Friday, 2 October 2026
News

กฟผ.เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต!! ลุยส่งถุงยังชีพ 4,000 ชุด มอบอาหารปรุงสุก 1,200 กล่อง ดูแลสถานีไฟฟ้าพื้นที่เสี่ยง เคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์

กฟผ. เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต ระดมพลแพ็กถุงยังชีพ 4,000 ชุด พร้อมส่งมอบอาหารปรุงสุก 1,200 กล่อง และน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง

วันนี้ (28 กันยายน 2569 ) นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา เร่งบรรจุถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4,000 ชุด
ณ ศูนย์กีฬากำธน สินธวานนท์ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี โดยถุงยังชีพดังกล่าว กฟผ. จะนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ อ.สามโคก และอ.เมือง จ.ปทุมธานี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายในถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำดื่ม และอาหารพร้อมทาน โดยจะทยอยจัดส่งถึงพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อส่งมอบให้ถึงพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด อีกทั้ง ได้ส่งมอบอาหารปรุงสุก 1,200 กล่อง และน้ำดื่ม ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ด้วย

ขณะเดียวกัน กฟผ. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ประสบภัย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. ได้ที่ https://water.egat.co.th/ หรือแอปพลิเคชัน EGAT One

กองทัพเรือย้ำประชาชนรอไม่ได้!! ส่งเรือผลักดันน้ำ 30 ลำ แก้ภัยน้ำท่วมที่นครนายก เร่งติดตั้งช่วยประชาชน ลดผลกระทบชีวิตและพื้นที่เกษตร

พื้นที่ร้องขอ—กองทัพเรือตอบรับทันที! ส่งเรือผลักดันน้ำ 30 ลำ เร่งช่วยประชาชนจังหวัดนครนายก

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่การเกษตรในจังหวัดนครนายก โดยจังหวัดนครนายกได้ประกาศให้อำเภอองครักษ์เป็นพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พร้อมมีหนังสือขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ

ทันทีที่ได้รับการร้องขอ กองทัพเรือได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ จังหวัดนครนายก และจัดเรือผลักดันน้ำ จำนวน 30 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ เข้าสนับสนุนการเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจพื้นที่และพิจารณาจุดติดตั้งไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้สามารถติดตั้งและเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำได้ทันทีที่ขบวนเดินทางถึงพื้นที่ และล่าสุด วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 14.10 น. ขบวนเรือผลักดันน้ำของหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ จังหวัดนครนายก ได้ออกเดินทางจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ไปยังจุดติดตั้งในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยทันที และเมื่อเดินทางถึง เจ้าหน้าที้กรมอู่ทหารเรือจะเร่งดำเนินการติดตั้งเรือผลักดันน้ำให้แล้วเสร็จในโอกาสแรก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระดับน้ำท่วมขัง และบรรเทาผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรของประชาชน

“เมื่อพื้นที่ร้องขอ กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้”

LISA ผงาดคว้า Best Pop เวที VMAs 2026 คว้า Best Pop จากเพลง “Dream” feat. Kentaro Sakaguchi พร้อมโชว์ “SaWaDiKa” อวดเสน่ห์ไทยกลาง VMAs ตอกย้ำศิลปินไทยระดับโลก พร้อมโชว์ตุ๊กตุ๊กและป้ายไฟภาษาไทยกลางเวทีโลก

LISA – ลลิษา มโนบาล ผงาดคว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV Video Music Awards 2026 (VMAs) จากเพลง “Dream” feat. Kentaro Sakaguchi

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของสาวไทยบนเวทีระดับโลก และอีกครั้งที่ชื่อของ LISA ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการเพลง

แต่ความปังยังไม่หมดเพียงเท่านี้!

ลิซ่ายังขนความเป็นไทยขึ้นสู่เวที VMAs ผ่านโชว์เพลง “SaWaDiKa” ทั้งป้ายไฟภาษาไทย กลิ่นอายวัฒนธรรมไทย และ “รถตุ๊กตุ๊ก” ที่ถูกนำไปโชว์ต่อสายตาผู้ชมทั่วโลก

จากเด็กสาวชาวไทยคนหนึ่ง…

วันนี้เธอกลายเป็นศิลปินระดับโลกที่ยังคงพาคำว่า “THAILAND” ไปกับเธอในทุกเวที

ที่มา : https://www.facebook.com/100089222756151/posts/1129206160063465/?rdid=vgq1DjAP8yI2rBZG#

นักแบดอินเดีย ไม่ปลื้มตารางเอเชียนเกมส์!! แบดมินตันเอเชียนเกมส์เมื่อ 26 ก.ย. แข่งล่าช้าต่อเนื่องแต่ไม่ย้ายคอร์ต 'พี.วี. สินธุ' แข่ง 3 นัดใน 18 ชม. 'เอช.เอส. ปรานนอย' วิจารณ์โปรแกรมโหดร้าย

แบดมินตันเอเชียนเกมส์ วันที่ 26 ก.ย. เจอปัญหาแข่งล่าช้าต่อเนื่อง แต่ไม่มีการย้ายคู่ที่รอไปใช้คอร์ตว่าง ทำให้การแข่งขันทั้งวันลากยาวจนเลยตี 2 ขณะที่วันรุ่งขึ้นเริ่มแข่งอีกครั้ง 09.30

พี.วี. สินธุ นักแบดหญิงอินเดีย เผยว่าต้องแข่งถึง 3 นัดใน 18 ชม. โดยนัดพบโทโมกะ มิยาซากิ ของญี่ปุ่น เริ่มเวลา 00.08 วันที่ 27 ก.ย. กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็ตี 3 และแทบไม่ได้นอน ก่อนกลับถึงคอร์ตอีกครั้งเวลา 08.30

สินธุยอมรับว่าโปรแกรมดังกล่าวสร้างภาระหนักต่อร่างกาย ก่อนแพ้เฉิน ยู่เฟย จากจีน 1-2 เกมในรอบ 8 คน อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับด้วยว่าตัวเองมีโอกาสชนะ แต่คว้าโอกาสไว้ไม่ได้

เอช.เอส. ปรานนอย นักแบดชายอินเดีย วิจารณ์ว่าตารางแข่งไม่เป็นธรรมและโหดร้ายกับนักกีฬา พร้อมตั้งคำถามว่าใครเป็นคนจัดโปรแกรม ทั้งที่เป็นมหกรรมซึ่งมีเพียง 4 ปีครั้ง และระบุว่านักกีฬาไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า

เวลา 08.30 คือเวลาที่สินธุระบุว่ากลับถึงคอร์ต ส่วนเวลาเริ่มการแข่งขันวันนั้น ตามเนื้อข่าวคือ 09.30

ที่มา : https://www.facebook.com/100044191668273/posts/1651793619637011/?rdid=96SJHuybtsEtMFGz#

ทีมไต้ฝุ่นชายไทยทำเต็มที่!! จบอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 4×100 เมตร แม้ลุ้นประท้วงจีนแต่ไม่สำเร็จ ชี้ทุกคนทำดีที่สุดแล้วในรอบชิง 4×100 เมตร ทีมผลัดชายไทยยืนยันทำเต็มที่เพื่อแฟนกีฬาไทย

ทีมไต้ฝุ่นชายไทย ระบุทำเต็มที่แล้ว และดีใจที่ได้ลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์หนนี้ พร้อมเผยเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนนักวิ่ง 2 คนในรอบชิงชนะเลิศ

โดยทีมไต้ฝุ่นชายไทย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ในการแข่งขันกรีฑา 4×100 เมตร รอบชิงชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ที่นาโกยา ซิตี้ มิซึโฮธ ปาร์ก แอธเลติก สเตเดียม เมื่อวันที่ 28 ก.ย.69

แม้จะมีการประท้วงว่า จีน ทีมเหรียญทองส่งไม้นอกเขต ในจังหวะของ เจิ้ง เค่อ หลี ไม้ 2 ไป หวัง เจิง เจีย ไม้ 3 และหากประท้วงสำเร็จ ไต้หวัน จะกลายเป็นเหรียญทอง เกาหลีใต้ เหรียญเงิน และไทย จะกลับมาได้เหรียญทองแดง

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วมีการยืนยันว่า เกาหลีใต้ คือทีมที่ได้เหรียญทองแดง และไทย จบอันดับ 4 เช่นเดิม

หลังการแข่งขัน บิว ภูริพล บุญสอน กล่าวว่า “ก็เสียดายนิดหน่อยครับ ทุกคนก็ทำผลงานได้ดีที่สุดแล้วครับ เราก็ดีใจที่ได้ลงแข่งขัน ทุกคนทำดีแล้ว”

ขณะที่ เฉาก๊วย ชยุตม์ คงประสิทธิ์ ซึ่งลงมาวิ่งแทน ชุติทัศน์ พฤกษ์สรนันท์ เผยเหตุผลที่ตัวเองเข้ามาชิงชัยว่า ชุติทัศน์ นั้นได้รับบาดเจ็บกะทันหัน “ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่ได้ลงทำการแข่งขันหลังจากวิ่งผลัดผสม 4X100 เพราะน้องตาต้า (ชุติทัศน์) เจ็บ ต้องเซฟร่างกายน้อง โค้ชมาบอกตรงสนามวอร์ม ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และก็ทำผลงานให้พี่น้องชาวไทยได้รับชม”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10417605

เคหะร่มเกล้า–คลองจั่นยังวิกฤต!! ประชาชนติดค้างกว่า 8 หมื่นชีวิต ลาดกระบังยังต้องการน้ำดื่ม–อาหาร–ยา ขณะคลองจั่นขอกระสอบทรายกันน้ำเข้าบ่อพัก เร่งขอน้ำดื่ม อาหาร ยา และกระสอบทราย ช่วยชาวบ้านนับหมื่น

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าว

วันนี้ผมจะเข้าที่เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง

เท่าที่สอบถาม สิ่งที่ชาวบ้านที่ลาดกระบังยังต้องการมากที่นั่นคือน้ำดื่ม อาหาร ยาลดไข้ ยาน้ำกัดเท้า  ถ้ามีผู้สนับสนุนได้เร่งด่วนจะดีมากครับ

ที่จริงเรื่องยาน้ำกัดเท้า ยาโรคกระเพาะ ก็เป็นที่ต้องการที่คลองจั่นด้วยเช่นกัน

ที่เคหะร่มเกล่า คนติดข้างในอย่างน้อย4หมื่นคน

ส่วนที่เคหะคลองจั่นที่ไปมา คนติดอีกสี่หมื่นคน

สิ่งที่ชาวบ้านที่เคหะคลองจั่นต้องการคือกระสอบทรายจำนวนมากสำหรับบล้อคน้ำไม่ให้ท่วมบ่อพักน้ำประปา ของแต่ละตึก 

ถ้าแต่ละตึกบล้อคน้ำเข้าบ่อพักหน้าตึกได้สำเร็จ ทั้งตึกจึงจะมีน้ำประปาใช้ส่งเข้าห้องทุกห้องได้เหมือนปกติ

ตอนนี้ทั้งตึกมีเพียงสายยางต่อมาจากภายนอกเพียงสายยางเดียว

เป็นแบบนี้ทั้ง30ตึกในเคหะคลองจั่นครับ

ถ้าเราแก้จุดอย่างนี้ได้ เสียงเฮจะลั่นที่สุดครับ

เช้านี้ ทีมการเคหะแห่งชาติ ร่วมกับทีมครัวพระราชทานเพื่อนพึ่งภาฯ และทีมจิตอาสา904 สถาปนาครัวพระราชทานเพื่อนพึ่งภาฯกันที่วัดบางเตย เพื่อผลิตอาหารส่งเข้าเคหะคลองจั่น

พอชาวบ้านทราบว่าเป็นทีมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯ นำความช่วยเหลือมาส่ง

ต่างก็ร่วมกันร้องออกเสียงกันว่า "ทรงพระเจริญ"

แสดงออกถึงความมีกำลังใจที่เห็นการทำภารกิจตามพระปณิธานยังมาถึงพวกเขา  แม้ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว

พวกเราขนลุก น้อมกายทำงานถวายหัวเลยครับ

บ้านค่ายอ่วม น้ำท่วมตลาด–ชุมชน!! ระยองเร่งช่วยน้ำท่วมบ้านค่าย หลังคลองใหญ่เอ่อล้น รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซิน เคอ หยวน” ส่งรถบรรทุกแจกอาหารกว่า 1,000 ชุด น้ำสูงบางจุดเกิน 1.20 เมตร ทางการเร่งช่วยเหลือต่อเนื่อง

บ้านค่ายอ่วม! น้ำท่วมตลาด–ชุมชน รถเล็กผ่านไม่ได้ “ซินเคอหยวน” ส่งรถบรรทุกลุยแจกอาหารกว่า1,000 ชุด บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย 

ระยอง — น้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนและบ้านเรือนในอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง หลังฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ถนนบริเวณตลาดไผ่ล้อมและย่านเทศบาลมีน้ำท่วมขัง รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านบางเส้นทางได้ ชาวบ้านต้องลุยน้ำออกมาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น ขณะที่บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ 3 คัน พร้อมที่ปรึกษาและพนักงาน นำข้าวกล่อง น้ำ และขนมรวมกว่า 1,000 ชุด เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ของอำเภอบ้านค่าย พบว่าน้ำจากคลองใหญ่เอ่อล้นเข้าท่วมหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอและชุมชนตลาดบ้านค่าย ส่วนรายงานจากพื้นที่ตลาดไผ่ล้อมระบุว่า บางจุดใกล้เทศบาลและโรงพยาบาลบ้านค่ายมีน้ำสูงกว่า 1.20 เมตร ชาวบ้านบางส่วนต้องย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและออกมาหาเสบียงหลังน้ำเข้าบ้าน ทั้งนี้ ระดับ 1.20 เมตรเป็นระดับที่รายงาน เฉพาะจุด ไม่ใช่ระดับน้ำทั่วอำเภอ 

ท่ามกลางข้อจำกัดในการเดินทาง ซิน เคอ หยวน สตีล นำรถบรรทุกสิบล้อเข้าลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นไปแจกให้ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านค่าย เทศบาลตำบลชากบก พื้นที่ตำบลตาขัน และเทศบาลตำบลบ้านค่ายพัฒนา โดยที่ปรึกษาและพนักงานบริษัทช่วยกันนำสิ่งของเข้าถึงชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ 

สำหรับสถานการณ์บ้านค่ายเป็นส่วนหนึ่งของอุทกภัยที่ขยายวงในจังหวัดระยอง โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนในหลายอำเภอ รวมถึงบ้านค่าย พร้อมให้แต่ละพื้นที่แจ้งความต้องการด้านอาหาร สิ่งของ และอุปกรณ์ผ่านนายอำเภอ เพื่อจัดความช่วยเหลือให้ตรงกับสภาพปัญหา 

ข้อมูลสถานการณ์ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยองรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายน ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมทั่วจังหวัด 17 จุด และประเมินว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบในตำบลบ้านค่ายประมาณ 200 ครัวเรือน ตำบลตาขัน 150 ครัวเรือน และตำบลชากบก 100 ครัวเรือน ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องติดตามระดับน้ำและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

'วราวุธ' ย้ำน้ำท่วมนิคมฯ ยังไม่กระทบสายการผลิต!! น้ำท่วมในนิคมส่วนกลางยังไม่ถึงโรงงาน เน้นเร่งสูบน้ำออกเป็นหัวใจหลัก คำนึงผลกระทบต่อน้ำท่วมรอบนิคม พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

“วราวุธ” เผย น้ำท่วม ไม่กระทบสายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม บอก น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ได้เข้าภายในโรงงาน ชี้ หัวใจสำคัญคือเร่งสูบน้ำออก

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงผลกระทบเหตุการณ์น้ำท่วมในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสายการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคหรือไม่ ว่า วันนี้ต้องบอกว่าสถานการณ์ในทุกนิคมอุตสาหกรรม น้ำส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางยังไม่ได้เข้าภายในโรงงาน แต่อาจจะมีเข้าบ้างเล็กน้อย แต่ไม่กระทบกับสายการผลิต

สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา อย่างในปี 54 น้ำเหนือลงมา ทำให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมทำคันดินกั้นล้อมเอาไว้ แต่รอบนี้น้ำไม่ได้มาจากข้างนอก แต่เกิดจากฝนตก ฉะนั้นศักยภาพในการสูบน้ำและการระบายออกแต่ละนิคมอุตสาหกรรมคือหัวใจที่สำคัญ และต้องดูอีกว่าเมื่อสูบแล้วออกไปยังคลองที่ไหน จะทำให้ประชาชนที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นหรือไม่ จึงอยากให้ทางนิคมอุตสาหกรรมคำนึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน นิคมอุตสาหกรรมก็จะต้องออกไปช่วยเยียวยาและประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ว่าคลองที่สูบออกไปสามารถส่งออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้สะดวกหรือไม่ ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม หากประชาชนที่อยู่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้รับความเดือดร้อน สามารถโทรศัพท์มาแจ้งได้ที่หมายเลข 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเร่งดำเนินการแก้ไขให้ทันที

‘อาจารย์อุ๋ย’ ซัดรัฐล้มเหลว!! หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินผิด น้ำท่วมกทม.ไม่ใช่ภัยธรรมชาติล้วน เรียกร้องความรับผิดชอบหนักหน่วง

“หยุดเอาเงินภาษีอุ้มคนห่วย!” อาจารย์อุ๋ย ซัดรัฐล้มเหลวพา กทม.จมน้ำ ชี้ช่องกฎหมายไล่เบี้ยเงินส่วนตัว หากเจ้าหน้าที่–ฝ่ายการเมืองจงใจหรือประมาทร้ายแรง

29 กันยายน 2569 - จากวิกฤติน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และการทำมาหากินของประชาชนเป็นวงกว้าง กระแสสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงประเด็น “ความรับผิด” ว่าหากความเสียหายไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มีความบกพร่องของการบริหารจัดการรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ?

อาจารย์อุ๋ย – ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระทุ้งประเด็นดังกล่าว โดยหยิบกลไกตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาชี้ว่า น้ำท่วมไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็น “ภัยธรรมชาติ” แล้วปิดประตูความรับผิดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจสอบว่า ความเสียหายส่วนใดเกิดจากธรรมชาติ และส่วนใดอาจเกิดจากการละเลยหรือความผิดพลาดของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ

“ประชาชนไม่ควรต้องถูกซ้ำเติมด้วยการนำเงินภาษีของตัวเองมาจ่ายชดเชยความผิดพลาด หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่ามีเจ้าหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” อาจารย์อุ๋ยยํ้า

เปิดกลไกฟ้องรัฐ–ไล่เบี้ยคนทำผิด

อาจารย์อุ๋ยอธิบายว่า ตาม มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก “หน่วยงานของรัฐ” ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอำนาจหน้าที่และเหตุแห่งความเสียหายในแต่ละพื้นที่

สำหรับคดีละเมิดที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง โดยทั่วไป มาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 กำหนดกรอบการฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี

แต่จุดสำคัญไม่ได้จบอยู่ที่รัฐจ่ายเงินชดเชย เพราะ มาตรา 8 เปิดทางให้หน่วยงานของรัฐเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้คืนเป็นการส่วนตัว หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่กระทำโดย “จงใจ” หรือ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง”

“ประชาชนเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐเพื่อให้ได้รับการชดเชย แต่หลังจากนั้น หากตรวจสอบพบว่ามีใครจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กฎหมายก็มีกลไกให้เรียกเงินคืนจากผู้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่ควรจบด้วยการเอาเงินงบประมาณ ซึ่งก็คือเงินภาษีประชาชน มาล้างความผิดพลาดให้ใคร”

อย่างไรก็ตาม การเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับผิดเต็มจำนวนทุกกรณี เพราะมาตรา 8 กำหนดให้พิจารณาระดับความร้ายแรง ความเป็นธรรม ตลอดจนความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานและระบบการดำเนินงานประกอบด้วย

จากเจ้าหน้าที่หน้างานถึงฝ่ายการเมือง ต้องตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

อาจารย์อุ๋ยมองว่า การตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่เพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ควรไล่ตรวจสอบตามสายอำนาจและความรับผิดชอบ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำ วิศวกรควบคุมประตูน้ำ ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานว่าละทิ้งหน้าที่ ปล่อยปละละเลย หรือรู้ถึงปัญหาร้ายแรงแต่ไม่ดำเนินการแก้ไขตามสมควร

รวมถึง ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ก็ไม่ควรถูกตัดออกจากการตรวจสอบเพียงเพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย

หากพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงได้ว่า บุคคลใดมีการกระทำหรือสั่งการที่เข้าองค์ประกอบการกระทำละเมิด และถึงระดับจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็อาจเกิดประเด็นความรับผิดเป็นการส่วนตัวตามกฎหมายได้เช่นกัน โดยต้องพิสูจน์อำนาจหน้าที่ การกระทำ และความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำนั้นกับความเสียหายเป็นรายกรณี ไม่ใช่ถือว่าฝ่ายการเมืองต้องรับผิดโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม

คําว่า “ภัยธรรมชาติ” ต้องไม่กลายเป็นยันต์กันผี

อาจารย์อุ๋ยระบุว่า ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องรับผิดทุกกรณี แต่ในทางกลับกัน คำว่า “ภัยธรรมชาติ” ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะป้องกันความรับผิดโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ ภัยดังกล่าวสามารถคาดการณ์ได้เพียงใด หน่วยงานได้รับข้อมูลเตือนล่วงหน้าหรือไม่ มีเครื่องมือ งบประมาณ และอำนาจหน้าที่เพียงพอหรือไม่ และได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขตามสมควรแล้วหรือยัง

หากเป็นภัยพิบัติรุนแรงเกินกว่าจะป้องกันได้ แม้รัฐดำเนินการตามหน้าที่อย่างเหมาะสมแล้ว ย่อมเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่หากเป็นปัญหาเกิดซ้ำ มีข้อมูลเตือนล่วงหน้า มีงบประมาณและเครื่องมือ แต่กลับมีการละเลยหรือบริหารจัดการผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็ต้องตรวจสอบว่าความเสียหายนั้นเข้าข่ายการกระทำละเมิดหรือไม่

อาจารย์อุ๋ยจึงเรียกร้องให้ประชาชนผู้เสียหายเก็บ ภาพถ่าย ภาพวิดีโอ ใบเสร็จค่าซ่อม หลักฐานความเสียหาย รวมถึงหลักฐานรายได้หรือความเสียหายทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ เพื่อรักษาสิทธิของตน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังว่า น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หรือมีความผิดพลาดในการบริหารจัดการของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“เงินภาษีประชาชนมีไว้บริหารประเทศ ไม่ใช่มีไว้เป็นกองทุนล้างความรับผิดให้คนที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หากใครทำผิดจนประชาชนเสียหาย กฎหมายต้องถูกใช้ตรวจสอบไปให้ถึงตัวผู้รับผิดชอบ” อาจารย์อุ๋ยกล่าวทิ้งท้าย

https://www.facebook.com/share/p/1Hap8Vt86z/?mibextid=wwXIfr

อาลัย 'ร.ต.ท.สุมิตร' เสียชีวิตขณะตรวจน้ำ ชาวบ้าน–เพื่อนตำรวจร่วมอาลัย เสียชีวิตกลางภารกิจดูแลประชาชน ครอบครัวเผย ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคความดันสูง รอผลแพทย์ชี้สาเหตุเสียชีวิตแน่ชัด

วันที่ 29 กันยายน 2569 ครอบครัวของ ร.ต.ท.สุมิตร อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่ ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ หลังเสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง ชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจ เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนอะราง ขณะที่ ร.ต.ท.สุมิตร ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ก่อนเกิดอาการวูบและล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางจิตรตา อายุ 60 ปี ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สามีเพิ่งโทรศัพท์มาชวนให้ตนไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของตำรวจที่โรงพัก แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากต้องเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัด จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 28 กันยายน ได้รับโทรศัพท์จาก สภ.หนองกี่ แจ้งว่าสามีล้มและเสียชีวิต ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นทั้งคู่ยังพูดคุยและชวนกันไปร่วมงานตามปกติ
ภรรยาของ ร.ต.ท.สุมิตร ยังเล่าว่า ระยะนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังประสบสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้สามีซึ่งทำหน้าที่สายตรวจตำบลดอนอะราง ต้องออกตรวจพื้นที่และรายงานสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ สามีแต่งเครื่องแบบออกไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนจะเกิดอาการวูบล้มลงบริเวณหน้าบ้านเช่า จนศีรษะกระแทกพื้น

ทั้งนี้ ร.ต.ท.สุมิตร มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง โดยครอบครัวคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ที่มา : https://www.mumkhao.com/news/social1/27345


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top