Monday, 8 June 2026
GoodsVoice

สภาอุตสาหกรรมภาคกลางหนุนโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley)

‘อลงกรณ์’ เดินหน้าผลักดันต่อเล็งดึงการลงทุนจากในประเทศและดูไบ ซาอุดีอาระเบียและจีนขับเคลื่อนโครงการเน้นอุตสาหกรรมสีเขียวใช้เทคโนโลยีเมดอินไทยแลนด์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคกลาง 17 จังหวัด ครั้งที่ 3/2565 โดยมี นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุรชัย โสตถีรวรกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง ดร.เลิศจันฑา สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีและเลขาธิการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 นายสมภพ ธีระสานต์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง นายมานพ โตการค้า ผู้บริหารโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคณะกรรมการและที่ปรึกษา สภาอุตสาหกรรมภาคกลาง สภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี  และสระบุรี ฯลฯ.เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมทะเล อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 

นายอลงกรณ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้แจ้งมติที่ประชุม ‘กรกอ.’ ครั้งล่าสุดที่เห็นชอบโครงการ เพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley ) ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งทางด้านคมนาคม การสื่อสาร ไฟฟ้า และระบบน้ำ โดยพื้นที่ดังกล่าว เคยเป็นโครงการสร้างเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบริการ ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่เป็นโครงการพัฒนาเกษตรกรรมและการแปรรูปทั้งพืช ประมงและปศุสัตว์ตามกฎหมายผังเมืองและกฎหมายอื่นๆ ถือเป็นหนึ่งในโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นโครงการเรือธง (Flagship Project) ของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงครามและสมุทรสาคร) มีศูนย์ AIC เพชรบุรีคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีให้การสนับสนุน จุดเด่นอีกประการคือการใช้เทคโนโลยีเกษตรเมดอินไทยแลนด์เป็นส่วนใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวและหวังว่าจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนและจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มขึ้น

ซึ่งโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley) ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก (Western Economic Corridor: WEC) ตามนโยบายรัฐบาล จากการสร้างฐานการแปรรูปสินค้าเกษตรอาหาร กระจายการลงทุนใน 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อการพัฒนาอย่างเท่าเทียมและยกระดับเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูงตามหมุดหมายใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นครัวโลก พร้อมกับขอบคุณสภาอุตสาหกรรมภาคกลางที่ให้การสนับสนุนโครงการเพชรบุรีฟู้ดวัลเลย์ (Petchburi Food Valley)

'บิ๊กตู่' สั่ง ให้สิทธิค่ายรถเลือกผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก เอื้อลงทุนต่อเนื่อง หลังตลาดในประเทศเติบโตชัด

'บิ๊กตู่' สั่ง ให้สิทธิค่ายรถเลือกผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หวังดึงดูดลงทุนในไทย

(26 พ.ย.65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลกำหนดนโยบายให้การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามผลสัมฤทธิ์ของนโยบายอย่างต่อเนื่อง และพอใจกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้

โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รายงานว่าตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าได้มีผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกให้ความสนใจประเทศไทย ประกอบกับไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ทั้งรถยนต์นั่ง กระบะ จักรยานยนต์ ที่สำคัญของโลกอยู่แล้ว ซึ่งผู้ผลิตหลายรายทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนได้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังบีโอไอ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุยกับผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จากทั้ง จีน ญี่ป่น และยุโรป ที่ให้ความสนใจมาลงทุนในไทยด้วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ข้อมูลของบีโอไอแสดงให้เห็นว่านอกจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ความต้องการและตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า สนใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิตเพื่อขายในไทยและส่งออกไปทั่วโลก

ล่าสุด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้รายงานว่า 10 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค.-ต.ค.)  ทั่วประเทศมียานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จดทะเบียนใหม่ 15,258 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 230.62 โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง และจักรยานยนต์ ที่ 7,046 คัน และ 7,534 คัน ตามลำดับ ส่วนที่เหลือเป็นรถอื่นๆ เช่น รถโดยสาร รถกระบะ รถบรรทุก รถแวน รถสามล้อ เป็นต้น

Runway 3 ยกระดับสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดใช้งาน ปี 67 พร้อมเตรียมแผนพื้นที่รองรับอาคาร SAT 2 ในอนาคต

(26 พ.ย.65) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

พอดีผมไปเจอคลิปประชาสัมพันธ์โครงการ Runway 3 สุวรรณภูมิ ของทาง ทีมที่ปรึกษาโครงการ กลุ่มบริษัท AEC ซึ่งสรุปรายละเอียดโครงการไว้ได้ดีมาก

ดูได้จากลิ้งค์นี้ครับ
https://youtu.be/Kpk7H-aG8uM

โดยเมื่อ Runway 3 เสร็จ จะเพิ่มความสามารถในการรองรับเครื่องบิน จากเดิม จาก 68 เป็น 94 เที่ยวบิน/ชม ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาสนามบินในส่วนอื่นๆ เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้ 65-80 ล้านคน/ปี
—————————
รายละเอียดงานก่อสร้าง Runway 3 ประกอบไปด้วยงานย่อย ทั้งหมด 6 ส่วน คือ...

1. งานก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และทางขับขนาน                                                                    

ก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ความยาว 4,000 เมตร กว้าง 60 เมตร ทางด้านตะวันตกขนานกับระบบทางวิ่งเส้นปัจจุบัน (ทางวิ่งเส้นที่ 1) โดยทางวิ่งเส้นที่ 3 จะใช้สำหรับการบินร่อนลงเป็นหลัก ส่วนทางวิ่งเส้นปัจจุบันจะใช้สำหรับการบินขึ้น ทั้งนี้ ทางขับขนาน (Parallel Taxiway) จะอยู่ขนานกับทางวิ่งเส้นที่ 3 โดยจะมีทางขับออกด่วนเชื่อมต่อถึงกัน          

2. งานก่อสร้าง Rapid Exit Taxiway และทางขับเชื่อม                                                                           

การก่อสร้าง Rapid Exit Taxiway หรือทางขับออกด่วน จะมี 7 เส้น เพื่อให้อากาศยานที่ร่อนลงบนทางวิ่งเส้นที่ 3 ไม่ต้องเสียเวลาอยู่บนทางวิ่งนาน และสามารถเคลื่อนตัวออกจากทางวิ่งเข้าสู่ทางขนานได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้สามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินได้มากขึ้น

3. งานก่อสร้าง Perimeter Taxiway                         

ก่อสร้าง Perimeter Taxiway ต่อจากทางขับขนานไปทางทิศใต้ โดยเชื่อมระหว่าง Taxiway F และ Taxiway D เพื่อใช้เป็นทางขับให้อากาศยานสามารถขับเคลื่อนไปยังลานจอดได้สะดวก โดยไม่ต้องเคลื่อนตัดผ่านทางวิ่งเส้นปัจจุบันด้านตะวันตก (ทางวิ่งเส้นที่ 1)

.
4. งานก่อสร้าง Taxiway D Extension

การก่อสร้าง Taxiway D Extension เป็นการต่อขยายทางขับเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกให้อากาศยานสามารถขับเคลื่อนออกจากทางวิ่งไปยังลานจอดได้โดยตรง                 
.                                                                     

5. งานผิวทางของทางวิ่งเส้นที่ 3 และทางขับต่างๆ                                                                          

รูปแบบผิวทางของทางวิ่งและทางขับ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ...       

- Flexible Pavement ผิวทางแอสฟัลต์ สำหรับทางวิ่งและทางขับทั่วไป                                                   

- Rigid Pavement ผิวทางแบบคอนกรีต ผิวทางชนิดนี้จะสามารถรองรับน้ำหนักและแรงเฉือนได้ดี โดยจะก่อสร้างที่บริเวณจุดจอดรอก่อนเข้าทางวิ่ง (Holding Position) บนทางขับขนาน เพื่อให้บริเวณดังกล่าวมีความคงทนมากยิ่งขึ้น และก่อสร้างบริเวณ Taxiway D Extension-1

6. งานปรับปรุงคุณภาพดิน บริเวณลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (SAT 2) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

งานปรับปรุงคุณภาพดินบริเวณลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 มีพื้นที่รวมประมาน 917,000 ตร.ม.

โดยใช้เทคนิคการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธี PVD Conventional Consolidation (PVD) พื้นที่ประมาณ 666,000 ตร.ม.

การปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธี Vacuum Consolidation Method (VCM) พื้นที่ประมาณ 251,000 ตร.ม.

'บิ๊กตู่' หนุน SMEs ไทย บุกตลาดสินค้าออนไลน์ไต้หวัน ยก 'PChome-PINKOI' ช่องทางเหมาะต่อผู้ประกอบการไทย

'ทิพานัน' ชวน SMEs บุกตลาดสินค้าออนไลน์ไต้หวัน ผ่านแพลตฟอร์ม PChome และ PINKOI เพิ่มโอกาสสร้างรายได้และต่อยอดส่งออกสินค้า ย้ำ 'พล.อ.ประยุทธ์' สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดย่อม (SMEs) ไทยใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้าไปยังต่างประเทศว่า ล่าสุดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ทำการสำรวจโอกาสลู่ทางการส่งออกให้กับสินค้าไทยเข้าสู่ไต้หวันผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ขายสามารถใช้แพลตฟอร์มพีซีโฮม (PChome) และพินคอย (PINKOI) ที่มีสาขาสามารถติดต่อในได้ประเทศไทย สะดวกสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติในการเปิดร้านและรับจ่ายเงินค่าสินค้า เป็นแพลตฟอร์มที่สินค้าไทยเป็นสินค้าต่างชาติประเทศที่ 2 ที่ได้รับความนิยมรองจากญี่ปุ่น ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทดลองตลาดก่อนในระยะที่ยังไม่มีผู้นำเข้า

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับแพลตฟอร์ม PChome Thai Shopping นั้นเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ประสานเปิดร้าน TOPTHAI เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าไทยไปไต้หวัน และยังมีแผนขยายธุรกิจโดยคัดเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยมใน PChome Thai Shopping มาวางจำหน่ายใน PChome 24h  ซึ่งมีฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่า โดยร้อยละ 98 ของรายได้ของ PChome มาจาก PChome 24h และได้เริ่มนำสินค้าแบรนด์ไทยเข้ามาวางจำหน่ายแล้ว 

ที่ผ่านมาทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เปิดร้าน TOPTHAI ขึ้นใน PChome Thai Shopping เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าจากไทยไปยังไต้หวันได้โดยตรง และทางแพลตฟอร์มก็มีนโยบายที่จะจัดซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการไทยโดยตรงและจะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคไต้หวันโดยตรงด้วย และหากเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก PChome Thai ก็จะจัดซื้อเป็นล็อตใหญ่มาเก็บไว้ในคลังสินค้าและส่งให้ลูกค้าเมื่อมีการสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม PINKOI ที่เน้นงานฝีมือ งานหัตถกรรม ลูกค้าบนแพลตฟอร์มนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่นิยมสินค้ามีดีไซน์ ปัจจุบันมีสินค้าไทยวางขายบน PINKOI กว่า 3,600 รายการแล้ว

'กรณ์' ชวนชาวไทยร่วมเชียร์ภูเก็ต 28 พ.ย.นี้ นั่งเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo2028

(28 พ.ย. 65) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้โพสต์เชิญชวนคนไทยส่งใจเชียร์ภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised #Expo2028 ว่า...

ช่วงนี้นอกจากจะเชียร์ฟุตบอลโลกแล้ว เราคนไทยยังมีแมตช์สำคัญให้ได้ลุ้นกันอีกด้วย

ช่วยกันส่งแรงใจเชียร์ให้จังหวัดภูเก็ต ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised #Expo2028 

ซึ่งต้องแข่งขันกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, สเปน, เซอเบียร์ และอาร์เจนตินา

หากประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ระหว่างวันที่ 20 มี.ค. - 17 มิ.ย. 2571 

'กรณ์' ปลื้ม!! 9 ปี 'ข้าวอิ่มมหาสารคาม' ช่วยเกษตรกรปลดหนี้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

'กรณ์' ลงนา เกี่ยว 'ข้าวอิ่มมหาสารคาม' ครบปี 9 ชาวนาปลื้ม ทำข้าวอินทรีย์ ปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน มุ่งมั่นทำเกษตรพรีเมียม ได้รับรางวัลระดับประเทศ 

(29 พ.ย. 65) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปยัง จ. ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม เพื่อร่วมเกี่ยวข้าวอิ่ม ข้าวเกษตรอินทรีย์ ในโครงการเกษตรเข้มแข็ง โดยกล่าวว่า ปีนี้ครบ 9 ปี แล้วสำหรับข้าวอิ่มมหาสารคาม ซึ่งตนได้ริเริ่มตั้งแต่ปี 2556 ที่ หมู่บ้านหนองหิน จ.มหาสารคาม ด้วยการเปลี่ยนข้าวที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก มาเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ จนได้รางวัลพันธุ์ข้าวยอดเยี่ยมระดับประเทศ เกิดการต่อยอดข้าวเป็นสินค้าพรีเมียมประจำจังหวัด ด้วยรสชาติของข้าวมหาสารคามที่อร่อยที่สุดในโลก และกำลังขยายผลเพิ่มมูลค่าสินค้าอีกหลายชนิด ทั้งข้าวพองธัญพืช รสชาติอร่อยมาก รวมไปถึงเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบำรุงผิว สบู่ ฯลฯ ช่วยให้เกษตรกรปลดหนี้ มีเงินเก็บ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

นายกรณ์ กล่าวว่า ดีใจมากที่ปีนี้ ข้าวอิ่ม ได้รับรางวัล ข้าวคุณภาพอันดับที่ 3 ของประเทศ ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่รวมตัวกันด้วยความกล้าหาญ เปลี่ยนวิถีการปลูกข้าว เริ่มต้นจาก 7 ครัว เรือนปัจจุบันเพิ่มเป็น 171 ครัวเรือน ในพื้นที่นา 1,783 ไร่ ทำให้เห็นถึงความตั้งใจ และอดทน จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ และได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลผ่านโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งรถเกี่ยวข้าว โรงสีชุมชน เครื่องบรรจุสุญญากาศ ฯลฯ นับเป็นโอกาสที่ดีที่เกษตรกรจะได้ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้น่าซื้อ มากยิ่งขึ้น 

ปตท. - สยามพิวรรธน์ ผนึกพลังร่วมนำธุรกิจสู่เป้าหมาย สร้างความยั่งยืนให้ ‘สังคม-สิ่งแวดล้อม’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ปตท. บริษัทพลังงานแห่งชาติที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีครบวงจร พร้อมส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานแห่งอนาคตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย และ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ โดยการนำของ สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย 

นับเป็นครั้งแรกของการประสานพลังจากสององค์กรชั้นนำระดับประเทศ ที่จะร่วมกันดำเนินธุรกิจสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยมี ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือที่ครอบคลุมการดำเนินงานใน 3 ด้าน ได้แก่... 

1.) การจัดการพลังงานหมุนเวียนนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท รี แอค จำกัด (ReAcc) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท.

2.) การบริหารจัดการขยะและของเสีย

และ 3.) โครงการการพัฒนาที่ยั่งยืนต่าง ๆ ในอนาคต ตอกย้ำวิสัยทัศน์และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในประเทศไทยดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ ปตท. ในการส่งเสริมภาคธุรกิจไทย ให้หันมาใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น นำไปสู่การใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) เพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของประเทศสู่เวทีโลกในอนาคต สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งสนับสนุนแนวทางการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง 

โดยมีโครงการนำร่องด้านการจัดการพลังงานหมุนเวียนเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์ ที่จะเป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจที่ใช้แนวคิดความยั่งยืน โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านการซื้อใบรับรองสิทธิการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) จาก ReAcc ซึ่งเป็นตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจก (Carbon Neutrality) ให้แก่บริษัทที่ต้องการจัดหาพลังงานหมุนเวียนสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวได้สะดวกมากขึ้น 

ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของทั้งสององค์กรในการมุ่งมั่นใช้พลังงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดในประเทศไทยให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ RECs ได้อีกด้วย

ด้านนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์สร้างความยั่งยืนผ่านทุกกระบวนการและในทุกธุรกิจที่ดำเนินการ (Sustainable Value In Process) เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งกับผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ การผนึกความแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ ในฐานะผู้พัฒนาศูนย์การค้าที่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนด้วยความคิดสร้างสรรค์ และได้ใช้สยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ดำเนินธุรกิจแบบร่วมสร้าง (Co-creation) บุกเบิกแนวคิดที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยจับมือกับ ReAcc ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ผู้ให้บริการซื้อขายพลังงานสะอาด จะทำให้เราสามารถพัฒนาต้นแบบของธุรกิจด้วยแนวคิดความยั่งยืน ร่วมฟื้นฟูและส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นหลัง และเข้าไปอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันของผู้คนได้ง่ายขึ้น

‘บจ. ไทย’ โกยกำไร 9 เดือน ทะลุ 8 แสนลบ. รับอานิสงส์เปิดประเทศ หลังโควิดคลาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 9 เดือนแรก มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 41% ขณะที่กำไรสุทธิกว่า 8.2 แสนล้านบาท เติบโต 14.2% หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้น หลังสถานการณ์โควิดคลาย

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 780 บริษัท คิดเป็น 97.5% จากทั้งหมด 798 บริษัท (รวม SET และ mai และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และบจ. ในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 65 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 593 บริษัท คิดเป็น 76.1% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 65 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน บจ. ใน SET มีรายได้ 13,171,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.1% บจ. มีต้นทุนการผลิต 10,302,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.9% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 1,489,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% และมีกำไรสุทธิ 825,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ 30 ก.ย.65 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ระดับ 1.59 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.54 เท่า เมื่อเทียบกับงวดปีก่อน

"การยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดและการเปิดประเทศช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตดีและมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การใช้จ่ายของคนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ธุรกิจที่เติบโตได้ดีคือ กลุ่มธุรกิจธนาคารและบริษัทเงินทุนมีการขยายตัวด้านสินเชื่อได้ดี ธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจโรงพยาบาลมียอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมมียอดขายเพิ่มขึ้นและมีผลขาดทุนลดลง ทั้งนี้ ความผันผวนของสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยนยังกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตราการทำกำไรของ บจ." นายแมนพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ หากแยกผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 185 บริษัท คิดเป็น 96% จากทั้งหมด 192 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยงวดสะสม 9 เดือนปี 2565 พบ บจ. ที่รายงานกำไรสุทธิจำนวน 131 บริษัท คิดเป็น 71% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 153,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% ต้นทุนขาย 121,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 23.6% มาอยู่ที่ 21.0% กำไรจากการดำเนินงาน 8,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% และมีกำไรสุทธิรวม 6,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% โดย 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดขาย กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี

ท่องเที่ยวภูเก็ต ผนึก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยสู่ Digital Transformation

(29 พ.ย. 65) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัดงานแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้ชื่อ 'Thailand Travelution 2022' เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ Digital Transformation เต็มรูปแบบ โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล' ระหว่างวันที่ 29 - 30 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

'บิ๊กตู่' ชี้ การเล่นเกมสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ ย้ำ!! แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ถูก

วันนี้ (29 พ.ย. 65 ) ลาดพร้าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต รายการ ROV FREE FIGHT BY MDES ที่ห้องประชุมวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ยินดีที่มาร่วมงานนี้ ถือเป็นโอกาสของเราในวันนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายอย่างด้วยกัน แต่โชคดีที่เราได้เตรียมการมาก่อนแล้วโดยเฉพาะไทยแลนด์ 4.0 ที่ตนได้กำหนดไว้ เพราะมองโลกเปลี่ยนแปลงโดยเร็วด้วยเทคโนโลยี จึงได้กำหนด 4.0 ขึ้นมา วันนี้หลายประเทศไป 5.0 แล้ว จึงถือว่าเราไม่ได้ช้าเกินไป 

จนกระทั่งเรามีวันนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่เราต้องสานต่อกันไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นตน คนรุ่นก่อน และคนรุ่นหลัง เด็กและเยาวชนทั้งหมดต้องเดินหน้าประเทศไปในลักษณะนี้ เพื่อรับมือความท้าทายไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์หรือความขัดแย้งในด้านการแข่งขันการลงทุนการค้าเสรีต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องโรคอุบัติใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปเราไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นมาอีก จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งหมด โดยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้การแข่งขันกีฬา อีสปอร์ต ถือเป็นอาชีพใหม่ธุรกิจใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องได้รับการพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจด้วย จึงขอให้ทุกคนร่วมกันพัฒนาต่อยอดกีฬาประเภทนี้ไม่ให้ทำแล้วเสียประโยชน์ ที่สำคัญต้องใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แบ่งเวลาให้ถูกต้อง รวมทั้งต้องรู้จักแบ่งเวลาได้ถูกต้อง ถ้าทำได้ ก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่น้อง ๆ ได้แสดงออกทักษะต่าง ๆ ขอให้นักกีฬาทุกคนทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด โดยต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท จึงใช้วิจารณญาณให้อภัย ทุกครั้งที่มีการแข่งขันเราจะได้ประสบการณ์และมิตรภาพสำคัญที่สุด นอกจาดนี้ยังมีเพื่อนใหม่สังคมใหม่ ๆ จึงต้องสร้างความทรงจำที่ดีต่อกัน มีความรักและความสามัคคี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top