Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

มุกดาหาร-ตำรวจน้ำมุกดาหาร​ CIB​ ยึดหมูแช่แข็ง 600 กก ขณะลักลอบนำเข้าข้ามแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา18.30 น วันที่ 2 สิงหาคม 2567 พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. (สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ) ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำชิ้นส่วนสุกรแช่แข็งเข้ามาทางเรือข้ามแม่น้ำโขงมาที่ท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้เรียกชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมประชุมชี้แจงและวางแผนในการทำงาน โดยได้แบ่งกำลังเป็นเป็น 4 ชุด คือ ชุดที่ 1 นำโดย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ สุระสะ รอง สว.(ป.ทางน้ำ)  ประจำจุดซุ่มบริเวณป่าวัดบางทรายใหญ่ ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.  ประจำจุดซุ่มบริเวณป่าบ้านบางทรายใหญ่ ใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุดที่ 3 นำโดย ด.ต.วุฒินันท์ จันทรเสนา ผบ.หมู่ ประจำจุดซุ่มบริเวณป่าด้านหลังที่ทำการประมงจังหวัดมุกดาหารติดกับฝั่งแม่น้ำโขงปากห้วยบางทราย และชุดที่ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อยู่บริเวณพื้นที่วงนอกโดยรอบ ต.บางทรายใหญ่ 

ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ ได้สังเกตเห็นเรือต้องสงสัยมีสิ่งของลักษณะเป็นกระสอบอยู่บนลำเรือได้แล่นจากฝั่ง สปป ลาว ข้ามแม่น้ำโขงตรงเข้ามายังท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่น 3-4 ได้เข้ามาช่วยกันยกกระสอบสีเขียวและสีดำ จำนวนหลายกระสอบลงจากเรือมาไว้ที่ริมตลิ่ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดที่ 1 , 2 และ 3 เข้าทำการตรวจสอบ ขณะเดียวกันกลุ่มชายวัยรุ่น 3-4 คนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันวิ่งหลบหนีไป ส่วนเรือที่มาส่งของก็ได้หันหัวเรือแล่นกลับไปฝั่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบกระสอบที่ถูกทิ้งไว้รวมจำนวน 33 กระสอบ พบว่าภายในเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลบรรจุชิ้นส่วนและหนังสุกร แช่แข็ง จึงได้ ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รู้จัก 'ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์' 'นักวิชาการรุ่นใหม่' ผู้หวังให้สังคมไทยไม่มองตนถูกต้องที่สุด ส่วนผู้อื่นผิดหมด หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น’

ถือเป็นอีกหนึ่งงานเสวนาที่ห้ามพลาด!! กับ 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' ในวันอังคารที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดยงานนี้ ได้รับเชิญผู้ร่วมเสวนาผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ...

ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง / ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ รองผู้อำนวยการศูนย์การเมือง สังคม และอาณาบริเวณศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความสนใจเชิงลึกในทฤษฎีการเมือง, ปรัชญาสังคมศาสตร์, การเมืองการปกครองไทย รวมถึงทฤษฎีประชาธิปไตย สะท้อนผ่านผลงานทางวิชาการ และ งานวิจัยมากมาย อาทิ...

จาก 'เดโมกราเตีย' ถึง 'เดโมคราซี่' การเปลี่ยนไปของมโนทัศน์ 'ประชาธิปไตย' / นักสอพลอประชาชนแห่งประชาธิปไตยเอเธนส์กับบทเรียนต่อประชาธิปไตยไทยร่วมสมัย / 'การศึกษากำเนิดและความเสื่อมของระบอบประชาธิปไตยเอเธนส์' / 'การเมืองของกระบวนการกำหนดนโยบายโฉนดชุมชน' / 'ระบอบการปกครองลูกผสมไทย: 'บทเรียน' หรือ 'ลางร้าย' ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในอาเซียน' / 'คุณธรรม' ใน 'เจ้าผู้ปกครอง' ของมาคิอาเวลลี' และอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในฐานะนักวิชาการรุ่นใหม่ ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ มักจะมองการเมืองไทยในปัจจุบันและสะท้อนออกมาสู่สังคมได้อย่างจี้ใจดำผู้คนเสมอ โดยอาจารย์ เคยเผยถึงนิยามหนึ่งของ 'การเมือง' ให้รับทราบกันด้วยว่า...

'การเมืองไทยในปัจจุบัน มันไม่ใช่การเมืองแล้ว แต่มันคือ การยุทธ์ การรบ หรือการสงครามมากกว่า และทุกฝ่ายเลยที่เข้าร่วมแบบไม่มีข้อยกเว้น ตั้งแต่ นักการเมือง, ทหาร, ตำรวจ, นักวิชาการ, นักกิจกรรม, นักศึกษา ผมเห็นแต่ละฝ่ายจ้องจะเอาชนะคะคานกันอย่างเดียว พูดกันตรง ๆ ฝั่งเสื้อแดงขึ้นก็บี้ เสื้อเหลือง-เสื้อน้ำเงิน-เสื้อเขียว ให้ตายไปข้าง เสื้อเหลือง-เสื้อน้ำเงิน ขึ้นก็บี้เสื้อแดงให้ตายไปอีกข้าง สุดท้ายบี้กันเองจนเละ เสื้อเขียวเข้ามาก็จัดการทุกฝ่าย อย่างที่เห็น ๆ กันอยู่

"ฉะนั้นผมถือว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีแต่สัญญาณอันตรายของการเมืองไทย สังคมของเรามาถึงจุด ที่น่าเป็นห่วงมาก ดูเหมือนว่าเราไม่อยากจะอยู่ร่วมกันแล้ว ที่มันน่ากลัวคือ สังคมเราแบ่งขั้วแบบสุดโต่ง ไร้เหตุผลกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ใครมีแนวคิดทางการเมืองเป็นเสื้อสีอะไรก็เห็นตัวเองถูกอยู่พวกเดียว พวกอื่นผิดหมด บ้านเมืองเรามาถึงจุด ๆ นี้ได้อย่างไร ไม่ดูเหตุดูผลกันแล้ว แต่ไปดูที่เป็นพวกใคร เป็นฝ่ายไหน ถ้าไม่ใช่กลุ่มตัวเองแค่อ้าปากก็ผิดแล้ว แล้วผมคิดว่ามันเป็นกันทุกกลุ่ม แย่พอกันทั้งหมด"

ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ เผยอีกว่า "ถ้ากรอบคิดในการมองการเมืองไทยเป็นแบบนี้ อนาคตการเมืองไทยจะเละเป็น 'ซีเรีย' แน่นอน แต่ทางออกยังมี อย่างผมเองถือว่ามีโอกาสดีที่ตอนเรียนปริญญาโทได้ไปเป็นผู้ช่วยวิจัยที่ศึกษาวิธีคิดของกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง พอเราได้ลงไปสัมผัสพี่น้องเสื้อแดงและเสื้อเหลืองอย่างใกล้ชิด มันเห็นเลยว่า เขาหวังดีต่อบ้านเมืองด้วยกันทั้งคู่ ผมเชื่อว่าคนเราพอสัมผัสกันมันมองกันออก มันอ่านใจกันออก ในยุคนี้ก็เหมือนกัน ทหารก็ไม่ได้แย่กันทั้งกองทัพ หรือแม้แต่ตัวเราเองยังมีดี มีชั่ว มีถูก มีผิดกันทั้งหมด...

"อย่ามองความเห็นตัวเองถูกไปทั้งหมด แล้วมองคนอื่นผิดหมด โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง ต้องเลิกเสียที ถ้าคิดอย่างนี้ได้ก่อน อคติหรือการเหมารวมที่มันนำไปสู่ความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มมันจะเบาบางลง มันจะเริ่มคุยกันได้ คุยกันรู้เรื่อง ถอยคนละก้าวบ้าง สังคมเราจึงพอจะเห็นทางออกจากวิกฤตนี้"

สำหรับงานเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 6 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

พร้อมรับชม '2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ Dawn of Revolution' ในเวลา 13.30 - 16.40 ณ สถานที่เดียวกัน

📌 สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งเข้าร่วมกิจกรรมฟังเสวนาและชมภาพยนตร์ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/1utXQT68NCUZks5YYcILGBQ91B76zILkSoQ7srQ2ymoc/viewform?ts=66a737cb&edit_requested=true

3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เปิด ‘สวนป่าเบญจกิติ’ ระยะ 2-3 พื้นที่สาธารณะสีเขียวที่ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชาวกรุงฯ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2-3 ณ สวนสาธารณะเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย กรุงเทพฯ โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมข้าราชการ เฝ้า ฯ รับเสด็จ

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธีทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายสวนเบญจกิติ โดยถ่ายทอดผ่านจอมอนิเตอร์ แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ) ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

ต่อมา เสด็จฯ ไปยังบริเวณจัดนิทรรศการ ‘สวนป่าเบญจกิติ’ ทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสวนป่าระยะที่ 2-3 ในสวนสาธารณะเบญจกิติ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1 ต้น เมื่อสมควรแก่เวลาเสด็จฯ กลับ

ทั้งนี้ โครงการจัดสร้างสวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2-3 ดำเนินการออกแบบภายใต้แนวคิดในการสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปลูกป่าในใจคน ด้วยการเป็นสวนป่าสำหรับคนเมือง (Urban Forest) ที่เชื่อมโยงและเอื้อต่อการเข้ามาทำกิจกรรมและใช้ประโยชน์ในวิถีชีวิตของ คนเมือง เป็นแหล่งเรียนรู้มีชีวิต ที่สร้างความผูกพันและสำนึกรักในคุณค่าของป่า น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วม และสำนึกหวงแหนดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในการออกแบบได้เน้นให้มีพื้นที่สวนป่ามากที่สุด มีพื้นที่ป่าและพื้นที่น้ำร้อยละ 85 โดยปลูกต้นไม้เพิ่ม ในพื้นที่โครงการฯ กว่า 7,000 ต้น มีพรรณไม้ประมาณ 350 ชนิด ทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน และไม้น้ำ และเพื่อให้สวนป่าแห่งนี้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองจึงได้ออกแบบให้มีบึงน้ำจำนวน 4 บึง สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 128,000 ลูกบาศก์เมตร ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครต่อไปในอนาคต

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในโครงการได้ใช้ระบบบำบัดน้ำแบบบึงประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการทางธรรมชาติของระบบรากพืชชุ่มน้ำ และได้ออกแบบบ่อดักตะกอน ซึ่งเป็นจุดแรกในการรับน้ำจากคลองไผ่สิงโต มีสารแขวนลอยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำจากคลองไผ่สิงโต เพื่อนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ในโครงการ อีกทั้งมีเส้นทางเดิน ทางวิ่ง ทางจักรยาน ระยะทางรวม 4 กิโลเมตร มีทางเดินศึกษาธรรมชาติลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่และบึงน้ำ มีการออกแบบทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) ความสูง 5-8 เมตร ที่สามารถมองเห็นมุมมองในระยะสูงเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของสวนที่สามารถให้ทุก ๆ คน เดินเชื่อมไปยังส่วนอื่น ๆ ของพื้นที่สวนป่าได้ในส่วนของงานสถาปัตยกรรมได้ออกแบบอาคารโรงงานผลิตยาสูบเดิมให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต การเรียนรู้ที่หลากหลาย

มีพื้นที่สำหรับการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับอาคารโกดังเดิมจำนวน 3 หลัง ได้ปรับปรุงเป็นอาคารกีฬา และได้เปิดพื้นที่กลางอาคารทั้ง 4 หลัง ให้โปร่งโล่งและปลูกต้นไม้เพิ่มกลางอาคารโดยใช้แนวคิดออกแบบอาคารเขียว เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน

โดยสวนป่าแห่งนี้เป็นสวนที่แสดงให้เห็นถึงการน้อมนำพระราชดำริมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับปวงชนชาวไทยที่สร้างการตระหนักรู้ถึงการอยู่ร่วมกันระหว่าง คน สัตว์ ป่า การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สวนแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และกรมธนารักษ์ คาดหวังว่า สวนป่าแห่งนี้จะช่วยให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งความสุขต่อไปได้

'Intel' จ่อเลิกจ้างพนักงานกว่า 15,000 อัตรา หลังขาดทุนยับ หุ้นร่วง 20% สวนทาง Nvidia

(2 ส.ค.67) เอพี รายงานว่า Intel ผู้ผลิตชิปรายใหญ่เบอร์ต้น ๆ ของโลก ที่มีฐานอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ออกมาประกาศแผนเลิกจ้างพนักงาน 15% หรือราว 15,000 คน ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Nvidia และ AMD หลังบริษัทขาดทุนหนักต่อเนื่อง

ด้าน นายแพทริก พี. เกลซิงเกอร์ ประธานกรรมการบริหารของบริษัท Intel Corp กล่าวกับพนักงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทวางแผนที่จะลดเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568

“พูดอย่างง่าย ๆ ก็คือ ทางบริษัทต้องปรับโครงสร้างต้นทุนของเราให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานใหม่ และเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินการของเราโดยพื้นฐาน” เขาเขียนบันทึกที่เผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ และว่า “รายได้ของเราไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดไว้ และเรายังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากเทรนด์ที่กำลังอยู่ในกระแสอย่าง AI ซึ่งต้นทุนของเราสูงเกินไป สวนทางกับกำไรที่ได้”

การลดตำแหน่งดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากรายได้ในไตรมาสล่าสุด ขาดทุน 1,600 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับกำไร 1,500 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดย เกลซิงเกอร์ ระบุว่า ในสัปดาห์หน้า อินเทลจะประกาศข้อเสนอเกษียณอายุขั้นสูง สำหรับพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และเสนอโปรแกรมการสมัครใจลาออก

“การตัดสินใจนี้ ท้าทายฉันถึงแก่นแท้และนี่คือสิ่งที่ยากที่สุดที่เคยทำในอาชีพการงาน” เขากล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าการเลิกจ้างจำนวนมาก จะแล้วเสร็จในปีนี้

หุ้นของ Intel ร่วงลง 20 เปอร์เซ็นต์ในการซื้อขายต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปรายนี้มีแนวโน้มจะสูญเสียมูลค่ามากกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการอีกครั้งในวันศุกร์

แม้ว่า Intel จะเคยเป็นผู้นำตลาดชิปที่ใช้ในทุกสิ่งตั้งแต่แล็ปท็อปไปจนถึงศูนย์ข้อมูล แต่ปัจจุบัน Intel กลับต้องดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อตามให้ทัน Nvidia บริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ AMD ผู้ผลิตและผู้พัฒนาซีพียู และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน Intel ประกาศว่า จะยุติการขยายโครงการ โรงงานขนาดใหญ่ในอิสราเอล โดยระบุว่า การตัดสินใจที่จะทำโครงการขนาดใหญ่จะต้องคำนึงถึง ‘เงื่อนไขทางธุรกิจ พลวัตของตลาด และการจัดการทุนอย่างรับผิดชอบ’

พิพัฒน์ ส่งโฆษก พบเครือข่ายแรงงานอิสระเมืองสุพรรณฯ สร้างการมีส่วนร่วม ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน

(2 ส.ค.67) นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มแรงงานอิสระ เพื่อประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน จึงได้มอบหมายให้ผมเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน ประจำปี 2567 โดยมี ประกันสังคมจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการเสริมสร้างความั่นคงแรงงานนอกระบบ เครือข่ายประกันสังคมจังหวัดสุพรรณบุรี ณ วัดใหม่เพชรรัตน์ ตำบลศรีสำราญ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน ประจำปี 2567 ในวันนี้ กระทรวงแรงงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างหลักประกันทางสังคมสู่แรงงานภาคอิสระ ให้มีความมั่นคงในชีวิต ที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับทุกช่วงวัยและทุกกลุ่ม ภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ “การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ” ซึ่งกล่าวได้ว่า การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างหลักประกันทางสังคมในพื้นที่ เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

นายภูมิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวน พระภิกษุ สามเณร 
ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมโครงการให้สามารถรับรู้สิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ที่ได้รับความคุ้มครอง กรณีเงินทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับพระภิกษุ สามเณร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประชาชนทั่วไปได้เข้ำถึงสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมมาตรา 40 เพิ่มมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล

“กระทรวงแรงงาน ขอกราบขอบพระคุณคณะสงฆ์ รวมถึงขอขอบคุณผู้สนับสนุน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ทำให้การจัดโครงการในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน และทุกสาขาอาชีพ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมต่อไป” นายภูมิพัฒน์ กล่าว

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญถวายทุนแด่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรรม 9 ประโยค ประจำปี พ.ศ.2567 ปีที่ 3 ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เมื่อวันที่ (31 ก.ค.67) อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร นำปัจจัย 30,000 บาท ร่วมบุญเจ้าภาพภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป และพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จำนวน 76 รูป และ เข้าร่วมพิธี ถวายทุนแด่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญ 9 ประโยค โดยมี พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา (28 กรกฎาคม 2567) ณ ห้องพินิตประชานาถ ในศาลาว่าการกลาโหม 

ขอน้อมส่งผลบุญบารมี แด่กัลยาณมิตรผู้ร่วมบุญ และปวงชนชาวไทยทั้งปวง

อานิสงส์จากการถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรม

1. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยอายุ จะเป็นผู้มีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
2. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยวรรณะ มีผิวพรรณนาวรรณะผ่องใส เป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจ เป็นที่รักชอบใจของผู้พบเห็น อันเป็นที่มาแห่งโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
3. เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสุข มีความสุขทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งอารมณ์ แจ่มใส เบิกบาน ร่าเริงอยู่เป็นนิตย์
4. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยพละ คือ มีเรี่ยวแรงมหาศาล เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั้งหลาย
5. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยปฏิภาณ มีสติปัญญาที่ฉลาด หลักแหลม รอบรู้ในสรรพวิชชาทั้งปวง
6. เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เดินทางไป ณ สถานที่แห่งใด ย่อมได้รับการต้อนรับ อำนวยความสะดวกสบาย
7.  เป็นผู้มีกำลังใจในการสร้างบารมีไม่มีที่สิ้นสุด ประดุจดั่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย นับตั้งแต่ปัจจุบันชาติ ไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

กราบอนุโมทนาสาธุบุญ

'พัชรวาท' เชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 3 หน่วยงานผนึกกำลังร่วมจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก

เมื่อวันที่ (31 ก.ค.67) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day) 31 กรกฎาคม 2567 พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารจากทส. โดยมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมพิธีวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานซึ่งมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ปฏิบัติงานเป็นแนวหน้าในการอนุรักษ์คุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์ทั้งพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ทางทะเล ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอยู่ประมาณ 21,000 คน โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 11 ราย ประกอบด้วย กรมอุทยานฯ 8 ราย กรมป่าไม้ 3 ราย ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตลอดจนเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้ง 3 หน่วยงาน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 มีการจัดงานครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา และล่าสุดในปี พ.ศ. 2566 จัดงานที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

สำหรับการดูแลขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯได้รับการอนุมัติจากสำนักงบประมาณ โดยในปีงบประมาณ 2568 ให้ปรับอัตราค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จาก 9,000 บาท เป็น 11,000 บาท โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นอกจากนั้นแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังได้มีโครงการจัดหาวัสดุสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขาทุกสาขา จัดหาวัสดุจำนวน 15 รายการ ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น เปลนอนประกอบมุ้ง ถุงนอน ฟลายชีท ผ้าใบกันฝน กระบอกกรองน้ำแบบพกพา ฯลฯ เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในสังกัด 8,875 คน ในวงเงิน 9,210,000 บาท 

ด้านการจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในปีนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับกรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำหนดจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี และการทำงานอันเสียสละของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในการปกป้องรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ทั้งบนบกและท้องทะเล  อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 

ส่วนกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเชิดชูเกียรติ โดยการกล่าวสดุดีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กิจกรรมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ การมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อีกทั้งยังมีกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การแสดงสมรรถนะของรถยนต์ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนอากาศยานไร้คนขับ (UAV) สำหรับเฝ้าระวังและติดตามการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ การแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) พร้อมรถโมบายและอุปกรณ์เพื่อปฏิบัติงานนอกสถานที่

เจ้าหน้าที่ 3 หน่วยงานกระทรวงทส. ผนึกกำลังจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก 31 ก.ค.67 เพื่อเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ด้านงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2567

กรมอุทยานแห่งชาติฯ กำหนดจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิดหลัก 'Go Goal Tigers : ก้าวต่อไป...Tigers' วันที่ 25 – 27 กรกฎาคม 2567

(24 ก.ค.67) นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รองปลัด ทส.) เป็นประธานแถลงข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ทส. ผู้บริหารของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และสื่อมวลชน ร่วมแถลงข่าวในประเด็น 1.วันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day) 2.วันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2567 ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 3 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กทม. 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่ปฏิบัติงานเป็นแนวหน้าในการอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครองทั้งป่าไม้และทะเล และเพื่อเป็นการรำลึกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้เป็นหัวใจหลัก หรือแนวหน้าในการอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครอง ทั้ง 3 หน่วยงาน จึงได้ร่วมกันจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่มาของวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกนั้น สมาพันธ์ผู้พิทักษ์ป่าระหว่างประเทศ หรือ International Federation Ranger (IRF) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2535 เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้พิทักษ์ป่า ผู้เป็นกำลังสำคัญในการทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่คุ้มครองของโลก ได้มีมติในการประชุม World Congress Ranger ปี พ.ศ.2549 ที่สกอตแลนด์ ให้วันที่ 31 กรกฎาคมของทุกปี เริ่มต้นในปี พ.ศ.2549 เป็นวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก 

สำหรับการจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในปีนี้ พ.ศ. 2567 กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับกรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำหนดจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ในวันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและการทำงานอันเสียสละของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อีกด้วย 

ด้านการจัดงาน วันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2567 นั้น ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศ ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญของเสือโคร่ง และยังได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งที่ประชุมให้การรับรองต่อปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง อันเป็นแนวทางปฏิบัติสำคัญของโลกเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งในปัจจุบันและในอนาคต และยังได้กำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันเสือโคร่งโลก ซึ่งเสือโคร่ง ถือเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศปัจจุบัน จากการสำรวจโดยใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์และประเมินประชากรประเทศไทยมีเสือโคร่งในธรรมชาติ จำนวน 179-223 ตัว

ขณะที่ การจัดงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2567  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้จัดงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25 – 27 กรกฎาคม 2567 ภายใต้แนวคิดหลัก “Go Goal Tigers : ก้าวต่อไป...Tigers” ณ ลาน Zpotlight ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยมีพิธีเปิดวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 พร้อมด้วยกิจกรรมและงานเสวนาเกี่ยวกับเสือโคร่งด้วย

วิทยุการบินฯ คว้ารางวัล ITA Awards สาขาพัฒนาการสูงสุด

วิทยุการบินฯ รับรางวัล ITA Awards สาขาพัฒนาการสูงสุด ด้วยคะแนน 92.37 ได้คะแนนเพิ่มสูงสุดในกลุ่มรัฐวิสาหกิจ มุ่งเน้นการให้บริการและการบริหารองค์กรด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส

ดร. ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (กอญ. บวท.)กล่าวว่า “ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ) วิทยุการบินฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ซึ่งได้จัดทำแผนแม่บทด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ โดยในปีนี้วิทยุการบินฯ ได้รับรางวัลผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (Integrity and Transparency Assessment) หรือ ITA Awards สาขาพัฒนาการสูงสุด ซึ่งพิจารณาจากส่วนต่างของคะแนนปีที่แล้วกับคะแนนปีนี้ เดิมปีที่แล้วได้ 83.09 คะแนน ปีนี้ได้ 92.37 คะแนน เพิ่มขึ้น 9.28 คะแนน เป็นคะแนนเพิ่มสูงสุด ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจ 51 หน่วยงาน จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของวิทยุการบินฯ และเรายังคงพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการด้านต่างๆ ขององค์กรให้ได้คะแนนที่ดียิ่งขึ้น”

ดร. ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิทยุการบินฯ ได้มีการทบทวนผลการดำเนินงานด้านต่างๆ รวมทั้งปัจจัยทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมุ่งไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม สร้างผลประโยชน์ให้กับสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดำเนินงานที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง 

โดยยังคงมุ่งเน้นภารกิจการให้บริการจรารจราจรทางอากาศที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การบินศูนย์กลางการบินภูมิภาคต่อไป”

'นักวิทย์' ค้นพบ!! ใต้พื้นผิวดาวพุธ ลึก 500 เมตร อาจมี 'ชั้นเพชร' หนากว่า 15-18 กิโลเมตรซ่อนอยู่

(2 ส.ค.67) ‘ดาวพุธ’ (Mercury) เป็นดาวเคราะห์ลำดับแรกในระบบสุริยะ มีขนาดเล็กที่สุด และมีความหนาแน่นมากเป็นอันดับ 2 รองจากโลก โดยมีแกนโลหะขนาดใหญ่ครอบคลุมรัศมีของดาวพุธถึง 85% แต่ในขณะเดียวกัน มันยังเป็นดาวเคราะห์หินในระบบสุริยะที่มีการสำรวจน้อยที่สุดอีกด้วย

แต่ตามผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications นักวิทยาศาสตร์พบว่า ที่ใต้พื้นผิวของดาวพุธซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแกรไฟต์ ลึกลงไปอาจมี ‘ชั้นเพชร’ ซ่อนอยู่

เพชรเหล่านี้อาจก่อตัวขึ้นไม่นานหลังจากที่ดาวพุธก่อกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อนจากกลุ่มฝุ่นและก๊าซที่หมุนวนในสภาพแวดล้อมที่มีแรงดันสูงและอุณหภูมิสูง

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าว จากการทดลองสร้างสภาพแวดล้อมดังกล่าวขึ้นใหม่ในการทดลองด้วยเครื่องจักรที่เรียกว่า ‘เครื่องอัดแบบทั่ง’ (Anvil Press) ซึ่งปกติจะใช้ศึกษาว่าวัสดุต่าง ๆ มีพฤติกรรมอย่างไรภายใต้แรงกดดันสูง แต่ยังใช้ในการผลิตเพชรสังเคราะห์ด้วย

ด้าน เบอร์นาร์ด ชาร์ลิเยร์ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยลีแยฌในเบลเยียม หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “มันเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้เราสามารถนำตัวอย่างขนาดเล็กมาทดสอบภายใต้ความกดดันและอุณหภูมิสูงเช่นเดียวกับที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเนื้อโลก (Mantle) ของดาวพุธ”

ทีมวิจัยได้ใส่ส่วนผสมสังเคราะห์ของธาตุต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงซิลิกอน ไททาเนียม แมกนีเซียม และอะลูมิเนียม เข้าไปในแคปซูลแกรไฟต์ เพื่อเลียนแบบองค์ประกอบตามทฤษฎีภายในดาวพุธ

จากนั้นนักวิจัยได้นำแคปซูลไปทดสอบภายใต้ความกดดันที่สูงกว่าความดันที่พบบนพื้นผิวโลกเกือบ 70,000 เท่า และอุณหภูมิสูงถึง 2,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการจำลองสภาพที่น่าจะพบใกล้แกนดาวพุธเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

หลังจากตัวอย่างละลาย นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและแร่ธาตุภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน และสังเกตเห็นว่า ‘แกรไฟต์ได้เปลี่ยนเป็นผลึกเพชร’

นักวิจัยกล่าวว่า กลไกนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวดาวพุธได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของดาวเคราะห์และโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์นอกระบบที่มีลักษณะคล้ายกันอีกด้วย

ทั้งนี้ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ดาวพุธเป็นหนึ่งในดาวที่มีการสำรวจน้อยมาก ภารกิจสำรวจดาวพุธครั้งสุดท้ายคือยาน MESSENGER ขององค์การนาซา (NASA) ซึ่งโคจรรอบดาวพุธระหว่างเดือน มี.ค. 2011 ถึงเดือน เม.ย. 2015

ภารกิจดังกล่าวรวบรวมข้อมูลเชิงธรณีวิทยา เคมี และสนามแม่เหล็กของดาวพุธ ก่อนที่ยานอวกาศจะเชื้อเพลิงหมดและพุ่งชนพื้นผิวดาวพุธ

หลิน เหยียนเฮ่า นักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยขั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแรงดันสูงในปักกิ่ง หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “เรารู้ว่ามีคาร์บอนจำนวนมากในรูปแบบของแกรไฟต์บนพื้นผิวของดาวพุธ แต่กลับมีการศึกษาน้อยมากเกี่ยวกับส่วนภายในของดาวเคราะห์”

ชาร์ลิเยร์เสริมว่า “เมื่อเทียบกับดวงจันทร์หรือดาวอังคารแล้ว เรารู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับดาวพุธ เนื่องจากเราไม่มีตัวอย่างจากพื้นผิวของดาวเคราะห์ด้วย” และบอกว่า ดาวพุธแตกต่างจากดาวเคราะห์หินดวงอื่น ๆ เนื่องจากมันอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก จึงมีออกซิเจนในปริมาณต่ำมาก ซึ่งส่งผลต่อเคมีของดาวเคราะห์

หนึ่งในการค้นพบของ MESSENGER คือข้อเท็จจริงที่ว่า ดาวพุธอุดมไปด้วยคาร์บอนและพื้นผิวเป็นสีเทาเนื่องจากมีแกรไฟต์ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของคาร์บอน อยู่ทั่วไป เพชรเองก็ประกอบด้วยคาร์บอนบริสุทธิ์ ซึ่งก่อตัวขึ้นภายใต้สภาวะความดันและอุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจง

นักวิจัยต้องการดูว่า กระบวนการนี้เกิดขึ้นระหว่างการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้หรือไม่

เมื่อหลิน, ชาร์ลิเยร์ และเพื่อนร่วมทีมวิจัยเตรียมการทดลองเพื่อเลียนแบบสภาวะภายในของดาวพุธไม่นานหลังจากการก่อตัวของดาว องค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือความรู้ที่ว่า มีกำมะถันอยู่ในดาวพุธด้วย ดังเช่นหลักฐานจากการศึกษาครั้งก่อน ๆ

ชาร์ลิเยร์บอกว่า “เราพบว่าสภาพแวดล้อมนั้นแตกต่างจากโลก เพราะมีกำมะถันจำนวนมากบนดาวพุธ ซึ่งทำให้จุดหลอมเหลวของตัวอย่างของเราลดลง”

เขาเสริมว่า “มันหลอมละลายอย่างสมบูรณ์ที่อุณหภูมิต่ำกว่าเมื่อเทียบกับระบบที่ไม่มีกำมะถัน ซึ่งดีต่อเสถียรภาพของเพชร เนื่องจากเพชรชอบแรงดันสูงแต่มีอุณหภูมิต่ำกว่า”

ชาร์ลิเยอร์บอกว่า ความหนาของชั้นเพชรคาดว่าอยู่ระหว่าง 15-18 กิโลเมตร แต่เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น และอาจเปลี่ยนแปลงได้

ไม่สามารถบอกได้ว่าเพชรแต่ละเม็ดมีขนาดใหญ่เพียงใด “เราไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับขนาดของเพชร แต่เพชรทำมาจากคาร์บอนเท่านั้น ดังนั้นเพชรจึงน่าจะมีองค์ประกอบคล้ายกับที่เราทราบบนโลก มันน่าจะมีลักษณะเหมือนเพชรบริสุทธิ์”

ส่วนคำถามว่าเพชรเหล่านี้จะถูกขุดขึ้นมาได้หรือไม่นั้น? ชาร์ลิเยร์บอกชัดเจนว่า “เป็นไปไม่ได้” แม้จะมีเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคตก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเพชรเหล่านี้อยู่ที่ความลึกประมาณ 500 กิโลเมตร

“อย่างไรก็ตาม ลาวาบางส่วนบนพื้นผิวของดาวพุธเกิดจากการหลอมละลายของชั้นเนื้อโลกที่ลึกมาก จึงสมเหตุสมผลที่จะพิจารณาว่า กระบวนการนี้สามารถนำพาเพชรบางส่วนขึ้นมาบนพื้นผิวได้” เขากล่าว

ทั้งนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาจากการจำลองสภาวะของดาวพุธเท่านั้น หากจะทราบข้อมูลที่ถูกต้องกว่านี้ อาจต้องฝากความหวังไว้กับภารกิจ ‘เบปีโคลอมโบ’ (BepiColombo) ซึ่งประกอบด้วยยานอวกาศ 2 ลำที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศในเดือน ต.ค. 2018 และคาดว่าจะเข้าสู่วงโคจรของดาวพุธในเดือน ธ.ค. 2025

ภารกิจดังกล่าวซึ่งนำโดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) จะศึกษาดาวเคราะห์ดวงนี้จากวงโคจรและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภายในและลักษณะเฉพาะของดาวพุธมากขึ้น

ชาร์ลิเยร์บอกว่า “เบปีโคลอมโบอาจสามารถระบุและวัดปริมาณคาร์บอนบนพื้นผิวดาวพุธได้ และอาจยังระบุได้ด้วยว่า มีเพชรอยู่บนพื้นผิวหรือมีแกรไฟต์มากกว่า”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top