Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘สุกี้ตี๋น้อย’ จัดโปรเด็ดทุกสาขา ลดราคาเหลือ 169 บาท เพียงแค่จ่ายผ่าน ‘เป๋าตังเปย์’ ขีดเส้น 1 ส.ค.- 31 ธ.ค.67

(2 ส.ค.67) ‘เพจสุกี้ตี๋น้อย’ ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ กลับมาแล้วส่วนลดปัง เอาใจสายตี้ สุกี้ตี๋น้อย ลดราคาจาก 219 บาท เหลือ 169 บาท เพียงแค่สแกนจ่ายเงินผ่าน ‘เป๋าตังเปย์’ ก็รับส่วนลดไปเลย โดยลูกค้าใหม่รับส่วนลด 50 บาท เมื่อสมัครสำเร็จ และลูกค้าปัจจุบันรับส่วนลด 20 บาท ทุกเดือน

โปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 31 ธันวาคม 2567 ที่สุกี้ตี๋น้อยทุกสาขา!​ (ร้าน Teenoi Express ก็สามารถใช้สิทธิได้)

>> สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ

-สิทธิพิเศษเมื่อสแกนจ่ายผ่านเป๋าตังเปย์วอลเลตเท่านั้น​
-สำหรับลูกค้าใหม่ เมื่อสมัครเป๋าตังเปย์วอลเลต แลกรับคูปองส่วนลด 50 บาท
-สำหรับลูกค้าปัจจุบัน รับคูปองส่วนลด 20 บาท* (เมื่อมียอดชำระขั้นต่ำ 50 บาท)
-ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าเครื่องดื่มรีฟิลและภาษีมูลค่าเพิ่ม​
-คูปองส่วนลด 50 บาท จำกัดการได้รับคูปองส่วนลด 1 สิทธิ/ลูกค้า/กิจกรรมส่งเสริมการขาย
-คูปองส่วนลด 20 บาท จำกัดจำนวนกดรับคูปองส่วนลดสูงสุด 1 สิทธิ/ลูกค้า/เดือน
-จำกัด 1 สิทธิ/คน และจำกัด 1 คูปองส่วนลด ต่อ 1 ใบเสร็จ (ไม่สามารถแยกใบเสร็จในทุกกรณี)​
-จำกัด 20,000 สิทธิแรก โดยนับจากการใช้คูปองส่วนลดตามลำดับ​
-ระยะเวลากิจกรรมส่งเสริมการขายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 23.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย) (‘ระยะเวลากิจกรรมส่งเสริมการขาย’) เว้นแต่จะครบตามจำนวนสิทธิที่กำหนดก่อนครบระยะเวลาดังกล่าว

-ส่วนลด 50 บาท จำกัดจำนวนคูปองส่วนลด 100,000 สิทธิ ตลอดระยะเวลากิจกรรมส่งเสริมการขาย (เว้นแต่จะครบตามจำนวนสิทธิที่กำหนดก่อนครบระยะเวลาดังกล่าว)
-ส่วนลด 20 บาท จำกัดการใช้คูปองส่วนลดจำนวน 15,000 สิทธิแรก/เดือน รวม 75,000 สิทธิ ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขายนี้ เว้นแต่จะครบตามจำนวนสิทธิ์ที่กำหนดก่อนครบระยะเวลาดังกล่าว
-กรณีใช้คูปองไม่ทันตามลำดับสิทธิ ธนาคารขอสงวนสิทธิไม่ชดเชยคูปองส่วนลดให้แก่ลูกค้า​
-สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่สมัครเป๋าตังเปย์วอลเลตสำเร็จเท่านั้น​
-คูปองส่วนลดที่ได้รับสามารถใช้ได้ทันที หรือเก็บไว้ใช้ได้ภายใน 30 วันหลังจากวันที่ลูกค้ากดรับคูปองส่วนลด กรณีใช้คูปองส่วนลดไม่ทันในเวลาที่กำหนด หรือจำนวนสิทธิที่ใช้หมดก่อน ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ไม่ชดเชยคูปองส่วนลดหรือชดเชยด้วยวิธีการอื่นใดให้แก่ลูกค้า

-ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการคืนส่วนลดจากมูลค่าของคูปองส่วนลด หากคำสั่งการทำรายการชำระค่าอาหารและบริการถูกยกเลิกหรือถูกปฏิเสธทุกกรณี ​
-ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่น ๆ ได้​
-ไม่สามารถแลก/เปลี่ยน/ทอนเป็นเงินได้​
-เงื่อนไขการใช้คูปองส่วนลดเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด​
-สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป๋าตังเปย์วอลเลต บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 0-2111-1111

>> ขั้นตอนการเก็บคูปองสำหรับลูกค้าใหม่ มูลค่า​ 50.-

1.เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตัง (โปรดอัปเดตแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด)
2.กดสมัครบริการเป๋าตังเปย์วอลเลต ทำตามขั้นตอนการสมัครจนสำเร็จ
3.กดไอคอน ภารกิจรับรางวัล และเลือกภารกิจ ภารกิจลูกค้าใหม่เป๋าตังเปย์
4.ลูกค้าสามารถกดแลกรับคูปองอิ่มคุ้มร้านแบรนด์ดัง มูลค่าสูงสุด 50 บาทได้
5.สามารถตรวจสอบคูปองส่วนลดที่ได้รับ โดยเข้าไปที่ ภารกิจรับรางวัล > กดเลือก คูปองของฉัน > กดเลือกรางวัลคูปองส่วนลดที่ได้รับจากกิจกรรมภารกิจลูกค้าใหม่เป๋าตังเปย์ > อ่านรายละเอียดและกดใช้งานคูปอง

รู้จัก 'จิตรากร ตันโห' คนรุ่นใหม่ผู้มีแนวคิดแบบประนีประนอม ภายใต้มุมมองความสมดุลแห่งอำนาจ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น'

ถือเป็นอีกหนึ่งงานเสวนาที่ห้ามพลาด!! กับ 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' ในวันอังคารที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดยงานนี้ ได้รับเชิญผู้ร่วมเสวนาผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ...

'โอ๊ต' จิตรากร ตันโห จบการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิสิตปริญญาโท สาขาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับ 'โอ๊ต' จิตรากร ตันโห ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อภาพภูมิรัฐศาสตร์ไทยอย่างมีเหตุมีผล เปิดรับฟังความรอบด้าน และมักจะนำเสนอบทความเชิงสร้างสรรค์สู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

โอ๊ต เคยกล่าวว่า ตนเป็นคนที่มีแนวคิดแบบประนีประนอมและเชื่อในระบอบการปกครองแบบผสม (Mixed Constitution) ซึ่งเป็นระบอบการเมืองที่ว่ากันว่าสามารถทำให้เกิดความสมดุลทางการเมือง และจะไม่มีผู้เล่นทางการเมืองคนใดสามารถใช้ระบบดังกล่าวเพื่อทำลายอีกฝ่ายได้ ประกอบด้วย 3 ส่วนผสมกัน 

ส่วนแรกก็คือ The One (เอกบุคคล หรือประมุข) ส่วนสองเรียกว่า The Few (คณะบุคคล) ส่วนสามก็คือ The Many (มหาชน หรือประชาชน) การที่เราจะปกครองประเทศหรือรัฐ 

"เราต้องทำให้ทั้ง 3 ส่วนเสมอกัน ไม่ให้ประมุขของประเทศมีอำนาจมากเกินไป ไม่ให้คณะบุคคลมีอำนาจมากเกินไป รวมถึงไม่ให้ประชาชนมีอำนาจมากเกินไปด้วย ซึ่งแนวคิดการไม่ยอมให้ใครมีอำนาจมากเกินไปสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนมากในสหรัฐฯ ในตอนแรกผู้นำสหรัฐฯ บอกว่าเขาไม่ได้สร้างประชาธิปไตย เขาบอกว่าจะสร้างสาธารณรัฐ ซึ่งในการบอกว่าเขาจะสร้างสาธารณรัฐ แนวคิดพื้นฐานคือวางอยู่บนความไม่ไว้วางใจใครเลย ดังนั้นเลยออกมาในรูปแบบของกลไกในการถ่วงดุลอำนาจไม่ให้ใครมีอำนาจมากเกินไป คำถามคือในประเทศไทยเราใช้กรอบการปกครองแบบนี้ได้สมดุลหรือยัง?"

โอ๊ต เผยอีกว่า 'หากพิจารณาการเมืองไทยในอดีตที่ผ่านมา จะพบว่าไม่เคยสมดุลเลย อย่างช่วง พ.ศ. 2490 - พ.ศ. 2500 เป็นช่วงที่ทหารเข้ามาปกครองล้วน ๆ ประชาชนหรือ The Many ถูกฆาตกรรมออกมาจากระบอบการปกครอง รวมทั้งในตอนนั้นเอง บุคคลหรือพระมหากษัตริย์ก็เป็นเพียงผู้สำเร็จราชการแทน จะเห็นว่ามันไม่ครบองค์ประกอบในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะที่ไทยเริ่มใช้กรอบเรื่องการถ่วงดุลอำนาจมามองการเมืองไทยตั้งแต่ทศวรรษ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา ซึ่งจะเห็นว่ามันเพิ่งครบองค์ประกอบออกตอนช่วง พ.ศ. 2520 เอง"

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ โอ๊ด ให้ความคิดเห็นอีกว่า "ร่วม 40 กว่าปีมานี้ ประเทศไทยเดินมาไกลแล้ว ประชาชนเริ่มมีอำนาจมากขึ้นกว่าสมัยก่อน และผมรู้สึกว่าเรามีความหวังนะ เด็กรุ่นใหม่หลาย ๆ คน มีการคิดวิเคราะห์ที่น่าสนใจมากขึ้น ทุกคนรู้สึกอยากจะแก้ไขประเด็นสังคมกันมากขึ้น แต่ทุกคนก็ต้องไม่พยายามจัดการทุกอย่างอยู่คนเดียว อย่าจับทุกปัญหาไปวางในม็อบหนึ่งม็อบ ต้องสร้างเครือข่ายแล้วผลักดันไปด้วยกัน ที่สำคัญแต่ละฝ่ายต้องไม่พยายามชี้นิ้วไปหาอีกฝ่ายว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เราต้องทำให้สังคมไทยเกิด ‘ความโอบอ้อมอารี' โดยเริ่มต้นจากทางภาษาก่อน แล้วมันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความทรงจำที่ทำให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกันได้ในทุกเรื่องมากขึ้น"

สำหรับงานเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 6 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

พร้อมรับชม '2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ Dawn of Revolution' ในเวลา 13.30 - 16.40 ณ สถานที่เดียวกัน

📌 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งเข้าร่วมกิจกรรมฟังเสวนาและชมภาพยนตร์ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/1utXQT68NCUZks5YYcILGBQ91B76zILkSoQ7srQ2ymoc/viewform?ts=66a737cb&edit_requested=true

‘อนุทิน’ สั่งทุกจังหวัด ‘ลดค่าแผง-จัดขายของราคาถูก’ ช่วยประชาชนช่วง 3 เดือน ก่อนได้ใช้ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

(2 ส.ค.67) ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ ที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เป็นประธานว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอต่อที่ประชุมว่าจะมีมาตรการระยะสั้นระหว่างปัจจุบันถึงเดือนตุลาคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนที่ประชาชนจะได้เงินจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในไตรมาสที่ 4 ของปี อาทิ การทำให้สินค้าราคาถูกลง สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กให้มีช่องทางค้าขาย และขอให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ลดราคาสินค้า เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาต่ำลง 

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ได้นำมาตรการที่ว่าไปกำชับทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ช่วยประชาสัมพันธ์และหาช่องทางรวมถึงจัดพื้นที่ให้มีการขายสินค้ามากขึ้น อาทิ ศาลากลางจังหวัด รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และสั่งการให้องค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทยลดค่าเช่าแผงในช่วง 3 เดือนนี้ด้วย

ส่องเมนูสวัสดิการภายใน 'ทบ.' มื้อละ 10 บาท ถูกกว่าทหารเกณฑ์ จัดเต็มด้วย 'ต้ม-ผัด-แกง-ทอด' หมุนเวียน ตบท้ายด้วยของหวาน

(2 ส.ค. 67) ภายหลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในโซเชียลมีเดีย กรณีทหารกองประจำการของหน่วยทหารหน่วยหนึ่งใน กทม. อัดคลิปรีวิวอาหารเช้า ประกอบด้วย 2 เมนู ต้มจืดแตงกวาใส่ไข่ กุนเชียงทอด สภาพเหมือนอาหารบูด มีแต่น้ำ พร้อมฝากถึงผู้บังคับบัญชาเข้ามาดูแล

ต่อมา กองทัพบก โดย พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ออกมายอมรับว่า ผู้บังคับหน่วยดังกล่าวได้ทราบเหตุการณ์แล้ว จึงได้พูดคุยทำความเข้าใจกับกำลังพล รวมถึงยอมรับข้อบกพร่องในการกำกับดูแลการแจกจ่ายอาหารให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ พร้อมทั้งให้ปรับปรุงเมนูอาหาร และวิธีการแจกจ่ายอาหารให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ ได้รับอย่างทั่วถึงพร้อมเพียงกัน 

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการหักเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนของทหารกองประจำการในส่วนราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยหน่วยที่รับผิดชอบ กำกับดูแล รวมถึงให้การสนับสนุนการฝึกทหารใหม่ สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ตรงตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม 

กลุ่มค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องหักจากเงินเดือนพลทหาร คือ การหักค่าประกอบเลี้ยง ประมาณ 2,100 บาทต่อเดือน หรือวันละประมาณ 70 บาท หรือ มื้อละ 23 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบราคาและคุณภาพอาหาร ซึ่งเป็นสวัสดิการภายในกำลังพลในกองบัญชาการกองทัพบก พบว่า ราคาถูกกว่าเท่าตัวของมื้ออาหารทหารกองประจำการ โดยแยกเป็น ทหารชั้นสัญญาบัตร และทหารชั้นประทวน ซึ่ง กินเมนูเดียวกัน ในราคามื้อละ 10 บาท โดยแต่ละมื้อ จะประกอบด้วย ต้ม แกง ผัด ทอด หมุนเวียนกันไป ตบท้ายด้วยของหวาน

สำหรับเมนูในวันนี้ คือ ส้มตำไทย 1 จาน ต้มแซ่บหมู 1 ถ้วย ข้าวสวยพร้อมไก่ทอด 2 ชิ้น ส่วนของหวาน ลอดช่องน้ำกะทิ

ในขณะที่บุคคลทั่วไปที่เข้ามาติดต่อราชการ สามารถเข้ามาใช้บริการ โดยคิดราคาคนละ 40 บาท

โดยสวัสดิการอาหารกลางวันกำลังพล ขายในกองบัญชาการกองทัพบก หัวละ 10 บาท เกิดขึ้นในยุค พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีตผู้บัญชาการทหารบก หวังช่วยเหลือและลดค่าใช้จ่ายของกำลังพล ซึ่งเป็นการนำเงินส่วนตัวของ พล.อ.วิมล มาอุดหนุน ในส่วนต่างราคาอาหาร แต่ต่อมา เนื่องจากวัตถุดิบประกอบอาหารมีราคาเพิ่ม ทำให้กองทัพบกต้องจัดงบประมาณมาอุดหนุนจนถึงปัจจุบันนี้

‘เงือกสาวแคนาดา’ วัย 17 ปี คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2024 ลั่น!! ขอมอบเหรียญนี้ให้คุณแม่ ที่ต้องพ่ายแพ้ไปเมื่อ 40 ปีก่อน

(2 ส.ค.67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘MGR SPORT’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

‘ซัมเมอร์ แมคอินทอช’ นักว่ายน้ำสาวดาวรุ่งวัย 17 ปี ชาวแคนาดา คว้าเหรียญทองประเภทผีเสื้อ 200 เมตร หญิง พร้อมทำลายสถิติโอลิมปิกเกมส์ ด้วยเวลา 2:03.03 นาที

ทั้งนี้ เมื่อได้รับเหรียญทองเธอได้มองไปครอบครัวที่อยู่บนอัฒจันทร์ ก่อนที่เธอจะให้สัมภาษณ์กับสื่อในภายหลังว่า "เหรียญทองนี้หนูขอมอบให้คุณแม่"

สำหรับ ซัมเมอร์ แมคอินทอช เป็นลูกสาวของ ‘จิลล์ ฮอร์สตีด’ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำ ที่เคยลงทำการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 1984 ในท่าผีเสื้อ 200 เมตร หญิง ซึ่งคุณแม่ของเธอในเวลานั้นจบอันดับ 9

แม้ 40 ปีที่แล้ว คุณแม่ จิลล์ ฮอร์สตีด จะไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลกลับบ้านไปได้ แต่ ซัมเมอร์ แมคอินทอช ผู้เป็นลูกสาว เอาเหรียญนี้มาให้คุณแม่ได้ภาคภูมิใจ

สำหรับการแข่งขันในประเภท ผีเสื้อ 200 เมตร หญิง ซัมเมอร์ แมคอินทอช คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของ เรแกน สมิธ จากสหรัฐอเมริกา และเหรียญทองแดง ได้แก่ จาง ยู่เฟย แชมป์เก่า จากจีน

'สุชาติ-รวมไทยสร้างชาติ' หนุนภาคธุรกิจไทย ใช้ประโยชน์จาก FTA มั่นใจ!! ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า-ขยายตลาดส่งออกคล่อง

(2 ส.ค.67) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ลงพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพบผู้ประกอบการบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์มาม่า และบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคจำเป็นทั้งของใช้ส่วนตัวและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ แชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เป็นต้น โดยสินค้าของทั้งสองบริษัทมีทั้งที่วางจำหน่ายในประเทศทั้งในตลาดออนไลน์ และออฟไลน์ และส่งออกไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในส่วนของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าได้รับความนิยมมากในเอเชีย และมีการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และแอฟริกาด้วย รวม 68 ประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองบริษัทมีการจ้างแรงงานรวมเกือบ 10,000 คน และได้รับทราบว่ามีการนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และปรับปรุงคุณภาพ ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายของสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และมีการนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาใช้ด้วย สำหรับบทบาทของกระทรวงพาณิชย์นั้นจะเป็นลมใต้ปีกให้แก่ผู้ประกอบการที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการขยายตลาดจากความตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ที่มีทั้งหมด 15 ฉบับ กับประเทศคู่ค้า 19 ประเทศ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะดำเนินการในเรื่องนี้ในเชิงรุกต่อไป

ประเทศคู่ค้า FTA ที่ยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ อาเซียน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, จีน และชิลี นอกจากนี้ FTA แต่ละฉบับยังช่วยลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีด้วย เช่น กฎระเบียบทางการค้าต่าง ๆ ที่อาจเป็นภาระสำหรับผู้ประกอบการไทย การทำ FTA จึงถือเป็นแต้มต่อทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ให้สามารถขยายตลาดส่งออกนำรายได้เข้าประเทศ เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

ในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชนผู้บริโภค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ตลอดจนร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ฯ และบริษัท ไลอ้อนฯ ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่มาโดยตลอด 

ทั้งนี้ ในวันที่ 1-3 สิงหาคม 2567 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจะจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ณ บริเวณลานกิจกรรมหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดเพื่อลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปเป็นประธานเปิดงานด้วย

‘คุณหมอศิริราช’ ขอบคุณ ‘น้องหมีเนย’ ช่วยฮีลใจเด็กป่วยโรคมะเร็ง หลังมาหาเพราะได้อ่านจดหมายจากเด็กๆ ไม่แปลกใจ!! ทำไมมีแต่คนรัก

(2 ส.ค.67) นาทีนี้ต้องยกให้เป็นขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ สำหรับ Butterbear หรือ ‘หมีเนย’ มาสคอตหมีน้อยวัย 3 ขวบ ที่ใคร ๆ ก็ต้องตกหลุมรัก

ล่าสุด ‘น้องหมีเนย’ ก็เพิ่งจะเดินทางไปทำกิจกรรมการกุศล ที่หอผู้ป่วยอานันทมหิดล 6 โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้กำลังใจน้อง ๆ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนคลับแล้ว ก็ยังมีเสียงชื่นชมจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ออกมาเล่าเบื้องหลังสุดซึ้ง แสนประทับใจ เมื่อ รศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ หัวหน้าหน่วยกุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ รพ.ศิริราช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wanatpreeya Phongsamart ระบุข้อความว่า…

“ฮีลใจ ได้เห็นความสุข แววตา และรอยยิ้มของเด็ก ๆ โรคมะเร็งที่น้องหมีเนยมามอบให้ ป้าหมอขอบคุณจากหัวใจเลยนะคะ”

“ศิริราชขอขอบคุณ น้องหมีเนย แทนผู้ป่วยเด็ก ๆ โรคเลือด และโรคมะเร็งจากหัวใจเลยนะคะ เด็ก ๆ ได้รับกำลังใจเต็มเปี่ยมเลยค่ะ เด็ก ๆ ทำกิ๊บติดผมไว้ให้น้องหมีเนย ซ้อมเต้นเพลงน่ารักไหมไม่รู้ไว้เต้นกับน้องหมีเนย และตื่นเต้นที่สุดเลยค่ะที่จะได้พบน้องหมีเนย”

“วันนี้เด็ก ๆ ได้กอดน้องหมีเนยเติมพลังบวกให้สู้ต่อ ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มแห่งความสุขของเด็ก ๆ เด็กบางคนถึงกับน้ำตาไหลเลยนะคะ ป้าหมอเห็นแล้วชุ่มชื่นหัวใจแทนเด็ก ๆ ทุกคนจริง ๆ ค่ะ”

“ขอบคุณทีมงานและน้องหมีเนยมาก ๆ นะคะ ที่มอบความสุขและฮีลใจให้เก็บเด็ก ๆ ป้าหมอเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมใคร ๆ ถึงรักน้องหมีเนย ป้าหมอต้องขอสมัครเป็นมัมหมีอีกคนแล้วนะคะ”

พร้อมกันนี้ ทาง รศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ ยังลงคลิปวิดีโอภาพบรรยากาศสุดน่ารัก และเขียนแคปชันเล่า เหตุผลที่น้องหมีเนยเดินทางมาส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยเด็กที่โรงพยาบาลศิริราช ระบุว่า…

“เมื่อน้องหมีเนยได้อ่านจดหมายจากคนไข้เด็ก ๆ ของโรงพยาบาลศิริราช ว่าอยากให้น้องหมีเดินมาหา กิจกรรมดี ๆ ในวันนี้จึงเกิดขึ้นค่ะ ขอบคุณน้องหมีเนยมาก ๆ นะคะที่มาเติมพลังบวกให้กับคนไข้เด็ก ๆ โรคมะเร็งของโรงพยาบาลศิริราชค่ะ ฮีลใจ ทั้งคนไข้เด็ก ๆ และบุคลากรทางการแพทย์ของศิริราชเลยค่ะ ป้าหมอไม่แปลกใจจริง ๆ ค่ะ ที่ทำไมใคร ๆ ถึงรักน้องหมีเนย”

ท่ามกลางคอมเมนต์ชื่นชมความน่ารักของ ‘หมีเนย’ ในโลกโซเชียล

‘เพชรมงคล’ คนรุ่นใหม่ ปชป.แนะ!! ศธ.จัดตั้งศูนย์ ‘Drop Out’ ดึงเด็กไทยที่หลุดระบบให้จบการศึกษา แบบไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่

(2 ส.ค.67) นายเพชรมงคล วัสสุวรรณ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องการแก้ไข เพราะในปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการ Drop out สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง

การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและตรงจุดไม่ใช่การนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง แต่ต้องนำระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับผู้เรียนไปรองรับผู้ที่หลุดจากระบบการศึกษา

สาเหตุที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง คุณแม่วัยใส, ยาเสพติด, เกเร รวมถึงปัญหาความยากจนของครอบครัว ที่ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนได้ ปัญหาครอบครัวที่ซับซ้อน สภาพแวดล้อมทางสังคมที่ไม่เอื้ออำนวย และรวมไปถึงระบบการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์หรือรองรับกับความแตกต่างหลากหลาย

วันนี้เราต้องยอมรับว่าการศึกษาในปัจจุบันมีต้นทุนสูงมาก และมีหลักเกณฑ์ตัวชี้วัดเยอะเกินความจำเป็น ซึ่งไม่ตอบโจทย์ เกิดประโยชน์กับตัวผู้เรียนจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็ก หันหลังให้กับการศึกษา หรือหลุดระบบการศึกษาออกไป

จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ตนเคยให้สัมภาษณ์และเสนอกระทรวงศึกษาธิการไปหลายปีแล้วเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ ‘Drop out’ แก้ไขปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาก็เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยใช้กลไกธนาคารหน่วยกิต สำหรับเด็กที่หลุดระบบการมีต้นทุนเดิม เช่น เวลาศึกษาเดิม หน่วยกิตเดิม นำมาเทียบโอนให้สามารถจบการศึกษาได้ โดยไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ ดังนั้นควรมีโรงเรียนนำร่องทั้งการศึกษาภาคบังคับ ขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทางมาเป็นศูนย์นำร่องในการแก้ไขปัญหานี้

ดังนั้น ควรจัดระบบการศึกษาทางเลือกให้เป็นรูปธรรมและสามารถรองรับนักเรียนที่มีความหลากหลาย ให้ ผู้เรียนได้มีทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษาได้ ในความเป็นจริงแล้วระบบการศึกษาต้องตอบโจทย์ผู้เรียน เข้าถึงตัวผู้เรียนมากกว่าการให้ผู้เรียนเข้าถึงเอง ที่สำคัญต้องสอดคล้องกับยุคสมัยและสภาพเศรษฐกิจด้วย 

สุดท้ายนี้ ตนเชื่ออย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ คนปัจจุบันให้ความสำคัญกับปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา และควรยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไข แม้ว่าปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาจะยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ แต่ความพยายามของทุกฝ่ายจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ และสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเยาวชนต่อไป

‘เจเค.โรว์ลิง-อีลอน’ วิจารณ์!! กีฬามวยสมัครเล่นหญิงใน ‘โอลิมปิกปารีส’ หลังยืนหยัดปล่อยคู่แข่งที่มี ‘ฮอร์โมนเพศชาย’ สูงกว่าปกติชกหญิงแท้

(2 ส.ค.67) เจเค.โรว์ลิง นักเขียนชื่อดัง และอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลา เป็นหนึ่งในบรรดาบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ออกมาประณามโอลิมปิก ต่อกรณีที่อนุญาตให้ ‘ไอมาน คาลิฟ’ จากแอลจีเรีย เข้าแข่งขันในกีฬามวยสมัครเล่นหญิงในปารีเกมส์ 2024 แม้เธอถูกตัดสิทธิจากศึกชิงแชมป์โลกของผู้หญิงเมื่อปีที่แล้ว หลังไม่ผ่านการตรวจเพศ สืบเนื่องจากมีระดับเทสโทสเตอโรน หรือฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ

ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นหญิงของกีฬาโอลิมปิก ที่ปารีสเป็นเจ้าภาพ การชกระหว่าง ไอมาน คาลิฟ กับแองเจล่า คารินี นักมวยหญิงชาวอิตาลี จบลงในเวลาเพียง 46 วินาที หลังจาก คารินี ตัดสินใจขอยอมแพ้ หลังจากถูกหมัดของ คาลิฟ 

ทั้งนี้ คารินี พยายามกลั้นน้ำตาหลังจบการแข่งขัน และต่อมาได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า "มันอาจเป็นการแข่งขันครึ่งหนึ่งในชีวิต แต่ฉันจำเป็นต้องรักษาชีวิตตัวเองเช่นกันในช่วงเวลาดังกล่าว"

"ฉันให้เกียรติกับประเทศของฉันด้วยความซื่อสัตย์เสมอ ไฟต์นี้ฉันไม่ประสบความสำเร็จเพราะฉันไม่สามารถสู้ต่อไปได้ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเจอหมัดหนักขนาดนี้มาก่อน" เธอกล่าว

คารินี บอกต่อว่า "ฉันตัดสินใจยุติการชกเพราะหลังจากโดนชกไปสองหมัด จากประสบการณ์หลายปีบนสังเวียน และตลอดชีวิตการชกมวย ฉันรู้สึกเจ็บมาก ๆ ที่จมูก ฉันบอกว่า ‘พอแล้ว’ เพราะ...ฉันไม่สามารถที่จะเอาชนะไฟต์นี้ได้ ดังนั้นฉันคิดว่าบางทีมันคงจะดีกว่าถ้ายุติการชกไปซะ"

"ฉันขึ้นสังเวียนเพื่อที่จะต่อสู้ ฉันไม่เคยยอมแพ้ ฉันไม่กลัว ไม่หวั่นการขึ้นเวที หรือการที่ต้องรับหมัด แต่การโดนต่อยครั้งนี้มันเจ็บมาก ๆ และฉันพูดกับตัวเองว่าพอเหอะ ฉันออกจากการแข่งขันแต่ก็ยังคงความภาคภูมิใจ" คารินี กล่าว

ด้าน เจเค.โรว์ลิง เขียนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ พร้อมกับแชร์ภาพที่ คารินี กำลังน้ำตาริน และคาลิฟ พยายามปลอบโยนเธอ ในการชกที่จบลงอย่างรวดเร็ว "นักมวยหญิงคนหนึ่ง เธอถูกพรากทุกสิ่งที่เธอได้ฝึกฝนทุ่มเทมา เพียงเพราะคุณยอมให้นักมวยชายขึ้นสังเวียนสู้กับเธอ"

"จะมีภาพไหนที่สรุปได้ถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความเท่าเทียมทางเพศของเราได้ดีกว่านี้อีกหรือไม่ รอยยิ้มเยาะเย้ยของผู้ชาย ที่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันกีฬาที่เกลียดชังผู้หญิง และเพลิดเพลินกับความทุกข์ทรมานของผู้หญิงที่เขาเพิ่งต่อยเธอเข้าที่ศีรษะ และความทะเยอทะยานในชีวิตของเธอ เพิ่งถูกเขาทำลายไป"

ขณะที่ทางด้าน อีลอน มัสก์ ก็ได้ร่วมแชร์โพสต์ของ ไรลีย์ ไกเนส นักกีฬาว่ายน้ำ ที่อ้างว่า "ผู้ชายไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งในกีฬาของผู้หญิง" พร้อมกับเขียนตอบกลับข้อความกล่าวว่า "แน่นอนที่สุด"

โอลิมปิกยืนหยัดต่อการตัดสินใจอนุญาตให้ คาลิฟ ที่มีเพศสภาพหญิงตั้งแต่เกิด แต่มีระดับเทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ เข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นประเภทหญิงในปารีสเกมส์

"พาสปอร์ตของทั้งสองคนระบุว่าทั้งคู่เป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้นถือว่าทั้งสองคนเป็นผู้หญิง ทั้งสองคนมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันเพราะไม่ได้มีการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ที่โอลิมปิกระบุไว้ นี่คือสิ่งที่พวกเธอเป็น และเราสนับสนุนให้พวกเธอได้แข่งเต็มที่ มันจะเป็นไม่ให้เกียรติที่เราจะมาเถียงกันถึงรายละเอียดของนักกีฬาแต่ละคน นักกีฬาผ่านทัวร์นาเมนต์ที่โอลิมปิกจัดมาหลายรายการ พวกเธอไม่ได้เพิ่งมาแข่ง" โฆษกระบุ

คารินี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ไม่ขอวิจารณ์การเข้าร่วมแข่งขันของ คาลิฟ โดยบอกว่า "ฉันปรารถนาเห็นเธอเดินหน้าไปจนสุดทาง (คว้าเหรียญทอง) เพื่อเธอจะได้มีความสุข ฉันไม่ใช่คนที่จะมาตัดสินใคร ๆ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อตัดสินคนอื่น"

มูลนิธิคลังสมอง วปอ. เปิดศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์กองทัพไทย ให้ นพม.17 แถลงผลงาน วิชาการ 'ความท้าทายของประเทศไทยในการใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเข้าสู่สังคม Net Zero ในปี 2050'

เมื่อวันที่ (31 ก.ค.67) พลเอก บุญสร้าง เนียม ประดิษฐ์ ประธานคลังสมองอาวุโส วปอ. เพื่อสังคม ปวิธายุวัฒน์ เป็นประธานการเสวนาทางวิชาการ คลังสมอง วปอ. เพื่อ สังคม ครั้งที่ 1/2567 เรื่อง "สรรสร้างสังคม Net Zero ปี 2050 ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ณ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์กองทัพไทย เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แหลมแท่น จ.ชลบุรี 

ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พลเอก นรินทร์ แทบประสิทธิ์ ประธาน มูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม , คณะผู้บริหารมูลนิธิฯ ,พลโทมนัส แถบทอง ผู้อำนวยการ หลักสูตร ผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง (นพม.) พร้อมผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 17 ร่วมรับฟังการเสวนาครั้งนี้
 
อีกทั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ได้มีการแถลงผลงานทางวิชาการของผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง รุ่นที่ 17 (นพม.17) ซึ่งประกอบไปด้วยกรอบวิชาการ 6 กลุ่ม คลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม จากประเด็น "ความท้าทายของประเทศไทยในการใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเข้าสู่สังคม Net Zero ในปี 2050" โดยครอบคลุมทุกด้านของยุทธศาสตร์ความมั่นคง คือ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสังคมจิตวิทยา ด้านการป้องกันประเทศ และด้านยุทธศาสตร์ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร Convention Hall ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์กองทัพไทยฯ แหลมแท่น จ.ชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top