Wednesday, 7 October 2026
TheStatesTimes

30 กันยายน 2395 วันก่อตั้ง ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ โรงเรียนประจำแห่งแรกของสยาม เริ่มสอนปี พ.ศ. 2395 ที่กุฎีจีนสอนวิชาสากลพร้อมเน้นจริยธรรม พัฒนายกระดับเป็นวิทยาลัยปี พ.ศ. 2456

วันก่อตั้ง ‘กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’ โรงเรียนมิชชันนารีชาย ที่เป็นแบบเรียนประจำแห่งแรกของสยาม

ย้อนกลับไป เมื่อปี พ.ศ. 2380 คริสตจักรเพรสไบทีเรียนในอเมริกา ได้จัดตั้งคณะกรรมการแผนกต่างประเทศขึ้น คณะกรรมการใหม่นี้ได้จัดส่งมิชชันนารีมายังประเทศสยามตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ. 2383 มิชชันนารีเพรสไบทีเรียนคนสำคัญ ได้แก่ ศาสนาจารย์สตีเฟน แมตตูน, ศาสนาจารย์ ดร. ซามูเอล อาร์. เฮาส์, ศาสนาจารย์ ดร. แดเนียล แมคกิลวารี, ศาสนาจารย์ เอส. จี. แมคฟาร์แลนด์ เป็นต้น ท่านเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการก่อตั้งคริสตจักรเพรสไบทีเรียนแห่งแรกในสยามและสภาคริสตจักรในประเทศไทยในเวลาต่อมา

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ. 2394 สถานการณ์ของมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนในแดนสยามก็ดีขึ้นมาก พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เช่าที่ดินระยะยาวที่กุฎีจีน ใกล้ ๆ บริเวณวัดอรุณราชวราราม โดยเริ่มแรกในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2395 นางแมรี่ แอล แมตตูน ได้เริ่มต้นสอนหนังสือแก่ เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ในละแวกนั้น จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2395 มิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน โดยศาสนาจารย์ ดร.ซามูเอล เรโนลด์ เฮ้าส์ และศาสนาจารย์สตีเฟน แมตตูน ได้ก่อตั้งโรงเรียนที่ทำการสอนตามแบบสากล เพื่อให้เด็กสยามและเด็กเชื้อสายจีนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ทันสมัยตามแบบตะวันตก โดยตั้งชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนคริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีน (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) และมีซินแสกีเอ็ง ก๋วยเซียน เป็นครูใหญ่
คริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีน (กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) ถือเป็นโรงเรียนประจำแห่งแรกในสยามและยังเป็นโรงเรียนแรกที่มีการนำระบบการศึกษาสากลมาใช้อีกด้วย

คริสเตียนบอยส์สกูลที่กุฎีจีนถือเป็นสถาบันการศึกษาแบบสากลแห่งแรกในสยาม มีอาคารและห้องเรียนเป็นหลักแหล่ง มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะเรียนหัดอ่านหัดเขียนแล้ว ยังมีวิชาคณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ และการสอนทางศาสนา นอกจากนี้มิชชันนารียังได้ริเริ่มให้มีการตรวจสุขภาพเด็กๆ ก่อนเข้าเรียน นับว่าเป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่ก้าวหน้ามากในสมัยนั้น

ปีพ.ศ. 2400 คณะมิชชันนารีเริ่มตั้งหลักปักฐานที่สำเหร่ ได้มีการสร้างพระวิหาร โรงเรียน โรงพิมพ์ บ้านพักมิชชันนารี โกดังเก็บของ ต่อมาได้ย้ายโรงเรียนจากกุฎีจีนมายังสำเหร่ใช้ชื่อว่า "สำเหร่บอยส์สกูล" ที่โรงเรียนแห่งนี้มีขุนนางผู้ใหญ่จนถึงพระเจ้าแผ่นดินให้ความร่วมมือสนับสนุน ส่งเด็ก ๆ มาเล่าเรียนหนังสือ ซึ่งมีทั้งเจ้านาย 2 พระองค์ ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของรัชกาลที่ 4 และพระราชนัดดาของรัชกาลที่ 3 บุตรชายของอัครมหาเสนาบดี บุตรชายของพวกมหาดเล็กมาเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่สำเหร่ นอกจากนี้ชาวบ้านก็ส่งลูกหลานมาเรียน โดยพวกที่อยู่ไกลก็ได้เป็นนักเรียนประจำ กินนอนอยู่ที่โรงเรียน ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้จะตอบแทนโรงเรียนด้วยในการช่วยทำงานต่างๆ มากกว่าจะจ่ายเงินเป็นค่าเล่าเรียน ในปีพ.ศ. 2402 นายชื่นได้รับเชื่อเป็นคริสเตียนในคณะเพรสไบทีเรียนคนแรกและเป็นครูสอนภาษาไทยคนแรกของโรงเรียนที่สำเหร่ในเวลาต่อมา

ในขณะที่กิจการของโรงเรียนกำลังดำเนินไปดี โรงเรียนกลับต้องประสบกับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนครู อันเนื่องมาจากปัญหาความไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศเขตร้อนและมลพิษจากโรงสีในบริเวณนั้น ครูหลายคนล้มป่วยจนต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน คณะมิชชันนารีได้ขอความช่วยเหลือไปยังอาจารย์จอห์น แอนเดอร์สัน เอกิ้น ซึ่งเปิดโรงเรียน "บางกอกคริสเตียนไฮสกูล" อยู่ที่กุฎีจีน (โรงเรียนแห่งนี้ตั้งขึ้นหลังจากโรงเรียน "คริสเตียนบอยส์สกูล" ของศาสนาจารย์แมตตูนที่กุฎีจีน 36 ปี (ปีพ.ศ. 2431)) อาจารย์เอกิ้นจึงตัดสินใจย้ายโรงเรียนของตัวเองมารวมกันเมื่อปีพ.ศ. 2433 โดยมาสร้างตึกเรียนใหม่ให้ใหญ่โตกว้างขวางขึ้น เป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้หลังคามุงกระเบื้องตั้งชื่อว่า "สำเหร่บอยส์คริสเตียนไฮสกูล"

แม้จะรวมโรงเรียนส่วนตัวที่กุฎีจีน "บางกอกคริสเตียนไฮสกูล" และโรงเรียนของมิชชันที่สำเหร่ "สำเหร่บอยส์สกูล" จนมีขนาดใหญ่โตโดยใช้ชื่อว่า "สำเหร่บอยส์คริสเตียนไฮสกูล" ผู้บริหารวิสัยทัศน์ไกลเช่นอาจารย์จอห์น เอ. เอกิ้น ยังได้ตระหนักว่าโรงเรียนควรจะมีที่ตั้งบริเวณฝั่งพระนครเพื่อความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ท่านจึงหารือกับอาจารย์เจ. บี. ดันแลป ในการหาซื้อที่ดินใหม่ ต่อมาคณะมิชชันนารีได้ตกลงซื้อที่ดินของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีที่ถนนประมวญ ย่านสีลม โดยใช้เงินที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ในปีพ.ศ.2445 โรงเรียนชายในระบบสากลโรงเรียนแรกในสยามก็ถือกำเนิดขึ้น โดยเปลี่ยนชื่อเป็น "กรุงเทพคริสเตียนไฮสกูล" นอกจากโรงเรียนแห่งใหม่บนถนนประมวญจะดำเนินการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างจริงจังแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการอบรมเชิงจริยธรรมและความมีระเบียบวินัย มาตรฐานการศึกษาที่สูงทำให้โรงเรียนได้รับการยกระดับขึ้นเป็นวิทยาลัยในปีพ.ศ. 2456 และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย"

ที่มา : http://mx1.bcc.ac.th/2014/ins/bcc.html

อาลัย 'ร.ต.ท.สุมิตร' เสียชีวิตขณะตรวจน้ำ ชาวบ้าน–เพื่อนตำรวจร่วมอาลัย เสียชีวิตกลางภารกิจดูแลประชาชน ครอบครัวเผย ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคความดันสูง รอผลแพทย์ชี้สาเหตุเสียชีวิตแน่ชัด

วันที่ 29 กันยายน 2569 ครอบครัวของ ร.ต.ท.สุมิตร อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ หลังเสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง ชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนอะราง ขณะที่ ร.ต.ท.สุมิตร ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ก่อนเกิดอาการวูบและล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางจิตรตา อายุ 60 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สามีเพิ่งโทรศัพท์มาชวนให้ตนไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตำรวจที่โรงพัก แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากต้องเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัด จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 28 กันยายน ได้รับโทรศัพท์จาก สภ.หนองกี่ แจ้งว่าสามีล้มและเสียชีวิต ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นทั้งคู่ยังพูดคุยและชวนกันไปร่วมงานตามปกติ
ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร ยังเล่าว่า ระยะนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้สามีซึ่งทำหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง ต้องออกตรวจพื้นที่และรายงานสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ สามีแต่งเครื่องแบบออกไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนจะเกิดอาการวูบล้มลงบริเวณหน้าบ้านเช่า จนศีรษะกระแทกพื้น

ทั้งนี้ ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โดยครอบครัวคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ที่มา : https://www.mumkhao.com/news/social1/27345

“พรรครักชาติ” ลงพื้นที่เคหะคลองจั่น!! “อ็อม–โฟล์ค” นำทีมพรรครักชาติลุยน้ำ แจกเสบียงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาหาร 300 กล่อง–สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด ย้ำพร้อมเคียงข้างประชาชน

“พรรครักชาติ” ลุยช่วยน้ำท่วม "อ็อม-โฟล์ค" นำทีมคนรุ่นใหม่ ลงเรือแจกเสบียง เคหะคลองจั่น

[กรุงเทพฯ] -สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. "พรรครักชาติ" ได้ส่งทีมคนรุ่นใหม่ลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน โดย นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ พร้อมด้วย นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ และ นางสาวพัชรวณัน เบ็ญจวิทย์วิไล สมาชิกพรรครักชาติ ลุยน้ำนำเสบียงและเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ชุมชนเคหะคลองจั่น กรุงเทพมหานคร

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเซอร์ไพรส์ เนื่องจากเป็นการลงพื้นที่แบบ "ซุ่มเงียบ" ไม่ได้มีการตั้งขบวนหรือแจ้งล่วงหน้า ซึ่งทีม พรรครักชาติได้นั่งเรือเข้าไปยังจุดที่น้ำท่วมขังตามซอกซอยต่าง ๆ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อนำอาหารกล่องปรุงสุกจำนวน 300 กล่อง, สแน็คบ็อกซ์ 300 ชุด และโดนัทคริสปี้ครีม 250 ชิ้น ไปส่งมอบถึงมือพี่น้องประชาชนถึงหน้าประตูบ้าน

งานนี้เรียกทั้งรอยยิ้มจากชาวชุมชนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยจากภาวะน้ำท่วมได้เป็นอย่างมาก ชาวบ้านหลายคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนแซวด้วยความดีใจว่า "ทีมงานพรรคนี้ทั้งหล่อทั้งสวย ใจถึงพึ่งได้ลุยน้ำมาหาถึงที่!"

ด้าน นายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรครักชาติ ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า "พรรครักชาติมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมอย่างมากครับ วันนี้พวกเราตั้งใจนำอาหารและขนมมามอบให้ แม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและเติมพลังกายให้ทุกคนได้ ที่สำคัญที่สุดคือเราอยากนำ 'กำลังใจ' มาส่งให้ถึงมือ ขอให้พี่น้องชาวเคหะคลองจั่นและผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พวกเราพรรครักชาติพร้อมยืนหยัดเคียงข้าง และเราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ"

​ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันและภาพความประทับใจของการเมืองยุคใหม่ ที่เน้นการลงมือทำ เข้าถึงพื้นที่ และเข้าอกเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

จีนโชว์ความคืบหน้าเมกะโปรเจกต์ราง!! คืบหน้าสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำ สายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อยาว 315 กม. ออกแบบเดินรถเร็ว 160 กม./ชม. งานเสร็จปี 2028 เตรียมเปิดใช้งาน

คืบหน้า! งานเชื่อมโครงโค้งสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำกั้นกุ้ยโจว-กว่างซี

วั่งโม๋, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำหงสุ่ยของทางรถไฟสายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อ บริเวณพรมแดนระหว่างมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้กับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน มีความคืบหน้าสำคัญหลังจากเชื่อมต่อโครงโค้งถึงกันสำเร็จในวันอังคาร (29 ก.ย.)

สำหรับทางรถไฟสายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อ มีระยะทางรวมราว 315 กิโลเมตร ความเร็วของการเดินรถตามการออกแบบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกำหนดก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานภายในปี 2028

ที่มา : Xinhua

‘อาจารย์สุริยะใส’ คณบดีนวัตกรรมสังคม นำทีม ม.รังสิต!! นำเจ้าหน้าที่–นักศึกษา ลงพื้นที่ แจกข้าวกล่องและยาช่วยผู้ประสบภัย ครัวรังสิตเคลื่อนที่ถึงชุมชนหลักหก ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม 4 วัน

ครัวรังสิตส่งข้าว ไปรษณีย์ไทยส่งพัสดุ ทุกคนส่งต่อความห่วงใย

วันนี้ผมพร้อมด้วยทีมงาน เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต นำ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ลงพื้นที่แจกจ่ายข้าวกล่องและยาให้พี่น้องชุมชนนครไทย ในเขตเทศบาลตำบลหลักหก ย่านเมืองเอก–รังสิต ซึ่งเผชิญน้ำท่วมมา 4 วันแล้ว ระหว่างทางได้พบภาพที่น่าประทับใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยเดินเท้าลุยน้ำเกือบ 1 กิโลเมตรเพื่อนำพัสดุไปส่งให้ชาวบ้าน เพราะระดับน้ำสูงจนรถเข้าไม่ได้ ผมจึงเข้าไปจับมือขอบคุณและให้กำลังใจด้วยความชื่นชมครับ

ในวันที่ชาวบ้านเดินทางลำบาก ข้าวหนึ่งกล่อง ยาที่จำเป็น หรือพัสดุที่กำลังรอ ล้วนมีความหมายต่อชีวิตและความรู้สึกของผู้รับ การได้เห็นคนทำงานตั้งใจทำหน้าที่จนถึงมือประชาชน เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ลงพื้นที่เช่นกัน ทุกก้าวที่เดินเข้าไปหาชุมชนคือการบอกพี่น้องว่า ยังมีคนห่วงใยและพร้อมอยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากลำบาก

ขอชื่นชมบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ทุ่มเททำหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย และขอบคุณทีมงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต ตลอดจนทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมกันทำให้ “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ส่งต่ออาหาร ยา และน้ำใจไปถึงชุมชน ขอให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านปลอดภัย และขอให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้โดยเร็วครับ

ที่มา :https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1682484599913951&id=100044572801418&rdid=O2j99JrAobQP64xI#

‘วิว กุลวุฒิ’ สร้างประวัติศาสตร์!! คว้าเหรียญชายเดี่ยวเอเชียนเกมส์ คนแรกของแบดมินตันไทย เผยเหมือนฝัน หลังคว้าเหรียญเอเชียนเกมส์ มอบชัยชนะให้คนไทยสู้ภัยน้ำท่วม

วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย รับเหมือนฝัน คว้าเหรียญ แบดมินตัน ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โลห์ เคียน ยิว นักตบสิงคโปร์ ในรอบชิงฯ 2-0 เกม กลายเป็นนักแบดมินตันคนแรกในประวัติศาสตร์กีฬาไทยที่ทำได้สำเร็จ

“แทบจะตบหน้าตัวเองเลย ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เป็นอะไรที่ผมพูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะก่อนหน้าจะมาฟอร์มก็ไม่ได้ดีมาก คู่แข่งทุกคนที่มาแข่งในมหกรรมใหญ่แบบนี้ทุกคนก็เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แต่ว่าวันนี้มันดีใจมากๆจนเหมือนผมฝันไปหรือเปล่า แต่ว่ารู้สึกดีใจมาก”

“เหรียญนี้มอบให้คนไทยทุกคนที่เจออุทกภัยอยู่ คนไทยต่อสู้มากกว่าผมอีก ผมมีหน้าที่แค่ต่อสู้ในสนาม แต่ว่าบางคนต้องเดินน้ำท่วมออกไปซื้อของ เหนื่อยและลำบากกว่าผมอีก ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ผู้สนับสนุนทุกคน ครอบครัวผม โค้ชทุกคนของผม ผมอยากมอบเหรียญนี้ให้ทุกคน”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10418775

กฟผ. ทดสอบโรงไฟฟ้าเสมือนสำเร็จ!! สาธิตระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมศูนย์ควบคุมกับแพลตฟอร์ม ENZY เพิ่มเสถียรภาพด้วยพลังงานกระจายตัว รองรับนโยบาย Smart Grid อย่างครบวงจร

กฟผ. โชว์ความสำเร็จทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” รองรับระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่

กฟผ. เดินหน้ายกระดับระบบไฟฟ้าไทยสู่อนาคต ประสบความสำเร็จในการทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” เชื่อมโยงศูนย์ควบคุมตอบสนองด้านโหลดกับ ENZY Platform สั่งการแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวโดยอัตโนมัติ เพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ รองรับนโยบาย Smart Grid

นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ประสบความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อและสั่งการพลังงานแบบอัตโนมัติในรูปแบบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant : VPP) โดยเชื่อมโยงศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center : DRCC) เข้ากับ ENZY Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารจัดการและควบคุมแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources: DERs) หลายประเภทให้สามารถทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ตอบสนองต่อความต้องการของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้ คือ การบูรณาการและสั่งการทรัพยากรพลังงาน 3 รูปแบบให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติ ประกอบด้วย การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response: DR) การปรับลดหรือบริหารการใช้ไฟฟ้าของอาคารและโรงงานตามคำสั่ง ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) ช่วยกักเก็บและจ่ายพลังงานเพื่อรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำมาบริหารจัดการร่วมกับทรัพยากรอื่นได้อย่างเหมาะสม

เมื่อศูนย์ควบคุม DRCC ส่งคำสั่งมายัง ENZY Platform ระบบจะประมวลผลข้อมูลจากทรัพยากรพลังงานในพื้นที่ ก่อนสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ENZY Platform จะสั่งลดการใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการจ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ และบริหารการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบต่ำ ENZY Platform สามารถบริหารจัดการให้กักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ทรัพยากรพลังงานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ สามารถทำงานประสานกันและตอบสนองต่อคำสั่งจากศูนย์ DRCC ได้เสมือนเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียว

ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ กฟผ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านพลังงาน เพื่อยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้า รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้า อาคาร โรงงาน รวมถึงเจ้าของแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

‘วราวุธ’ ย้ำมาตรฐานใหม่ครอบคลุมตัวแผงโซลาร์เซลล์ ครม.เห็นชอบมาตรฐานโซลาเซลล์ ใช้มาตรฐาน IEC ขึ้นทะเบียน มอก. รับประกันไม่เกิน 5 วันไม่มีค่าใช้จ่าย สมอ.เตรียมออกใบอนุญาต 279 รายการเดือนนี้

“วราวุธ” แจง หากแผงโซลาเซลล์นำเข้าจากต่างประเทศ ได้มาตรฐาน IEC ถือเป็นมาตรฐาน มอก. มาขอขึ้นทะเบียนได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้ประกอบการสบายใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ป้องกันผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองรับการขยายตัวของการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ออกมานั้น ทาง สมอ.ยืนยันว่า หากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยได้มาตรฐาน International Electrotechnical Commission หรือ IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องไฟฟ้าระดับนานาชาตินั้น สามารถเอา ITC มาที่ สมอ. เพื่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทันที ซึ่งจะได้ไม่เกิน 5 วัน โดยไม่ต้องไปตรวจสอบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด เพราะถือว่า มาตรฐานของ IEC คือ มาตรฐานของประเทศ

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอย้ำว่า มติ ครม.ที่ออกมาเกี่ยวข้องกับตัวแผงโซลาเซลล์ เพราะอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบโซลาเซลล์ทั้งหมด ยังมีตัวอินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะทยอยนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และจะมีการพิจารณาออกเป็นมาตรฐานของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับโซลาเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สมอ.จะออกใบอนุญาตให้นำเข้าแผงโซลาเซลล์ 279 ใบอนุญาต โดยจะมีการนำเข้าแผงโซลาเซลล์จากต่างประเทศ 279 รายการ และได้มาตรฐาน IEC อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยเองก็มีโรงงานในประเทศไทย และได้มาตรฐาน มอก.แล้ว ดังนั้น ขอให้ความมั่นใจและสบายใจกับผู้ประกอบการและประชาชนว่า แผงโซลาเซลล์จะผ่านมาตรฐาน มอก.อย่างแน่นอน และจะไม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงไม่เสียเวลาแน่นอน

เปิดประวัติ ‘William J. Donovan’ ย้อนบทบาท Donovan หลังสงครามโลกและยุคสงครามเย็น จากนายพลสงครามโลก สู่บิดาแห่งหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำไทย ผู้ก่อตั้ง OSS ต้นกำเนิด CIA ฝากผลงานในไทยและเวียตนาม

“บิดาแห่ง CIA” William Joseph Donovan

อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย

William Joseph Donovan ("Wild Bill") อดีตพลตรีแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย ผู้ก่อตั้งและควบคุมสั่งการ Office of Strategic Services (OSS) องค์กรต้นกำเนิดของ CIA

ด้วยพลตรี William Joseph Donovan ("Wild Bill") เคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย จึงขอเรียกท่านว่า “ท่านทูต Donovan” คนไทยส่วนมากคงไม่ทราบว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 เราเป็นฝ่ายอักษะ ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงคราม อังกฤษจึงจ้องที่จะเล่นงานไทยมากมาย โดยไม่สนใจเสรีไทยสายอังกฤษเลย ในขณะที่เสรีไทยสายอเมริกาสามารถประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติได้เป็นอย่างดี ทำให้ มรว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและหัวหน้าเสรีไทยสายอเมริกา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังสงคราม และท่านทูต Donovan ในขณะนั้นเป็นหัวหน้า OSS หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว 

Office of Strategic Services (OSS) เป็นหน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นต้นกำเนิดของสำนักข่าวกรองและการวิจัยของกระทรวงการต่างประเทศ (INR) และสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) โดย OSS ก่อตั้งขึ้นในฐานะหน่วยงานภายใต้คณะเสนาธิการร่วม (Joint Chief of Staff : JCS) ทำปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสาร และการจารกรรม เบื้องหลังแนวข้าศึกสำหรับทุกสาขาของกองกำลังสหรัฐฯ ฟังก์ชัน OSS อื่น ๆ รวมถึงการใช้การโฆษณาชวนเชื่อ การโค่นล้ม และการวางแผนหลังสงคราม โดยวันที่ 14 ธันวาคม 2016 องค์กร OSS เป็นหน่วยงานที่ได้รับเกียรติร่วมกันในรางวัลเหรียญทอง รัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Gold Medal)

เรื่องเล่าต่อไปนี้แปลจากบทความ “A Look Back … Gen. William J. Donovan Heads Office of Strategic Services” จากเว็บไซท์ของ CIA (www.cia.gov)

มองย้อนกลับไป…พลตรี William Joseph Donovan หัวหน้า OSS

หลังจากการโจมตีอ่าวเพิร์ลเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 ชาติก็ตกอยู่ในความตกตะลึงอย่างสยดสยอง วันรุ่งขึ้นหลังจากการโจมตีสหรัฐอเมริกาได้ประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยนาซีเยอรมนีประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาในอีกสามวันต่อมา ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ตระหนักดีว่าการที่จะชนะสงครามได้ ประเทศนี้จำเป็นต้องมีองค์กรเพื่อรวบรวมข่าวกรองที่สำคัญจากทั่วโลก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรู้ดีว่า พล.ต. William Joseph Donovan หรือที่รู้จักกันในนาม "Wild Bill"  เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด

ท่านทูต Donovan เกิดในวันปีใหม่ของ ปี 1883 ที่เมือง Buffalo มลรัฐ New York ท่านมาจากครอบครัวของผู้อพยพชาวไอริชคาทอลิกที่เคร่งศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อท่านเป็นอย่างมาก ทำให้ท่านอยากเป็นบาทหลวง ท่านทูต Donovan เข้าเรียนที่วิทยาลัย St. Joseph และมหาวิทยาลัย Niagara และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Columbia โดยท่านเป็นนักกีฬาดาวเด่นในทีมฟุตบอล และเป็นสมาชิกของ Phi Kappa Psi Fraternity ในปี 1907 ท่านทูต Donovan จบการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมาย Columbia และเข้าสู่การฝึกงานด้านกฎหมาย

เพื่อรับใช้ชาติ ท่านทูต Donovan เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ชาติ (Nation Guard) แห่งมลรัฐ New York ในปี 1912 ด้วยยศร้อยเอก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรมทหารที่ 69 "Fighting Irish" ท่านทูต Donovan ยังได้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนเม็กซิโกในปี 1916 หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ชาติแห่งมลรัฐ New York ถูกเรียกให้ช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯในการติดตามไล่ล่า Pancho Villa กลุ่มโจรเม็กซิกัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ท่านทูต Donovan รับใช้ชาติอีกครั้งเมื่อถูกเรียกตัวเข้าประจำการในกองทัพบก จากนั้นท่านทูต Donovan กลายเป็นผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 165 ของกองพลที่ 42 D กองทัพบกสหรัฐฯ มีฉายาว่า กองพล "สายรุ้ง" จากการจัดอันดับทั่วประเทศ ในช่วงที่ท่านเป็นผู้นำกองทหาร ท่านทูต Donovan ได้รับฉายาว่า "Wild Bill" จากทหารในบังคับบัญชา ด้วยชื่นชมในความเยือกเย็นและความเก่งกาจในระหว่างการสู้รบ และจากการฝึกซ้อมทหารในบังคับบัญชาอย่างหนัก เพื่อทำให้ทีความพร้อมในการสู้รบอยู่เสมอ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านทูต Donovan ได้รับบาดเจ็บจากการรบสามครั้ง (ที่ขาและเกือบตาบอดจากก๊าซพิษ) วันที่ 18 กรกฎาคม 1918 จากการรบที่แม่น้ำ Ourcq และระหว่างยุทธภูมิ Marne ครั้งที่สอง จากความกล้าหาญในการรบท่านจึงได้รับเหรียญเกียรติยศ เมื่อสิ้นสุดสงครามท่านทูต Donovan ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นพันเอก และเป็นหนึ่งในทหารที่ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกลับมาจากยุโรปหลังสงคราม ท่านทูต Donovan ร่วมกับ Theodore Roosevelt, Jr. ก่อตั้ง The American Legion หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Legion เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของทหารผ่านศึกในสหรัฐฯ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Indianapolis มลรัฐ Indiana เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1919

หลังสงคราม ท่านทูต Donovan ตัดสินใจว่า ท่านต้องการมีส่วนร่วมกับรัฐบาลมากขึ้น ท่านทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ และคณะผู้แทนจากรัฐบาลกลางหลายคณะ ท่านทูต Donovan ยังหาเสียงในตำแหน่ง รองผู้ว่าการรัฐ และผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ในปี 1922 และ 1932 ตามลำดับ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี 1924 ประธานาธิบดี Calvin Coolidge ได้แต่งตั้งท่านทูต Donovan ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการสูงสุด ในตำแหน่ง Anti-Trust Lawyer ท่านทูต Donovan ยังก่อตั้งสำนักงานกฎหมาย Wall Street ชื่อ Donovan, Leisure, Newton, Lumbard และ Irvine โดยใช้เวลาในช่วงที่ไม่ได้เดินทางเป็นส่วนใหญ่ ท่านทูต Donovan เป็นยอดนักเดินทางด้วยใจรักในการเดินทาง ท่านจึงเข้าสู่โลกแห่งการข่าว ท่านทูต Donovan เดินทางตามใจชอบ และเพื่อลูกค้าของบริษัทกฎหมาย ในระหว่างการเดินทางท่านได้พบกับผู้นำประเทศหลายคนรวมถึง Benito Mussolini แห่งอิตาลี

ด้วยประสบการณ์การเดินทางที่กว้างขวางของท่านทูต Donovan ทำให้ท่านได้รับความสนใจจากประธานาธิบดี Roosevelt จึงขอให้ท่านไปเยือนอังกฤษในฐานะทูตอย่างไม่เป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 1940 เพื่อสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อังกฤษ และพิจารณาว่า อังกฤษจะต้านทานนาซีเยอรมันได้หรือไม่ จากการพบปะกับ พ.อ. Stewart Menzies หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษเช่นเดียวกับ กษัตริย์ George VI, Winston Churchill และคณะรัฐมนตรีอังกฤษ ตลอดจนผู้นำทางทหารอื่น ๆ ท่านทูต Donovan ตระหนักว่า สหรัฐฯต้องการกระบวนการเพื่อรวบรวมข่าวกรองจากต่างประเทศแบบรวมศูนย์ ท่านทูต Donovan กลับไปยังกรุงวอชิงตัน และได้แบ่งปันสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้มากับประธานาธิบดี Roosevelt

การจัดตั้งองค์กรข่าวกรองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2484 ประธานาธิบดี Roosevelt ได้จัดตั้งสำนักงานประสานงานข้อมูล (the Office of the Coordination of Information : COI) และเสนอให้ท่านทูต Donovan เป็นผู้อำนวยการ นับจากนั้นเป็นต้นมาท่านทูต Donovan กลายเป็นที่รู้จักในนามของ “บิดาแห่งหน่วยสืบราชการลับอเมริกัน” COI ได้รับมอบหมายให้ประสานงานข้อมูลที่รวบรวมในต่างประเทศสำหรับประธานาธิบดี หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 1943 COI ได้เปลี่ยนเป็น Office of Strategic Services (OSS) โดยที่ท่านทูต Donovan ยังคงรับผิดชอบอยู่ OSS ประกอบด้วยชายและหญิงจากหลายพื้นที่และภูมิหลังแตกต่างกัน ทนายความ นักประวัติศาสตร์ นายธนาคาร นักเบสบอล นักแสดง และนักธุรกิจ งานที่ได้รับมอบหมาย คือ การจารกรรม การก่อวินาศกรรม และปฏิบัติการปันทอนขวัญกำลังใจต่อฝ่ายอักษะ และทำการวิจัยและวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับศัตรูของประเทศและขีดความสามารถของศัตรูเหล่านั้น ท่านทูต Donovan เป็นผู้นำที่กล้าหาญขององค์กรนี้ และกลายเป็นที่รู้จักจากคำพูดที่ท่านใช้ว่า “มาลองดูสิ! (let’s give it a try!)” OSS มีส่วนสำคัญในความสำเร็จมากมายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงการให้ข้อมูลล่วงหน้าแก่รัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับความพยายามของเยอรมันในการพัฒนาอาวุธปรมาณู และแผนการลอบสังหาร Hitler

ชีวิตหลังสงคราม ในช่วงปลายสงครามในปี 1945 ท่านทูต Donovan พยายามเกลี้ยกล่อมทั้งประธานาธิบดี Roosevelt และ Harry S. Trumanให้ OSS ให้เป็นหน่วยข่าวกรองพลเรือนอย่างถาวร แต่ความพยายามของท่านไม่ประสบผลสำเร็จ OSS ถูกยุบในเดือนกันยายน 1945 ท่านทูต Donovan ยังคงสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองแบบรวมศูนย์ ความมุ่งมั่นของท่านได้รับผลตอบแทนเมื่อประธานาธิบดี Truman ลงนามในพระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติปี 1947 จัดตั้งสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ขึ้นมา ท่านทูต Donovan ออกจากงานประจำ และกลับไปทำงานเป็นทนายความ งานแรกของท่านหลังสงครามทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าอัยการสหรัฐฯในการพิจารณาคดี Nuremberg หลังจากนั้นท่านได้ไปทำงานกฎหมายที่ Wall Street และในปี 1953 ประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower ได้แต่งตั้งท่านทูต Donovan เป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ท่านทูต Donovan เข้ารับตำแหน่งนั้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยท่านเดินทางไปประเทศเวียตนามบ่อยครั้ง ซึ่งท่านเห็นว่า เวียตนามนั้นเสี่ยงต่อการเป็นคอมมิวนิสต์ อันเป็นชะตากรรมที่ท่านรู้สึกว่า Donald Heath เอกอัครรัฐทูตสหรัฐประจำประเทศเวียตนามใต้นั้น ขาดพลังและวิสัยทัศน์ที่จะป้องกันไม่ให้เวียตนามเป็นคอมมิวนิสต์ มีแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ท่านทูต Donovan "มีส่วนร่วมอย่างมากในการจัดการให้มีปฏิบัติการของ CIA ในเวียตนามใต้และทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ท่านทูต Donovan ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 1954

หลังจากกลับสหรัฐอเมริกา ท่านทูต Donovan กลับมาทำงานด้านกฎหมายและจดทะเบียนเป็น Lobbyist ใหกับรัฐบาลไทย และประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower แต่งตั้งให้ท่านเป็นประธานมูลนิธิ People to People International (PTPI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1956 โดยประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower อันเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานสารสนเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USIS) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดการแลกเปลี่ยนพลเมืองระหว่างประเทศ (ปัจจุบัน People to People International ยังคงสืบสานมรดกนี้ผ่านเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ งานด้านมนุษยธรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการศึกษาระดับโลก องค์กรมีหน้าที่รับผิดชอบในการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการศึกษาของทุกกลุ่มอายุในการเพิ่มคุณค่าระดับโลกและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้คนหลายพันคนทุกปี) ท่านทูต Donovan ยังทำงานร่วมกับคณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง American Friends of Vietnam และในปี 1956 ได้ระดมเงินจำนวนมากให้กับผู้ลี้ภัยชาวฮังการี

ท่านทูต Donovan ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองเสื่อม โดยท่านมีอาการตั้งแต่อยู่ประเทศไทย และเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 76 ปีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1959 ที่ศูนย์การแพทย์กองทัพบก Walter Reed ในกรุง Washington, D.C ท่านถูกฝังอยู่ในสุสานแห่งชาติ Arlington ท่านทูต Donovan เป็นชาวอเมริกันเพียงคนเดียวที่ได้รับเหรียญรางวัลสูงสุด 4 เหรียญของประเทศ ได้แก่ Medal of Honor, the Distinguished Service Cross, the Distinguished Service Medal และ National Security Medal หลังจากเสียชีวิตท่านทูต Donovan ได้รับรางวัลแห่งอิสรภาพ (The Freedom Award) ของคณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ แล้วท่านยังเป็นถูกจารึกชื่อใน Military Intelligence Hall of Fame อีกด้วย นอกจากท่านที่เป็นที่รู้จักในสมญานาม "บิดาแห่งงานสายลับอเมริกัน" และ "บิดาแห่งสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA)" ท่านทูต Donovan ถือเป็นปูชนียบุคคลของสหรัฐฯในด้านดังกล่าว โดย "CIA ยังถือว่า ท่านทูต Donovan เป็นบิดาผู้ก่อตั้งองค์กรแฟ่งนี้" จากรายงานของ Evan Thomas ใน Vanity Fair ปี 2011 ระบุว่า ศูนย์ข่าวกรอง George Bush ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของ CIA ใน Langley มลรัฐ Virginia  มีรูปปั้นของท่านทูต Donovan ตั้งอยู่ที่โถงต้อนรับ

รางวัล William J. Donovan ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย OSS Society ซึ่งก่อตั้งโดยท่านทูต Donovan ในปี 1947 รางวัลนี้มอบให้โดย OSS Society แก่ "บุคคลที่เป็นตัวอย่างคุณลักษณะที่โดดเด่น ซึ่งแสดงถึงการช่วยเหลือด้านสาธารณะให้กับสหรัฐอเมริกาในฐานะพลเรือนและทหาร" ผู้รับที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Allen W. Dulles, ประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower, Margaret Thatcher นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, ประธานาธิบดี George H. W. Bush และ Gina Haspel อดีตผู้อำนวยการ CIA

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

ไทยประกันชีวิตให้ทุนการศึกษา เด็กไทยคว้าทุนต่างประเทศด้านการศึกษา–ฟุตบอล ร่วมกับ Sportsync Thailand มอบทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase มุ่งสนับสนุนเยาวชนด้านกีฬาและการศึกษา

ขอบคุณ บริษัท ไทยประกันชีวิต และ Sportsync Thailand ที่มอบทุนด้านการศึกษาและกีฬาทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase ประเภทกีฬาฟุตบอล

Truly grateful to Thai Life Insurance and Sportsync Thailand for supporting my education and athletic journey with a scholarship abroad through the Sport Showcase Football project

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122199418478427502&id=61562825081150&mibextid=wwXIfr&rdid=oFFUifFoFVghx1Hh#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top