Thursday, 4 June 2026
แพทองธาร

‘หมอตุลย์’ ขย่มซ้ำ ส่งหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ชี้ช่องสว. ลงชื่อถอดถอน ‘อิ๊งค์’ พ้นรมว.วัฒนธรรม

(1 ก.ค. 68) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงประธานวุฒิสภา โดยมีข้อความว่า 

เนื่องจากบัดนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรมว.ก. วัฒนธรรม และในวันนี้ ศาล รธน. ได้มีคำสั่งให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในข้อหาขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจาก ไม่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นรมว.ก.วัฒนธรรมด้วย 

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ร่วมกันลงชื่อให้ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องต่อศาลรธน. เพื่อถอดถอนน.ส. แพทองธาร ชินวัตรออกจากตำแหน่ง รมว.ก.วัฒนธรรมอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ในระหว่างการพิจารณาไต่สวน ขอให้ศาล รธน.มีคำสั่งให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรมว. ก. วัฒนธรรม ทันทีที่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ตามรธน. แล้ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

ขอแสดงความรับถืออย่างยิ่ง

‘อิ๊งค์‘ ซัด ’ฮุน เซน‘ ทำตัวเป็นเหยื่อตามคาด หลังกัมพูชายิงใส่ไทยก่อน 

วันที่ 24 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ได้แชร์ไอจีสตอรี่ภาพข่าวโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน พร้อมลงข้อความว่า

"ตามคาด! ยิงก่อนบอกเราเริ่ม !!!!" รวมถึงภาพข่าวสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุกัมพูชาไม่มีทางเลือกนอกจากสู้กลับ พร้อมข้อความว่า”ตามคาด!!! ทำตัวเป็นเหยื่อ!!!! “ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงข้อมูลทางการว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มโจมตีฝ่ายไทยก่อน

อ.สมชัย โพสต์เฟซ!! ถึงมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจนำมาใช้ ในการพิจารณาคดี!! คลิปเสียงการสนทนา ‘แพทองธาร – ฮุนเซ็น’

(24 ส.ค. 68) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีตกกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ระบุข้อความว่า …

ไม่ไหวจะเคลียร์

มาตรฐานทางจริยธรรม ที่อาจนำมาใช้ประกอบในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงการสนทนาแพทองธาร-ฮุนเซ็น มีดังนี้

ข้อ 6  ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อ 7 ต้องถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

ข้อ 8 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ 25 รักษาความลับของราชการตามกฎหมายและ ระเบียบแบบแผนของราชการ

นั่งลงลูก ค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิด ว่าเอาไงต่อดี เหลือไม่กี่วันแล้ว

‘สมชัย’ โพสต์วิจารณ์!! ‘แพทองธาร’ ชี้!! หากลาออก สถานการณ์คงไม่ลุกลาม

(30 ส.ค. 68) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร' ระบุว่า เมื่อไม่ฟัง “ชี้ทางบรรเทาทุกข์”

ข้อเสนอให้แพทองธารแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง นับแต่วันที่คลิปเสียงหลุด 18 มิถุนายน 2568 หากมีการตอบสนอง สถานการณ์คงไม่พัฒนามาถึงวันนี้

จะไม่มี สว. 38 คน เข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ไม่มีคนไปยื่น ปปช. ข้อหาละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีคนไปแจ้งดำเนินคดีอาญาข้อหาด้านความมั่นคงที่รุนแรง

จะไม่มีการวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีในเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีผลให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตลอดชีวิต

คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร ยังเป็นฐานในคดีใน ปปช. ที่ถูกร้องในความผิดเดียวกัน ให้เจอโทษที่สูงขึ้น คือ ตัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และอาจตัดสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วย

ส่วนข้อกล่าวหาในคดีอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงที่มีโทษจำคุกและสูงสุดถึงประหารชีวิต แม้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม ยังต้องรอคำวินิจฉัยกลางที่เป็นทางการว่าจะมีส่วนใดที่กล่าวถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงบ้าง แม้กระบวนการนี้จะยาวนาน แต่ก็เป็นภาระในชีวิต ต้องขึ้นลงศาลอีกหลายปี

บทเรียนในเรื่องนี้ คือ การที่ต้องคิดและตัดสินใจเอง ไม่ฟังคนรอบข้างที่ยกยอปอปั้น สร้างมายาคติว่าเราไม่ผิด ศาลไม่ลงโทษ เจรจาได้ ยังมีดีลกับผู้มีอำนาจ ฯลฯ 

คนเหล่านั้น เราอยู่เขาได้ประโยชน์ แต่เราโดนโทษโดนคนเดียว และวันนี้ เขาเดินหน้าช่วงชิงกันจัดตั้งรัฐบาล ทิ้งเราไว้ข้างหลัง
คำยกยอปอปั้นและคำปลอบประโลม คืออากาศธาตุ แต่ผลของคดีในปัจจุบันและอนาคต คือของจริงที่สัมผัสได้

‘เอม พินทองทา’ โพสต์ซึ้ง!! ถึง น้องสาว ‘แพทองธาร’ สง่างาม!! จนนาทีสุดท้าย ที่ก้าวออกจากทำเนียบ

(30 ส.ค. 68) ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุด 'เอม' พินทองทา ชินวัตร พี่สาวของ แพทองธาร โพสต์ข้อความคลิปวิดีโอและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @aimpintongta ความว่า วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 อีกหนึ่งวันที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป จากมุมมองของเอม...ความเข้มแข็งและแข็งแกร่งของใจ ต้องขนาดไหน...ถึงจะรวบรวมสติ...เดินลงมาและพูดจากใจ การจัดการอารมณ์และย่อยสิ่งต่างๆ ในช่วงเวลาไม่กี่นาที มันช่างน่าทึ่ง...

การพูดครั้งสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาลของนายกในดวงใจ...ยังคงมีแต่ความจริงใจเหมือนทุกๆ ครั้ง สำหรับเราที่ยืนฟังข้างๆ นั้น มันท่วมท้น และกินใจ....สง่างาม..จนนาทีสุดท้ายที่ก้าวออกจากทำเนียบ

คุณค่าและความดีในตัวของน้องไม่ได้ลงหรือจางหายไปไหน...ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนค่าและละความมุ่งหวังเจตนาดีของน้องไปได้...แต่กลับยิ่งทำให้เราได้มีประสบการณ์ ได้มีโอกาสผ่านบททดสอบของชีวิตที่ท้าทายแล้วท้าทายอีกนี้...และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ใจเราไปอีก อะไรเกิดแล้วย่อมดีเสมอ

‘อ.อุ๋ย’ มอง!! คำวินิจฉัยศาล รธน. ทำเพื่อไทยสุญญากาศ ไม่มี!! ‘หัวหน้า – บอร์ดบริหาร’ เสี่ยงถูกยุบพรรค

(31 ส.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊กว่า

ผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คุณแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 160 (5) เพราะกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ไม่พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิของประเทศ ยึดถือประโยชน์ส่วนตนเหนือผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ นั้น จะมีดังต่อไปนี้ 

1. รัฐธรรมนูญมาตรา 2560 มาตรา 211 กำหนดว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรวมทั้งพรรคการเมือง 

2. ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ. 2561 (แก้ไขล่าสุด) กำหนดคุณสมบัติของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งรวมถึงหัวหน้าพรรคด้วย ในข้อ 48 วรรค ท้าย กำหนดว่า คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการบริหารพรรคให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็คือ พรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 15 (11) กำหนดว่า มาตรฐาน
ทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคการเมืองอย่างน้อยต้องเทียบเคียงได้กับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

3. ซึ่ง "มาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" นี้ ก็อิงตาม มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ซึ่งในส่วนอารัภบท (preamble) กำหนดให้ ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 วรรคสอง ด้วย 

4. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของคุณแพทองธารเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯอันมีลักษณะร้ายแรงตาม ข้อ 6, 7, 8, 17, 21 ประกอบมาตรา 27 แล้ว นอกจากคุณแพทองธารจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงต้องถือว่าคุณแพทองธารพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ. 2561 (แก้ไขล่าสุด พ.ศ. 2567) ข้อ 48 วรรคท้าย และส่งผลให้คณะกรรมการบริหารของพรรค พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตาม ข้อ 51 (2) ด้วย 

5. ดังนั้นในความเห็นของผม ตอนนี้พรรคเพื่อไทยจึงอยู่ในสภาวะสุญญากาศ ไม่มีหัวหน้าพรรค ไม่มีกรรมการบริหารพรรค ไม่มีอำนาจเรียกประชุม หรือลงมติใด ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ การกระทำใด ๆไ ถือเป็นโมฆะ และหากมีการให้คนนอกเข้ามาดีลแทน ก็ จะถูกยุบพรรคเพราะให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามาครอบงำพรรคด้วย 

6. นอกจากนี้ ขณะที่คุณแพทองธารสนทนากับฮุนเซน อันเป็นที่มาของคลิป คุณแพทองธารสวมหมวกสองใบคือ 1) หมวกของนายกรัฐมนตรี และ 2) หมวกของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดังนั้น เมื่อการกระทำของคุณแพทองธารจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ผิดจริยธรรมร้ายแรง เพราะทำให้ประเทศเสียเกียรติภูมิ และยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ แล้ว 

7. ผมยังเห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะดำรงอยู่ไม่ได้ หากผู้นำประเทศไม่ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ อีกทั้งพระมหากษัตริย์ยังดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 8 การที่คุณแพทองธารกล่าวว่าแม่ทัพภาคที่สอง เป็นคนละฝ่ายกับตน จึงเป็นการบั่นทอนพระเกียติยศและทำให้สถานะจอมทัพไทยขององค์พระมหากษัตริย์สั่นคลอนไปด้วย จึงถือได้ว่า พรรคเพื่อไทย โดยการกระทำของคุณแพทองธารซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกด้วย ตามมาตรา 92 (2) ต้องถูกยุบพรรค ต่อไป ตามมาตรา 92 วรรคท้าย 

8. สรุป ผมเห็นว่า 1) ตอนนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคหัวขาด ทำอะไรไม่ได้ จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จนกว่าจะมีการตั้งกรรมการบริหารชุดให่และเลือกหัวหน้าพรรค และ 2) การกระทำของคุณแพทองธาร ในฐานะผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 92 (2) แห่ง พรป. พรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ (เทียบเคียงคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2567 กรณียุบพรรคก้าวไกล)

‘พี่ศรี’ จี้!! ‘ป.ป.ช.’ เร่งลงดาบ ‘แพทองธาร’ ส่งศาลฎีกาลงโทษ หลัง!! ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัยสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี

(31 ส.ค. 68) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่าตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากกรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชาเผยแพร่ทางสื่อมวลชนนั้น

คำวินิจฉัยในคดีระบุไว้ชัดเจนว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธาร เป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลฯสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค.2568

กรณีคลิปเสียงดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้นำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ชี้มูลความผิดไว้แล้วว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อ 19 มิ.ย.68 และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกรณีดังกล่าวเมื่อ 29 ส.ค.68 แล้วถือว่าเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินจึงได้ถอดคำพูดคำต่อคำของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วส่งไปรษณีย์ EMS ไปให้ ป.ป.ช. ใช้อำนาจตามหน้าที่โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันจันทร์ที่ 1 ก.ย.2568 ที่จะเดินทางไปยื่นด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ป.ป.ช.ในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระและได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว ไม่จำต้องแสวงหาข้อเท็จจริงใดเพิ่มอีก เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรีบเร่งดำเนินการชี้มูลความผิด และส่งศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษตามมาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 แห่ง พรป.ป.ป.ช.2561 โดยเร็ว ก็จะถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

สื่อเขมร โพสต์ถามไทยจะช่วยสร้าง 7 โครงการต่อหรือไม่ หลัง ‘แพทองธาร’ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งนายกฯ

(3 ก.ย. 68) Khmer Times โพสต์ถาม ไทยยังเดินหน้าช่วยกัมพูชาตาม 7 โครงการ หลัง ‘แพทองธาร’ ถูกถอดถอนหรือไม่

สื่อกัมพูชา Khmer Times โพสต์ตั้งคำถามต่อความช่วยเหลือจากไทย หลังจากที่รัฐบาลแพทองธารเคยลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับกัมพูชาไว้ 7 โครงการ ว่าหลังการถอดถอน “อุ๊งอิ๊ง” ไทยจะยังคงดำเนินการตามสัญญาต่อไปหรือไม่ โดยบทความได้สัมภาษณ์นักวิชาการกัมพูชา ซึ่งย้ำว่า ไทยมีพันธะตามสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง

อดีตนายกฯ ‘แพทองธาร’ โพสต์ซึ้ง ‘เพื่อไทย’

อดีตนายกฯ ‘แพทองธาร’ โพสต์ซึ้ง ‘เพื่อไทย’ เป็นมากกว่าพรรคการเมือง แต่เป็นบ้านของ ‘คนเพื่อไทย’ ลั่นพร้อมยืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปจนสุดทาง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top