Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ ชี้ ไร้ปัญหากับ ‘พรรคประชาชน’ หลังดึง!! ‘สส.เต้ ทวิวงศ์’ ขึ้นเวที ที่อยุธยา

(28 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เรียกนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ (สส.เต้) สส. พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ขึ้นเวที ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่วัดอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมีดราม่าทำให้พรรคประชาชนแสดงความไม่พอใจ ว่า คำว่าดราม่าตนไม่ชอบ การที่ตนบอกว่าเลือกสส.ทวิวงศ์ เพื่อให้เลือกตนมาเป็นนายกฯนั้น ต้องฟังทุกช็อต จริงๆแล้วตนกล่าวชื่นชม ส.ส.เต้ ด้วยซ้ำ เวลาอยู่บนเวทีก็ต้องมีกิมมิค เล็กๆ น้อยๆธรรมดา

เมื่อถามว่าอย่างนี้ยังคุยกับพรรคประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังคุยได้ทุกอย่าง เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็สวนกลับในเรื่องนี้แรงเหมือนกัน นายอนุทินกล่าวว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตรงนั้นเป็นเรื่องของการลงพื้นที่ เรื่องการทำงานก็เป็นเรื่องการทำงาน

อนุทิน จุดชนวนร้าว!! ‘ภูมิใจไทย – ประชาชน’ สร้างความสั่นคลอน!! เสถียรภาพรัฐบาล

(28 ก.ย. 68) การลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงเป็นภารกิจเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดตัวรัฐบาล แต่กลับกลายเป็นการโยนฟืนเข้ากองไฟการเมืองที่คุกรุ่นอยู่แล้ว

คำพูดบนเวทีที่ว่า “เลือก ส.ส. พรรคส้ม…แล้วได้หนูเป็นนายก” ถูกตีความว่าเป็นการประชดและลดทอนคุณค่าของ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน แต่เคยโหวตให้นายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ ในสถานการณ์วิกฤตหลังเลือกตั้ง คำพูดนี้สะกิดจุดเจ็บที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า “พรรคส้มคือผู้ปูทางให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล”

ที่สำคัญ อยุธยาไม่ใช่จังหวัดธรรมดา แต่คือ พื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ภูมิใจไทยครองฐานเสียงแน่น ขณะที่พรรคประชาชนพยายามเจาะพื้นที่ ทำให้เวทีนี้ถูกตีความว่าเป็นการ “ขีดเส้นแบ่งชัด” ระหว่างมิตรแท้กับมิตรจำเป็น

หลังเหตุการณ์ไม่นาน เสียงสะท้อนจากแกนนำและ สส. พรรคประชาชนดังขึ้นพร้อมกัน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แสดงจุดยืนว่า การโหวตให้นายอนุทินไม่ใช่การเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการ “ฝ่าวิกฤต” เพื่อไม่ให้การเมืองล่มสลาย และย้ำว่าพรรคยังคงเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว

ภัคมน หนุนอานันท์ โฆษกพรรค ใช้ถ้อยคำแรงว่าเป็น “การเสียมารยาท–ไม่ให้เกียรติ” สะท้อนว่าพรรคไม่ยอมถูกมัดด้วยบุญคุณทางการเมือง

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส. เจ้าถิ่นอยุธยา ชี้แจงว่าเข้าร่วมงานต้อนรับนายกฯ ในฐานะผู้แทนที่ต้องหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ยืนยันหนักแน่นว่าจะลงเลือกตั้งในนามพรรคส้ม และเลือกนายณัฐพงษ์เป็นนายกฯ ในอนาคต

ชุติพงษ์ พิภพภิญโญ ส.ส. ระยอง ตอกย้ำว่าพรรคยังถือไพ่ “โหวตล้มรัฐบาล” ในมือ

การตอบโต้เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการปกป้องศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นการประกาศให้สังคมรับรู้ว่า “พรรคส้มไม่ใช่หนี้บุญคุณใคร” และยังพร้อมใช้พลังเสียงในสภาเป็นตัวแปรสำคัญ

ในขณะที่ภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนเปิดศึกวาทะ พรรคเพื่อไทยกลับ “ยิ้มในใจ” เพราะรอยร้าวนี้เปิดโอกาสให้เล่นเกมรุกเต็มที่

กลยุทธ์อภิปราย: เตรียมซักฟอกรัฐบาลในการแถลงนโยบายวันที่ 29–30 กันยายน ด้วยธีม “4 เดือนยุบคดี ไม่ใช่ 4 เดือนยุบสภา” โดยพุ่งเป้าไปที่คุณสมบัตินายกฯ และรัฐมนตรี, คดีฮั้ว ส.ว., และข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน

โอกาสล้มรัฐบาล: หากหลักฐานชัดเจน พรรคเพื่อไทยอาจใช้เสียงฝ่ายค้านผสมกับพรรคประชาชนในการโหวตล้มรัฐบาลได้ทันที

ปัญหาภายในเพื่อไทย: แต่ในเวลาเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเองกำลังเจอ “เลือดไหล” จากการสูญเสียแกนนำอาวุโส และเสี่ยงแพ้เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ซึ่งจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์อ่อนแอลง

เกมของเพื่อไทยจึงเหมือนการ “แทงสวน” หากรัฐบาลสะดุดก็พร้อมชิงจังหวะ แต่ถ้ารัฐบาลยังไปต่อได้ เพื่อไทยเองก็ต้องเผชิญการร่วงหล่นของฐานเสียงต่อเนื่อง

แม้จะถูกโจมตีหนัก แต่ภูมิใจไทยยังคงเดินเกมเชิงรุกในฐานะรัฐบาล

ขยายฐาน ส.ส.: ตั้งเป้าเพิ่มจากเกือบ 70 คนสู่ 100–120 คน ด้วยกลยุทธ์ “ตอกเสาเข็มรายเขต” และดูดบ้านใหญ่จากพรรคอื่น

การทำงานของรัฐมนตรี: ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม, ด้านการท่องเที่ยวตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็น 13 ล้านใน 3 เดือน

ข้อครหา: การใช้ภาพบุรีรัมย์บนเพจไทยคู่ฟ้า ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเอาใจบ้านใหญ่ สะท้อนความสัมพันธ์การเมืองเชิงผลประโยชน์

ที่สำคัญ ผลสำรวจนิด้าโพล (ก.ย. 2568) กลายเป็นแรงกดดันใหม่ เมื่อคะแนนความนิยมของ นายอนุทิน รั้งอันดับสอง ตามหลัง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่เริ่มถูกมองว่าเป็น “ความหวังใหม่”

ภาพรวมการเมืองจึงอยู่ในภาวะ “สามเหลี่ยมมรณะ”

ความขัดแย้งระหว่างภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนไม่ใช่เพียงศึกวาทะ แต่คือปัจจัยที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนขั้วก่อนครบ 4 เดือน หากฝ่ายค้านจับมือกันสำเร็จ

ประกาศลาออก!! จากตำแหน่ง ทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา

(28 ก.ย. 68) กากัน มาลิก นักแสดงภาพยนตร์อินเดียที่รับบทในซีรีส์พระพุทธเจ้า ประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา เพื่อแสดงความจริงใจต่อประชาชนและประเทศไทยเขากล่าวว่า ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของเขา และเขาจะซื่อสัตย์ต่อประเทศไทยเสมอ

*หมายเหตุ: เขาเพิ่งถ่ายรูปที่สนามบินเตโชเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ และมีการโพสต์ลาออกกะทันหัน

‘ไพศาล’ ตั้งคำถามแรง!! ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ มีสิทธิ์อะไร ไปร่วมประชุม UN ก่อนแถลงนโยบาย หวั่น!! ขัดรัฐธรรมนูญ

(28 ก.ย. 68) นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า…

นายสีหศักดิ์ ไปประชุมสหประชาชาติในฐานะอะไร?

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน!!

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดว่า คณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว จะเข้ารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งกำหนดการแถลงนโยบายดังกล่าวคือวันที่ 30 กันยายนนี้

แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ ได้แสดงตนและกระทำการในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ยังไม่อาจปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ได้ เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ดังนั้น การไปประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการ แสดงบทบาทในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศก่อนเวลาอันควร อันสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง

คำถามก็คือ… แล้วเราจะปล่อยให้ประเทศเดินไปในลักษณะนี้หรือ?

• ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป โดยไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยใช่หรือไม่?

• ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับปล่อยให้การใช้อำนาจที่อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญดำเนินต่อไป โดยไม่มีใครรับผิดชอบ และ ภาษีของราษฎรทั้งประเทศก็ต้องถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์

• ส่วน พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแบกรัฐบาล จะมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้? จะเลือกปกป้องพรรคอุ้มชูบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือจะยืนหยัดต่อหลักการและความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ?

นี่คือคำถามสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน!!

ผู้เสียหายที่แท้จริงคือ ฝ่ายทหารไทยต้องเสียขา จากทุ่นระเบิด นักเรียนต้องถูกจรวดของกัมพูชา จนเสียชีวิต พร้อมประชาชน ผู้บริสุทธิ์

(28 ก.ย. 68) เสียงปรบมือ ลั่น UN ‘ท่านทูต สีหศักดิ์’ รมว.ต่างประเทศ สปีช ทัชใจ เชือดนิ่มๆ สุดสุขุม ย้อนอดีต ไทย ช่วยเหลือเขมร มาตลอด ตั้งแต่มีสงคราม กลางเมือง จนช่วยพัฒนาเขมร สร้าง บ้าน สร้างถนน สร้าง รพ. ให้ อันเป็นสิ่งที่เพื่อนบ้านที่ดีควรทำให้กัน แฉ เขมร ดีแต่พูด กล่าวหาไทย แต่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ยังคงวางทุนระเบิดทำทหารไทยขาขาด ส่งโดรน บินรุกล้ำเขตอธิปไตยไทย และยังคงยิงใส่ทหารไทย จนถึงวันนี้ เผย ที่ กัมพูชา พูดเมื่อวานในที่นี้ แต่เขมรทำตรงข้ามหมด

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลง ในการอภิปรายทั่วไปของสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 80 UNGA80 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 

โดยในช่วงที่กล่าวถึง ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา นายสีหศักดิ์ได้กล่าวว่า  ฝ่ายกัมพูชาเองที่เป็นฝ่ายขยายปัญหาความขัดแย้งเรื่องดินแดนของสองประเทศ ให้เป็นระดับนานาชาติ โดยรุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของประเทศไทย 

พร้อมขอบคุณ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จัดให้มีมีการประชุมหารือ4 ฝ่าย ในการมีข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างไทยกับกัมพูชา 

ประเทศไทยพยายามที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง อย่างเคร่งครัด ไม่ใช่แค่คำพูดแต่ปฏิบัติ แต่ปรากฏว่าฝ่ายทหารกัมพูชากลับเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงใส่ทหารไทยมาในห้วงหลายวัน ในเดือนกันยายน จนมาถึงวันนี้ 

การหยุดยิงเป็นเรื่องที่เปราะบางและต้องอาศัยความจริงใจจากทั้งสองฝ่ายไม่ใช่แค่เพียงคำพูด เพราะฝ่ายกัมพูชายังคงยั่วยุและระดมพลเรือนเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยและยิงใส่ทหารไทยรวมถึงการใช้โดรนบินสอดแนมรุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยไทยและข้อตกลงหยุดยิง

ฝ่ายไทยเองยืนหยัดที่จะอยู่บนเส้นทางของสันติภาพแต่ก็ต้องปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

พร้อมตั้งคำถามตรงไปที่กัมพูชาว่าจะเลือกการเผชิญหน้าต่อไปหรือจะเลือกสันติภาพ เพราะไทยเองพร้อมที่จะยึดแนวทางสันติภาพและใช้กลไกทวิภาคที่มีอยู่ เพราะทั้งสองประเทศก็เป็นครอบครัวอาเซียนด้วยกัน

ในห้วงที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชายังคงแสดงตนว่าเป็นผู้เสียหายครั้งแล้วครั้งเล่าโดยนำเสนอ จากฝ่ายตนเองที่ไม่อาจตรวจสอบได้ และบิดเบือนข้อเท็จจริงเพราะผู้เสียหายที่แท้จริงคือฝ่าย ทหารไทยต้องเสียขาจากทุ่นระเบิด นักเรียนต้องถูกจรวด ของกัมพูชา จนเสียชีวิตพร้อมประชาชน ผู้บริสุทธิ์

ชาวบ้านชายแดน โพสต์คลิปโต้เดือด!! ปกป้อง 'ลุงตู่' ชี้!! ไม่ได้สร้างปัญหา แต่เข้ามาแก้ปัญหาที่รัฐบาลก่อนทิ้งไว้

(28 ก.ย. 68) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Egg Adirek’ ได้โพวต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

มีคนออกมาโจมตี ‘ลุงตู่’ ว่าเป็นผู้สร้างปัญหาชายแดน ทั้งที่จริงแล้ว ลุงตู่นี่แหละคือผู้ที่เข้าไปแก้ไขปัญหา ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ล่าสุด สส. รังสิมันต์ โรม ก็มากดดันจะให้เปิดด่าน ทั้งที่ลุงตู่นั้นสั่งปิด ลุงตู่ยืนยันที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะว่าลุงตู่นั้น

ท่านเป็นทหารของพระราชา!!

‘สีหศักดิ์’ ตอกกลับ!! ‘กัมพูชา’ กลางเวที UN ลั่น!! เหยื่อที่แท้จริง คือทหาร และพลเรือนไทย

(28 ก.ย. 68) อาจารย์แพท พัฒนพงศ์ แสงธรรม อาจารย์ประจำ คณะศิลปศาสตร์ (ภาควิชาภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

ตัด excerpt ตอนสำคัญมาให้ฟัง และแปลมาให้แล้วครับ นี่คือความเป็นผู้ดี แต่ยังคงพูดตรง เหมือนลากเขมรลงไปตบในโตนเลสาป

(สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ)

เช้าวันนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจจะกล่าวถ้อยแถลงในเชิงสร้างสรรค์และเป็นบวก — สะท้อนถึงความหวังในอนาคต แต่จำเป็นต้องเขียนสุนทรพจน์ใหม่ เนื่องจากถ้อยแถลงที่น่าเสียใจยิ่งจากเพื่อนร่วมงานฝ่ายกัมพูชา

เป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่ข้าพเจ้าได้เห็นว่ากัมพูชายังคงพยายามแสดงตนว่าเป็นผู้ตกเป็นเหยื่ออยู่ตลอดเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า กัมพูชาได้อ้างข้อเท็จจริงในมุมมองของตนเอง ซึ่งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ก็ปรากฏว่าเป็นเพียงการบิดเบือนความจริง 

เราทราบดีว่าใครคือ “เหยื่อที่แท้จริง” - - เหยื่อที่แท้จริงคือ ทหารไทยที่สูญเสียขาจากกับระเบิด เด็กนักเรียนที่โรงเรียนถูกปืนใหญ่ถล่ม และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้าแต่กลับตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยจรวดจากกัมพูชา

เมื่อวานนี้ ข้าพเจ้าได้พบเพื่อนร่วมงานฝ่ายกัมพูชาในห้องโถงขององค์การสหประชาชาติ เราหารือกันถึงเรื่องสันติภาพ การเจรจา ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ต่อมา ประเด็นนี้ยังได้รับการเน้นย้ำอีกครั้งในการปรึกษาหารือไม่เป็นทางการที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ เราขอชื่นชมประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทุ่มเทต่อสันติภาพ

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวในวันนี้กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวเมื่อวาน

ที่ประชุมนี้ ได้เผยให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของกัมพูชา ข้อกล่าวหาเหล่านี้เกินเลยจนเหมือนเป็นการเยาะเย้ยความจริง...

กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มความขัดแย้งมาตั้งแต่ต้น โดยมีเจตนาในการขยายข้อพิพาทชายแดนให้กลายเป็นความขัดแย้งระดับชาติ และผลักดันไปสู่เวทีระหว่างประเทศอีกครั้ง ดังที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้

หมู่บ้านที่เพื่อนร่วมงานฝ่ายกัมพูชากล่าวถึงนั้น ตั้งอยู่ในดินแดนไทย — เรื่องนี้ชัดเจน ไม่ควรมีข้อโต้แย้งใด ๆ อีก

แท้จริงแล้ว หมู่บ้านเหล่านี้เกิดขึ้น และดำรงอยู่ได้เพราะประเทศไทยได้ตัดสินใจบนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม เปิดพรมแดนของเราในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เพื่อให้ชาวกัมพูชาหลายแสนคนที่หนีสงครามกลางเมืองในประเทศตน ได้เข้ามาหลบภัยในประเทศไทย

เราตัดสินใจเช่นนั้นด้วยความกรุณาและหลักมนุษยธรรม และในฐานะนักการทูตหนุ่ม ข้าพเจ้าได้เห็นภาพเหล่านั้นด้วยตนเอง

แม้ว่าสงครามกลางเมืองจะสิ้นสุดลงและค่ายผู้ลี้ภัยได้ปิดตัวไปแล้ว แต่หมู่บ้านกัมพูชาได้ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

แม้ประเทศไทยจะประท้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กัมพูชาก็มิได้สนใจแก้ไขปัญหาการรุกล้ำนี้

และเมื่อสันติภาพกลับคืนสู่กัมพูชา หลังจากความตกลงสันติภาพปารีส ปี ค.ศ. 1991 เราก็อยู่ที่นั่นเพื่อช่วยฟื้นฟูและบูรณะประเทศกัมพูชา เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เราสร้างบ้าน ถนน โรงพยาบาล เพราะสันติภาพในกัมพูชาเป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยเช่นกัน

นี่แหละคือสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านควรทำให้กันและกัน!!

แม่ทัพภาค 2 นำทหารสดุดีวีรชน สร้างขวัญใจ ปลุกจิตสำนึก ร้องเพลงชาติไทย ดังกึกก้อง!! บนจุดสูงสุดของ ‘ภูมะเขือ’

(28 ก.ย. 68) เพจเฟสบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่าแม่ทัพภาคที่ 2 นำเหล่าทหารกล้า ร้องเพลงชาติไทย ณ ยอดภูมะเขือ ยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำเหล่าทหารกล้าเชิญธงชาติและร่วมร้องเพลงชาติไทย ณ ยอดภูมะเขือ ประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณใน “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day)”

และสดุดีวีรชนทหารกล้าผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทย ธงชาติไทยที่โบกสะบัด คือสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรี ทหารไทยจะยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินนี้ด้วยชีวิต ไม่ให้สูญเสียแม้เพียงตารางนิ้ว

‘ชูวิทย์’ ซัดเดือด!! ‘กทม.’ กรณีถนนทรุด ลั่น!! อย่าเอาภาษี อุ้ม!! ความผิด ผู้รับเหมา

(28 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ ถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล ว่า …

ถนนสามเสน ละคร กทม.

กทม. มหานครเมืองใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนมากมายติดอันดับโลก

ช่วงนี้มีแต่สาธารณภัย ตั้งแต่ตึก สตง. ถล่ม ตามมาด้วยไม่กี่วันก่อน ถนนสามเสนพังทรุดเป็นหลุมใหญ่

ทุกคนออกมาวิเคราะห์หาสาเหตุ ช่วยกันแก้ไข

แต่ … ถนนสามเสนเป็นถนนสาธารณะ ขึ้นทะเบียนในความดูแลของสำนักการโยธา กทม.

ที่มันถล่มเสียหายหนักออกข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลกเป็น “สาธารณภัย” เกิดจากฝีมือใครมิทราบ?

ธรรมชาติ หรือ ฝีมือมนุษย์?

การก่อสร้างอุโมงค์มีผลให้เกิดความเสียหายแบบนี้หรือไม่?

ตรงนั้นมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นเหตุทำให้ถนนพังหรือไม่?

กทม. ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายควบคุมอาคาร ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชน

ต้องพิสูจน์ทราบสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เพราะที่เสียหายเป็นถนนสาธารณะของ กทม. เป็นทรัพย์สินของราชการ

แถมยังมีอาคารบ้านเรือน รถรา เสียหายอีก จำนวนมาก

การแก้ไขปัญหา ซ่อมถนน มีคนมีความรู้ด้านวิศวกรรมมากมายออกมาวิเคราะห์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ท่านก็จบวิศวะ

นายกฯ ก็จบวิศวะ

แต่ที่เป็นปัญหา คือ มีใครรับผิดชอบงานนี้ไม่ทราบ?

เพราะถามเรื่องนี้กับนายกฯ หนู ท่านดันเงียบ เดินหนีนักข่าว

ผมในฐานะผู้เสียภาษีที่ดินให้ กทม. ปีละเกือบ 10 ล้านบาท จึงมีสิทธิจะถามว่า

กทม. เอาเงินงบประมาณจากไหนไปแก้ไขซ่อมแซม?

สรุปได้ความว่า ใครต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายนี้?

การเร่งรีบดำเนินการซ่อมแซมให้คืนสภาพตามหลักวิศวกรรมโดยเร็วเป็นเรื่องที่ดี

แต่ความเสียหายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับถนน รวมถึง ท่อประปา เสาไฟฟ้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหรือเปล่าว่า

เหตุเกิดขึ้นด้วยความผิดพลาดของผู้รับเหมา ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือไม่?

หากท่านผู้ว่าฯ จะเอาภาษีของคน กทม. ไปจ่ายแทนผู้รับเหมา มันดูไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่จู่ๆ ถนนทรุดเองโดยไม่มีสาเหตุ

เวลาไฟไหม้ยังโทษกันว่า ไฟช็อตบ้านเรือนข้างเคียงเสียหายไม่มีใครรับผิด ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ

จึงขอให้สอบสวน และให้ความเป็นธรรมกับคน กทม. ด้วยว่า “ค่าเสียหาย” ทั้งหมด ใครจะรับผิดชอบ?

กทม. จะเอาภาษีไปจ่ายแทนหรือไม่?

หากไม่ จะเอาเงินของใคร?

เอาเงินจากบริษัทรับเหมา หรือเอาเงินภาษีที่มาจากประชาชนคนกรุงเทพฯ ไปจ่าย?

ไม่ใช่แสดงละครแห่ไปเดินตรวจกัน แต่ไม่มีใครไล่เบี้ยหาคนรับผิดชอบ

ประเมินเงินค่าซ่อมต้องมีระดับพันล้านแบบนี้

ใครรับผิดชอบงานนี้ ช่วยบอกที

ขอตะโกนถามดังๆ แทนคน กทม.

BRIC Superbike สนาม 3 ระเบิด!! ความเร็ว เปิดโหวต Hero of the Race & Bike Queen

(28 ก.ย. 68) ทัพนักบิดไทย-เทศ ดวลคันเร่งรอบควอลิฟาย เพื่อชิงอันดับสตาร์ตสุดเดือด! "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชีย จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม  คืนฟอร์มคว้าโพลรุ่นใหญ่เหนือ "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น คว้าโพลไปครองในรุ่นซูเปอร์สต๊อก 1000 ซีซี ลุ้นสร้างสถิติแชมป์ 3 สนามรวดในรอบไฟนอลวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 วันที่ 26-28 ก.ย.ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เวทีสำคัญที่มีนักบิดทั้งไทยและต่างชาติทำการแข่งขันมากมาย เช่นอังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้วยมาตรฐานการจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานของสนามแข่งระดับ MotoGP เดินหน้าเข้าสู่โปรแกรมการจับเวลารอบ ควอลิฟาย ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ท่ามกลางความท้าทายของนักบิดทุกคน ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นและเปลี่ยนเป็นฝนตกได้ตลอดเวลา

ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของ นักบิดจอมเก๋าดีกรีแชมป์ประเทศไทยและแชมป์เอเชียหลายสมัยอย่าง "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 37.607 วินาที เหนือ "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี นักบิดประสบการณ์สูงจาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม กริดที่ 2 อยู่ 1.073 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ "บอล" จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.247 วินาที ตามด้วยดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง "มิกซ์" ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ในกริดที่ 4 ตามหลัง 1.935 วินาที

ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) กริดที่ 1 ของเป็น นทีธาร ทองโคตร จากทีม ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น ที่ปีนี้คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าโพลไปครอง ด้วยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด 1 นาที 40.491 วินาที ขนาบข้างด้วย ตะวัน ตั้งตรงกิจเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.730 วินาที และกริดที่ 3 เป็นของ อภิเดช บุญศรี จาก จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 0.896 วินาที

ขณะที่ตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) ตกเป็นของ "ไฮเปค" กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม แชมป์ 2 สนามติดต่อกัน  ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.582 วินาที เฉือน "ข้าวกล้อง" จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อันดับ 2 เพียง 0.002 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 ตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามหลังเพียง 0.078 วินาทีเท่านั้น ด้าน โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม จะเริ่มกมจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.455 วินาที

ด้านการควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ผลปรากฏว่า “พีไนท์” กันตพัฒน์ แยบการไถ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ด็อกเตอร์ไบค์ ไวส์ อาร์เค เอฟซีซี ไฮสปีด ดำ จันทรบุรี ดั๊กแฮมส์ ช่างขวัญเชียงใหม่ ที่ผงาดคว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.343 วินาที เฉือนคู่หูนักบิดจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อย่าง "ฟอง" คณาทัต ใจมั่น และ "เอิร์ธ" ธุรกิจ บัวผา ในแถวหน้าคนละ 0.463 วินาที และ 0.489 วินทีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการควอลิฟายในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ยังคงเป็นนักแข่งต่างชาติที่ฟอร์มร้อนแรง โดยตำแหน่งโพลตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.123 วินาที เหนือ หนี เถียน นักบิดจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ อันดับ 2 ถึง 1.248 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ทัสมาย คาเรียปปา นักบิดอินเดียอีกคนจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลัง 1.263 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ (Main Race) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน บริเวณทางขึ้น Grandstand ราคาเพียง 100 บาท/วัน และ บัตรวีไอพี 500 บาท/1 วัน  หรือชมสดได้ทั้งออนแอร์และออนไลน์ โดยช่องทางออนไลน์  ผ่านเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2025 และ Youtube : Chang International Circuit เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป สำหรับการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 68 เวลา 14.45-17.45 น. แฟนๆ ในประเทศไทยสามารถรับชมผ่าน ช่อง True Sports 1 (ช่อง 666)  ส่วนผู้ชมต่างประเทศสามารถรับชมได้ทางกล่อง MVBOX (สปป.ลาว: ช่อง MVL, เมียนมาร์: ช่อง MVM) และ YouTube : TVB Thailand

โดยในสนามที่ 3 นี้ยังมีกิจกรรมใหม่เอาใจ แฟนความเร็ว ได้แก่ กิจกรรม ‘Hero of the Race’ โหวตนักบิดขวัญใจ ในแต่ละรุ่นของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. นี้ เพียง สแกน QR Code ที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการแข่งขันในแต่ละรุ่น โดยจะประกาศผลวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ทางเพจ Chang Circuit Buriram และโหวต “Bike Queen Dancing”  ดวลการเต้นประชันความเซ็กซี่ของเหล่าสาวสวยประจำศึก สนามที่ 3 ทางเพจ Chang Circuit Buriram โดยคลิปไหนมียอด Like และ Share รวมกันสูงที่สุด จะได้รับรางวัลพิเศษทันที เปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึง วันที่ 3 ต.ค.  และประกาศผลในวันที่ 6 ต.ค.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top