Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร ประธานพิธี กดแท่นพิมพ์นำฤกษ์สร้างเหรียญเจริญพรเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูนันทจริยาภรณ์

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร ประธานพิธี กดแท่นพิมพ์นำฤกษ์สร้างเหรียญเจริญพรเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูนันทจริยาภรณ์(หลวงพ่อสมคิด นนฺทิโย) เจ้าอาวาสวัดบึงตาต้า  ต.หนองไร่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พร้อมด้วย หลวงพ่อสมคิด ประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมพิธีพร้อมแจกบัตรคิวผู้ที่มาร่วมจองเหรียญตั้งแต่เช้า
นายพิทักษ์ ศิริวงวงศ์ ประธานจัดสร้างวัตถุมงคล กล่าวว่าวัตถุมงคล เหรียญเจริญบน เนื้อทองคำ เหรียญน้ำเต้าใหญ่เนื้อทองคำเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูนันทจริยาภรณ์(หลวงพ่อสมคิด) เจ้าอาวาสวัดบึงตาต้า จำนวนจำกัด พร้อมทั้งจัดสร้างเหรียญวัตถุมงคลอีกจำนวนมาก เพื่อนำเงินรายได้สร้างพระมหาเจดีย์ประจำวัด งบประมาณ 5,000,000 บาท และ วันที่ 7 ตุลาคม 2567 นี้ จะมีพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่อีกครั้ง เรียนเชิญสาธุชนร่วมงานใหญ่ในครั้งนี้

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ‘พระธรรมโกศาจารย์’ (ท่านพุทธทาสภิกขุ) มรณภาพ ด้าน 'ยูเนสโก' ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

‘พระธรรมโกศาจารย์’ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม ‘ท่านพุทธทาสภิกขุ’ เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ท่านได้ตัดสินใจมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านพร้อมปวารณาตนเองเป็น ‘พุทธทาส’ เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด

ท่านพุทธทาสภิกขุได้บวชเรียนตามประเพณี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 ที่โรงอุโบสถวัดอุบล หรือวัดนอก ก่อนจะย้ายมาประจำอยู่ที่วัดพุมเรียง มีพระอุปัชฌาย์คือ พระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมาโล) รองเจ้าคณะเมืองในสมัยนั้น และมีพระปลัดทุ่ม อินทโชโต เจ้าอาวาสวัดอุบล และ พระครูศักดิ์ ธมฺรกฺขิตฺโต เจ้าอาวาสวัดวินัย หรือวัดหัวคู เป็นพระคู่สวด ท่านพุทธทาสภิกขุได้รับฉายาว่า อินทปญฺโญ ซึ่งแปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่

ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และยังมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังในการศึกษาศาสนาพุทธเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ

ทั้งนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 สิริรวมอายุ 87 ปี 67 พรรษา

หลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2548 องค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องให้ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านส่งเสริมขันติธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของมวลมนุษย์

‘Disney-Netflix’ ลั่น หยุดบริจาค หาก ‘เดโมแครต’ ไม่ยอมเปลี่ยนคนอื่นมาชน ‘ทรัมพ์’ มั่นใจ!! หายนะแน่ เพราะสภาพร่างกายไปต่อไม่ไหวแล้ว ชี้!! ดัน ‘แฮริส’ ขึ้นมายังดีกว่า

(7 ก.ค.67) หายนะจากงานดีเบทรอบแรกระหว่าง ไบเดน และ ทรัมพ์ ยังไม่จบง่ายๆ และดูเหมือนจะกลายเป็นสนิมเซาะกร่อนภายในพรรคเดโมแครตไปเรื่อยๆ เมื่อมีคนวงในพรรคหลายคน ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า ต้องการให้โจ ไบเดน ถอนตัวจากการแข่งขันเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 ที่จะถึงนี้ 

ทว่า โจ ไบเดน ยังยืนยันที่จะลงชิงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2 และ ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ABC News ว่า มีเพียง ฤทธานุภาพของพระเจ้าเท่านั้น ที่สามารถดลบันดาลให้เขายอมถอนตัวออกจากสนามชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ 

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ถ้าผลเกิดเลือกตั้งแพ้ทรัมพ์ขึ้นมา ไบเดนจะว่ายังไง? ไบเดนก็ตอบแบบลางไม่ค่อยดีว่า ‘ผมรู้สึกว่า ผมก็ทุ่มสุดตัวและทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำอยู่’

ฟังดูก็น่าเป็นห่วงอยู่ ว่า โจ ไบเดน วางเดิมพันกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยบุญเก่าของตัวเองล้วนๆ ถ้าเสียงสวรรค์ชาวอเมริกันจะเลือกไบเดน ก็อาจเพราะเห็นใจอยากให้ปู่อยู่ต่อ หรือเป็นแฟนคลับเดนตายของเดโมแครต ที่ไม่เกี่ยงว่าพรรคจะส่งใครมา ยังไงก็เลือก โดยไม่ต้องไปคาดหวังว่าปู่โจ ไบเดน ยังจะขึ้นบันได Air Force One ไหวหรือเปล่า

แต่เมื่อโจ ไบเดน ได้อ้างถึง ฤทธานุภาพของพระเจ้า ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในการดลใจมนุษย์หล่ะก็ พระเจ้าอาจไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ให้มนุษย์เห็นตรงๆ แต่ทำงานผ่านคนกลาง ผู้มีศักยภาพมากพอที่จะเสกอะไรก็ได้ ประหนึ่งลูกพระเจ้าได้เหมือนกัน 

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า กิจกรรมพรรคการเมืองขนาดใหญ่ระดับเดโมแครต จะขับเคลื่อนไม่ได้เลย หากไม่มีนายทุนผู้สนับสนุนพรรค ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่จะตัดสินใจบริจาคเงินสนับสนุนใครก็ต่อเมื่อเขามั่นใจว่าจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า และมองเห็นอนาคต

ซึ่งตอนนี้ ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเดโมแครตหลายคนเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในสภาพร่างกายของโจ ไบเดน แล้ว ว่าอาจเป็นตัวเลือกที่เสี่ยงเกินไป เมื่อต้องลงแข่งขันเลือกตั้งกับโดนัลด์ ทรัมพ์ ในครั้งนี้ 

หนึ่งในนายทุนรายใหญ่ที่สุดของเดโมแครตก็คือ อบิเกล ดิสนีย์ ทายาทอาณาจักรดิสนีย์ผู้มั่งคั่ง ออกมาประกาศชัดเจนว่า เธอจะยุติการสนับสนุนทุนให้แก่พรรคเดโมแครต ตราบใดที่พรรคไม่ยอมหาใครมาแทน โจ ไบเดน ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ 

อบิเกลได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ‘นี่คือโลกแห่งความเป็นจริงค่ะ ไม่ได้มีเจตนาหยามเหยียดใคร ไบเดนเป็นคนดีที่ทำงานรับใช้ชาติได้อย่างน่าชื่นชม แต่เดิมพันครั้งนี้มันสูงเกินไป ถ้าไบเดนไม่ถอนตัว เดโมแครตแพ้แน่ ฉันมั่นใจอย่างนั้น และผลจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้มันคือหายนะดีๆนี่เอง’
หรือถ้าพรรคยังหาตัวเลือกแทนไบเดนไม่ได้ อบิเกล เสนอให้ดัน กมลา แฮริส รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันขึ้นมาแข่งแทน และเชื่อว่าสามารถเอาชนะทรัมพ์ได้ไม่ยากเลย และเรียกร้องให้พรรคอย่ามัวแต่เอาเวลามาล้อเลียนข้อบกพร่องของแฮริส ถ้าพรรคสามารถมองข้ามข้อเสียของไบเดนได้ ทำไมถึงยอมหยวนๆ กับข้อบกพร่องของแฮริสไม่ได้ 

และไม่ใช่เฉพาะทายาทดิสนีย์ ที่ออกมากดดันพรรคเดโมแครตให้เปลี่ยนตัวไบเดน รีด เฮสทิงส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Netflix และเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของเดโมแครต ก็ออกมาเรียกร้องให้ไบเดนถอนตัวเช่นกัน เพื่อเห็นแก่พระเจ้า อุ่ย! ไม่ใช่! เพื่อเห็นแก่พรรคในการแข่งขันเพื่อเอาชนะทรัมพ์
รีด เฮสทิงส์ และ ภรรยา คือผู้ที่ลงเงินสนับสนุนให้กับแคมเปญหาเสียงของไบเดนตั้งแต่งานเลือกตั้งปี 2020 ถึง 1.5 ล้านเหรียญ และเมื่อไบเดน ตัดสินใจลงสนามอีกครั้งในปีนี้ เขาบริจาคเงินให้แคมเปญของไบเดนอีก 1 แสนเหรียญทันที ก่อนประกาศยุติการสนับสนุนหลังเห็นผลงานการดีเบทของไบเดนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

และนอกจากผู้บริหาร Disney และ Netflix จะออกมาประกาศเทไบเดนแล้ว ยังมีเศรษฐีกระเป๋าหนักด้อมเดโมแครต ที่ออกมายอมรับว่าจะไม่สนับสนุนไบเดนแล้ว อาทิ แบร์รี่ ดิลเลอร์ ผู้บริหารสื่อยักษ์ใหญ่ หรือ อารี เอ็มมานูเอล CEO บริษัทเอเจนซีเจ้าดังในฮอลลิวูด โดยเขาเปรียบเทียบว่า หากสหรัฐอเมริกาเป็นรถยนต์หรูราคา 2.7 ล้านล้านดอลลาร์คันหนึ่ง เขาคงไม่ยอมให้ทั้งทรัมพ์ และ ไบเดน ขับรถคันนี้ออกถนนในยามค่ำคืนแน่ๆ 

แม้ความเห็นของมหาเศรษฐีไม่กี่คน จะสู้เสียงของพระเจ้าในใจไบเดนไม่ได้ แต่ บางคนก็บอกว่า เงินนั่นแหล่ะคือพระเจ้า ถ้าเงินไม่มี จะไปทำอะไรได้ ซึ่งก็อาจจะจริงในแง่หนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เพราะทุกการลงทุนคือความเสี่ยง เช่นเดียวกับการทอดลูกเต๋า โอกาสที่ไบเดนที่จะชนะทรัมพ์ ก็ไม่ได้เป็น 0 เสมอไป เพราะบางคนเลือกแค่คนที่รัก แต่บางคนก็เลือกเพราะพรรคที่ชอบ 

แต่หากเป็นเรื่องของประเทศชาติบ้านเมือง ถ้ามัวแต่เกรงใจกัน ก็ต้องยอมรับผลลัพธ์ร่วมกัน ว่าเราได้เลือกแล้วว่าจะให้ใครมาขับรถหรูคันละ 2.7 ล้านล้าน ออกไปซิ่งยามค่ำคืนในอีก 4 ปีข้างหน้า 

‘ตบตูดแกะ’ เทรนด์ใหม่ในกลุ่ม ‘วัยรุ่นจีน’ ชี้!! คลายเครียดได้ดี ได้ลองแล้วจะติดใจ

(7 ก.ค.67) ที่ตลาดค้าปศุสัตว์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทำอะไรแปลกๆ กับแกะที่ถูกมัดอยู่ โดยจะได้ยินเสียงตบดังแปะเบาๆ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะ

ต่อมาโลกโซเชียลของจีนก็เต็มไปด้วยคำชักชวนให้ลองไปสัมผัสและตบตูดแกะที่ตลาดดังกล่าว โดยนักท่องเที่ยวรายหนึ่งเล่าผ่าน ‘เสี่ยวหงซู’ (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน) ว่าตูดของแกะนั้นทั้งเด้งและนุ่ม ซึ่งถ้าได้ลองแล้วจะติดใจอย่างไม่น่าเชื่อ

นอกจากนี้ ในคลิปวิดีโอที่แชร์กันบนโลกโซเชียล มีคนหนึ่งได้ลองตบตูดแกะแล้วบอกว่า ‘นี่มันคลายเครียดได้จริงๆ’ ขณะที่อีกคนบอกว่า ‘ฉันลงทุนนั่งเครื่องบินมา 5 ชั่วโมง เพื่อที่จะมาตบตูดแกะ เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากในเมือง’

เทรนด์ตบตูดแกะกลายเป็นที่นิยม ถึงขนาดมีคนออกมาแนะนำข้อมูลและให้รายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์แกะที่พอตบตูดพวกมันแล้วจะให้ความรู้สึกฟินมากเป็นพิเศษ รวมทั้งยังมีการแนะนำองศา มุม และความแรงในการตบ ซึ่งบางคนบอกว่า ‘ช่วยตบมันเบาๆ หน่อย’

แม้คนเลี้ยงแกะส่วนใหญ่จะยอมรับเทรนด์นี้ ซึ่งช่วยสร้างความคึกคักและกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอย่างดี แต่พวกเขายังมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป

‘ถ้ามีคนมาจับตูดแกะมากเกินไป อาจทำให้พวกมันเกิดภาวะซึมเศร้าได้ มนุษย์ไม่สนใจพวกแกะหรอก พวกเขาสนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น’ คนเลี้ยงแกะกล่าว

ด้านผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเทรนด์นี้ว่า เป็นวิธีการแหวกแนวที่คนหนุ่มสาวนำมาใช้ เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อจำกัด หรือข้อบังคับในชีวิตประจำวัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่แนะนำให้ทำตามเทรนด์แบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะพฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพต่อสัตว์ ดังนั้น ควรไปหาความบันเทิงในรูปแบบอื่นจะดีกว่า

มีรายงานว่า หญิงคนหนึ่งมีอาการท้องเสียและอาเจียน หลังจากไปตบตูดแกะ โดยเธอได้รับแจ้งว่าอาจเกิดจากแบคทีเรียจากสัตว์ภายในฟาร์ม เนื่องจากภายในคอกแกะมีก้อนอุจจาระอยู่เป็นจำนวนมาก

หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ เช่น 

เราแค่ตบตูดของแกะเบาๆ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ และคนเลี้ยงแกะก็เห็นด้วย มันเป็นวิธีผ่อนคลายที่น่าสนใจ

ฉันรู้สึกเสียใจกับแกะพวกนี้ ถ้าพวกมันพูดได้ มันอาจจะรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม

ฉันหวังว่าคนเลี้ยงแกะในท้องถิ่นจะกำหนดกฎต่างๆ เช่น จำกัดจำนวนผู้ที่มาตบตูดแกะในแต่ละวัน เพื่อที่จะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป

‘บัวขาว’ ถูกนับยก 2 พลิกพ่ายให้กับ ‘นักชกจากบัลแกเรีย’ ในศึกK-1 เวิลด์แม็กซ์ 2024 เจ้าตัวโพสต์เฟซ ขอโทษคนไทย ระบุ ยอมรับพลาด ไม่มีข้อแก้ตัวแพ้ขาดอย่างเอกฉันท์

(7 ก.ค.67) บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทย ลงทำศึก ‘K-1 WorldMax 2024 World Championship Tournament’ รอบ 8 คนสุดท้าย ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปะทะกำปั้นกับ โตยาน โคปริฟเลนสกี้ นักชกจากบัลแกเรียวัย 30 ปี 

สำหรับระบบการชกจะแข่ง 3 ยกๆ ละ 3 นาที เพื่อหาผู้ชนะ หากมีคะแนนเสมอกันต้องชกยก 4 ตัดสิน ต่อยภายในวันเดียวรวม 3 ครั้ง ในการคว้าแชมป์รายการนี้ 

นักชกชาวไทย เจ้าของอดีตแชมป์ 2 สมัย 2004 และ 2006 ขึ้นชกยกแรก ยังไม่เร่งเครื่องและออกอาวุธอย่างต่อเนื่อง กลับมาชกยกที่ 2 บัวขาว พลาดโดนคู่ต่อสู้เตะเข้าใบหน้าจนล้มลงและกรรมการนับ 8 ส่วนยกที่ 3 ซึ่งเป็นยกสุดท้าย บัวขาว ต้องเดินหน้าแลกหมัดเข้าสู้ แต่สุดท้ายเร่งเครื่องไม่ขึ้น ครบ 3 ยก เป็นฝ่ายแพ้คะแนน โคปริฟเลนสกี้ ทำให้นักชกไทยยุติเส้นทางเพียงแค่รอบนี้ ส่วน นักชกบัลแกเรีย ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป 

หลังจบการแข่งขัน บัวขาว บัญชาเมฆ โพสต์เฟซบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ขอโทษคนไทย โดยระบุข้อความว่า 

พลาดครับ ขอโทษครับ ไม่ได้ไปต่อครับ

เต็มที่ละครับ ไม่มีข้อแก้ตัว โดนพลาด 1 นับ โดนเตือน 3 ครั้ง หักคะแนน ส่วนคะแนน แพ้ขาดเอกฉันท์ทั้ง 3 ท่าน

‘ศุภมาส’ เอาจริง!! ใช้ ‘พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน’ จัดการ ‘ม.เอกชน’ ซื้อขายวุฒิ เตรียม!! ดำเนินการทางกฎหมาย หากผิดจริง   ยกเลิกใบอนุญาตการจัดตั้งมหาวิทยาลัย

(7 ก.ค.67) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข่าวการซื้อขายวุฒิปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ว่า ขณะนี้ กระทรวง อว. ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน รวมถึงมีหนังสือแจ้งไปยังกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว ซึ่งเป็นกรรมการสภาที่กระทรวง อว. แต่งตั้งเป็นผู้แทน 3 ท่าน ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานทางกระทรวง อว. ให้ทราบโดยด่วน

รมว.กระทรวง อว. กล่าวต่อว่า สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนดังกล่าว เคยถูกควบคุมโดยกระทรวง อว. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ถึง 4 มิถุนายน 2567 เนื่องจากปัญหาการขอกำหนดตำแหน่งวิชาการไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด และเพิ่งจะมีการยกเลิกการควบคุมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลาที่อยู่ในการควบคุม มั่นใจได้ว่าไม่มีการออกวุฒิปริญญาบัตรที่ไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะกระทรวง อว. ควบคุมอย่างเข้มงวด นี่อาจจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดกรณีที่เป็นข่าวว่าเสียเงินซื้อ แต่ไม่ได้ปริญญาตามที่ตกลง

“จากนี้กระทรวง อว. จะทำการสอบข้อเท็จจริงย้อนหลังไปก่อนการควบคุม ว่าได้มีการดำเนินการซื้อขายวุฒิปริญญาบัตรตามที่เป็นข่าวหรือไม่ หากพบว่าผิดจริง จะใช้มาตรการเด็ดขาดตามกฎหมาย ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ให้อำนาจกระทรวง อว. เข้าไปควบคุม ดำเนินคดี จนถึงการยกเลิกใบอนุญาตในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้ และในอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีการยกเลิกใบอนุญาตสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ทำผิดกฎหมายในลักษณะเดียวกันมาแล้ว” น.ส.ศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย

สตูล ศรชลจังหวัดสตูล ร่วมให้การต้อนรับ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ จังหวัดสตูล 

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.67 ที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค3 โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล นายศักระ  กปิลกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล/ผู้ว่าจังหวัดสตูล มอบหมายให้ นาวาเอกแสนย์ไท บัวเนียม ร.น.รองศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล/ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนใต้ ศรชล.ภาค 3 ร่วมให้การต้อนรับ พล.ร.อ.วรวุธ  พฤกษารุ่งเรือง เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. พร้อมด้วย พล.ร.ท.สุชาติ  ธรรมพิทักษ์เวช ผบ.ทรภ.3/ผอ.ศรชล.ภาค 3 และคณะในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานใน ทรภ.3 ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามแผนพัฒนาศักยภาพ ทหารเรือทางฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีกำลังพลหน่วยงานใน ทรภ.3 ในพื้นที่จังหวัดสตูล ประกอบด้วย นป.สอ.รฝ.452, สถานีเรือละงู นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ, เรือหลวงมันนอก เรือ ต.114 เรือ ต.273 แถวให้การต้อนรับและรับการตรวจเยี่ยม 

เหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือทางทะเล
โทร. 1465 แจ้ง ศปก.ศรชล.ภาค 3 หรือ โทร. 1696 แจ้ง ศปก.ทรภ.3
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

‘สคบ.’ เผย กฎหมายเปิดดูสินค้าออนไลน์ก่อนจ่าย มีผลบังคับใช้ 3 ต.ค. นี้ คาด!! ช่วยแก้ปัญหา ‘นักช้อปออนไลน์’ สามารถ ‘ปฏิเสธชำระเงิน-ไม่รับสินค้าได้’

(7 ก.ค.67) นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ให้ความเห็นชอบร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับการที่ผู้บริโภคสามารถขอเปิดดูสินค้าได้ก่อนชำระเงินค่าสินค้า สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์จ่ายเงินปลายทางนั้น ล่าสุด ประธานคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ‘ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567‘ แล้ว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567นั้น ล่าสุดประกาศ สคบ. ดังกล่าว ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งการมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีระยะเวลาในการเตรียมตัวที่เหมาะสม

นางสาวจิราพร กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้นักช้อปออนไลน์ โดยการใช้ ‘มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)’ ให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าที่เรียกเก็บเงินปลายทางจากผู้บริโภค ต้องระบุรายละเอียดในหลักฐานการรับเงิน เช่น ชื่อ-สกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ส่งสินค้า หมายเลขติดตามพัสดุ ข้อมูลพัสดุ จำนวนเงินที่เรียกเก็บปลายทาง รวมถึงให้สิทธิผู้บริโภคปฏิเสธไม่รับสินค้า หรือมีสิทธิได้รับค่าสินค้าคืน โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจถือเงินไว้ก่อนเป็นเวลา 5 วัน ก่อนนำส่งเงินให้กับผู้ส่งสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสแจ้งเหตุที่ขอคืนสินค้าและขอเงินคืน

นอกจากนี้ ยังให้สิทธิผู้บริโภคสามารถเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ โดยบันทึกภาพถ่ายหรือวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน หากสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค และจะช่วยแก้ไขปัญหาการถูกหลอกขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย

‘รองโฆษกไทยสร้างไทย’ เผย ‘คนไทย’ โหยหา ‘ลุงตู่’ ชี้!! นโยบาย ‘เพื่อไทย’ เลือนลาง ทำเศรษฐกิจฝืดเคือง 

(7 ก.ค.67) นายทิวากร สุระชน รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวภายหลังการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน โดยช่วงที่ผ่านมามีโอกาสพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขาย อยู่หลายครั้ง ได้รับฟังเสียงแห่งความทุกข์ ความยากลำบากในการทำมาหากิน การค้าการขายฝืดเคืองท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทั้งตลาดในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เผชิญปัญหาความซบเซาไม่ต่างกัน ราคาของอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ซึ่งเหตุปัจจัยที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องขายแพงขึ้นเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงต้นทุนในด้านอื่นๆเช่นค่าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำมัน ค่าไฟ และค่าขนส่ง ล้วนเป็นต้นทุนสำคัญทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ตนซึ่งมีภูมิลำเนา อยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดต่างๆในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดน้อยลงเพราะเนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคทุกอย่างแพงขึ้น จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลช่วยเร่งแก้ปัญหาควบคุมราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่าให้เป็นตลาดร้าง ที่มีแต่คนขายไร้คนเดินซื้อด้วยความสามารถของพรรคเพื่อไทยในอดีตที่ประกาศไว้ ณ วันเลือกตั้งว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะทำให้ "คนไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้ ไปพร้อมๆกัน" นั้น ดูแล้วน่าจะเลือนราง

ซ้ำร้ายค่าใช้จ่ายในครัวเรือนโดยเฉพาะ ไฟฟ้า ประปา และก๊าซหุงต้มไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ปรับขึ้นตลอดเวลา และการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลคาดหวังจะได้เห็นจากการแจกเงินดิจิทัลวอลเลท จะมาเป็นพายุหมุนนั้น แม่ค้าร้านเล็กๆในตลาดตามชุมชนต่างๆล้วนแต่อยากได้เป็นเงินสดอยากได้เงินหมุนรายวันไม่ใช่ต้องรอเงินในระบบหากเป็นดังนี้เสียงสะท้อนต่างๆที่ได้ยินไม่อยากจะเชื่อว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะถูกเปรียบเทียบว่าบริหารงานช่วยเหลือพ่อค้าแม่ขายสู้รัฐบาลลุงตู่ไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วน เพราะบริหารประเทศมาเกือบ 1 ปี ประชาชนเริ่มโหยหารัฐบาลลุงตู่แล้ว

‘คุณทอม’ เผยชีวิต เพียงแค่ เดือนเดียว ‘ขาดทุนหุ้น 50 ล้าน’ รับ!! ‘ประมาท-ไว้ใจคนอื่น-มีอีโก้-ไม่รอบคอบ’ จนเกือบหมดตัว

เมื่อเร็วๆนี้ YouTube ช่อง ‘KoonTom คิดแบบคุณทอม’ ได้โพสต์คลิป ถึงบทเรียนในการใช้ชีวิต โดยมีใจความว่า ...

‘ลบ เจ๊งอย่างมหึมา แย่มาก’ นี่คือชีวิตของผม เมื่อเดือนที่แล้ว ผมมีชีวิตมา 58 ปีแล้ว ทำงานมา 40 กว่าปี ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ก็ทำเงินได้หลายร้อยล้าน หลายพันล้าน ก็เจอพายุมาบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับหนักเหมือนเมื่อเดือนที่แล้ว

ก็เลยจะขอเล่าประสบการณ์ ‘การล้ม’ เพื่อหลายๆคนจะได้ไม่ประมาท

ผมเป็นคนที่ทำธุรกิจ จับแพะชนแกะ ผมลงเล่นในตลาดหุ้น แล้วผมก็ไม่ค่อยจะได้ดูแล ผมประมาท

บทเรียนแรกก็คือเราไม่ดูแลเงินเราด้วยความใกล้ชิด สุดท้ายแล้วเงินเรา ก็หายไปได้ในพริบตา เดือนที่แล้วเดือนเดียวผมขาดทุนหุ้นไป 50 ล้าน เงินที่มีเก็บเอาไว้เดือนเดียวเกือบหมด หุ้นที่ผมไปลงทุนมันโดนทุบทุกวัน ทำอะไรไม่ได้เลย แก้ไขไม่ทันกับการที่คิดว่าตัวผมเองแน่ คิดว่าตัวเองแก้ปัญหาได้ไม่ต้องห่วง ก็เป็นบทเรียนว่า ความประมาทเป็นสิ่งที่ทำร้ายเราได้รวดเร็วที่สุด

บทเรียนที่ 2 ก็คือความไว้วางใจ เราไว้วางใจคนอื่น เราไว้วางใจว่าคนอื่นเขาดีกับเรา สุดท้ายแล้วเขาก็เห็นแต่ประโยชน์ของเขา เขาเอาตัวรอดก่อน อย่าไปคิดว่าเวลาเราจะจมน้ำตายแล้วจะมีคนมาช่วย การวางใจการประมาทจะทำให้คุณเจ๊งได้

บทเรียนที่ 3 ก็คือ ผมไว้วางใจคนอื่น จนหุ้นตกแล้วผมถอนออกไม่ทัน

บทเรียนที่ 4 ที่ทำให้ผมเจ๊ง เมื่อเดือนที่แล้ว ก็คือความมั่นใจ อีโก้ของตัวเอง พี่คิดว่าตัวเองแน่ ไม่คิดให้รอบคอบ

ขอฝากไว้ให้ทุกคนคิด ‘อย่าโดนเหมือนที่ผมโดน’

หลังจากที่ผมเจ๊งผมก็โทษสิ่งแวดล้อมโทษรัฐบาลโทษนั่นโทษนี่ จนผมตัดสินใจว่าผมจะไปตีกอล์ฟคนเดียว เพื่อจะไปคุยกับตัวเอง นี่คือวิธีแก้ไขปัญหาของผมนั่นก็คือการไปคุยกับตัวเอง มานั่งคิดให้ดีว่าสิ่งที่เราเจ๊งนั้น เป็นเพราะคนอื่น จริงหรือไม่ สรุปแล้วสิ่งที่ผมเจ๊งมันเป็นเพราะตัวผมเอง มันเป็นเพราะการตัดสินใจของเรา

สุดท้ายแล้วผมก็รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวผมเอง ฉะนั้นมีเพียงคนเดียวที่จะช่วยผมแก้ปัญหานี้ได้นั่นก็คือตัวผมเอง

ผมขอฝากไว้ในการแก้ไขปัญหา ต้องไม่ให้ปัญหาของเราไปกระทบกับคนอื่น เราเป็นคนสร้างปัญหา ฉะนั้นเราไม่ควรจะนำปัญหาของเรา ไปทำให้คนอื่นเขาลำบาก

สุดท้ายแล้วผมก็ลุกขึ้นสู้ต่อ ไม่ได้สู้เพื่อชนะแต่ผมสู้ เพื่อสิ่งที่ผมรัก นั่นก็คือลูกและภรรยา เมื่อคุณมีปัญหาคุณเครียดคุณต้องหา เวลาที่คุณนิ่งจริงๆ คุณจะแก้ปัญหาได้คุณต้องเลิกโทษคนอื่น แล้วพยายามมองสิ่งที่บวก ในอดีตมีเงินแค่ 50,000 บาท เราก็สร้างมันมาได้จนมีบ้านหลังใหญ่ วันนี้เราก็จะต้องสร้างมันได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

‘เมื่อครั้งหนึ่งทำได้ครั้งนี้ก็ต้องทำได้’

THE STATES TIMES ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนที่กำลังสู้ชีวิต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top