'การให้อภัย' ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่ 'การให้อภัย' นั้น อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตได้
การให้อภัย ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้
แต่การให้อภัยนั้น อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตได้
- ท่านพุทธทาสภิกขุ -
การให้อภัย ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้
แต่การให้อภัยนั้น อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตได้
- ท่านพุทธทาสภิกขุ -
ปัญหา...เป็นสิ่งที่เราต้องแก้
กรรม...เป็นสิ่งที่เราต้องชดใช้
ทุกข์..เป็นสิ่งที่เราต้องดับ
เหล่านี้เป็นภาระชีวิตของเรา
-ท่านพุทธทาสภิกขุ-
สุขแท้...
เกิดจากความสงบเท่านั้น
ส่วนสุขที่เกิดจากความวุ่นวาย
เป็นเพียงความสนุก
หาใช่ความสุขไม่
- ท่านพุทธทาสภิกขุ -
#THESTATESTIMES
#WeekendNews
#ธรรมะวันอาทิตย์
#ธรรมะ
#ท่านพุทธทาสภิกขุ
สุขแท้...
เกิดจากความสงบเท่านั้น
ส่วนสุขที่เกิดจากความวุ่นวาย
เป็นเพียงความสนุก
หาใช้ความสุขไม่
“ความซื่อสัตย์ต่อหน้า
ต่างกันอย่างดินกับฟ้า
เมื่อนำมาเทียบกับ
ความซื่อสัตย์ลับหลัง”
- ท่านพุทธทาสภิกขุ -
‘พระธรรมโกศาจารย์’ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม ‘ท่านพุทธทาสภิกขุ’ เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ท่านได้ตัดสินใจมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านพร้อมปวารณาตนเองเป็น ‘พุทธทาส’ เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด
ท่านพุทธทาสภิกขุได้บวชเรียนตามประเพณี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2469 ที่โรงอุโบสถวัดอุบล หรือวัดนอก ก่อนจะย้ายมาประจำอยู่ที่วัดพุมเรียง มีพระอุปัชฌาย์คือ พระครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมาโล) รองเจ้าคณะเมืองในสมัยนั้น และมีพระปลัดทุ่ม อินทโชโต เจ้าอาวาสวัดอุบล และ พระครูศักดิ์ ธมฺรกฺขิตฺโต เจ้าอาวาสวัดวินัย หรือวัดหัวคู เป็นพระคู่สวด ท่านพุทธทาสภิกขุได้รับฉายาว่า อินทปญฺโญ ซึ่งแปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่
ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และยังมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังในการศึกษาศาสนาพุทธเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ
ทั้งนี้ ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 สิริรวมอายุ 87 ปี 67 พรรษา
หลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2548 องค์การยูเนสโก ประกาศยกย่องให้ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านส่งเสริมขันติธรรม สันติธรรม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของมวลมนุษย์
คนฉลาดไม่ใช่แค่
ฉลาดพูดเท่านั้น
ต้องรู้จักนิ่งอย่างมีสติให้เป็นด้วย
ต้องรู้ในสิ่งที่ไม่ควรพูด
ให้มากยิ่งกว่าสิ่งที่ควรพูด
ท่านพุทธทาสภิกขุ
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 วันคล้ายวันเกิด “ท่านพุทธทาสภิกขุ” บุคคลสำคัญของโลก ผู้มอบแก่นพระธรรมที่ร่วมสมัยแก่สังคมไทย
วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ท่านพุทธทาสภิกขุ หรือ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) พระนักคิดและนักเผยแผ่ธรรมะคนสำคัญของไทย ผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกในวาระครบ 100 ปีชาตกาลให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลก ด้วยผลงานด้านศาสนา ความคิด และการเผยแพร่ธรรมะที่มีอิทธิพลกว้างไกลทั้งในไทยและต่างประเทศ
ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นที่จดจำอย่างเด่นชัดในฐานะพระผู้พยายามพาคนกลับไปหา “แก่น” ของพระพุทธศาสนา มากกว่าการยึดติดกับเปลือกพิธีกรรมหรือความเชื่อที่ห่างไกลจากคำสอนดั้งเดิม หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ อธิบายว่า ตลอดชีวิตของท่าน ท่านศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติ และสอนธรรมะอย่างมุ่งมั่น เพื่อทำให้พุทธธรรมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริงสำหรับผู้คนในโลกสมัยใหม่
จุดเด่นที่สุดของท่านคือการอธิบายธรรมะให้ ร่วมสมัย เข้าใจง่าย แต่ยังคงความลุ่มลึก ท่านไม่ได้พูดถึงพุทธศาสนาในฐานะเรื่องไกลตัว หากแต่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ การยึดติด ความเห็นแก่ตัว สันติภาพ หรือการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยเหตุนี้ คำสอนของท่านจึงเข้าถึงทั้งพระสงฆ์ ปัญญาชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในวงกว้าง
อีกด้านหนึ่ง ท่านพุทธทาสภิกขุยังเป็นผู้บุกเบิกการตีความพุทธธรรมในมิติที่กว้างกว่าศาสนาเฉพาะบุคคล บทความของหอจดหมายเหตุพุทธทาสระบุว่า ท่านขยายการอธิบายธรรมะไปสู่ประเด็นทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องของวัดหรือการปลีกวิเวกเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างไม่เบียดเบียนกันในโลกนี้
ความสำคัญของท่านในระดับนานาชาติสะท้อนชัดจากการที่ ยูเนสโก ยกย่องท่านในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกในขณะนั้นกล่าวถึงท่านว่าเป็นพระเถรวาทผู้ทรงอิทธิพลจากประเทศไทยที่เข้าร่วมรายชื่อบุคคลสำคัญระดับนานาชาติของยูเนสโก การยกย่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะท่านเป็นพระสำคัญของไทยเท่านั้น แต่เพราะแนวคิดและผลงานของท่านมีคุณค่าต่อมนุษยชาติในวงกว้าง
หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ความคิด ท่านพุทธทาสภิกขุมีบทบาทอย่างมากในการทำให้คนไทยจำนวนมากมองพระพุทธศาสนาใหม่ จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับศาสนาในกรอบพิธีกรรมและความเชื่อ ท่านพยายามดึงผู้คนกลับไปหาหลักการพื้นฐาน เช่น การลดตัวตน ความว่าง การดับทุกข์ และการใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือเข้าใจชีวิตจริง จึงไม่น่าแปลกที่คำสอนของท่านยังถูกอ่าน ศึกษา และอ้างอิงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น วันที่ 27 พฤษภาคม จึงไม่ใช่เพียงวันคล้ายวันเกิดของพระรูปหนึ่ง แต่เป็นวันที่ควรใช้รำลึกถึง ท่านพุทธทาสภิกขุ ในฐานะบุคคลสำคัญของโลก ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อเผยแพร่แก่นพระธรรมให้มีความหมายต่อมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ และทำให้พุทธศาสนากลับมาเป็นพลังทางปัญญาและการเยียวยาจิตใจของผู้คนอย่างแท้จริง
ที่มา : https://main.bia.or.th/_en/buddhadasa-bhikkhu/