Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

'วัดมหาธาตุวชิรมงคล' เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ใต้พระบารมี ในหลวงรัชกาลที่ 10

เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา  6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลไทยดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วประเทศ โดยกำหนดระยะเวลาขอบเขตการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้พระบรมราชานุญาต จัดสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ ปัจจุบันเป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญ ศูนย์ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของพสกนิกรชาวไทย วัดมหาธาตุวชิรมงคล พระอารามหลวงสังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ บนเนื้อที่ 111 ไร่เศษ ชื่อเดิมคือ วัดบางโทง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2483 ในปี พ.ศ. 2545 เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน พระราชวชิรากร (พิศาล ปุรินฺทโก) พิจารณาเห็นว่า วัดมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงได้ทำการรื้อถอนอาคารเสนาสนะ แล้วดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี ยกระดับให้วัดบางโทง เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรม-บาลี ของพระภิกษุ-สามเณร

พร้อมเสนอกรรมการมหาเถรสมาคม ขอจัดสร้างพุทธสถานและพระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระมหาธาตุเจดีย์มีความสูงประมาณ 95 เมตร เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในภาคใต้ ประดับตกแต่งคล้ายคลึงกับมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ประเทศอินเดีย 

ภายในพระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ และตกแต่งด้วยลายกระหนก ลายไทยอ่อนช้อย โดยรอบของวัดยังมี รูปเหมือนหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ ที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 9 นิ้ว พระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร อุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในมีภาพเขียนพุทธประวัติ

ในวันที่ 11 มกราคม 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์พระมหาธาตุเจดีย์ และทรงเททองหล่อพระพุทธปฏิมาประจำพระชนวารในโครงการดังกล่าว

จากนั้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามวัดบางโทงให้ใหม่ เป็น “วัดมหาธาตุวชิรมงคล” พร้อมทั้งให้อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ “ม.ว.ก.” ขึ้นประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถ ขณะที่พระพุทธปฏิมาประจำพระชนมวารฯ ให้ใช้พระนามว่า “พระพุทธทักษิณชัยมงคล”

กระทั่งต้นปี 2567 รัฐบาลไทย จัดตั้งโครงการ “ธรรมยาตรา พระบรมสารีริกธาตุ มหานทีคงคาลุ่มน้ำโขง ก้าวสู่ศตวรรษแห่งธรรม" พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 

โครงการธรรมยาตราพระบรมสารีริกธาตุจากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง ส่งเสริมสถาบันศาสนาพลังแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศมีศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาประเทศไทยเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ กันอย่างเนืองแน่น มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ให้ประชาชนเข้าสักการะ 4 ภาค ภาคกลาง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง, ภาคเหนือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่, ภาคอีสาน วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี และภาคใต้ ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ ก่อนส่งมอบพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุกลับไปให้รัฐบาลอินเดีย

ล่าสุดโครงการบรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทั่วประเทศ จังหวัดกระบี่ ร่วมกับวัดมหาธาตุวชิรมงคล จัดทำโครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศล ดำเนินโครงการฯ ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2567(จำนวน 24 วัน) ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นพระราชกุศล ผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล เริ่มจากวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเทพวชิรากร เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล ถวายเทียนพรรษา 9 วัด เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณร ได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

สำหรับ 9 วัด ที่ทำการถวายเทียนพรรษา ได้แก่ วัดราษฎร์อุปถัมภ์ และวัดศรัทธาราม จังหวัดพังงา, วัดนาเหนือ, วัดเขาต่อ, วัดบ้านนา, วัดบางเงิน, วัดบางเหียน, วัดถ้ำสายชล และวัดปากน้ำ จังหวัดกระบี่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 083-5240855  พระครูปลัดญาณพล ญาณปญฺโญ โครงการบรรพชาอุปสมบท เฉลิมพระเกียรติฯ วันที่ 11 กรกฎาคม  นำนาค (150 คน) เข้าวัด, วันที่ 13 กรกฎาคม โกนผมนาค, วันที่ 14 กรกฎาคม พิธีบรรพชา, วันที่ 15 กรกฎาคม บิณฑบาตโปรดสัตว์, วันที่ 18-21 กรกฎาคม วิปัสสนากัมมัฏฐาน, วันที่ 20 กรกฎาคม เวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา, วันที่ 21 กรกฎาคม ภิกษุ-สามเณร 150 รูป บิณฑบาต เนื่องในวันเข้าพรรษา และวันที่ 28 กรกฎาคม เจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

‘ธนกร’ ยัน ‘สส.รทสช.’ พร้อมทำงานทันทีที่เปิดประชุมสภาฯ เตรียมเดินหน้า ‘รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง’ ปรับราคาพลังงาน เพื่อปชช.

(6 ก.ค.67) นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง 36 สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เราพร้อมเต็มที่ ในการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ หลายฉบับ โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนหลายเรื่อง โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับแนวทาง ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’ การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหัวหน้าพรรคและทีมกฎหมายของพรรคได้เร่งดำเนินการเพื่อเตรียมยื่นบรรจุวาระเพื่อ ต้องการสร้างความเป็นธรรมด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศโดยเร็ว

นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่ากรณีฝ่ายค้านเสนอให้เพิ่มวันในการประชุมสภา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะเร่งพิจารณากฎหมายสำคัญให้ออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร็ว แต่ขณะเดียวกัน สส. เป็นผู้แทนประชาชน ควรจัดเวลาลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อจะนำเข้าสู่การหารือและแก้ปัญหาผ่านสภาต่อไป จึงเป็นเรื่องการบริหารเวลาให้เหมาะสมเพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและพี่น้องประชาชน

“สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดยนายพีระพันธุ์ และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เราพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนในสภาพิจารณากฎหมายที่สำคัญให้ออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จะส่งผลดีโดยตรงในการลดค่าครองชีพ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน จึงมองว่าประชุมกี่วันเราก็พร้อม แต่ที่สำคัญสส.ก็ต้องลงไปรับฟังปัญหาจากประชาชนให้ครบทุกพื้นที่ด้วย จึงเห็นว่าควรบริหารเวลาให้เกิดความเหมาะสมเกิดประโยชน์ที่สุด“ นายธนกร กล่าวทิ้งท้าย

(สุรินทร์) พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบ ประกาศนียบัตรพิธีปิดการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2567

เมื่อวันที่ (6 ก.ค.67) ที่ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร ในพิธีปิดการฝึกทหารใหม่ผลัดที่ 1/2567 และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลที่มีผลการฝึกดีเด่น จำนวน 6 นาย จากนั้นได้จัดให้มีการแสดงความสามารถ ด้านการต่อสู้ด้วยดาบโบราณ การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย และการแสดงการสู้รบ การเสียสละชีพปกป้องอธิปไตยของชาติไทย จากน้องทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2567 มณฑลทหารบกที่ 25 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 

ทั้งนี้ตามนโยบายกองทัพบก ได้จัดให้มีพิธีปิดการฝึก และพิธีมอบใประกาศนียบัตร ทหารกองประจำการที่ผ่านการฝึกตามหลักสูตรการฝึกทหารใหม่เบื้องตัน 6 สัปดาห์ สำหรับทหารทุกเหล่าของกองทัพบก และ การฝึกทหารใหม่เฉพาะหน้าที่นั้น ซึ่งดำเนินการฝึก มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2567และการฝึกทหารใหม่เฉพาะหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน ถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ณ หน่วยฝึกทหารใหม่มณฑลทหารบกที่ 25 โดยมีกำลังพลที่เข้ารับการฝึก จำนวน 130 นาย 

โดยมี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25,ฝ่ายเสนาธิการ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 กำลังพล และญาติทหารใหม่ เข้าร่วมในพิธีปิดการฝึก ซึ่งผลการประเมินการฝึกคิดเป็นร้อยละ 80 ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ 'ดี'   

ซีอีโอ ‘Robinhood’ เคลื่อนไหว หลังเตรียมยุติการให้บริการ ในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ เปิดแพลตฟอร์ม ‘TalentOfRobinhood’ ช่วยพนักงานกว่า 100 คน หางานใหม่

เมื่อวานนี้ (5 ก.ค.67) หลังจาก ‘เอสซีบี เอ็กซ์’ (SCBX) ประกาศยุติการให้บริการแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ ‘โรบินฮู้ด’ (Robinhood) ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 เวลา 20.00 น. หลายฝ่ายก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงมาตรการเยียวยาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ ร้านค้า และพนักงานของบริษัท

ล่าสุด ‘นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘TalentOfRobinhood’ เพื่อเป็นพื้นที่ในการหางานของพนักงาน Robinhood โดยล่าสุดที่ได้ตรวจสอบ ปรากฏรายชื่อพนักงานบนเว็บไซต์ https://talentofrobinhood.com/ จำนวน 176 คน ซึ่งมีตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงและพนักงานระดับปฏิบัติการในฝ่ายต่าง ๆ

ทั้งนี้ เนื้อความจากโพสต์บนเฟซบุ๊กของ ‘นายกวีวุฒิ’ ระบุว่า

‘The Last Product of Robinhood’

สวัสดีครับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ
เชื่อว่า หลาย ๆ คนทราบข่าวแล้ว
Robinhood Delivery จะปิดบริการวันที่ 31 ก.ค. นี้แล้วครับ
‘แอปเพื่อคนตัวเล็ก’ นี้ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน
ที่ได้ให้โอกาสแอปไทย อย่างพวกเราบริการมาตลอด 4 ปี ครับ
แม้ ‘แอป’ เราจะปิดไปแล้ว
แต่หน้าที่ผมในฐานะ ‘CEO คนสุดท้าย’ ยังไม่จบครับ

ผมพูดได้อย่างเต็มปากเลยครับ
ว่าผม ‘ภูมิใจ’ และ ‘รัก’ ทีมงาน Robinhood ทุกคน
ต้องขอขอบคุณ คุณอาทิตย์ พี่โจ้ พี่บิ๊ก ที่ได้เปิดโอกาสที่แสนพิเศษนี้ให้กับผม
ผมได้เรียนรู้ first hand ว่า ‘คนฝีมือดี ทัศนคติดี นิสัยดี ที่ไฟลุกโชน’
เมื่อมาอยู่รวมกันปริมาณมาก เราสร้างสิ่งที่ extraordinary ได้มากมาย

เรา operate ธุรกิจได้ถึง 7 ธุรกิจในเวลาเดียวกัน (ใช่ครับ ออกจะเยอะไปสักนิด)
Food Delivery/ Mart/ Express/ OTA (Online Travel Agent)/ Ride Hailing/ Lending/ EV Rental 
เราส่งมอบ ‘คุณภาพ’ บริการให้มีมาตรฐานสูง สำหรับลูกค้าหลายล้านคน

เรา bring tech home บริหารจัดการ technology เองได้ในระยะเวลา 1 ปี vendor หายหมด 
เราสร้างกระบวนการ product development ที่ technology company หนึ่งพึงจะทำได้สำเร็จ 
เรามีหลังบ้านที่แข็งแกร่งกว่าใคร ๆ เพราะเราเป็น super app ที่ต้องทำตามกฎระเบียบแบงค์ชาติ 
เรามี Accountability ไว้ใจทีมงานหน้างานให้ตัดสินใจ รับผิดชอบงานได้เต็มที่ วัดผลได้ 

เรา Boundaryless กล้าฟีดแบ็ก รับฟีดแบ็ก แบบต่อหน้า อย่างถูกวิธี ไม่ cross net 
เรา Customer-Centric ‘ลูกค้าได้อะไร’ คือคำถามติดปากพนักงานทุกคน 
เรา Data-Driven ข้อมูลอยู่ที่ไหน เอามาดูกัน ใช้ในการตัดสินใจทุกสิ่ง 
เรา Enjoy the moment 
เราหาท่าสนุกกับงานตรงนี้ เพื่อน ๆ ตรงนี้ โมเมนท์ตรงนี้ ในทุก ๆ วัน 
เรารู้ว่า Culture is Behaviour 
เราจึงเริ่มจากปรับ ‘พฤติกรรม’ ของตัวเอง 
เราถนัดทำงานกับคนที่หลากหลาย เราทะเลาะกันบ้าง เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
เรารัก ‘เพื่อนของเรา’ และ ‘ภาคภูมิใจในงานของเรา’

แน่นอนธุรกิจ platform ลักษณะนี้ มันมีความท้าทายต่าง ๆ นานา Business Model ที่ burn เงิน แถมไม่มี scale ที่มันควรจะเป็น ในตลาดที่คู่แข่งเราเก่ง ๆ กันทุกคน

Robinhood Delivery ก็มาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ แต่ TalentOfRobinhood กลุ่มนี้ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ช่วยสนับสนุนต่อได้ครับ

ไฟแห่งการทำงานพวกเขายังลุกโชนอยู่ ไม่มอดหายไปแม้แต่นิด พวกเขายังมี ‘อนาคต’ สร้างสรรค์สังคมได้อีกแยะ

ด้วยความเชื่อนี้ ผมจึงขออนุญาตภูมิใจนำเสนอ

https://talentofrobinhood.com/

เว็บไซต์เล็ก ๆ ที่ผมเองลงมือเป็น Lead Product Owner เพื่อให้ใช้งานง่ายที่สุด สำหรับ recruiter ทุกท่าน ทีมงานเล็ก ๆ เสกมันขึ้นมาในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ เพื่อช่วยน้อง ๆ ของเราหางาน

ภายในเราจัดหมวดหมู่ไว้ดูง่าย
ดูแบบเรียงแถว ดูแบบ org chart
ชอบคนไหน กด save ไว้ดูทีหลังได้
แต่ละคน เก่งอะไร รับผิดชอบอะไร มองหางานแบบไหน
ข้อมูลพนักงานถูกต้อง ครบถ้วน ได้รับ consent เรียบร้อย
ให้ติดต่อตรงได้เลย ตามสะดวก

ถ้าพี่ ๆ เพื่อน ๆ คิดว่า คุณสมบัติพนักงานด้านบน เป็นสิ่งที่องค์กรต้องการ
ผมกราบฝากสนับสนุน TalentOfRobinhood กลุ่มนี้ ด้วยการกด ‘Share’ สักหนึ่งครั้ง เขียนข้อความสั้น ๆ ให้กำลังใจพวกเขา และเข้าไปเยี่ยมชม https://talentofrobinhood.com/

ส่งให้ HR ขององค์กรคุณ เผื่อเอาไว้นะครับ

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่สนับสนุน Robinhod มาโดยตลอดครับ
ขอบคุณจริง ๆ จากหัวใจ ชาว RBH ทุกคน
ฝากสนับสนุน The Last Product of Robinhood ด้วยนะครับ

https://talentofrobinhood.com/

จนกว่าจะพบกันใหม่

ต้อง กวีวุฒิ
CEO, Purple Ventures

'ดร.ก้องเกียรติ' ชี้!! 'ธุรกิจคาร์บอนต่ำ' โอกาสทองของ SME 'ลดต้นทุน-สร้างรายได้-ช่วยรักษ์โลก' เพียงแค่เปลี่ยนมุมมอง

จากรายการ THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ ดร.ก้องเกียรติ สุริเย ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิต และประธานกรรมการ บริษัท จีอาร์ดี จำกัด ในประเด็น 'ความสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจคาร์บอนต่ำ' โดย ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า...

ธุรกิจคาร์บอนต่ำ หมายถึง ธุรกิจที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ในปริมาณต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับท้องตลาดที่มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น...

ถ้าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับผลไม้ส่งออก เช่น ลำไย กระบวนการอบลำไยหลัก ๆ ก็ต้องมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จำนวนมากอยู่แล้ว เนื่องจากมันมีการบ่มแก๊ส แต่ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการอบลำไยของเราไม่ให้ใช้แก๊สหรือใช้วิธีการอื่น ๆ แทน เพื่อปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลง ก็จะทำให้มีความต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่พอเทียบวัดจำนวนคาร์บอนฟุตพริ้นท์แล้ว ของเราก็จะมีปริมาณที่ต่ำกว่า และก็เรียกได้ว่าเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำไปโดยปริยาย

เมื่อถามว่าปัจจุบันผู้ประกอบการ SME มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกร้อนด้วยหรือไม่อย่างไร? ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า ในเชิงธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ 

1.การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง เช่น การใช้เชื้อเพลิงในการดำเนินธุรกิจ 

2.การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยอ้อม เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่โรงไฟฟ้า 

3.การดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ จัดจ้าง ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย การบริการ ล้วนเกี่ยวข้อง 

ซึ่ง ผู้ประกอบการ SME เป็นผู้ซัปพลาย (Supply) ให้กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่โดยตรง ทำให้มีความผูกพันกันเป็นห่วงโซ่ 

ดร.ก้องเกียรติ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ของประเทศไทยมีจำนวนกว่า 95% สร้างการจ้างงานกว่า 50% แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ ฉะนั้นถ้าผู้ประกอบการ SME ร่วมแรงร่วมใจกันลดโลกร้อน ก็จะได้รับประโยชน์คืนกลับมามากมาย ดังนี้...

1.สามารถลดพลังงานที่ใช้และลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ 
2.สามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตสร้างรายได้กลับมาหรือใช้ในองค์กร 
3.เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่สินค้าคุณภาพสูงได้ ซึ่งเป็นตลาดใหม่เรียกว่า Green Market Sector 

ทั้งนี้ การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำของผู้ประกอบการ SME มีวิธีการและรายละเอียดมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ SME ไปพร้อมกับการหยุดสภาวะโลกเดือดด้วยการดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำร่วมกับการสร้างโอกาสใหม่ของธุรกิจด้วยคาร์บอนเครดิต บรรยายโดย ดร.ก้องเกียรติ สุริเย วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เวลา 13.00-16.30 น. โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์เพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ https://bit.ly/45fVVxL 'โอกาสทองของ SME ที่ไม่ควรพลาด'

เชียงใหม่-กิจกรรมโครงการกองพันสีขาว สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด กองบิน 41

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 กองบิน 41 จัดกิจกรรมโครงการกองพันสีขาว สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด กองบิน 41 โดยมี นาวาอากาศเอก จตุรงค์ รักสุภาพ เสนาธิการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้บังคับกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41 ข้าราชการกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41 และทหารกองประจำการ กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41 ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41
     
กิจกรรมกองพันสีขาว สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด กองบิน 41 จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นตามหลักยุทธศาสตร์การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดกองทัพอากาศ ซึ่งภายในกิจกรรมจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษ, พิษภัย และผลกระทบจากยาเสพติด ให้กับทหารกองประจำการกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 41 โดยเรียนเชิญ คุณทิพากร ชีวสกุลยอง หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักงานปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมคณะฯ มาบรรยายให้ความรู้ในครั้งนี้

'สำนักงานตำรวจแห่งชาติ' จับกุม การลักลอบเล่นพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 กว่า 3,000 คน ดำเนินคดี 165 เว็บพนัน พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 1,900 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 เดินหน้าปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์อย่างต่อเนื่อง ตลอดห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม 2567 จับกุมผู้ต้องหารวม 571 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 442 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 6 คน , ผู้เล่น 436 คน เงินหมุนเวียน 55,888 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 23 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 129 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 28 คน , ผู้เล่น 101 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 423,042,499 บาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 3,197 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 2,555 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 45 คน , ผู้เล่น 2,488 คน เงินหมุนเวียน 395,642 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 165 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 642 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 91 คน , ผู้เล่น 551 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 1,924,770,670 บาท 

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า การพนันฟุตบอลมีความผิดตามกฎหมายในหลายมาตรา โดยกลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12(2) มีอัตราโทษโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , การจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อาจถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 5 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย

ในส่วนของผู้เล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12(2) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ประกาศ โฆษณา ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ หากการกระทำความผิดเป็นไปในลักษณะมีการชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมี ความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ผู้ปกครองหรือผู้กระทำผิดก็อาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ในมาตรา 26 (3) ประกอบ มาตรา 78 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกด้วย

‘CNBC’ เผย รายงานผลสำรวจ ‘ไทย’ ติดอันดับ ประเทศที่ต่างชาติ อยากย้ายมาอยู่ ชี้!! มีความสุขที่ได้ ‘มาอาศัย-มาทำงาน’ วัดจากค่าครองชีพที่ต่ำ แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

(6 ก.ค.67) สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงาน ผลสำรวจล่าสุดจาก Expat Insider ของ InterNations ซึ่งเป็นชุมชนระดับโลกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ระบุว่า ‘ปานามา’ เป็นประเทศที่ชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยและทำงานมีความสุขที่สุดในโลก

ผลสำรวจฉบับนี้ได้ทำการสำรวจชาวต่างชาติจาก 53 ประเทศ จำนวนกว่า 12,500 คนในเดือนก.พ. เกี่ยวกับความพึงพอใจในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ พบว่า ชาวต่างชาติส่วนใหญ่กว่า 82% มีความพอใจกับการใช้ชีวิตในปานามา เพราะค่าครองชีพต่ำ และกว่า 71% พอใจกับการได้รับค่าครองชีพอย่างยุติธรรม รวมไปถึงเหตุผลทางด้านการเงินเพื่อเกษียณอายุ หรือเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

นอกจากนี้ การย้ายไปอยู่ปานามาในฐานะชาวต่างชาตินั้นง่าย ทั้งการหาที่อยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายที่ราคาไม่แพงอีกด้วย และชื่นชอบอากาศเขตร้อนของปานามา ซึ่งเป็นทางเลือกในการพักผ่อนทั้งชายหาด ภูเขา และป่าฝน

รายงานของ InterNations จัดอันดับ 53 ประเทศทั่วโลกจากเรื่องคุณภาพชีวิต ความสะดวกของที่อยู่อาศัย การทำงานในต่างประเทศ การเงินส่วนบุคคล และ ‘สิ่งจำเป็นสำหรับชาวต่างชาติ’ ซึ่งครอบคลุมเรื่องที่อยู่อาศัย การบริหาร ภาษา และชีวิตดิจิทัล

สำหรับ ‘ประเทศไทย’ ติดอันดับ 6 จาก 10 ประเทศที่ชาวต่างชาติมีความสุขที่สุดจากการเข้ามาอาศัยและทำงาน 
1. ปานามา
2. เม็กซิโก
3. อินโดนีเซีย
4. สเปน
5. โคลอมเบีย
6. ประเทศไทย
7. บราซิล
8. เวียดนาม
9. ฟิลิปปินส์
10. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

‘รัฐบาล’ บูรณาการร่วมมือ ‘ภาคเอกชน’ สร้างระบบ ‘แจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือ’ คาด!! เสร็จต้นปี 2568 พร้อมใช้ได้ถึง 5 ภาษา ‘เศรษฐา’ สั่งเดินหน้าให้ต่อยอดความสำเร็จ

(6 ก.ค.67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ผลสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมจัดทำ Cell Broadcast Service หรือ CBS ระบบเตือนภัยฉุกเฉินในพื้นที่จริงครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินที่ทั่วโลกใช้งาน สามารถส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการทุกเครื่อง โดยทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย สามารถรับข้อความได้พร้อมกันทันที เพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างทันท่วงที ช่วยสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน CBS เป็นเครื่องมือสำคัญในการแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน สามารถแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินได้ 5 ภาษา ทั้ง ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้า โดยจะส่งข้อความแจ้งเตือนภัยในรูปแบบ ข้อความ ตัวอักษร รูปภาพ และเสียง ทั้งยังมีสัญญาณเสียง และข้อความที่แสดงบนหน้าจอ (Pop up) รวมถึงรองรับ Text to Speech เทคโนโลยีช่วยเหลือที่อ่านออกเสียงข้อความ ทำให้มีประโยชน์ต่อการแจ้งเตือน แก่ผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็นอีกด้วย

สำหรับระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน CBS สามารถตั้งระดับการเตือนได้ 5 ระดับ ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยใช้ความร่วมมือกับฐานข้อมูลของภาครัฐ ประกอบด้วย 
1. การแจ้งเตือนระดับชาติ (National Alert) การแจ้งเตือนระดับสูงสุด ความสำคัญมากสุด และทุกคนในทุกพื้นที่เสาสัญญาณครอบคลุมจะทราบเหตุทันที 
2. การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (Emergency Alert) การแจ้งเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ภัยสึนามิ แผ่นดินไหว น้ำท่วมฉับพลัน หรือ ภัยจากคนร้าย เป็นต้น 
3. การแจ้งเตือนคนหาย (Amber Alert) ระบบตั้งเตือนข้อมูลเมื่อมีเด็กหายหรือคนหาย รวมทั้งการลักพาตัวเพื่อให้ประชาชนทราบข่าวเฝ้าระวัง และช่วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐสังเกตการณ์ รายงานผล ถ้าพบคนหายหรือคนร้าย 

4. ความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ระบบการแจ้งเตือนความปลอดภัยสาธารณะในพื้นที่ หรือการเฝ้าระวังกรณีแจ้งคนที่อยู่อาศัย ชุมชน และผู้สัญจรผ่านพื้นที่นั้น 
5. การแจ้งเตือนทดสอบ (Test Alert) ระบบทดสอบการแจ้งเตือนตามวัตถุประสงค์เฉพาะกิจต่าง ๆ โดยสามารถใช้งานเพื่อทดสอบก่อนขยายผลสู่การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนในระดับต่าง ๆ ต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า เนื่องจากเป็นระบบใหม่ในประเทศไทย จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม เรื่องอุปกรณ์ และการติดตั้งทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2568 ซึ่งเมื่อระบบพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ประชาชนทั่วประเทศจะได้รับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยให้คนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชื่นชมการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐและเอกชน ในการพัฒนาระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ ด้านสาธารณภัยของประเทศ ทั้งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ พร้อมสั่งการให้ต่อยอดเพิ่มความปลอดภัยให้คนไทย และนักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่” นายชัย กล่าว

‘ดร.อานนท์’ เผย ‘รุ้ง’ ไปศาลยอมรับสารภาพผิด ‘ม.112’ คาด!! มีคนบงการอยู่เบื้องหลัง แต่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึง

เมื่อวานนี้ (5 ก.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

ได้ข่าวว่าน้องรุ้งไปศาลวันนี้ แล้วยอมรับสารภาพว่ากระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สำหรับคดีวันนี้ทั้งหมด

อันอาจจะแปลความได้ว่า น้องรุ้งได้พิจารณาจากรูปคดีแล้ว คิดว่าสารภาพไปเลยให้ความร่วมมือยังจะได้ลดโทษบรรเทาโทษจากศาล

ขอให้น้องรุ้งได้รับความเมตตาจากศาลด้วยครับ ผมทราบว่าน้องรุ้งเองถูกผลักดันจากผู้ใหญ่ที่บงการเบื้องหลังน้อง แต่กฎหมายเอาตัวผู้บงการมิได้ คนบงการต่างหากที่ควรได้รับโทษเต็มๆ แต่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงครับ

แม้กระทั่งวันที่มาดีเบตกับผม น้องรุ้งก็มิได้เต็มใจจะมา และมิได้เตรียมตัวมาเลย นักวิชาการ นักการเมือง สีส้ม ล้มเจ้า ไม่มีใครยอมมาดีเบตกับอานนท์ แล้วบังคับส่งน้องรุ้งมา พร้อมกับเอกสารเป็นปึกที่น้องยังไม่ได้อ่านให้รู้เรื่องเลย แต่ก็ต้องมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากมาดีเบตกับอานนท์เลย น้องรุ้งยังบอกอีกว่าวันนี้หากเป็นรุ่นเด็ก ก็ควรจะเป็นเพนกวิ้น ไม่ควรจะเป็นหนู แต่เพนกวิ้น หอบหืดหนักต้องไปพ่นยาที่โรงพยาบาลแล้วมาไม่ได้หนูเลยต้องมาแทน

นี่คือตัวตนและชะตากรรมของน้องรุ้ง

ขอให้ทุกคน ให้ความเมตตาน้องรุ้ง ปนัสยา ด้วยนะครับ ผมกราบขอร้องครับ

ปล. น้องรุ้งไม่ได้หนีคดีนะครับ ขอยกย่องในข้อนี้ไว้ก่อนนะครับ

นอกจากนี้ ดร.อานนท์ ก็ยังได้กล่าวเสริมอีกด้วยว่า...

น้อง ๆ กลุ่มคณะราษฎร 2563 กลุ่มทะลุวัง กลุ่มทะลุแก๊ส กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มอื่นๆ ที่เคยกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทุกคนครับ อยากให้น้องทำเพื่อตัวเองโดยที่ 

หนึ่ง ให้ความร่วมมือกับศาลในการพิจารณาคดี อย่าแสดงพฤติกรรมไม่ร่วมมือกับศาลท่านตามคำยุยงของทะแนะทั้งหลายจะไม่ส่งผลดีต่อตัวน้องครับ

สอง ถ้ารูปคดีไม่มีทางต่อสู้ ยอมรับสารภาพผิดกับศาลท่านไปเถิดครับ จะได้รับความเมตตา โทษจะบรรเทาเบาบางลงไปมากกว่าครึ่ง

สาม อย่าหนีคดี คนเราทำสิ่งใดไว้ก็ต้องรับผลการกระทำนั้นอย่างกล้าหาญ

สี่ กลับใจ ถ้ารู้ว่าตนหลงผิดไป หรือรู้ว่าตนเองถูกหลอกใช้ แสดงพฤติกรรมที่ควรจะแสดงให้ถูกต้อง จะกราบขอพระราชทานอภัยโทษในที่สาธารณะก็ควรทำครับ 

ห้า ถ้ารู้ว่าตนเองถูกหลอกใช้ ถูกบังคับ ถูกละเมิด จะออกมาแฉเอง หรือจะให้สื่อช่วยแฉก็ทำได้ทั้งนั้น 

หก ถ้าคดีพิพากษาไปจนถึงที่สุดแล้ว ก็ให้ประพฤติตนดีในเวลาที่รับโทษ แล้วให้ทำเรื่องถวายฎีกาขอรับพระราชทานพระเมตตาในการอภัยโทษ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ

ผมมั่นใจว่า หลังจากคดีสิ้นสุดแล้ว การถวายฎีกาขอรับพระราชทานอภัยโทษ ขอรับพระราชทานพระเมตตา จะต้องถึงพระเนตรพระกรรณอย่างแน่นอน สำหรับคดีมาตรา 112 ที่น้อง ๆ ได้หลงผิดและพลาดไปแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top