Tuesday, 1 September 2026
NewsFeed

จีนชู Coding เป็นทักษะอนาคต!! พ่อแม่แห่ส่งเรียนรับยุค AI เน้นความรู้เขียนโปรแกรมตั้งแต่เด็ก เจอปัญหาค่าเรียนแพงและคุณภาพ ต้องเปิดเรียนฟรีลดความเหลื่อมล้ำ

ข้อมูลจาก เว็บ https://www.depa.or.th/th/article-view/second-article-china-education

บทเรียนจากการส่งเสริมการเรียนรู้ Coding ให้กับเยาวชนในประเทศจีน
พ่อแม่ชาวจีนตื่นตัวให้ลูกเรียน Coding

ปัจจุบัน พ่อแม่ชาวจีนจำนวนมาก ได้เริ่มส่งลูกหลานไปเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน โดยมีหลักสูตรยอดนิยม ได้แก่ หลักสูตร การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งประเทศจีน ก็เป็นแบบเดียวกันกับประเทศอื่นๆ คือ เยาวชนจะได้รู้จักการเขียนโปรแกรม ก็ต่อเมื่อ เยาวชนเหล่านั้น ได้เข้าไปศึกษาต่อในสาขาวิชา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือ วิศวกรรมคอมพิเวตอร์ ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ในขณะที่รัฐบาลจีน ได้มีการส่งเสริมให้เกิดความตื่นตัว ในการนำเอาใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง ดังนั้นการที่จะทำให้ลูกหลานของตนเอง มีโอกาสที่ดีในอนาคต ย่อมไม่มีอะไรดีไปกว่าให้ลูกได้เรียนรู้ภาษา Java

โดยเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลจีน ได้มีการเปิดตัว โครงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเรียกร้องให้มีการริเริ่ม นำเอาเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในทุกระดับ และเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา นาย Qi Yuan อดีตนักวิจัยของสถาบันวิชาการด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของจีน ( Chinese Academy of Educational Sciences) ได้กล่าวถึงความสำคัญของทักษะพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ว่า การมีทักษะและความสามารถพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ (Computer Literacy) มีความสำคัญเท่าๆกับ กับการอ่านออกเขียนได้ และความรู้และความสามารถด้านการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ดังนั้นทักษะการเขียนโปรแกรม จึงควรได้รับการปลูกฝังให้กับเยาวชน ตั้งแต่เมื่อเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่พยายามจะให้ประชาชน ได้นำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ พ่อแม่ผู้ปกครองของเยาวชนเหล่านั้น เริ่มตระหนักว่า การเรียนพิเศษวิชา คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมนั้น ไม่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบุตร หลานของตนเองได้ เมื่อเข้าสู่ตลาดงานในอนาคตได้อีกต่อไป ดังนั้นผู้ปกครองส่วนใหญ่ จึงได้เริ่มมีการส่งเสริมให้บุตรหลานของตนเอง ได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ

เกิดหลักสูตร Coding ที่หลากหลายทั้งในเชิงคุณภาพและราคา
อย่างไรก็ตามปี 2018 ที่ผ่านมา มีบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากในจีน ได้เข้าสู่ตลาดการให้บริการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมสำหรับเด็กจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น เช่น บริษัท Codemao (www.codemao.cn) ได้รับเงินลงทุนจำนวน 300 ล้านหยวน ($ 45 ล้าน) ในเดือนพฤษภาคม ปี 2018 หลังจากนั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2018 ก็ยังได้รับเงินเพิ่มอีกจำนวน 120 ล้านหยวน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง และตัวเด็กและเยาวชนจีนเอง ต้องประสบปัญหาหลายอย่าง คือ

1.ประการแรก มีผู้ให้บริการเว็บไซต์สอนเขียนโปรแกรม เป็นจำนวนมาก ทำให้ยากที่จะเลือกว่าเว็บไซต์ไหนที่มีคุณภาพ เพราะผู้ประกอบการธุรกิจประเภทนี้ในจีน รู้ดีว่า พ่อแม่ของเยาวชน ที่เป็นชนชั้นกลาง ยินดีที่จะลงทุนและจ่ายค่าเรียนพิเศษราคาแพงเพื่อบุตรหลานของตนเองได้ ทำให้บริษัทต่างๆ คิดค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนเขียนโปรแกรมในราคาที่แพงมาก ตัวอย่างเช่น หลักสูตรที่ใช้เวลาเรียนประมาณ 40 นาที ของเว็บไซต์ RoboGardenChina.com จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท เป็นต้น

ซึ่งเว็บไซต์ RoboGardenChina.com ที่เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการการเรียนรู้หลักสูตรการเขียนโปรแกรมสำหรับเด็ก ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “เด็กอายุ 7-8 ขวบ ก็สามารถเริ่มเรียนรู้ทักษะการเขียนโปรแกรมได้แล้ว เพราะเด็กในวัยนี้ มีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้แล้ว แต่การที่จะเรียนรู้การเขียนโปรแกรมได้หรือไม่นั้น ย่อมขึ้นกับความสนใจของตัวเด็กเองมากกว่า” เว็บไซต์ RoboGardenChina.com เป็นผู้ให้บริการเรียนรู้หลักสูตรภาษาการเขียนโปรแกรมภาษาต่างๆ เช่น Python, Java และ C ++ แบบฟรี Online แต่หากเด็กๆ ต้องการที่จะเรียนรู้แบบในห้องเรียนแบบ Offline ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งชั้นเรียนจำนวนมาก ที่สอนการเขียนโปรแกรม จะสอนผ่านกลไกแบบเดียวกันกับกลไกที่ใช้ในการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ คือทำให้เด็ก ๆ สามารถดำเนินเรื่อง และเรียนรู้วิธีการทำงานของโปรแกรม รวมถึงรู้จักวิธีการเขียนโปรแกรม และในที่สุดก็จะสามารถแแก้ปัญหาที่พบได้ด้วยการเขียนโปรแกรมอย่างง่ายๆได้
- ประการที่สอง หลักสูตรการเขียนโปรแกรม มีความแตกต่างกันมากในแง่ของคุณภาพ เพราะบางหลักสูตร นักเรียนแทบไม่ได้เรียนรู้ทักษะอะไรเลย ซึ่งในหลักสูตรจะสอนให้นักเรียน รู้จักกับรูปแบบการเขียนโปรแกรมแบบง่ายที่สุดเท่านั้น เช่น การใช้ Loop หรือ การใช้คำสั่ง "IF" เป็นต้น

- ประการที่สาม ระบบการศึกษาของจีนประสบปัญหาการขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ ในขณะที่โปรแกรมเมอร์ที่มีประสบการณ์อาจได้รับเงินเดือนๆละ 30,000 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 150,000 บาท) ในขณะที่ครูโรงเรียนประถมส่วนใหญ่ จะได้รับเงินเดือนเพียงประมาณ หนึ่งในสามของเงินเดือนโปรแกรมเมอร์เท่านั้น และแม้ว่าครูผู้สอนเขียนโปรแกรม ส่วนใหญ่มีความสามารถสูงในการเขียนโปรแกรม แต่พวกเขาอาจไม่เหมาะกับการสอนเด็ก ๆก็เป็นได้ เพราะแม้ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ยังมีครูสอนคอมพิวเตอร์ระดับเตรียมอุดมศึกษาอยู่เพียงประมาณ 20% ในโรงเรียนรัฐบาลเท่านั้น ที่ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้และความสามารถจากหน่วยงานภาครัฐ

นอกจากปัญหาต่างๆข้างต้นแล้ว การเรียนการสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจีน ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญนั่นก็คือ การที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการให้เด็กและเยาวชน เรียนรู้ทักษะการเขียนโปรแกรมเพื่อเข้าแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิค ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง ในหมู่พ่อแม่ผู้ปกครองชาวจีน เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองชาวจีนที่เป็นชนชั้นกลาง คาดหวังว่า การแข่งขันประเภทนี้ จะนำมาซึ่งโอกาสของเด็ก ๆ ในการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และแน่นอนการแข่งขันทักษะการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ ย่อมมาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งสำหรับผู้เรียน เพราะบริษัทที่จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรม มักจะทำให้การเรียนการสอนการเขียนโปรแกรม สำหรับผู้แข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกในอนาคต ให้มีความยากเกินระดับความสามารถของผู้เรียน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เด็กและเยาวชน หมดความอดทนในการเรียนรู้แทนที่จะมีความสุขกับการได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆมากกว่า

ต้องเปิดโอกาสให้เด็กทุกกลุ่ม ลดความเหลื่อมล้ำยุคใหม่
ซึ่งจากบทเรียนต่างๆที่ได้จากการส่งเสริมการเรียนรู้ Coding ให้กับเด็กและเยาวชนในประเทศจีน ทำให้เราควรที่จะตระหนักว่า การเรียนการสอนเขียนโปรแกรม ควรมีการเปิดโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม เพราะไม่เช่นนั้น การส่งเสริมการเรียนการสอนเขียนโปรแกรมจะยิ่งเป็นการไปเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาให้เพิ่มขึ้นระหว่างโรงเรียนในเมืองและในชนบท เพราะ เด็กและเยาวชนจากครอบครัวยากจน จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ เนื่องจากค่าเล่าเรียนมีราคาแพง และไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ฝึกฝน ดังนั้นสิ่งสำคัญกว่าการส่งเสริมการเรียนรู้ Coding ให้กับเยาวชนก็คือ การที่เราควรทำให้แน่ใจว่า เด็กและเยาวชน ของโรงเรียนต่างๆ สามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ และบทเรียนเพื่อการเรียนรู้แบบ online มากกว่า นอกจากนี้หลักสูตรควรได้รับการปรับให้เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม เพราะหากส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน เน้นการแข่งขัน ก็จะทำให้เด็กที่มีทักษะไม่ดี เลิกสนใจที่จะเรียนรู้การเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมควรเป็นกระบวนการของการสำรวจและการค้นพบที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนไม่ใช่ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเครียดในระดับสูง แต่ควรให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้
สุดท้ายการส่งเสริมการเรียนการสอน Coding ควรที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชน ในการเข้าสู่ตลาดแรงงานและยกระดับรายได้ของตนเอง ให้พ้นจากความยากจน ในยุคที่ระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามามีบทบาททดแทนพนักงานที่ขาดทักษะเป็นจำนวนมากในอนาคต
ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล | สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

ข้อมูลอ้างอิง : Get with the Program: China’s Coding Kids by Sun Jing

ที่มา : https://www.depa.or.th/th/article-view/second-article-china-education

ออสเตรเลีย ควบคุมอาวุธปืน!! รัฐนิวเซาท์เวลส์รับซื้อคืน เริ่ม 2 พ.ย. นี้ จ่ายชดเชยกระบอกละ 1,000 ดอลลาร์ ผลพวงกราดยิง ตรึงมาตรการใหม่หลังเหตุสะเทือน

ออสเตรเลียเริ่มมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะรับซื้อปืนคืน

นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ประกาศว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียจะเริ่มดำเนินโครงการรับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นต้นไป โดยผู้ที่นำปืนไรเฟิลและปืนพกมาคืนจะมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยสูงสุดกระบอกละ 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 23,000 บาท

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น หลังเหตุกราดยิงในงานเฉลิมฉลองฮานุกกะห์ที่หาดบอนไดในนครซิดนีย์เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 15 ราย

ปัจจุบันออสเตรเลียมีอาวุธปืนประมาณ 4.1 ล้านกระบอก

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375154841439539/?rdid=6G0x2Ss8CIigmEko#

ขอแสดงความยินดีกับผู้แทนประเทศไทย!! ทีมไทยคว้าชัยโอลิมปิกคอมพิวเตอร์ คว้า 1 เหรียญเงิน 3 ทองแดง การแข่งขันที่สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน นักเรียนจาก 4 โรงเรียนสร้างชื่อ พร้อมพิธีต้อนรับ 17 ส.ค. ที่สนามบิน

เรื่องดีๆ พี่ไม่อยากรู้อยู่คนเดียว

ขอแสดงความยินดีกับผู้แทนประเทศไทยจากการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 38 ประจำปี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่วันที่ 9 - 16 สิงหาคม 2569 ณ กรุงทาชเคนต์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน

ที่ปีนี้คว้าเหรียญรางวัลกลับมาทุกคนกับ 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง

รายละเอียด ตามนี้

1. นายธนบดี สีห์โสภณ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย  เหรียญเงิน

2. นายอารยะ ล้วนเส้ง   โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญทองแดง

3. นายภาคิน โอฬารรักษ์ธรรม  โรงเรียนกำเนิดวิทย์  เหรียญทองแดง

4. นายภัทรกร สุทธจรรยา   โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร   เหรียญทองแดง

โดยคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย

1. รศ.ดร.นัทที นิภานันท์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หัวหน้าทีม

2. ดร.สุธี เรืองวิเศษ   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รองหัวหน้าทีม

3. ผศ.ดร.ศรัณย์ กุลยานนท์  มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล  ผู้ช่วยหัวหน้าทีม

4. นายเศรษฐา ปิณฑานนท์   สสวท.   ผู้จัดการทีม

5. ดร.บุญหทัย เครือแก้ว   สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้สังเกตการณ์ สอวน.

มาถึงตรงนี้แล้ว ... ปรบมือให้น้องๆ คนเก่งสิเธอ จะรออะไร

 ถ้าอยากเจอพวกเค้า ทีมคอมพิวเตอร์ของพวกเรามีกำหนดเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน TK058 และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 05.10 น. โดย สสวท. กำหนดจัดพิธีแสดงความยินดี ณ บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า เวลา 05.30 น. แล้วอย่าลืมมาต้อนรับคนเก่งทั้ง 4 คนพร้อมกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1456474562957775&id=100057857341280&rdid=rd7PAKT8mUleZNjI#

ชาวอเมริกันระอา ‘ทรัมป์’!! 53% เห็นชีวิตแย่ลงหลังทรัมป์กลับทำเนียบ เกือบ 57% ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระรู้สึกแย่ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ 64% วิจารณ์การรับมือเงินเฟ้อของเขา

โพล FT ชี้ชาวอเมริกันเกินครึ่งรู้สึกชีวิตแย่ลงภายใต้ทรัมป์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ผลสำรวจล่าสุดของ Financial Times ร่วมกับ Focaldata พบว่า 53% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ ระบุว่าสถานะทางการเงินของตนแย่ลง นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 โดยในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ตัวเลขเพิ่มเป็นเกือบ 57% และแม้แต่ผู้สนับสนุนรีพับลิกันเองเกือบหนึ่งในสี่ก็ระบุว่าแย่ลง

นอกจากนี้ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี ขณะที่เกือบสองในสามมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเดินไปผิดทิศทาง และ 64% ไม่พอใจการรับมือปัญหาเงินเฟ้อของทรัมป์ ผลสำรวจมีขึ้นในช่วงที่เหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญศึกสำคัญในการรักษาการควบคุมสภาคองเกรส

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375390644749292/?rdid=41ghwydrqxSlY3YP#

กกร.จับมือรัฐและธนาคารโลก!! เปิดเวที Bangkok Business Summit 2026 ปักหมุดยุทธศาสตร์ใหม่เศรษฐกิจไทย ดึงผู้นำธุรกิจร่วมขับเคลื่อนอนาคต ชี้ทางสู่ประเทศรายได้สูงผ่านลงทุน–ปฏิรูป–สร้างงาน

กกร. เตรียมผนึกกำลังภาครัฐและธนาคารโลก
เปิดเวที “The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN”
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปักหมุดยุทธศาสตร์ใหม่สู่อนาคตอาเซียน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 17 สิงหาคม 2569 — คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมระดับผู้นำ ‘The Bangkok Business Summit 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีปูทางไปสู่การประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม 2569 และปูทางสู่บทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571
.
ไฮไลท์สำคัญของเวที ‘The Bangkok Business Summit 2026’ คือการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Thailand’s Offer to the World’ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุน ยกระดับประเทศจากการแข่งขันด้านต้นทุนสู่การสร้างขีดความสามารถ นวัตกรรม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะร่วมแสดงปาฐกถาเชิงนโยบายในหัวข้อ ‘Unlocking the Next Growth Engines for Thailand & ASEAN’ เพื่อเปิดเผยลำดับขั้นตอนการปฏิรูปเชิงนโยบายที่จะช่วยปลดล็อกการลงทุนของภาคเอกชนและขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะกล่าวถึงการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์สำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนให้เป็นโอกาสใหม่ของการลงทุน การสร้างงาน และการเติบโตได้อย่างไร โดย ‘The Bangkok Business Summit 2026’ ไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่เป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยนำเสนอจุดแข็ง โอกาส และทิศทางการพัฒนาประเทศให้ประชาคมธุรกิจทั่วโลกได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของภาครัฐ ข้อเสนอจากองค์กรระหว่างประเทศ และประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน “โจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเติบโต แต่คือการสร้างการเติบโตที่แข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกภาคส่วนจึงต้องมีแพลตฟอร์มในการวางแนวทางร่วมกัน ในการ Reinvent Thailand สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยสามารถคว้าโอกาสใหม่ และก้าวขึ้นเป็นส่วนสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่ปรับตัวเข้ากับพลวัตรของโลกได้ หรือ Resilient ASEAN”
ภายในงาน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จะแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Thailand’s New Horizons: From Ambition to Delivery’ และมีการเสวนาเชิงลึก โดย Mr. Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก, Mr. Sarvesh Suri รองประธานบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และ Mr. John W.H. Denton เลขาธิการสภาหอการค้าระหว่างประเทศ (ICC)
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจ พร้อมเปิดตัว รายงานฉบับใหม่ของธนาคารโลก ‘Building Thailand’s Future Today’ ซึ่งเสนอแนวทางการก้าวไปสู่ประเทศรายได้สูงของประเทศไทย ผ่านลงทุนและการปฏิรูปเพื่อสร้างงาน เพิ่มผลิตภาพ และวางรากฐานการเติบโตระยะยาว โดยชี้เป้าอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืนและสุขภาพ บริการดิจิทัล เกษตรและอาหาร และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ในช่วงกลางวัน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จะนำเสนอวงสนทนาพิเศษ ‘Growth Reaches Communities: Sufficiency Economy Philosophy’ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะกรอบการพัฒนาที่สร้าง สมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืน ตั้งแต่ระดับชุมชนสู่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม
ในช่วงบ่าย การประชุมจะแบ่งภาคออกเป็นสองการเสวนา ได้แก่

Track 1: Building Resilience (สร้างความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานของประเทศ) นำโดย ดร.ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เน้นเรื่องการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และความสามาถในการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ ซึ่งจะมีการเสวนาในหัวข้อ ‘Efficient Energy & Low-Carbon Infrastructure’ และ ‘Policy Architecture and Low-Carbon Cities in Action’ ให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยผู้นำจากหลายภาคส่วน อาทิ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท Google LLC และการเสวนาในหัวข้อ ‘Building Thailand’s Trusted Economy: Digital Public Infrastructure for Inclusive Growth’ ซึ่งจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับสาธารณะในภาคการเงินสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม โดยผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต และ Ascend Money

Track 2: New Horizons (อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เกษตรอาหาร และเศรษฐกิจที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง) นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เน้นการการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีความสามารถสูงในองค์กร และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน AI และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ขั้นสูง

นอกจากนี้ เวที ‘The Bangkok Business Summit 2026’ จะมีการเสวนาในหัวข้อ ‘The Future of Agrifood Business’ การยกระดับสู่สินทรัพย์ยุทธศาสตร์แห่งภูมิภาค ผู้บริหารจากภาคธุรกิจชั้นนำ อาทิ บริษัท ซี แวลู จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โอแลม อะกริ (สิงคโปร์) จะร่วมแสดงทรรศนะว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยกำลังยกระดับจากเพียง ‘ครัวของโลก’ สู่การเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค และ ‘The Future of the Human-Centric Economy’ ซึ่งหลอมรวมด้านสุขภาพ สุขภาวะ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ที่ออกแบบรอบผู้คนเข้ามาไว้ด้วยกันมากกว่าการแยกส่วนอุตสาหกรรม โดย บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และเซเรซิน

ช่วงท้ายของงาน ประธานองค์กรภาคเอกชนทั้งสามสถาบันจะร่วมสรุปข้อเสนอเพื่อเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากเวทีสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างระบบนิเวศการลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงจะมีการลงนามหนังสือเจตจำนง ความร่วมมือเรื่อง Digital & AI Compact ของหน่วยงานภาครัฐด้านเศรษฐกิจของไทยกับธนาคารโลก

หมายเหตุ: รายนามวิทยากรและกำหนดการจัดงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยอาจไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ และขอขอบพระคุณในความเข้าใจของทุกท่าน

ดราม่า ! ทหารอเมริกัน-อิสราเอล ภาพข้อความบนเครื่องบินทหารแพร่บนโซเชียล ข้อความล้อเลียนเกี่ยวกับอิสราเอลและสงคราม อ้างเป็นฝีมือทหารอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังไม่มีการยืนยันจากทางการสหรัฐฯ

ภาพที่กำลังถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์อย่างมากในขณะนี้ ซึ่งอ้างว่าทหารสหรัฐฯ เขียนข้อความประชดอิสราเอลบนเครื่องบินที่คาดว่าอาจจะเป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135

ภาพข้อความจำนวนมากที่ถูกเขียนลงบนฝุ่นที่เกาะอยู่บริเวณชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินทหารสหรัฐฯ กำลังถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็นฝีมือของทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และข้อความหลายส่วนมีเนื้อหาประชดประชันอย่างรุนแรงต่ออิสราเอลและบทบาทของสหรัฐฯ ในสงคราม

ข้อความที่ปรากฏในภาพมีทั้ง “Bibi’s Cucks”, “Be a good goy and do what Israel tells you to!!!”, “Operation Epstein Fury”, “Peace Deal #64 Incoming”, “ALL THIS FOR THE HOLY LAND” และ “I LOVE ISRAEL I AM A GOOD GOYIM” นอกจากนี้ยังมีการวาดเกม XO, Hangman และข้อความล้อเลียนอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัวเครื่องบิน

ภาพดังกล่าว ซึ่งระบุว่าได้รับภาพมาจากบุคคลในพื้นที่ และอ้างว่าข้อความเหล่านี้ถูกเขียนโดยกำลังพลสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย พร้อมถ่ายทอดคำบอกเล่าจากบุคคลที่อ้างว่าอยู่ในพื้นที่ว่า ขวัญกำลังใจของกำลังพลในปฏิบัติการอยู่ในระดับต่ำมาก และทหารจำนวนหนึ่งถูกส่งไปประจำการในสถานที่ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่โดยไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นานเพียงใด

ผู้ใช้ออนไลน์บางส่วนระบุว่าลักษณะของเครื่องคล้ายเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายภาพ รวมถึงความเป็นไปได้ว่าเครื่องอาจจอดอยู่บนฐานภาคพื้นดินหรือแม้แต่พื้นที่เก็บเครื่องบิน ซึ่งภาพเพียงภาพเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องบินลำดังกล่าวกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ดังนั้นสถานที่และบริบทที่แท้จริงของภาพยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพสหรัฐฯ ว่าใครเป็นผู้เขียนข้อความเหล่านี้ รวมถึงยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระว่าภาพถูกถ่ายที่ใดและเมื่อใด ดังนั้น แม้ข้อความที่เห็นจะปรากฏอยู่ในภาพ แต่ข้อกล่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของทหารสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในอ่าวเปอร์เซียยังควรถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375822578039432/?rdid=JmCm3oYcZymn13w3#

หลุดปากหรือพูดตรงๆ?

ทรัมป์ยอมรับสหรัฐฯ “เอาน้ำมัน” มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ออกจากเวเนซุเอลา ก่อนทิ้งท้าย “ตอนนี้เรากำลังทำแบบเดียวกันกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375854764702880/?rdid=TUJtIwR4j6H4ItEn#

‘จีโน่’ ผงาดแชมป์!! โชว์ฟอร์มร้อนแรงวันสุดท้าย หวด 8 อันเดอร์พาร์ 64 สกอร์รวม 22 อันเดอร์ แซงขึ้นที่ 1 คว้าแชมป์พอร์ตแลนด์ คลาสสิก นักกอล์ฟไทยกวาดรางวัล 3 รายการล่าสุด

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โปรสาวมือ 2 ของโลก โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในรอบสุดท้าย หวดวันเดียว 8 อันเดอร์พาร์ 64 ก่อนจบด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 แซงคว้าแชมป์กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ เดอะ สแตนดาร์ด พอร์ตแลนด์ คลาสสิก ที่สนามโคลัมเบีย เอดจ์วอเตอร์ คันทรี คลับ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

รายการนี้ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม โดย อาฒยา ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้ตามหลัง “เปียโน” อาภิชญา ยุบล ผู้นำอยู่ 2 สโตรก แต่สามารถเร่งเครื่องทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บ 8 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ จบวันที่ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ทำสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 คว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นแชมป์รายการที่ 10 ในอาชีพของ อาฒยา และยังทำให้เธอกลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ต่อจาก “เม” เอรียา จุฑานุกาล และ “พราว” ชเนตตี วรรณแสน อีกทั้งยังเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ในช่วง 5 ปีหลังสุดที่ได้ชูถ้วยแชมป์พอร์ตแลนด์ คลาสสิก

ขณะที่ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล ซึ่งเป็นผู้นำหลังจบรอบสองและรอบสาม ทำเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 ในรอบสุดท้าย จบด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267 คว้ารองแชมป์ร่วมกับ “พราว” ชเนตตี วรรณแสน ที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงในรอบสุดท้าย หวดถึง 9 อันเดอร์พาร์ 63 ก่อนจบสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267

ส่งผลให้ศึกพอร์ตแลนด์ คลาสสิกปีนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่นักกอล์ฟสาวไทยทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะ อาฒยา ที่เร่งเครื่องในรอบสุดท้ายจนสามารถพลิกสถานการณ์จากการเป็นฝ่ายตาม กลับมาคว้าแชมป์ได้อย่างสุดระทึก

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1537371951763903&set=a.620111833489924

มาดูกัน!!

ชื่อเรียกสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเอเชีย เรียกอะไรกันบ้าง?

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=122304859028222081&set=a.122179531664222081

รัฐบาลเดินหน้า “สวนลอยฟ้า” เดินหน้า สร้างสวนลอยฟ้า 4,500 ตร.ม. เชื่อม ภูเขาทอง–ป้อมมหากาฬ น้อมนำโครงการพระราชดำริ สร้างแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์กลางกรุง

รัฐบาลจับมือพันธมิตรน้อมนำโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เดินหน้าสร้าง “สวนสาธารณะ 2 ชั้น” หรือ “สวนลอยฟ้า” เชื่อมต่อระหว่าง “ภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ” ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์แล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ควบคู่ไปกับพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศาลาการประชุมภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหน่วยงานราชการและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างการออกแบบ เขียนแบบ รูปแบบการพัฒนาสวน โดยทาง ปตท. จะเป็นผู้ประสานหลักในการเขียนแบบที่มีความชำนาญในด้านนี้ โครงการนี้ได้รับความกรุณาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร อนุญาตให้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร โดยจะสร้างเป็นสวน 2 ชั้น พร้อมทั้งนำต้นไม้ของแต่ละจังหวัดมาปลูกตกแต่งทำให้เป็นสวนที่ร่มรื่น สวยงาม และจะทำพื้นที่ริมคลองซ่อมแซม และปรับปรุงคลองให้สวยงามขึ้นต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้ มีจุดขาย มาตกแต่งเพิ่มเติม ให้มีความสวยงาม สร้างภูมิทัศน์ที่ทำให้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยว เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนไทยด้วยกัน ซึ่งตนได้แต่งตั้งนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ในนามของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

เจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร กล่าวสัมโมทนียกถา ว่า ได้ดูภาพการทำงานของโครงการฯนี้แล้ว ชื่นใจ เป็นโครงการฯที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ทางวัดสระเกศราชวรวิหาร มีความยินดีให้ความร่วมมือในการร่วมงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม เจริญพร

นอกจากนี้ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ยังเสนอแนวทางให้เชื่อมต่อถึงวัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งมีโลหะปราสาท เพื่อประกอบทัศนียภาพที่งดงามยิ่งขึ้น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า บริเวณนี้จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ของ กทม. เนื่องจากมีรถไฟฟ้า 2 สายมาบรรจบกัน อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อ รถ-ราง-เรือ เป็นแลนด์มาร์ก ของ กทม. โดยคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า จะมีส่วนร่วมออกแบบ บูรณาการความสำเร็จ ร่วมมือ ร่วมใจกัน

ด้าน พลตรี ปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ปรึกษาโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เปิดเผยว่า โครงการนี้จะใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายทหาร ในอนาคตจะมีการพัฒนาคุณภาพน้ำในคลองให้กลับมาใสสะอาดยิ่งขึ้น ดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ หรือ “โครงการสร้างสวนสาธารณะ (สวนลอยฟ้า) เชื่อมป้อมมหากาฬ และภูเขาทอง” ตั้งอยู่ที่แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีส่วนของเนื้องาน ประกอบด้วย ก่อสร้างสวนลอยฟ้า 4,500 ตารางเมตร ปรับปรุงสะพานมหาดไทยอุทิศ 1 งาน และปรับปรุงสวนสาธารณะ 1 ไร่

โครงการสวนลอยฟ้า เชื่อมป้อมมหากาฬ-ภูเขาทอง ดำเนินการสร้างภายใต้แนวคิด “จากการป้องกันสู่ศรัทธา” โดยออกแบบเชื่อมโยงเรื่องราวของพื้นที่ จากอดีตเชิงป้องกันของป้อมมหากาฬ สู่ปลายทางแห่งศรัทธาที่ภูเขาทอง ผ่านประสบการณ์เดินชมสวนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเส้นสายที่แข็งแรง สู่บรรยากาศที่สงบ นุ่มนวล และร่วมสมัย

โครงการสวนลอยฟ้าฯ แบ่งพื้นที่เป็น 6 โซนหลัก ๆ ได้แก่

โซน 1 คลองรอบกรุง : จุดเริ่มต้นของเส้นทาง เล่าเรื่องราวการขุดคลองรอบกรุงเพื่อป้องกันประเทศ

โซน 2 กำแพงเมือง : แนวกำแพงและลานทางเดิน สะท้อนเรื่องราวการป้องกันของป้อมมหากาฬ

โซน 3 หัวเรือ : ลานน้ำและพื้นที่กิจกรรม สะท้อนบทบาทการค้าขายและการแลกเปลี่ยน

โซน 4 วัฒนธรรม : พื้นที่ลานกิจกรรมและองค์ประกอบเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงผู้คนกับประวัติศาสตร์และชุมชน

โซน 5 ความสงบ : สวนร่มรื่นและมุมพักผ่อน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายกายและใจ

โซน 6 ทางเดินแห่งศรัทธา : ทางเดินโค้งเชื่อมต่อสู่พื้นที่ศรัทธา พาใจค่อย ๆ เข้าสู่ความหมายชีวิต

ขณะที่วัสดุและองค์ประกอบในการตกแต่งสวนลอยฟ้าเบื้องต้นนั้นก็มีหลากหลาย อาทิ ต้นไม้ น้ำ กระจก พื้นไม้ อิฐแดง และสแตนเลส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ และทางลาดอารยสถาปัตย์ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุอีกด้วย

สำหรับโครงการโครงการสวนลอยฟ้า เชื่อมป้อมมหากาฬ-ภูเขาทอง นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันวาระเจริญพระชนมายุ 100 ปี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยการทำงานใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็น “บุญใหญ่” และเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง

ที่มา : https://mgronline.com/travel/detail/9690000080601


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top