Friday, 12 June 2026
NewsFeed

“อิสราเอล” ถล่มชานกรุงเบรุต!! ตอบโต้ฮิซบอลเลาะห์ แม้มีข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ รายงานมีผู้เสียชีวิต–บาดเจ็บ ยังเกิดการปะทะรายวันต่อเนื่อง

เบรุต (Sputnik) — สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน หรือ NNA รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า การโจมตีทางทหารของอิสราเอลต่อชานกรุงเบรุตทางตอนใต้ มุ่งเป้าไปที่อพาร์ตเมนต์ 2 แห่ง ในอาคาร 2 หลัง ในพื้นที่เตห์วีตัต อัล-กาดีร์ ใกล้เขตมไรเจห์ ใกล้กับปั๊มน้ำมันฮาเชม โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สำนักนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า กองทัพอิสราเอลได้โจมตีชานกรุงเบรุตทางตอนใต้ เพื่อตอบโต้การยิงถล่มจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เริ่มโจมตีอิสราเอลด้วยจรวดและโดรน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

เพื่อตอบโต้ อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายของฮิซบอลเลาะห์ในชานกรุงเบรุตทางตอนใต้ รวมถึงพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของเลบานอน อีกทั้งยังเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินทางตอนใต้ของประเทศ โดยประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ต่อขบวนการต่อต้านชีอะห์

หลังการเจรจาที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 16 เมษายน ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง

อย่างไรก็ตาม แม้มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่อิสราเอลยังคงโจมตีหมู่บ้านหลายสิบแห่งทางตอนใต้ของเลบานอนเป็นประจำทุกวัน และยังคงควบคุมการยิงเหนือหมู่บ้านชายแดนหลายแห่ง

ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ดำเนินปฏิบัติการตอบโต้กองกำลังอิสราเอลเช่นกัน

ที่มา : Sputnik

BenQ ปักธง Golf Simulator ยุคใหม่!! เปิดประสบการณ์ “Play Like You’re There” ส่ง LK936ST 4K เสมือนออกรอบจริง รับกระแส Immersive Sport ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กีฬา–บันเทิงยุคให

BenQ จับกระแสดีมานด์ สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนต์ โต ส่ง Golf Simulator Projector BenQ LK936ST เสริมไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ชูประสบการณ์ “Play Like You’re There” ยกระดับความสมจริงเสมือนออกรอบจริงด้วยเทคโนโลยีภาพ 4K และระบบฉายภาพอินเทอร์แอ็กทีฟ

กรุงเทพฯ 21 พฤษภาคม 2569 – BenQ ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เดินหน้ารุกเทรนด์ Immersive Experience และ Entertainment Tech ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์เสมือนจริงและการมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มกีฬาและไลฟ์สไตล์ ล่าสุด BenQ ได้นำโปรเจคเตอร์รุ่น BenQ LK936ST จัดแสดงภายในงาน Architect Expo 2026 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโซลูชันสำหรับ Golf Simulator ด้วยภาพระดับ 4K Ultra High Definition ความหน่วงต่ำ (Low Latency) และ Golf Mode โหมดเฉพาะจาก BenQ ที่ช่วยถ่ายทอดประสบการณ์เสมือนออกรอบจริง รองรับทั้งธุรกิจสนามกอล์ฟจำลองเชิงพาณิชย์และการติดตั้งภายในบ้านยุคใหม่

นายโรเจอร์ เฉิน ผู้อำนวยการ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงฟังก์ชันการใช้งาน แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สร้างความรู้สึกร่วมและความสมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคยุค Gen Z ที่ให้คุณค่ากับ Emotional Engagement และการมีส่วนร่วม ซึ่งกำลังเปลี่ยนวิธีที่    แบรนด์สร้างความแตกต่างและเชื่อมต่อกับผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มกีฬา ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ สอดรับกับแนวโน้มตลาด Family Entertainment Center และ Indoor Entertainment ทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตแตะ 76.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 จากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีเกมและความบันเทิงแบบ Immersive การลงทุนในธุรกิจ Experience-Led Entertainment และการขยายตัวของสถานบันเทิงในเมืองเกิดใหม่ทั่วโลก

BenQ จึงเดินหน้าพัฒนาโซลูชัน Golf Simulation ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้พัฒนา Golf Simulator และผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการผสานเทคโนโลยี Interactive เข้ากับประสบการณ์การใช้งาน เพื่อยกระดับความสมจริงและการมีส่วนร่วมให้ใกล้เคียงการออกรอบจริงมากที่สุด สอดรับกับเทรนด์พื้นที่ความบันเทิงแบบ Multi-Activity และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ Immersive Experience มากขึ้น โดย Golf Simulation ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการบรรจบกันระหว่างกีฬา เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘Play Like You’re There’ ของ BenQ ที่ผสานเทคโนโลยีการฉายภาพขั้นสูงเข้ากับความเข้าใจเชิงลึกในสภาพแวดล้อมของ Golf Simulator

ความมุ่งมั่นดังกล่าวยังสะท้อนผ่านความแข็งแกร่งของ BenQ ในตลาด Golf Simulation ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งผู้พัฒนา Golf Simulator และอินฟลูเอนเซอร์สายกอล์ฟอย่าง Lewandof_ski (คุณโอ่ง) ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์กอล์ฟที่ครอบคลุมตั้งแต่ประสบการณ์ Golf Simulator การออกรอบจริง ไปจนถึงรีวิวอุปกรณ์กอล์ฟ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี ความสมจริง และประสิทธิภาพ ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์กอล์ฟยุคใหม่ ผ่านโปรเจคเตอร์ BenQ LK936ST ที่ถ่ายทอดภาพเสมือนจริงและการตอบสนองแบบเรียลไทม์ ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นให้ใกล้เคียงการออกรอบในสนามจริงมากยิ่งขึ้นสำหรับงาน Architect Expo 2026 BenQ ได้นำโปรเจคเตอร์รุ่นBenQ LK936ST มาถ่ายทอดประสบการณ์ Golf Simulation แบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ที่มอบภาพเสมือนจริงและการตอบสนองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สะท้อนบทบาทของคุณภาพการฉายภาพในการยกระดับประสบการณ์เสมือนการออกรอบจริง ขณะเดียวกัน BenQ ยังได้นำเทคโนโลยีล่าสุดไปร่วมจัดแสดงในงาน Thailand Golf Expo เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Golf Simulator Projector และความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสบการณ์กอล์ฟเสมือนจริงให้สมจริงและ immersive มากยิ่งขึ้น

“BenQ มุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยยกระดับมาตรฐานของ Golf Simulation และ Entertainment Technology ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้งานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพการฉายภาพ ความเสถียร หรือประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล โดยเรายังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Immersive Entertainment ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก” นายเฉิน กล่าวปิดท้าย

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “Play Like You’re There” กันได้ที่งาน THAILAND GOLF EXPO 2026 บูธ G14, G91 และ G130 Exhibition Hall 5,6 ชั้น LG ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤษภามคม 2569

มจธ. ลุยนวัตกรรม!! พัฒนาเพอรอฟสไกท์โซลาร์เซลล์ บุกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ลดพึ่งพานำเข้าเทคโนโลยี ตั้งเป้าสร้างความมั่นคงพลังงาน

“ไทยต้องไม่เป็นแค่ผู้ซื้อเทคโนโลยี” มจธ. พัฒนานวัตกรรมเซลล์แสงอาทิตย์แบบยืดหยุ่น ปูทางความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดของประเทศ

ในวันที่โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมีความผันผวนสูง “โซลาร์เซลล์” กลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของครัวเรือนและภาคธุรกิจไทยในการลดต้นทุนพลังงาน แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ ประเทศไทยจะมีความมั่นคงทางพลังงานได้จริงหรือไม่ ในเมื่อโซลาร์เซลล์เกือบทั้งหมดยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หากโลกเกิดภาวะวิกฤต ห่วงโซ่อุปทานสะดุด หรือประเทศผู้ผลิตเก็บเทคโนโลยีไว้ใช้เองไม่ส่งออก ประเทศไทยที่เป็นแค่ “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” จะเหลือทางเลือกจำกัด

นี่คือโจทย์สำคัญที่ทำให้งานวิจัย “นวัตกรรมเซลล์แสงอาทิตย์แบบยืดหยุ่น: การปรับสภาพผิวแบบสองมิติเพื่อประสิทธิภาพและความคงทนในเทคโนโลยีเพอรอฟสไกท์” โดย ผศ. ดร.นพพร รุจิสัมพันธ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการ Interface & Surface Characterization หรือ ISC คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นจุดเริ่มต้นในความพยายามให้ประเทศไทยขยับจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด” ไปสู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี” ด้วยองค์ความรู้ของตนเอง

ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ และรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award ประจำปีงบประมาณ 2569 สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูง โดยเฉพาะ “เพอรอฟสไกท์โซลาร์เซลล์” ซึ่งเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากมีจุดเด่นด้านน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และสามารถผลิตได้ผ่านกระบวนการทางเคมีที่ไม่ซับซ้อน เช่น การพิมพ์หรือการฉีดพ่น ทำให้มีโอกาสนำไปใช้ได้กว้างกว่าโซลาร์เซลล์ซิลิคอนแบบเดิม

“เพอรอฟสไกท์โซลาร์เซลล์มีข้อดีคือ น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น และสามารถผลิตได้ด้วยกระบวนการทางเคมีที่ไม่ซับซ้อน (เช่น การพิมพ์หรือการฉีดพ่น) จึงไม่มีข้อจำกัดการใช้งานอยู่แค่บนหลังคาหรือพื้นที่ราบเหมือนโซลาร์เซลล์แบบเดิม แต่สามารถนำไปติดตั้งบนพื้นผิวได้หลากหลายมากขึ้น จัดทรงที่ต้องการได้ เช่น กระจกอาคาร ผนัง พื้นผิวโค้งของยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ IoT หรือแม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ในอนาคต อีกจุดสำคัญคือ เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะจากแสงแดดกลางแจ้งเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากการรับแสงภายในอาคาร หรือแสงจากหลอดไฟ LED ได้ด้วย ทำให้เหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ต้องใช้พลังงานต่อเนื่อง เช่น เซนเซอร์อัจฉริยะและอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ เป้าหมายของเราคือพัฒนาให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ และมีความเสถียรมากพอสำหรับต่อยอดในอนาคต” ผศ. ดร.นพพร เพิ่มเติมถึงจุดเด่นของเพอรอฟสไกท์โซลาร์เซลล์

หลักการทำงานของเพอรอฟสไกท์โซลาร์เซลล์ คือการเปลี่ยน “พลังงานแสง” ให้เป็น “พลังงานไฟฟ้า” ผ่านวัสดุพิเศษที่เรียกว่า เพอรอฟสไกท์ เมื่อแสงตกกระทบบนชั้นวัสดุชนิดนี้ วัสดุจะดูดซับพลังงานและสร้างประจุไฟฟ้าขึ้น จากนั้นโครงสร้างภายในเซลล์ที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ คล้าย “ขนมชั้น” จะช่วยแยกและลำเลียงประจุไฟฟ้าไปยังขั้วไฟฟ้า ก่อนส่งออกมาเป็นกระแสไฟฟ้าที่นำไปใช้งานได้ โดยชั้นเพอรอฟสไกท์ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดูดซับแสง ส่วนชั้นวัสดุอื่น ๆ ทำหน้าที่พาประจุไฟฟ้าให้เดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ

“หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่เทคนิค “การปรับสภาพผิวแบบสองมิติ” หรือ Surface Passivation ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาตำหนิเล็ก ๆ บนพื้นผิววัสดุระดับจุลภาค เพราะตำหนิเหล่านี้อาจทำให้ประจุไฟฟ้าสูญเสียไประหว่างทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพและความทนทานของเซลล์ลดลง เทคนิคนี้เปรียบเสมือนการ “ซ่อมถนนระดับนาโน” เพื่อให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ราบรื่นขึ้น ลดการสูญเสียพลังงาน และทำให้เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้ดีขึ้น เสถียรขึ้น และมีโอกาสต่อยอดจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต” ผศ. ดร.นพพร เล่าถึงเทคนิคสำคัญของงานวิจัย

ปัจจุบันทีมวิจัย มจธ. สามารถพัฒนาประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์เพอรอฟสไกท์ขึ้นมาแตะระดับ 21% ซึ่งถือว่าเข้าใกล้เทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลกที่อยู่ราว 26–27% จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังไม่ได้อยู่ในขั้นผลิตเชิงพาณิชย์ทันที แต่ยังอยู่ในระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี TRL 4 หรือขั้นการวัดและทดสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญก่อนพัฒนาไปสู่การทดสอบในสภาพใช้งานจริงและการขยายผลเชิงอุตสาหกรรมต่อไป

ความสำเร็จดังกล่าวมีความหมายมากกว่าเรื่องประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ เพราะสะท้อนว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะขยับจากการเป็นเพียง “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างเทคโนโลยีต้นน้ำ” ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงาน และลดความเปราะบางจากการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลกในระยะยาว

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้งานวิจัยได้รับรางวัลหรือได้รับการตีพิมพ์ แต่คือการวางรากฐานให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่พัฒนาได้เอง เพราะประเทศที่สร้างเทคโนโลยีเองได้ ย่อมมีอำนาจต่อรองมากกว่าประเทศที่เป็นเพียงผู้ซื้อ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ IoT อุปกรณ์สวมใส่ หรือเทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้คือก้าวสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืนด้วยฝีมือคนไทย” ผศ. ดร.นพพร กล่าวทิ้งท้าย

EEC ปักหมุดเชื่อมเวียดนาม!! ดัน EEC เชื่อมลงทุนไทย–เวียดนาม เสริมซัพพลายเชนอาเซียน เปิดเวทีรับฟังเอกชนไทย ดันการค้า–ลงทุนสองประเทศ

เลขาธิการ สกพอ. ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนเวียดนาม หารือภาคธุรกิจไทย เสริมความร่วมมือการลงทุนไทย–เวียดนาม และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค

8 มิถุนายน 2569 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม — ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. (EECO) ร่วมคณะผู้แทนที่นำโดย ฯพณฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ

ดร.จุฬายังได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม หรือ ThaiCham รวมถึงผู้บริหารภาคธุรกิจไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนอยู่ในเวียดนาม ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ ฮานอย กรุงฮานอย

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีให้ภาคธุรกิจไทยได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม โดยบริษัทที่เข้าร่วมครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม อาทิ ภาคเกษตรและอาหาร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และการผลิต

ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนจะมีส่วนช่วยในการกำหนดนโยบายและมาตรการ เพื่อยกระดับการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนาม

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” โดยทั้งสองประเทศต่างมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค และมีศักยภาพสูงในการขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียนโดยรวม

ในโอกาสนี้ ดร.จุฬา สุขมานพ ได้รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากภาคธุรกิจไทยซึ่งมีประสบการณ์ตรงในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม โดยข้อมูลดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนานโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

เวียดนามได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตระดับภูมิภาค ขณะที่ EEC มีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก เครือข่ายโลจิสติกส์แบบบูรณาการ ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และระบบนิเวศอุตสาหกรรมสมัยใหม่ จุดแข็งเหล่านี้ทำให้ EEC มีศักยภาพในการส่งเสริมการเชื่อมโยงการลงทุนและการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมช่วยยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU จำนวน 2 ฉบับ ระหว่างองค์กรภาคเอกชนของไทยและเวียดนาม

ฉบับแรกเป็น MOU ระหว่างบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กับบริษัท FPT Corporation เพื่อความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ หรือ Smart Industrial Estate

ฉบับที่สองเป็น MOU ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group กับบริษัท FPT Corporation เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ข้อตกลงทั้งสองฉบับสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นของความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับเวียดนาม รวมถึงชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมขั้นสูงและภาคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ EEC ในฐานะประตูการลงทุนสำคัญของไทย และศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน

เกมตึง “เทลอาวีฟ–เตหะราน”!! อิสราเอลโจมตีอิหร่าน 3 จุด หลังทรัมป์เตือนไม่ให้ตอบโต้ นักวิชาการชี้ อิสราเอลเปิดศึกอิหร่านซ้ำไม่ได้ หากไร้แรงหนุนสหรัฐฯ เหตุยังต้องพึ่งไอรอนโดม ผู้เชี่ยวชาญมอง ‘ทรัมป์’ ยังถือไพ่เหนือกว่าอิสราเอล

เมห์ราน คัมราวา ศาสตราจารย์ด้านรัฐบาลศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในกาตาร์ กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ว่า อิสราเอลไม่สามารถเปิดสงครามกับอิหร่านขึ้นมาใหม่ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เตือนนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ให้ตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน แต่อิสราเอลได้โจมตีกลับในวันถัดมา

คัมราวากล่าวว่า “ตอนนี้เราทราบแล้วว่าอิสราเอลได้โจมตีอย่างน้อย 3 จุดในอิหร่าน ได้แก่ กรุงเตหะราน เมืองอิสฟาฮาน และเมืองตาบริซ” พร้อมระบุว่า “เนทันยาฮูกำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศอย่างมหาศาลให้ต้องตอบโต้ เขาไม่อาจไม่ตอบโต้ได้”

อิหร่านได้หยุดการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันจันทร์ แต่เตือนว่าจะกลับมาโจมตีอีก หากการโจมตีเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอนรายงานว่า อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดโจมตีเลบานอนภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง หลังจากอิหร่านประกาศดังกล่าว

ศาสตราจารย์คัมราวาเชื่อว่า การยิงตอบโต้กันครั้งนี้จะไม่ลุกลามกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เพราะทรัมป์ต้องการบรรลุข้อตกลงกับผู้นำอิหร่าน และเนทันยาฮูก็รู้เรื่องนี้ดี

คัมราวากล่าวว่า “ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ สหรัฐฯ เป็นผู้จัดหาองค์ประกอบสำคัญส่วนใหญ่ของระบบป้องกันที่เรียกว่าไอรอนโดม และอิสราเอลจำเป็นต้องพึ่งพาขีปนาวุธป้องกันและองค์ความรู้จากสหรัฐฯ เพื่อยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านที่กำลังพุ่งเข้ามา”

เขากล่าวเสริมว่า “นั่นจึงเป็นแหล่งอำนาจต่อรองสำคัญที่สหรัฐฯ มีอยู่”

“โดยทั่วไปแล้ว อิสราเอล และโดยเฉพาะเนทันยาฮู ไม่ได้ต้องการทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ไม่พอใจ พวกเขารู้ดีว่าข้อตกลงสันติภาพนี้มีความสำคัญต่อโดนัลด์ ทรัมป์” คัมราวากล่าวเพิ่มเติม

ที่มา : Sputnik

‘สีจิ้นผิง’ เยือนเกาหลีเหนือรอบ 7 ปี!! จีน–เกาหลีเหนือแนบแน่นอีกครั้ง ‘สีจิ้นผิง’ พบ ‘คิม จองอึน’ ท่ามกลางเกมต่อรองสหรัฐฯ ฟื้นอิทธิพลจีนเหนือเปียงยาง จับตาปมรัฐนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือพบ คิม จองอึน วันที่ 8-9 มิ.ย. 2026 ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ จับตาประเด็นการพูดคุย รวมถึงการฟื้นฟูอิทธิพลจีนต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจช่วยให้ สี จิ้นผิง เจรจากับสหรัฐราบรื่นขึ้น และประเด็นการขอสนับสนุนจากจีนสู่การเป็นรัฐนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

เอพี (AP) รายงานว่า วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ผู้นำจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือและได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ โดยคาดว่าการเยือนที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การตอกย้ำอิทธิพลของจีนต่อเกาหลีเหนืออีกครั้ง เพื่อแลกกับได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมือง

สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า ที่สนามบินนานาชาติเปียงยาง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และภรรยา รี โซลจู เดินทางมาต้อนรับ สี จิ้งผิง และภรรยา เผิง หลี่หยวน โดยผู้นำทั้งสองจับมือกัน

ต่อมา พิธีต้อนรับจัดขึ้นที่จัตุรัสหลักของเปียงยาง ‘จัตุรัส คิม อิล ซุง’ (Kim Il Sung Square) โดยอาคารรอบจัตุรัสถูกประดับประดาด้วยธงชาติของทั้งสองประเทศ ภาพขนาดใหญ่ของคิม จองอึน และสี จิ้นผิง รวมถึงธงสีแดงและเหลือง เพื่อต้อนรับผู้นำจีน และเฉลิมฉลอง ‘มิตรภาพและความสามัคคี’ ของสองประเทศ โดยมีทหารเกียรติยศและประชาชนหลายพันคนรอต้อนรับ รวมถึงเด็ก ๆ ที่ถือลูกโป่งและกระโดดโลดเต้น

การเดินทางเยือนระยะเวลาสองวัน (8-9 มิ.ย.) ของสี จิ้นผิง ในครั้งนี้ เป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2019 โดยก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน 2025 ผู้นำทั้งสองพบกันที่กรุงปักกิ่ง หลังการชมขบวนพาเหรดทางทหารฉลองวันแห่งชัยชนะจีน ร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และผู้นำประเทศอื่น ๆ

ซินหัวรายงานว่า สี จิ้นผิงกล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนเปียงยาง โดยยืนยันว่าพรรคและรัฐบาลยังคงเป็นมิตรและให้การสนับสนุนเกาหลีเหนือ อีกทั้งยกประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่

1) ใช้การแลกเปลี่ยนระดับสูง เพื่อกระชับความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับการแลกเปลี่ยนทางการทูตและทางทหาร 2) ขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงการค้าและเทคโนโลยี 3) ยกระดับการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เช่น ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว 4) เสริมสร้างการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ไม่ได้กล่าวถึงโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสนใจมาอย่างยาวนาน

“ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของพรรคและรัฐบาลจีนในการปกป้องผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศร่วมกัน และการรักษาสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่เอื้ออำนวย จะไม่เปลี่ยนแปลง” สี จิ้นผิงกล่าว

ศาสตราจารย์ เลฟ-เอริค อีสลีย์ จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในเกาหลีใต้ กล่าวว่า ผู้นำจีนไม่ได้เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเพียงเพราะถึงกำหนดการเยือน แต่จะส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ

อิทธิพลต่อเกาหลีเหนือ ช่วยเจรจาสหรัฐราบรื่น

การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และปูติน เดินทางเยือนจีนพบสี จิ้นผิง ในวาระแยกกัน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง จะพบกันอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้ ในการเดินทางเยือนสหรัฐตามที่วางแผนไว้

ควัก กิล ซอบ ประธาน One Korea Center ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยวิเคราะห์ข่าวสารและนโยบายเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า สี จิ้นผิงจะพยายามแสดงให้เห็นถึง “อิทธิพลของจีนเหนือคาบสมุทรเกาหลี” และ “บทบาทการเป็นผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ในยุคแห่งการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐ”

จีนเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจและผู้สนับสนุนหลักทางการทูตของเกาหลีเหนือมาอย่างยาวนาน โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า จีนหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (UN) ต่อเกาหลีเหนืออย่างเต็มที่ และให้ความช่วยเหลืออย่างลับ ๆ มาตลอด โดยปีนี้ เป็นปีแห่งการครบรอบ 65 ปี ที่ทั้งสองประเทศลงนามในสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน

แต่ไม่กี่ปีมานี้ เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ โดยเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับรัสเซียมากกว่า ผ่านความร่วมมือการส่งกำลังทหารและอาวุธไปสนับสนุนสงครามในยูเครน ในทางตรงกันข้าม รัสเซียก็ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการทหารต่อเกาหลีเหนือ

“การฟื้นฟู สู่การเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือแต่เพียงผู้เดียว จะทำให้สี จิ้นผิง มีอำนาจต่อรองในการเจรจากับทรัมป์ ผู้ซึ่งแสดงความต้องการอยากเดินหน้าเจรจาทางการทูตกับคิม จองอึนอีกครั้ง มาโดยตลอด” ควักล่าว

ในบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โรดงซินมุนของเกาหลีเหนือ ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 2026 สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนและเกาหลีเหนือต้องเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และทำงานร่วมกันเพื่อต่อต้าน “ลัทธิครองความเป็นใหญ่และการเมืองแบบบีบบังคับ” และมุ่งสู่โลกหลายขั้วที่สงบสุข ขณะที่ในบทบรรณาธิการ มีการเรียกสี จิ้นผิง ว่า “แขกของรัฐที่ได้รับเกียรติสูงสุด”

การสนับสนุนจากจีน สู่การเป็นรัฐนิวเคลียร์

นักวิเคราะห์กล่าวว่า สี จิ้นผิง น่าจะเสนอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่คิม จองอึน เช่น การส่งข้าวและปุ๋ย การท่องเที่ยวแบบกลุ่มของชาวจีน รวมถึงโครงการเศรษฐกิจร่วมกัน

“เกาหลีเหนือไม่สามารถพึ่งพารัสเซียเพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นต้องร่วมมือกับจีน” ควักกล่าว

สี จิ้นผิง อาจหลีกเลี่ยงการกดดัน คิม จองอึน ในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยเลือกที่จะกล่าวถึงสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างกว้าง ๆ แทน ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ต้องการได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ในการเป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ และยังเป็นหนทางในการเรียกร้องให้ UN ยกเลิกมาตรการคว่ำ

ศาสตราจารย์อีสลีย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐของจีน แสดงท่าทีไม่พูดถึงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างเปิดเผย แต่ยืนยันว่ายังคงเป็นเป้าหมายระยะยาว โดยที่ดูเหมือนว่าคิมต้องการให้สียอมรับเกาหลีเหนือในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาวุธนิวเคลียร์

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่จีนประกาศว่า จะทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่ถ้อยคำดังกล่าวหายไปจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ที่คิม จองอึน เดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า จีนยอมรับโดยปริยายแล้วว่าเกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์โดยพฤตินัย

“จีนลดความสำคัญในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือลงอย่างมาก ในเอกสารทางการและแถลงการณ์สาธารณะ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความสัมพันธ์ เพื่อรักษาและขยายอิทธิพลของจีนเหนือเกาหลีเหนือแทน” ตง จ้าว นักวิจัยอาวุโสในโครงการนโยบายด้านนิวเคลียร์ ของสถาบันคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศกล่าว

นอกจากนี้ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง เมื่อเดือนที่แล้ว ทำเนียบขาวกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองยืนยันเป้าหมายร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่จีนกล่าวเพียงว่า ผู้นำทั้งสองหารือถึงประเด็นนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น

วันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา คิม โยจอง เจ้าหน้าที่ระดับสูงและน้องสาวของคิม จองอึน เพิ่งออกมาปฎิเสธรายงานการประชุมระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิงของสหรัฐว่า เป็นข้อมูลเท็จ อีกทั้งกล่าวสนับสนุนพี่ชาย และเรียกความพยายามของสหรัฐ ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่า “ความฝันที่หลบหนีความจริงและผิดยุคผิดสมัย”

สัปดาห์ที่แล้ว คิม จองอึน เพิ่งเปิดตัวโรงงานผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์แห่งใหม่ และให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างกำลังการผลิตนิวเคลียร์ของประเทศ ให้อยู่ในอัตราทวีคูณ อีกทั้งสังเกตการณ์การทดสอบเรือพิฆาตลำใหม่ในทะเล และพยายามเร่งการสร้างกองทัพเรือติดอาวุธนิวเคลียร์

ด้านประธานาธิบดีอี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่า เกาหลีเหนือผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์ได้เพียงพอสำหรับการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ราว 10-20 ลูกต่อปี และใกล้จะพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีปได้สมบูรณ์แล้ว

“โลกต้องมุ่งเน้นไปที่การโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือระงับการผลิตส่วนประกอบนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธข้ามทวีป เป็นเป้าหมายระยะสั้นก่อน” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าว

นับตั้งแต่การเจรจาทางการทูตครั้งสำคัญระหว่างทรัมป์กับคิม ล้มเหลวลงในปี 2019 ตั้งแต่นั้นมา คิม จองอึนก็ปฏิเสธข้อเสนอการเจรจาจากสหรัฐและเกาหลีใต้มาโดยตลอด และมุ่งเน้นไปที่การขยายและปรับปรุงคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

คิม จองอึน กล่าวเมื่อเดือน ก.ย. 2025 ว่า ยังคงมีความทรงจำที่ดีต่อทรัมป์อยู่ แต่เรียกร้องให้สหรัฐถอนข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยถือเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการกลับมาเจรจาทางการทูตอีกครั้ง

ที่มา :

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10238790260268561&id=1037140385&rdid=hW85H6PyMtjC7TgX#

 https://www.prachachat.net/world/news-2018866

ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย Omar Artan ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมแห่งแอฟริกา ประจำปี 2025 ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐฯ

“ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย Omar Artan ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมแห่งแอฟริกา ประจำปี 2025 ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐฯ และถูกส่งตัวกลับไปยังตุรกี หลังจากลงจอดที่ไมอามี ทั้งที่เขาได้รับการแต่งตั้งโดยฟีฟ่าให้เป็นผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2026 เขาเคยทำหน้าที่นี้ในรายการฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้มาก่อน”

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=3681518155334185&set=a.856524124500283

Liberator ขยายตลาดหุ้นต่างประเทศ!! เปิดแอปเดียวลงทุนทั่วโลก เริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมขยายอีก 21 ประเทศปีนี้ เน้นเครื่องมือ AI คู่ UX/UI รองรับนักลงทุนไทย

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนต่างประเทศให้กับนักลงทุนไทย ผ่านบริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศที่ครอบคลุมทั้ง หุ้นสหรัฐฯ หุ้นจีน และหุ้นฮ่องกง บนแอปพลิเคชันเดียว ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ๆ ของนักลงทุนไทย ทั้งเรื่องการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ เงินลงทุนเริ่มต้น และต้นทุนค่าธรรมเนียม

ภายใต้แนวคิด “Liberator แอปเดียว เทรดได้ทั่วโลก” นักลงทุนสามารถเริ่มต้นสร้างพอร์ตหุ้นต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ เช่น การลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน Fractional Share เริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และการลงทุนหุ้นฮ่องกงเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 40 บาท พร้อมค่าคอมมิชชันสุดคุ้ม หุ้นต่างประเทศ อเมริกา จีน และ ฮ่องกง เพียง 0.1% 

วทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “Liberator 2.0 คือก้าวต่อไปของลิเบอเรเตอร์ในการยกระดับแพลตฟอร์มการลงทุนของคนไทย จากเดิมที่เรามุ่งทำให้การลงทุนเข้าถึงง่ายและเป็นธรรมมากขึ้น วันนี้เรากำลังขยายขอบเขตของโอกาสให้กว้างกว่าเดิม ด้วยการเปิดให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง และในอนาคตกว่า 21 ประเทศทั่วโลก ผ่านแอปเดียวของ Liberator”

“นอกจากนี้ Liberator ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนไทยได้รับประสบการณ์การลงทุนที่ง่ายและแม่นยำขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์ด้านการลงทุนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา UX/UI ของแอปพลิเคชันให้สามารถใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงการเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Quant เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลระดับโลกได้อย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด Investment for Everyone”

การเปิดให้ลงทุนใน หุ้นจีนและหุ้นฮ่องกง ถือเป็นก้าวสำคัญของ Liberator ในการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนไทยที่ต้องการกระจายพอร์ตออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซ รถยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและ AI

Liberator มองว่า การลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์สูงเท่านั้น แต่ควรเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยสามารถเริ่มต้นศึกษาและทยอยลงทุนได้ตามความเหมาะสมของตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดทุนโลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น และโอกาสการลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดไทยหรือตลาดสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

นอกจากการให้บริการหุ้นสหรัฐฯ จีน และฮ่องกงแล้ว Liberator ยังตั้งเป้าขยายการเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศให้ครอบคลุมอีกกว่า 21 ประเทศภายในปีนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนไทยสามารถกระจายพอร์ตไปยังตลาดสำคัญทั่วโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านแอปเดียวที่ออกแบบมาเพื่อให้การลงทุนต่างประเทศเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าใจง่าย และเริ่มต้นได้จริง

ทั้งนี้ Liberator ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่ช่วย “ปลดล็อกศักยภาพทางการเงิน” ให้กับคนไทย ภายใต้แนวคิดการสนับสนุนให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือและตลาดการลงทุนอย่างเท่าเทียม พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการ เทคโนโลยี และประสบการณ์การลงทุนให้ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ :  

  • ค่าธรรมเนียม 0.1% ดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่าธรรมเนียมของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Regulatory Fee) หรือเงื่อนไขขั้นต่ำ (ถ้ามี) โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.liberator.co.th
  • การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินลงทุนอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินบาท
  • ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

“สายการบินสหรัฐฯ” หยุดชะงัก!! ค่าน้ำมันโหดเดือน เม.ย. พุ่งเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่ม 78% ในปีเดียว กำไรสายการบินลดเกือบครึ่งในปี 2026 สายการบินต้นทุนต่ำยุติกิจการจากต้นทุนสูง

นิวยอร์ก, 9 มิ.ย. (ซินหัว) -- รายงานล่าสุดจากสำนักสถิติการขนส่งของสหรัฐฯ เผยว่าสายการบินของสหรัฐฯ จ่ายค่าเชื้อเพลิงเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.13 แสนล้านบาท)

เมื่อเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 26 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และร้อยละ 78 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่า 100 วันแล้ว โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135 บาท) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ (ราว 31 บาท) จากเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 59 บาท) จากปี 2025

เมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศคาดว่าบรรดาสายการบินจะมีกำไรสุทธิรวม 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.55 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.91 แสนล้านบาท)

สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 370 แห่งในสหรัฐฯ และทั่วโลก คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิต่อผู้โดยสารจะลดลงจาก 9.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 299 บาท) ในปี 2025 เหลือ 4.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 148 บาท) ในปีนี้ ด้านวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ของสมาคมฯ กล่าวว่าความขัดแย้งในอิหร่านและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ฉุดรั้งแนวโน้มของธุรกิจสายการบิน

สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินงานในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำพิเศษ ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากยื่นขอล้มละลายถึง 2 ครั้งใน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ที่มา : Xinhua

“กำแพงเพชร” ลุยจักรยาน!! "ไทยแลนด์ โอเพ่น" สนาม 2 วันที่ 13-14 มิ.ย. 69 กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เชิญสัมผัสเมืองมรดกโลก

“ชาธิป รุจนเสรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ยินดีต้อนรับนักปั่นและผู้ติดตามจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันจักรยาน “ไทยแลนด์ โอเพ่น” สนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายนนี้ มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก พร้อมเชิญชวนสัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับ จังหวัดกำแพงเพชร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร, สมาคมกีฬาจักรยานชากังราว จังหวัดกำแพงเพชร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 สนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 โดยใช้เส้นทางในอำเภอเมืองกำแพงเพชร

พลเอกเดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ไปจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น ที่จังหวัดกำแพงเพชรเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งการแข่งขัน 2 ปีล่าสุดได้ไปจัดที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน แต่สำหรับปีนี้ได้กลับมาจัดแข่งขันภายในอำเภอเมืองอีกครั้งหนึ่งตามคำเรียกร้องของบรรดานักปั่น และเป็นนโยบายของ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ที่ต้องการให้มีการกระจายรายได้ไปในพื้นที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชรที่มีโบราณสถานจำนวนมาก เช่น อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่ยูเนสโก (UNESCO) ได้มีการประกาศให้เป็นมรดกโลก, วัดพระบรมธาตุนครชุม, วัดพระแก้ว, วัดช้างรอบ เป็นต้น

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน เวลา 08.30 น. ได้รับเกียรติจาก นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธี ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนทางเรียบ ไทยแลนด์ โอเพ่น วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน เวลา 07.30 น. ได้รับเกียรติจาก นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธี ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ Thailand Cycling Association และ TCA Channel รวมทั้งยูทูบ TCA Channel ตลอดการแข่งขันทั้ง 2 วัน

“เสธ.หมึก” กล่าวเสริมว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขัน ทางจังหวัดกำแพงเพชร ได้เชิญฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬาจักรยานฯ นำโดย นาวาเอกฐิตพร น้อยรักษ์ เลขาธิการสมาคมฯ และ “โค้ชตั้ม” วิสุทธิ์ กสิยะพัท รองประธานฝ่ายเทคนิค พร้อมคณะเดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, สมาคมกีฬาจักรยานชากังราว, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และมูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มอบหมายให้ นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุม เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่าย และเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ด้าน นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดกำแพงเพชร ขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่ได้ให้เกียรติจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทยฯ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งทางจังหวัดกำแพงเพชรได้สั่งการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เอาไว้หมดแล้ว ผลดีที่เกิดขึ้นในการจัดการแข่งขันคือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดกำแพงเพชรได้เป็นอย่างดี ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และสินค้า OTOP ต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้น

พ่อเมืองกำแพงเพชร กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางการแข่งขันมีทั้งความสวยงามและท้าทายความสามารถ โดยทางจังหวัดได้วางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ, อพปร., อาสาสมัครกู้ภัย ประจำตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ เอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการประชุมทบทวนแผนการปฏิบัติงานกันอีกครั้งในวันที่ 12 มิถุนายน เวลา 14.00 น. ที่วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร นอกจากนี้นักกีฬาที่เดินทางมาแข่งขันก็สามารถซื้อของฝากของที่ระลึก เช่น กล้วยไข่, กระยาสารท, กล้วยตาก, กล้วยฉาบ, เผือกฉาบ, มันฉาบ, เฉาก๊วยชากังราว หรือผ้าทอพื้นเมืองติดมือกลับไปได้ ก็ขอเชิญชวนนักปั่นและผู้ติดตามมาสัมผัสความงามของโบราณสถานต่าง ๆ มาชิมอาหารรสชาติอร่อยของจังหวัดกำแพงเพชร พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกำแพงเพชรทุกคนพร้อมให้การต้อนรับนักปั่นจากทั่วประเทศด้วยความยินดียิ่ง

ขณะที่ นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า การแข่งขันจักรยานรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมระดับประเทศ เพราะประโยชน์ที่จะได้รับคือรายได้ที่จะเข้าสู่พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นที่พักหรือร้านอาหาร ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชรให้มีความคึกคัก นอกจากนี้จะมีกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพในโครงการ “TCA GREEN CYCLING” ที่เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน ภายใต้ชื่อ “ปั่นกินลม ชมเมืองเก่า กำแพงเพชร” โดยจะมีนักปั่นจากชมรมจักรยานต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปจำนวนหลายร้อยคน นำจักรยานมาร่วมปั่นตามเส้นทางที่กำหนดระยะทาง 30 กิโลเมตร ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน เวลา 09.00 น. รวมทั้งการจัดนิทรรศการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนเห็นโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับนักกีฬาที่ต้องการสมัครเข้าแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบและประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2569 สนามที่ 2 ที่จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 11 มิถุนายน ก่อนเวลา 12.00 น. หรือสมัครได้ที่กองอำนวยการจัดการแข่งขัน บริเวณลานหน้าเมืองกำแพงเพชร ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน เวลา 11.00-16.00 น. โดยติดตามรายละเอียดที่เฟซบุ๊กของสมาคมฯ Thailand Cycling Association หรือสอบถามได้ที่ โทร.0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10275821


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top