Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

'พีระพันธุ์' นั่งหัวโต๊ะ กบง.ไฟเขียวพยุงราคาขายปลีก NGV 3 เดือน หลังมองเกม!! ราคาก๊าซธรรมชาติช่วงปลายปีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.67) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยว่า

ที่ประชุม กบง. ซึ่งมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติให้นำส่วนต่างต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดจากผลการดำเนินการตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566

โดยในการปรับหลักเกณฑ์การคิดราคาก๊าซธรรมชาติที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ มาช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานให้กับประชาชนผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) โดยการนำส่วนต่างราคาดังกล่าวมาช่วยพยุงราคาขายปลีก NGV ไม่ให้มีการปรับขึ้นอย่างทันทีจากราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายปีที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 16 สิงหาคม - 15 ตุลาคม 2567 โดยมอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับไปดำเนินการและให้รายงานผลการดำเนินการให้ กบง. ทราบต่อไป

นายวีรพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอการปรับปรุงหลักการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้ากลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และขยะอุตสาหกรรม ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 - 2573 เพื่อสนับสนุนการลงทุนในพลังงานสะอาด

โดยมีการทบทวนและปรับหลักการสำหรับผู้ยื่นคำเสนอที่ผ่านหลักเกณฑ์ในรอบแรกที่ไม่ได้รับการคัดเลือก จะได้รับการพิจารณารับซื้อเป็นลำดับแรกในปริมาณการรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 600 เมกะวัตต์ สำหรับพลังงานลม และไม่เกิน 1,580 เมกะวัตต์ สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับโควตาส่วนที่เหลือจากการเปิดรับซื้อข้างต้น ให้เป็นการเปิดรับซื้อเป็นการทั่วไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอหลักการการปรับเลื่อนกำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (SCOD) สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 - 2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ในช่วงปี พ.ศ. 2564 - 2573 (ปรับปรุงเพิ่มเติม) ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทุเลาของศาลปกครองกลาง จำนวน 22 โครงการ ทำให้โครงการต้องชะลอการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ กกพ. ไปพิจารณาปรับกรอบระยะเวลาการเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และปรับเลื่อนกำหนด SCOD สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของแต่ละโครงการได้ตามสมควร

ทั้งนี้ ไม่ให้เกินกรอบภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อให้ไม่กระทบต่อแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของประเทศตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 30-40% (Nationally Determined Contribution: NDC) ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)

ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ลงพื้นที่ จ.นครพนม ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจน้ำนครพนม และสถานีตำรวจภูธรธาตุพนม ให้กำลังใจ มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว กำชับเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน รับมืออุทกภัย

(1 ก.ย. 67) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจน้ำนครพนม (สถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ) โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน., พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม และ พ.ต.ต.นวพล ขวัญทอง สว.ส.รน.1 กก.10 บก.รน. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจน้ำนครพนม ให้การต้อนรับ

ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์โดยทั่วไปในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้อง และการดูแลสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ จากนั้นได้มอบสิ่งของและเงินบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจน้ำนครพนม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาเวลา 12.00 น. ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยมี พ.ต.อ.ภวิล คำเกษ ผกก.สภ.ธาตุพนม และข้าราชการตำรวจ สภ.ธาตุพนม ให้การต้อนรับ ซึ่ง ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้มอบสิ่งของและเงินบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.ธาตุพนม อีกทั้งยังได้มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือให้กับข้าราชการตำรวจสังกัด ภ.จว.นครพนม ที่ต้องดูแลบุตรหลานซึ่งเป็นผู้พิการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้ เน้นย้ำปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข , ให้ติดตามประเมินสถานการณ์ด้านอุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเตรียมกำลังพล การตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือที่ต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที , เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่โดยแสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐและประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการป้องกันอาชญากรรม การปฏิบัติงานด้านการข่าว และความมั่นคงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจังในทุกระดับ เน้นผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และให้ข้าราชการตำรวจทุกนายร่วมกันสร้างความสามัคคี ผ่านแนวคิด Police’s Home พร้อมพัฒนากำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ เพื่อเสริมสร้างให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม และยึดมั่นในหลักจริยธรรม

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังได้กล่าวชมเชย และขอบคุณข้าราชการดำรวจในสังกัด ภ.จว.นครพนม ทุกนาย ที่ได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน

สมุทรปราการ-รำลึก 24 ปี!! คุณพ่อสมเกียรติ มูลนิธิร่วมกตัญญู มอบเงินช่วยเหลือสังคม กว่า 60 ล้านบาท

(1 ก.ย. 67) ที่ อาคารมูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรื่อง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่”คุณพ่อสมเกียรติ สมสกุลรุ่งเรื่อง” ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยมีคณะผู้บริหาร คณะเจ้าหน้าที่ และศิลปินดารานักแสดง อาทิเช่น นางสาวสกาวรัตน์ สมสกุลรุ่งเรือง เลขาธิการมูลนิธิฯ ดร.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นายอธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองหัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูร่วมในพิธีครั้งนี

นอกจากนี้ยังได้รับความเมตตาจาก พระพรหมวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต) รองสมเด็จพระราชาคณะ อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร  ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร นายกสภามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา แด่ พระภิกษุ-สามเณร, บุตร-ธิดา ข้าราชการตำรวจ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมอบเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนและทุนอาหารกลางวัน, มอบอุปกรณ์การเรียน-การกีฬาแก่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงถวายปัจจัยกองทุนโรงทานสำหรับผู้แสวงบุญชาวพุทธ ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์เมืองกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ปีละ 1,200,000 บาท

นอกจากนี้ มูลนิธิร่วมกตัญญู ประกอบพิธีเททองหล่อรูปเหมือน สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) หน้าตักกว้าง 35 นิ้ว และ พระพุทธรูป ปางรำพึง ความสูงรวมฐาน 2.65 เมตร เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์  อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ด้าน ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรื่อง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวว่า สำหรับในปีนี้มูลนิธิร่วมกตัญญูทำพิธีเปิดอาคารเรียนมูลนิธิร่วมกตัญญู แห่งที่ 35 เป็นอาคารศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ พร้อมห้องน้ำและครุภัณฑ์ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมอบชุดนักเรียน กระเป๋านักเรียน ถุงยังชีพ อุปกรณ์การเรียน หนังสือสำหรับห้องสมุด ซึ่งเป็นโรงเรียนตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว มลาบรีในพื้นที่บ้านห้วยลู่ จ.น่าน รวมมูลค่า 320,000 บาท

เตรียมส่งมอบอาคารเรียนมูลนิธิร่วมกตัญญู แห่งที่ 37 เป็นอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 ขนาด 4 ห้องเรียน 1 ห้องพักครู 1 เวที 1 เสาธงและห้องน้ำพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้แก่ โรงเรียนวัดสระไม้แดง อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท รวมมูลค่า 4,270,000 บาท เตรียมส่งมอบอาคารเรียนมูลนิธิร่วมกตัญญู แห่งที่ 38 เป็นอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 ขนาด 4 ห้องเรียน 1 ห้องพักครู 1 เวที 1 เสาธงและห้องน้ำพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้แก่ โรงเรียนวัดศรีล้อม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รวมมูลค่า 4,130,000 บาท

มอบทุนการศึกษาพระปริยัติธรรมแด่พระภิกษุ-สามเณร ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 91 ทุน, มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน-นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่ฐานะยากจน ทุนการศึกษาบุตร-ธิดาของข้าราชการอำเภอบางพลี-องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่, บุตร-ธิดาของข้าราชการตำรวจ, บุตร-ธิดาของสื่อมวลชน, บุตร-ธิดาของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู, บุตร-ธิดาของอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูทุกเขต/จังหวัด  ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี

มอบเงินสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียน-ทุนอาหารกลางวันและอุปกรณ์การเรียน-การกีฬา ให้กับโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 68 โรงเรียน โดยมอบให้เป็นรายเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปี คิดเป็นเงิน 15,348,000 บาท ด้านพระพุทธศาสนา ถวายปัจจัยสมทบทุนก่อสร้าง เมรุเผาศพ ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รวมมูลค่ากว่า 3,000,000 บาท ถวายปัจจัยสมทบทุนบูรณะ เมรุเผาศพ ณ วัดท่ามะปราง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก รวมมูลค่า 4,500,000 บาท ถวายปัจจัยบูรณะ ศาลาการเปรียญ ให้แก่ วัดป่าสัก ต.กกโอ อ.เมือง จ.ลพบุรี รวมมูลค่า 870,000 บาท

พร้อมทั้งในวันนี้มีพิธีเททองหล่อรูปเหมือน สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) หน้าตักกว้าง 35 นิ้ว และ พระพุทธรูป ปางรำพึง ความสูงรวมฐาน 2.65 เมตร เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ถวายปัจจัยซื้อที่ดิน จำนวน 1 ไร่ ให้แก่ วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย เนื่องจากพื้นที่เดิมโดนเวนคืนเพื่อตัดถนนผ่าน รวมมูลค่า 4,000,000 บาท มูลนิธิฯ รับเป็นเจ้าภาพค่าอาหารสำหรับจัดเลี้ยงให้แก่ผู้แสวงบุญชาวพุทธ ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ปีละ 1,200,000 บาท ด้านสาธารณะประโยชน์มอบถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และประชาชนยากไร้ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เชิญรูปหล่อเหมือนท่านผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ไปประดิษฐาน ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย โอกาสนั้นได้มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนชาวอินเดียที่ยากไร้ จำนวน 2,015 ครอบครัว รวมมูลค่า 6,357,500 บาท

ด้านสาธารณสุขในงานวันนี้มูลนิธิร่วมกตัญญู มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ 33 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการแพทย์ของโรงพยาบาลที่ห่างไกล ตามที่ทุกท่านได้ร่วมพิธีรับมอบไปก่อนหน้านี้ รวมมูลค่า 13,488,800 บาท (สิบสามล้านสี่แสนแปดหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) และมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้แก่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและมูลนิธิเครือข่าย รวมมูลค่า 867,000 บาท และรายละเอียดอื่นๆ รวมยอดเงินกิจกรรมในวันนี้ 60,718,950 บาท

นอกจากนี้มูลนิธิร่วมกตัญญูยังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนจัดตั้งโรงครัวเพื่อบริการประชาชนตามที่หน่วยงานร้องขอ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ, วันสำคัญทางศาสนา, งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายตามที่ได้ปรากฏทางสื่ออยู่เป็นระยะ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

'ปารีส' หั่นราคาห้องพักโรงแรม หวังดึงนักท่องเที่ยวช่วงโอลิมปิก 2024 หลังความต้องการฮวบ!! เหตุ 'เงื่อนไขเยอะ-หวั่นความปลอดภัย'

(1 ส.ค. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เปิดฉากกันไปแล้วสำหรับโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเหล่าธุรกิจ-การค้าของประเทศฝรั่งเศสเริ่มตื่นตัว ตัดสินใจดำเนินการเพื่อดึงนักเดินทางด้วยการลดราคาและยกเลิกข้อกำหนดการพักขั้นต่ำ หลังจากมีบางคนเกิดการลังเลเนื่องจากเห็นว่ามีการโก่งราคาค่าห้องพักก่อนจะถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยว กรุงปารีส รายงานว่า ราคาค่าห้องพักโรงแรมโดยเฉลี่ยในระหว่างโอลิมปิก ลดลงไปอยู่ที่คืนละ 258 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,000 บาท จากเดิมที่ราคาในช่วงฤดูร้อนอยู่ที่ 342 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 13,200 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 จากค่าห้องพักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 202 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7,800 บาทเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 

ด้าน บริษัทท่องเที่ยว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวอาจจะได้ลดราคาห้องพักอีกระหว่างร้อยละ 10-70 เนื่องจากผู้บริหารโรงแรมเสนอราคาพิเศษให้หลังจากความต้องการห้องพักในช่วงโอลิมปิกต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ เนื่องจากห้องพักมีราคาสูงและมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย บางโรงแรมยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงวันเดินทางมาถึงและระยะเวลาในการพัก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจได้ในวินาทีสุดท้าย

ไวรัล!! แซว 'ยูซุฟ ดิเค็ก' นักกีฬายิงปืนตุรกี นิ่งเหมือนนักฆ่า ลีลาไม่ต้องมาก เครื่องแต่งกายไม่ต้องแน่น คว้าเหรียญเงิน

(1 ส.ค.67) กลายเป็นไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์อีกครั้งกับนักยิงปืนโอลิมปิกในกรุงปารีส 2024 โดยคราวนี้เป็นนาย ยูซุฟ ดิเค็ก (Yusuf Dikec) นักกีฬายิงปืนจากตุรกี วัย 51 ปี หลังจากที่มีภาพของเขาถือปืน โดยไม่มีหูฟังป้องกัน แต่สวมเสื้อยืด และแว่นตา รวมถึงที่อุดหูธรรมดา ด้วยท่าทีที่ใจเย็น ต่างกับนักกีฬาคนอื่นที่อุปกรณ์พร้อม จนทำให้ชาวเน็ตแซวว่าเหมือนมือปืนอาชีพ เย็นยะเยือกเหมือนนักฆ่า

โดยภาพดังกล่าวถูกแชร์เป็นวงกว้างไม่ว่าจะเป็นภายในกลุ่มชาวตุรกีหรือนานาชาติ ซึ่งแม้นาย อิลอน มัสก์ เจ้าของทวิตเตอร์ยังได้มาแสดงความเห็นใต้ภาพ โดยเขียนสั้น ๆ ว่า “เจ๋ง”

ทั้งนี้ นาย ยูซุฟ ดิเค็ก ลงแข่งแบบทีมคู่กับ เซววัล อิลายดา ทาร์ฮาน ก่อนจะคว้าเหรียญเงิน แข่งยิงปืนแบบผสม หลังพ่ายให้กับทีมชาติเซอร์เบีย ซึ่งถือเหรียญรางวัลเหรียญในกีฬายิงปืนเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ตุรกี

สำหรับตัวของนาย ยูซุฟ ดิเค็ก นั้นเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2516 และถือเป็นนักกีฬายิงปืนมากประสบการณ์ โดยเคยเป็นตัวแทนตุรกีลงแข่งโอลิมปิกมาแล้วในปี 2555 และ 2559 ก่อนจะคว้าเหรียญรางวัลได้ในที่สุด

'รัดเกล้า' เผย!! ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม AALCO สมัยที่ 62 เล็งยก 'กฎหมายทะเล-การค้าระหว่างประเทศ' ขึ้นถกเพื่อประโยชน์ไทย

(1 ส.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีขององค์การที่ปรึกษากฎหมายแห่งเอเชียและแอฟริกา (Asian - African Legal Consultative Organization: AALCO) (การประชุมประจำปีของ AALCO) สมัยที่ 62 ระหว่างวันที่ 8 - 13 กันยายน 2567

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า AALCO ตั้งขึ้นเมื่อปี 2499 ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกจากทวีปเอเชียและแอฟริกา รวม 48 ประเทศ โดยสำนักงานเลขาธิการของ AALCO ตั้งอยู่ ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มประเทศเอเชียและแอฟริกามีบทบาทในการประมวลและพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ และผลักดันพัฒนาการดังกล่าวให้สอดคล้องกับท่าทีและผลประโยชน์ของประเทศในเอเชียและแอฟริกา การประชุมประจำปีของ AALCO เป็นเวทีที่ประเทศสมาชิกจะอภิปรายแสดงความเห็นและท่าทีในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นที่สนใจของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการในกรอบคณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ (International Law Commission: ILC) และคณะกรรมการ 6 (กฎหมาย) ของสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทย ในฐานะสมาชิกของ AALCO ได้ใช้เวทีดังกล่าวในการติดตามพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศ และผลักดันท่าทีประเทศไทยในประเด็นที่ประเทศไทยให้ความสำคัญเพื่อให้พัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับท่าทีและผลประโยชน์ของประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ในทวีปเอเชียและแอฟริกา

การประชุมประจำปีของ AALCO เป็นการประชุมที่มีหัวหน้าคณะระดับรัฐมนตรี โดยมีกำหนดจัดการประชุมในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ของทุกปีก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) โดยในการประชุมประจำปี AALCO สมัยที่ 61 ณ เมืองบาหลี อินโดนีเซีย ที่ประชุมเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี ของ AALCO ในสมัยที่ 62 โดย กต. เสนอให้จัดการประชุมประจำปี สมัยที่ 62 ระหว่างวันที่ 8 - 13 กันยายน 2567 โดยไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ AALCO มาแล้ว 2 สมัย ได้แก่ สมัยที่ 8 เมื่อปี 2509 และสมัยที่ 26 เมื่อปี 2530

ทั้งนี้ AALCO ครั้งที่ 62 จะมีผู้เข้าร่วมการประชุมเป็นผู้แทนระดับรัฐมนตรีหรือเทียบเท่าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านกฎหมายระหว่างประเทศของประเทศสมาชิก ผู้แทนประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากสาขาต่าง ๆ และผู้แทนจากหน่วยงานของประเทศไทย รวมทั้งสิ้นประมาณ 250 - 300 คน โดยประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณา อาทิ เรื่องกฎหมายทะเล และกฎหมายการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ เป็นต้น

‘ปชช.’ แห่ลงทะเบียน 'ทางรัฐ' รับสิทธิเงินดิจิทัล จนขึ้นเทรนด์ X หลายรายโอด!! แอปฯ ‘ค้าง-เด้งออก’ หลังเปิดให้กรอกมา 1 ชม.

(1 ส.ค. 67) วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยแฮชแท็ก #แอปทางรัฐขึ้นอันดับ 1 เทรนด์แอปพลิเคชัน X รวมถึง #ดิจิทัลวอลเล็ต ก็อยู่อันดับต้น ๆ เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดี หลังจากเปิดลงทะเบียนมาประมาณ 1 ชั่วโมง เริ่มมีหลายรายบ่นว่า แอปทางรัฐมีอาการค้าง หรือบางรายก็ล็อกอินเข้าระบบแล้วก็เด้งออก รวมถึงบางรายก็ได้รับข้อความ แจ้งขออภัย เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่บางคนก็สามารถลงทะเบียนได้

ด้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลมีการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอีเอส และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ตั้งวอร์รูม รองรับการแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนที่อาจไม่คาดหมายที่จะเกิดขึ้น และหากประชาชนมีข้อสงสัย หรือติดปัญหาใด สามารถติดต่อ Call Center ได้ที่หมายเลข 1111

แฉต่อ!! ‘ศูนย์กีฬาอ่อนนุช’ ซื้อเครื่องออกกำลังกาย 21 รายการ งบ 15 ลบ. แถมซื้อเสร็จก็ไม่มีที่ไว้ ต้องจับมายัดใส่ในตู้คอนเทนเนอร์เล็กๆ

(1 ส.ค. 67) จากเพจ 'ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย' ได้เปิดเผยว่า...

ศูนย์กีฬาอ่อนนุช จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย 21 รายการ งบ 15,696,600 บาท...

ซื้อเสร็จก็ไม่มีที่ไว้ มายัดไว้ในตู้คอนเทนเนอร์เล็ก ๆ แบบนี้แหละครับท่านผู้ชม…

รายละเอียดแต่ละเครื่องก็อย่างที่เราเคยนำเสนอไปแล้ว ลู่วิ่ง 7.5 แสน ฯลฯ 

ติดตามกันต่อไป..

#สร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต 
#ศูนย์ปฏิบัติการSTRONGประเทศไทย
#กองการกีฬา #สำนักวัฒนธรรม #กีฬา และ #การท่องเที่ยว #กรุงเทพมหานคร

รางวัลที่ควรแก่การมอบชีวิต น้องฝ้ายช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย

รางวัลที่ควรแก่การมอบชีวิตน้องฝ้ายช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยที่กำลังจมทุกข์กับปัญหานานัปการให้หยัดยืนสู้ปัญหาไม่ท้อแท้ท้อถอย แม้น้องฝ้ายไม่มีแขนไม่มีมือ แต่ใช้เท้าแต่งหน้า โด่งดังมากในโลกออนไลน์ แม้ร่างกายจะพิการ แต่ใฝ่เรียนจนจบปริญญาตรี 

ล่าสุด วันนี้ น้องฝ้าย เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง และยังเป็นนักพูดสร้างแรงบัลดาลใจ ผมก้มลงมอบรางวัลให้เธอเสมือนศิษย์มอบพวงมาลัยดอกไม้ให้ครูบาอาจารย์ เพราะเพียงชั่วเวลาสั้นๆ เธอได้สอนบทเรียนชีวิตบทสำคัญให้กับผม 

อลงกรณ์ พลบุตร
31 ก.ค. 2024

IWRM ลงนามขายน้ำให้นิคม TFD รองรับกลุ่มอุตสาหกรรม PCB มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท

PCB พร้อม...น้ำพร้อม!!  บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JCK) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม TFD ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม กับ บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) ผู้ให้บริการน้ำแก่นิคมอุตสาหกรรม TFD 2 และส่วนขยาย เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางด้านน้ำ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้น้ำของนิคมฯ ในระยะยาว

นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการ IWRM เปิดเผยว่า การลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมครั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มอุตสาหกรรม PCB ในพื้นที่นิคมTFD 2 และส่วนขยาย ปริมาณสูงสุด 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 7.3 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อปี  โดยมีระยเวลาของสัญญา 25 ปี มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มส่งน้ำให้แก่นิคมฯ ภายในไตรมาสแรกของปี 2568

นิคมอุตสาหกรรม TFD 2 มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ได้รับการจัดสรรหมดเป็นที่เรียบร้อย และมีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 800 ไร่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของนิคมฯ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต (New S-curve) ซึ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top