เปิดประวัติ ‘William J. Donovan’ ย้อนบทบาท Donovan หลังสงครามโลกและยุคสงครามเย็น จากนายพลสงครามโลก สู่บิดาแห่งหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำไทย ผู้ก่อตั้ง OSS ต้นกำเนิด CIA ฝากผลงานในไทยและเวียตนาม

“บิดาแห่ง CIA” William Joseph Donovan

อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย

William Joseph Donovan ("Wild Bill") อดีตพลตรีแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย ผู้ก่อตั้งและควบคุมสั่งการ Office of Strategic Services (OSS) องค์กรต้นกำเนิดของ CIA

ด้วยพลตรี William Joseph Donovan ("Wild Bill") เคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย จึงขอเรียกท่านว่า “ท่านทูต Donovan” คนไทยส่วนมากคงไม่ทราบว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 เราเป็นฝ่ายอักษะ ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงคราม อังกฤษจึงจ้องที่จะเล่นงานไทยมากมาย โดยไม่สนใจเสรีไทยสายอังกฤษเลย ในขณะที่เสรีไทยสายอเมริกาสามารถประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติได้เป็นอย่างดี ทำให้ มรว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและหัวหน้าเสรีไทยสายอเมริกา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังสงคราม และท่านทูต Donovan ในขณะนั้นเป็นหัวหน้า OSS หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว 

Office of Strategic Services (OSS) เป็นหน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นต้นกำเนิดของสำนักข่าวกรองและการวิจัยของกระทรวงการต่างประเทศ (INR) และสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) โดย OSS ก่อตั้งขึ้นในฐานะหน่วยงานภายใต้คณะเสนาธิการร่วม (Joint Chief of Staff : JCS) ทำปฏิบัติงานด้านข้อมูลข่าวสาร และการจารกรรม เบื้องหลังแนวข้าศึกสำหรับทุกสาขาของกองกำลังสหรัฐฯ ฟังก์ชัน OSS อื่น ๆ รวมถึงการใช้การโฆษณาชวนเชื่อ การโค่นล้ม และการวางแผนหลังสงคราม โดยวันที่ 14 ธันวาคม 2016 องค์กร OSS เป็นหน่วยงานที่ได้รับเกียรติร่วมกันในรางวัลเหรียญทอง รัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Gold Medal)

เรื่องเล่าต่อไปนี้แปลจากบทความ “A Look Back … Gen. William J. Donovan Heads Office of Strategic Services” จากเว็บไซท์ของ CIA (www.cia.gov)

มองย้อนกลับไป…พลตรี William Joseph Donovan หัวหน้า OSS

หลังจากการโจมตีอ่าวเพิร์ลเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 ชาติก็ตกอยู่ในความตกตะลึงอย่างสยดสยอง วันรุ่งขึ้นหลังจากการโจมตีสหรัฐอเมริกาได้ประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยนาซีเยอรมนีประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาในอีกสามวันต่อมา ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ตระหนักดีว่าการที่จะชนะสงครามได้ ประเทศนี้จำเป็นต้องมีองค์กรเพื่อรวบรวมข่าวกรองที่สำคัญจากทั่วโลก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรู้ดีว่า พล.ต. William Joseph Donovan หรือที่รู้จักกันในนาม "Wild Bill"  เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด

ท่านทูต Donovan เกิดในวันปีใหม่ของ ปี 1883 ที่เมือง Buffalo มลรัฐ New York ท่านมาจากครอบครัวของผู้อพยพชาวไอริชคาทอลิกที่เคร่งศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อท่านเป็นอย่างมาก ทำให้ท่านอยากเป็นบาทหลวง ท่านทูต Donovan เข้าเรียนที่วิทยาลัย St. Joseph และมหาวิทยาลัย Niagara และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Columbia โดยท่านเป็นนักกีฬาดาวเด่นในทีมฟุตบอล และเป็นสมาชิกของ Phi Kappa Psi Fraternity ในปี 1907 ท่านทูต Donovan จบการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมาย Columbia และเข้าสู่การฝึกงานด้านกฎหมาย

เพื่อรับใช้ชาติ ท่านทูต Donovan เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ชาติ (Nation Guard) แห่งมลรัฐ New York ในปี 1912 ด้วยยศร้อยเอก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรมทหารที่ 69 "Fighting Irish" ท่านทูต Donovan ยังได้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนเม็กซิโกในปี 1916 หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ชาติแห่งมลรัฐ New York ถูกเรียกให้ช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯในการติดตามไล่ล่า Pancho Villa กลุ่มโจรเม็กซิกัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ท่านทูต Donovan รับใช้ชาติอีกครั้งเมื่อถูกเรียกตัวเข้าประจำการในกองทัพบก จากนั้นท่านทูต Donovan กลายเป็นผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 165 ของกองพลที่ 42 D กองทัพบกสหรัฐฯ มีฉายาว่า กองพล "สายรุ้ง" จากการจัดอันดับทั่วประเทศ ในช่วงที่ท่านเป็นผู้นำกองทหาร ท่านทูต Donovan ได้รับฉายาว่า "Wild Bill" จากทหารในบังคับบัญชา ด้วยชื่นชมในความเยือกเย็นและความเก่งกาจในระหว่างการสู้รบ และจากการฝึกซ้อมทหารในบังคับบัญชาอย่างหนัก เพื่อทำให้ทีความพร้อมในการสู้รบอยู่เสมอ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านทูต Donovan ได้รับบาดเจ็บจากการรบสามครั้ง (ที่ขาและเกือบตาบอดจากก๊าซพิษ) วันที่ 18 กรกฎาคม 1918 จากการรบที่แม่น้ำ Ourcq และระหว่างยุทธภูมิ Marne ครั้งที่สอง จากความกล้าหาญในการรบท่านจึงได้รับเหรียญเกียรติยศ เมื่อสิ้นสุดสงครามท่านทูต Donovan ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นพันเอก และเป็นหนึ่งในทหารที่ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกลับมาจากยุโรปหลังสงคราม ท่านทูต Donovan ร่วมกับ Theodore Roosevelt, Jr. ก่อตั้ง The American Legion หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Legion เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของทหารผ่านศึกในสหรัฐฯ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Indianapolis มลรัฐ Indiana เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1919

หลังสงคราม ท่านทูต Donovan ตัดสินใจว่า ท่านต้องการมีส่วนร่วมกับรัฐบาลมากขึ้น ท่านทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ และคณะผู้แทนจากรัฐบาลกลางหลายคณะ ท่านทูต Donovan ยังหาเสียงในตำแหน่ง รองผู้ว่าการรัฐ และผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ในปี 1922 และ 1932 ตามลำดับ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี 1924 ประธานาธิบดี Calvin Coolidge ได้แต่งตั้งท่านทูต Donovan ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการสูงสุด ในตำแหน่ง Anti-Trust Lawyer ท่านทูต Donovan ยังก่อตั้งสำนักงานกฎหมาย Wall Street ชื่อ Donovan, Leisure, Newton, Lumbard และ Irvine โดยใช้เวลาในช่วงที่ไม่ได้เดินทางเป็นส่วนใหญ่ ท่านทูต Donovan เป็นยอดนักเดินทางด้วยใจรักในการเดินทาง ท่านจึงเข้าสู่โลกแห่งการข่าว ท่านทูต Donovan เดินทางตามใจชอบ และเพื่อลูกค้าของบริษัทกฎหมาย ในระหว่างการเดินทางท่านได้พบกับผู้นำประเทศหลายคนรวมถึง Benito Mussolini แห่งอิตาลี

ด้วยประสบการณ์การเดินทางที่กว้างขวางของท่านทูต Donovan ทำให้ท่านได้รับความสนใจจากประธานาธิบดี Roosevelt จึงขอให้ท่านไปเยือนอังกฤษในฐานะทูตอย่างไม่เป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 1940 เพื่อสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อังกฤษ และพิจารณาว่า อังกฤษจะต้านทานนาซีเยอรมันได้หรือไม่ จากการพบปะกับ พ.อ. Stewart Menzies หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษเช่นเดียวกับ กษัตริย์ George VI, Winston Churchill และคณะรัฐมนตรีอังกฤษ ตลอดจนผู้นำทางทหารอื่น ๆ ท่านทูต Donovan ตระหนักว่า สหรัฐฯต้องการกระบวนการเพื่อรวบรวมข่าวกรองจากต่างประเทศแบบรวมศูนย์ ท่านทูต Donovan กลับไปยังกรุงวอชิงตัน และได้แบ่งปันสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้มากับประธานาธิบดี Roosevelt

การจัดตั้งองค์กรข่าวกรองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2484 ประธานาธิบดี Roosevelt ได้จัดตั้งสำนักงานประสานงานข้อมูล (the Office of the Coordination of Information : COI) และเสนอให้ท่านทูต Donovan เป็นผู้อำนวยการ นับจากนั้นเป็นต้นมาท่านทูต Donovan กลายเป็นที่รู้จักในนามของ “บิดาแห่งหน่วยสืบราชการลับอเมริกัน” COI ได้รับมอบหมายให้ประสานงานข้อมูลที่รวบรวมในต่างประเทศสำหรับประธานาธิบดี หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน 1943 COI ได้เปลี่ยนเป็น Office of Strategic Services (OSS) โดยที่ท่านทูต Donovan ยังคงรับผิดชอบอยู่ OSS ประกอบด้วยชายและหญิงจากหลายพื้นที่และภูมิหลังแตกต่างกัน ทนายความ นักประวัติศาสตร์ นายธนาคาร นักเบสบอล นักแสดง และนักธุรกิจ งานที่ได้รับมอบหมาย คือ การจารกรรม การก่อวินาศกรรม และปฏิบัติการปันทอนขวัญกำลังใจต่อฝ่ายอักษะ และทำการวิจัยและวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับศัตรูของประเทศและขีดความสามารถของศัตรูเหล่านั้น ท่านทูต Donovan เป็นผู้นำที่กล้าหาญขององค์กรนี้ และกลายเป็นที่รู้จักจากคำพูดที่ท่านใช้ว่า “มาลองดูสิ! (let’s give it a try!)” OSS มีส่วนสำคัญในความสำเร็จมากมายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงการให้ข้อมูลล่วงหน้าแก่รัฐบาลสหรัฐฯเกี่ยวกับความพยายามของเยอรมันในการพัฒนาอาวุธปรมาณู และแผนการลอบสังหาร Hitler

ชีวิตหลังสงคราม ในช่วงปลายสงครามในปี 1945 ท่านทูต Donovan พยายามเกลี้ยกล่อมทั้งประธานาธิบดี Roosevelt และ Harry S. Trumanให้ OSS ให้เป็นหน่วยข่าวกรองพลเรือนอย่างถาวร แต่ความพยายามของท่านไม่ประสบผลสำเร็จ OSS ถูกยุบในเดือนกันยายน 1945 ท่านทูต Donovan ยังคงสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองแบบรวมศูนย์ ความมุ่งมั่นของท่านได้รับผลตอบแทนเมื่อประธานาธิบดี Truman ลงนามในพระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติปี 1947 จัดตั้งสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ขึ้นมา ท่านทูต Donovan ออกจากงานประจำ และกลับไปทำงานเป็นทนายความ งานแรกของท่านหลังสงครามทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าอัยการสหรัฐฯในการพิจารณาคดี Nuremberg หลังจากนั้นท่านได้ไปทำงานกฎหมายที่ Wall Street และในปี 1953 ประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower ได้แต่งตั้งท่านทูต Donovan เป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ท่านทูต Donovan เข้ารับตำแหน่งนั้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยท่านเดินทางไปประเทศเวียตนามบ่อยครั้ง ซึ่งท่านเห็นว่า เวียตนามนั้นเสี่ยงต่อการเป็นคอมมิวนิสต์ อันเป็นชะตากรรมที่ท่านรู้สึกว่า Donald Heath เอกอัครรัฐทูตสหรัฐประจำประเทศเวียตนามใต้นั้น ขาดพลังและวิสัยทัศน์ที่จะป้องกันไม่ให้เวียตนามเป็นคอมมิวนิสต์ มีแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ท่านทูต Donovan "มีส่วนร่วมอย่างมากในการจัดการให้มีปฏิบัติการของ CIA ในเวียตนามใต้และทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ท่านทูต Donovan ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 1954

หลังจากกลับสหรัฐอเมริกา ท่านทูต Donovan กลับมาทำงานด้านกฎหมายและจดทะเบียนเป็น Lobbyist ใหกับรัฐบาลไทย และประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower แต่งตั้งให้ท่านเป็นประธานมูลนิธิ People to People International (PTPI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 1956 โดยประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower อันเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานสารสนเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USIS) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดการแลกเปลี่ยนพลเมืองระหว่างประเทศ (ปัจจุบัน People to People International ยังคงสืบสานมรดกนี้ผ่านเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ งานด้านมนุษยธรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการศึกษาระดับโลก องค์กรมีหน้าที่รับผิดชอบในการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการศึกษาของทุกกลุ่มอายุในการเพิ่มคุณค่าระดับโลกและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้คนหลายพันคนทุกปี) ท่านทูต Donovan ยังทำงานร่วมกับคณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง American Friends of Vietnam และในปี 1956 ได้ระดมเงินจำนวนมากให้กับผู้ลี้ภัยชาวฮังการี

ท่านทูต Donovan ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองเสื่อม โดยท่านมีอาการตั้งแต่อยู่ประเทศไทย และเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 76 ปีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1959 ที่ศูนย์การแพทย์กองทัพบก Walter Reed ในกรุง Washington, D.C ท่านถูกฝังอยู่ในสุสานแห่งชาติ Arlington ท่านทูต Donovan เป็นชาวอเมริกันเพียงคนเดียวที่ได้รับเหรียญรางวัลสูงสุด 4 เหรียญของประเทศ ได้แก่ Medal of Honor, the Distinguished Service Cross, the Distinguished Service Medal และ National Security Medal หลังจากเสียชีวิตท่านทูต Donovan ได้รับรางวัลแห่งอิสรภาพ (The Freedom Award) ของคณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ แล้วท่านยังเป็นถูกจารึกชื่อใน Military Intelligence Hall of Fame อีกด้วย นอกจากท่านที่เป็นที่รู้จักในสมญานาม "บิดาแห่งงานสายลับอเมริกัน" และ "บิดาแห่งสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA)" ท่านทูต Donovan ถือเป็นปูชนียบุคคลของสหรัฐฯในด้านดังกล่าว โดย "CIA ยังถือว่า ท่านทูต Donovan เป็นบิดาผู้ก่อตั้งองค์กรแฟ่งนี้" จากรายงานของ Evan Thomas ใน Vanity Fair ปี 2011 ระบุว่า ศูนย์ข่าวกรอง George Bush ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของ CIA ใน Langley มลรัฐ Virginia  มีรูปปั้นของท่านทูต Donovan ตั้งอยู่ที่โถงต้อนรับ

รางวัล William J. Donovan ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย OSS Society ซึ่งก่อตั้งโดยท่านทูต Donovan ในปี 1947 รางวัลนี้มอบให้โดย OSS Society แก่ "บุคคลที่เป็นตัวอย่างคุณลักษณะที่โดดเด่น ซึ่งแสดงถึงการช่วยเหลือด้านสาธารณะให้กับสหรัฐอเมริกาในฐานะพลเรือนและทหาร" ผู้รับที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Allen W. Dulles, ประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower, Margaret Thatcher นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, ประธานาธิบดี George H. W. Bush และ Gina Haspel อดีตผู้อำนวยการ CIA

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล