมเบียได้เข้าร่วมการประท้วงที่นิวยอร์กซิตี้ "เรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ฝ่าฝืนคำสั่งและยุยงให้เกิดความรุนแรง" หลังจากที่เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ด้าน Reuters รายงาน   ประธานาธิบดีโคลอมเบีย กล่าวสวนทันที: “ข้าฯไม่ต้องการวีซ่าสหรัฐฯ – ข้าฯคืออิสระชนบนโลกใบนี้” ประธานาธิบดีเปโตรแห่งโคลอมเบียกล่าวว่าสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการเพิกถอนวีซ่าของเขา หลังจากที่เขาเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก และเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ไม่เชื่อฟังทรัมป์

เขากล่าวว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว โดยเรียกตัวเองว่าเป็น “อิสระชนบนโลกใบนี้” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าลงโทษเขาเพียงเพราะ “ประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลโคลอมเบียเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่เปโตรสั่งระงับเที่ยวบินเนรเทศและตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลในปี 2024

ขณะนี้เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธระดับโลกที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐฯ เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์

‘ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ’ ลาออก!! จากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลูกสาวให้กำลังใจ!! พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ จะทำให้พ่อภูมิใจ

เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาระบุว่า …

“เขียนที่ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ข้าพเจ้า นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์จะขอลาออกจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป”

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

เส้นทางในชีวิตคนเรามีหลายเส้นทาง แต่มี 2 เส้น เท่านั้นแหละที่เราต้องเดิน เส้นหนึ่งที่อยากเดิน เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางแห่งความฝัน อีกเส้นหนึ่ง แม้ไม่อยากเดินก็ต้องเดิน นั่นคือเส้นทางแห่งความเป็นจริง

ชีวิตคนเราสั้นนักนะ ไม่มีเวลาให้เรามามัวนั่งเสียใจหรอก อย่าเสียเวลาให้กับคน หรือเรื่องที่ทำให้คุณไม่เป็นสุข เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ป้ายสุดท้ายของชีวิต ยิ้มกับมันแล้วเดินต่อไปเถอะ ชีวิตอาจมีความหวังมากมาย ที่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง อาจมีความฝันมากมาย ที่สุดท้ายต้องกลายเป็นความว่างเปล่า อาจมีคำพูดมากมายที่สุดท้ายไม่รู้จะบอกใครได้

ที่จริงเรื่องบางเรื่อง ทำดีที่สุดแล้ว ไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนาก็พอ อย่าไปยึดให้มันแน่นมากนัก คนบางคน ใส่ใจมากเกินไป ก็ใช่ว่าจะมีความสุข หากทางที่เดินขรุขระ จงให้กำลังใจแก่คนร่วมทาง หากชีวิตมากมายด้วยลมฝนกระหน่ำ จงยิ้มให้กับตัวเอง ชีวิตคนเราเก็บความสุขใส่ไว้ในใจ เก็บความทุกข์ใส่ขวดโหลแล้วโยนทิ้งไป เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

ให้กำลังใจกันนะ รักพ่อที่สุด ส.ส. 10 สมัย ตอนนี้ดำรงตำแหน่งพ่อผู้แทนฯ ฮ่าฮ่า หนูจะทำให้พ่อภูมิใจจ้ะ

ช่วยลดค่าครองชีพ!!

(28 ก.ย. 68) ประชาชนฝากความหวังไว้ที่ ‘รมว.พลังงานคนใหม่’
เดินหน้าสานต่อนโยบายพลังงานเพื่อคนไทย
ปรับกฎหมายให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ง่ายขึ้น
เตรียมควบคุมราคาน้ำมันอย่างมีเหตุผล
จัดระบบน้ำมันสำรอง ใช้เพื่อคนไทย ไม่ใช่แค่ตามสูตรเดิม!!

📌 ไม่ใช่แค่พูด แต่กำลังเดินหน้าให้เกิดขึ้นจริง 💪

 ชาวรามัน 500 ชีวิต "ปฏิเสธกระท่อมเสรี"- "แม่เลี้ยงเดี่ยว- วอนช่วยลูก 2 คนติด "น้ำกระท่อม" ขอเงินวันละ 20 บาท - ศอ.บต." รับคำสั่งตรง "จุฬาราชมนตรี" นั่งแกนกลางแก้ปัญหา 

(30 ก.ย. 68) การเคลื่อนไหวภาคประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังร้อนระอุ! ล่าสุด ที่สนามหญ้าเทียมเทศบาลตำบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ประชาชนกว่า 500 ชีวิต ได้รวมพลังประกาศ ปฏิญานตน "ปฏิเสธกระท่อมเสรี" เพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณา ทบทวนนโยบาย และเดินหน้า นำกระท่อมกลับเข้าบัญชียาเสพติดอีกครั้ง ตามที่เคยมีการผลักดันในวาระ "นโยบาย 120 วัน วาระพืชกระท่อม"

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในกิจกรรม “เสวนาบทบาทผู้นำและเยาวชนต่อการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมในพื้นที่” ซึ่งจัดขึ้นโดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธาน โดยมี นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมฯ (กสม.) พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำสตรี และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ พืชกระท่อม จะมีสถานะเป็นพืชพื้นบ้าน แต่เมื่อมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างกว้างขวาง ก็ได้กลายเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามอนาคตของเยาวชนและสร้างปัญหาสังคมอย่างหนัก

ชาวบ้านยืนยันว่า การแก้ไขปัญหานี้จะสำเร็จได้ ไม่สามารถพึ่งพาแค่ฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัย "พลังของผู้นำชุมชน ครอบครัว และเยาวชน" ร่วมมือกัน โดยมีมุมมองที่ชัดเจนว่า "ถ้าเราเปลี่ยนความคิดเยาวชนได้ ก็จะเปลี่ยนอนาคตของชุมชนได้เช่นกัน"

ขณะที่การเสวนาเพื่อหาทางออกปัญหากระท่อมในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงสะท้อนจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องเล่าของ ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับ "ภัยเงียบ" จากกระท่อมเสรีภายในครอบครัวของตนเอง

ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็น แม่เลี้ยงเดี่ยว กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน โดยเป็นคนดีและประกอบอาชีพสุจริต 2 คน แต่มีลูกอีก 2 คนที่ติดน้ำกระท่อม อย่างหนัก

"ทุกๆ วัน พวกเขาสองคนนี้ จะขอเงิน วันละ 20 บาท เพื่อเอาไปซื้อน้ำกระท่อม" ยายกล่าว พร้อมเผยถึงความลำบากในชีวิตประจำวันว่า "ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ค่อยมีเงิน แต่พวกเขาจะขอเงินแบบนี้ทุกๆ วัน รายได้ ของตนในทุกๆ วันก็มาจาก การ ขายขนมโบราณ วันละไม่กี่บาท ต้องมาเจอปัญหานี้ รู้สึกไม่ไหวแล้ว"

ยายวัย 60 ปี จึงได้วอนขอความเห็นใจและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการทำลายอนาคตของเยาวชนและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เป็นแม่และครอบครัวในชุมชน.
    ด้านการขับเคลื่อนของภาครัฐในพื้นที่ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เปิดเผยถึงที่มาและความสำคัญของการทำงานครั้งนี้ โดยย้ำว่า เลขาธิการ ศอ.บต. (พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรัตน์) ได้รับมอบหมายภารกิจโดยตรงจากผู้นำศาสนาสูงสุด

 "ต้องเรียนว่า ท่านได้รับการมอบหมายเรื่องยาเสพติด มาตั้งแต่ระดับสูงสุดของผู้นำศาสนา ก็คือ ท่าน จุฬาราชมนตรี และได้รับความคาดหวัง จากผู้นำศาสนาของพวกเราทั้งหมดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้...ว่าปัญหายาเสพติดนี่คือ ปัญหาใหญ่ ของพื้นที่ อยากให้ ศอ.บต. เข้ามาเป็นเจ้าภาพ เป็นโซ่ข้อกลาง เป็นแกนกลาง...เพื่อ รวมพลังทุกภาคส่วน มาช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ ให้สำเร็จให้ได้" นายนันทพงศ์กล่าว

นายนันทพงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ศอ.บต. ในการ "รวมพลังภาครัฐทั้งหมด" อย่างเข้มแข็งและเข้มข้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการแก้ปัญหา โดยแบ่งภารกิจออกเป็น 5 มิติหลัก งานป้องกันและสร้างความตระหนัก เด็กและเยาวชน ในโรงเรียนต้องได้รับการสอนสั่งเรื่องพิษภัยยาเสพติด

สร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และ ผู้นำสตรี/แม่บ้าน ต้องร่วมกันสื่อสารให้เห็นถึงพิษภัยเพื่อปกป้องลูกหลาน การบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ดูแลผู้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่ ศาลและราชทัณฑ์ ดำเนินการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม การบำบัดฟื้นฟู หน่วยงานด้านสาธารณสุข ดูแลลูกหลานที่ตกเป็นเหยื่อ ทั้งอาการปกติและผู้ที่มีอาการทาง จิตเวช และ การสร้างชีวิตใหม่ ผู้ผ่านการบำบัดต้องได้รับ โอกาสทางอาชีพและรายได้ ผ่านการพัฒนาอาชีพที่หลากหลาย

"อันนี้คือบทบาทของหน่วยงานที่เราทำอยู่แล้ว แต่ต้อง เข้มแข็งและเข้มข้นมากขึ้น...อันนี้ผมเรียนว่าคือการรวมพลังส่วนที่หนึ่ง ที่เราเรียกว่า หน่วยงานภาครัฐ" รองเลขาธิการ ศอ.บต. สรุป

การประกาศความมุ่งมั่นของ ศอ.บต. ในการเป็น "แกนกลาง" ประสานงานตามความคาดหวังของผู้นำศาสนาสูงสุด ควบคู่ไปกับการรวมพลังปฏิญานของชาวบ้านกว่า 500 ชีวิตครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาพืชกระท่อมที่ถูกใช้ในทางที่ผิดได้กลายเป็น "วาระหลักของพื้นที่" ที่จำเป็นต้องได้รับการทบทวนและแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากทุกระดับ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568

คิดดี พูดดี ทำดี
เป็นศรีเป็นพรสูงสุด
ไม่มีพรเทพ พรมนุษย์
เปรียบประดุจ "ความดีที่ทำเอง"

สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

14 ชาติหนุนมติ ช่วยเหลือและหยุดยิง ‘กาซา’ แต่ ‘สหรัฐฯ’ เพียงชาติเดียว!! เข้าขวางโดยใช้วีโต้ค้าน

(19 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ใช้วีโต้ (Veto) เป็นครั้งที่ 6 ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สกัดร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซา และให้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่มี 14 ประเทศโหวตเห็นชอบร่างมติฉบับนี้ แต่ไม่ผ่านเพราะติดสิทธิ์วีโต้ของสหรัฐฯ

ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมโดยฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ อย่างทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดย เดนมาร์กในฐานะสมาชิกได้เตือนต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้ “กาซาเข้าสู่ภาวะทุพภิกขภัยแล้ว ไม่ใช่เพียงคาดการณ์” พร้อมระบุว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายจนไม่อาจเพิกเฉยได้

ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า ฮามาสเป็นต้นเหตุของสงคราม และกล่าวว่าอิสราเอลยอมรับข้อเสนอเพื่อยุติสู้รบแล้ว แต่ฮามาสยังปฏิเสธ ด้านอิสราเอลเองก็ไม่พอใจกับถ้อยแถลงของคณะมนตรีฯ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเหตุโจมตีในกาตาร์ แต่ยอมรับว่าระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ สงครามกาซาปะทุจากการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คร่าชีวิตชาวอิสราเอล 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันราว 251 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาสูงเกิน 64,000 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยคณะมนตรีฯ จะจัดการประชุมพิเศษระดับสูงอีกครั้งสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พบ!! ‘ทุ่นระเบิด PMN-2’ ใกล้ปราสาทตาควาย ‘กองทัพบก’ ชี้ชัด!! ‘กัมพูชา’ ละเมิดข้อตกลง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส โพสต์ล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น ในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย" พร้อมระบุข้อความว่า "สันติวิธีแบบลอบกัด พื้นที่ตาควายยังพบระเบิดต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น กัมพูชาละเมิดข้อตกลง!! และแสดงการเป็นปรปักษ์!! 

‘ดร.อ้อ’ หมอผีขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก สาปแช่ง!! คนแก้รัฐธรรมนูญ โซเชียลเห็นด้วย ซัด!! นักการเมือง เอาแต่แก้กติกา ไม่แก้ปัญหาปากท้อง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Bangkok I Love You’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ดร.อ้อ หมอผีเมืองจอมขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก แห่งเมืองชุมพร โดยมีใจความว่า ...

โลกโซเชียลร้อนระอุ เมื่อ ดร.อ้อ หมอผีขมังเวทย์เมืองชุมพร โพสต์ข้อความสาปแช่งว่า “ใครคิดแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ขอให้ชิบหายตายโหง ภายใน 3–7 วัน” จนกลายเป็นกระแสไวรัล

สิ่งที่น่าจับตาคือ เสียงส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์กลับ เห็นด้วยกับคำสาปแช่งนี้ โดยให้เหตุผลว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการแก้กติกาทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง มากกว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง

ประชาชนไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น ไม่ได้ช่วยเรื่องปากท้อง ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่กลับเป็นการสิ้นเปลืองภาษี การแก้ไขแต่ละครั้ง ต้องใช้งบประมาณ กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติ 2 รอบ (ประชามติว่าจะแก้ไขหรือไม่ และประชามติว่าจะรับรองร่างแก้ไขหรือไม่) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้เงินภาษีอย่าง สุรุ่ยสุร่าย

นักวิชาการบางส่วนชี้ว่า แม้คำสาปแช่งของดร.อ้อจะเป็นถ้อยคำรุนแรง แต่สะท้อนความไม่พอใจของสังคมต่อระบบการเมืองที่วนเวียนกับการแก้ไขกติกา มากกว่าการทำงานเพื่อประชาชน

เสียงสะท้อนจากประชาชน
ในคอมเมนต์จำนวนมาก ชาวบ้านต่างวิจารณ์ว่า หากเงินหลายหมื่นล้านที่จะนำไปทำประชามติ ถูกนำมาพัฒนาสาธารณูปโภคหรือช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาปากท้องจะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงมากกว่า

กระแส “หมอผีแช่ง คนแก้ไขรธน. 60” กลายเป็นภาพสะท้อนความไม่พอใจของสังคมไทยต่อการเมืองที่มุ่งแก้กติกาของตนเอง มากกว่าการแก้ปัญหาชีวิตจริงของประชาชน

‘นิพิฏฐ์’ ชี้!! มีสัญญาณที่ดี เดินหน้า!! ‘ประชาธิปัตย์’ สู่พรรคหลักของประเทศ วางใจ!! ‘ชวน – อภิสิทธิ์’ นำทัพเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยึดสุจริต เพื่อฟื้นศรัทธา

(27 ก.ย. 68)  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

ทิศทางที่ดี!!

3-4 วันนี้ ผมได้คุยกับผู้ที่ ‘ยังรัก’ และผู้ที่ ‘เคยรัก’ พรรคประชาธิปัตย์

ทั้งสส.และอดีตสส.ทุกคนมีความเห็นไปในทางเดียวกันเพื่อฟื้นพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาให้เป็นพรรคหลักในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ทุกคนต่างยอมถอย 1 ก้าว เพื่อเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มีผู้ใหญ่ที่เคยสร้างพรรคประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่ปรึกษา มีคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง ไม่ก้าวร้าว เป็นโซ่ข้อกลางเข้ามารับภาระของบ้านเมือง

เราเชื่อว่า การเปลี่ยนโลกต้องรู้จักโลกเสียก่อน

เราเชื่อว่า การเดินไปข้างหน้าต้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง การมีแผนที่ผิดพลาดจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งกว่าการไม่มีแผนที่ในมือ

เราเชื่อว่า การสร้างการเมืองที่สุจริตเท่านั้น จึงจะเป็นความหวังของประเทศ ให้คนรุ่นใหม่ได้อาศัยอย่างเป็นสุข

เราจึงหวังว่า ต่อไปนี้ ทุกคนจะใส่เสื้อสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์กันทั่วประเทศ เพื่อประกาศว่า เราคือผู้กล้าหาญ เราคือผู้ที่เข้มแข็ง ที่จะสร้างการเมืองที่ดีให้กับประเทศนี้

ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นการนำของ นายชวน หลีกภัย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูพรรคในครั้งนี้

กระผมเป็นเพียงคนนอก มิได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top