Friday, 5 June 2026
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบช.ภ.2 เช็กความพร้อม 'ภ.จว.ตราด' เดินเครื่อง 'พิทักษ์ส่วนหลัง' ดูแลประชาชน สั่งตรึงเข้มแนวชายแดนเตรียมกำลังพร้อมหนุนส่วนหน้า

(25 ก.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เดินทางไปตำรวจภูธรจังหวัดตราด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชา โดยได้ประชุมกำชับการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และอพยพประชาชน โดยให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดให้สามารถปฏิบัติภารกิจสนับสนุนส่วนหน้าได้ทันท่วงทีเมื่อจำเป็น หรือมีการสั่งการ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ การดำรงการสื่อสาร และแผนการปฏิบัติการบัญชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กำชับให้มีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจของส่วนหน้าได้ทุกเมื่อ โดยย้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันให้มีแผนการปฏิบัติในการอพยพประชาชนที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมในทุก ๆ สถานการณ์ อาทิ เตรียมพร้อมการเคลื่อนผู้ป่วยในสถานพยาบาล การลำเลียงทางการแพทย์ โดยให้สำรวจพื้นที่หลบภัย ศูนย์พักพิง สำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางวางแผนการเข้าช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้สอบถามถึงการส่งกำลังบำรุง โดยทางตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติทุกนาย

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ระวังภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ติดต่อชายแดน ให้ประสานงานหน่วยร่วมปฏิบัติ สืบสวนหาข่าวเชิงลึก เกาะติด แสดงกำลัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เฝ้าระวังผู้ไม่ประสงค์ดี และอาชญากรที่ฉวยโอกาสก่อเหตุในสถานการณ์เช่นนี้ 

“ในการปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ทำให้ตื่นตระหนกหรือเข้าใจผิด กรณีเกิดสถานการณ์ที่ต้องอพยพประชาชนจากบ้านเรือนให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าตำรวจพร้อมดูแล และให้ฝ่ายสอบสวนเตรียมความพร้อมด้านการสอบสวน การดำเนินคดีต่าง ๆ โดยให้ประสานงานศูนย์พิสูจน์หลักฐานตำรวจในพื้นที่ให้พร้อมปฏิบัติงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ” 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอให้ตำรวจลงพื้นที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน ชี้แจงประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้อง ต่อต้านข่าวเท็จ ข่าวลวงที่สร้างความตื่นตกใจกระทบขวัญของประชาชน โดยย้ำว่าตำรวจภูธรภาค 2 ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน อยู่เคียงข้างดูแลประชาชน ทำหน้าที่พิทักษ์ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน ระวังผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสใช้ข่าวปลอม ปลุกปั่นคนไทย และหลอกรับบริจาค

(26 ก.ค.68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง สร้างความสับสนและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย รวมไปถึงอาจมีการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดี ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่ารีบตัดสินใจหลงเชื่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ที่ฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.เผยแพร่ข่าวปลอม สร้างความตื่นตระหนก - เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน โดยอาจมีการนำภาพเก่า หรือภาพจากเหตุการณ์อื่น มาประกอบกับข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ

2.เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง – เผยแพร่ข้อมูลเพื่อยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดความไม่สงบ หรือเกิดสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศไทย อันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมมองของประชาคมโลก

3.หลอกรับบริจาค - อาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน อ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน

โดยขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสู้รบกับประเทศไทย

และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการเผยแพร่ข่าวปลอม เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง หรือหลอกลวงรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการอุปสมบทหมู่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

(27 ก.ค. 68) เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาค และพิธีมอบบาตรและผ้าไตร แก่ผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ และพิธีบรรพชาและอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม - 10 สิงหาคม 2568 รวม 20 วัน โดยมีข้าราชการตำรวจจากทั่วประเทศร่วมอุปสมบทหมู่ จำนวน 93 นาย ซึ่งหลังจากบรรพชาและอุปสมบทแล้ว คณะสงฆ์จะศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ณ วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2568 และมีพิธีลาสิกขา แสดงตนเป็นพุทธมามกะ วันที่ 10 สิงหาคม 2568

ตำรวจ ปส. ถล่มเครือข่ายยานรก ยึดยาบ้ากว่า 46.88 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,408 กก. และคีตามีน 150 กก.รวบทั้งพระ นักบิน แก๊งส่งด่วน!

​เมื่อวันที่ (30 ก.ค.68) ณ บช.ปส. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้ชื่อ “NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” อย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเป็นหนึ่งในแผนสำคัญที่รัฐบาลได้ประกาศให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และภาคประชาชน ร่วมบูรณาการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อยุติปัญหายาเสพติดในทุกระดับ
​ผลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในรอบเกือบ 10 เดือนที่ผ่านมา (1 ต.ค. 67 – 30 ก.ค. 68) เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ โดยมีการดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน รวมทั้งจับตามหมายจับ 5,411 ราย พร้อมดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน 3,122 คดี และข้อหาฟอกเงินอีก 235 คดี ของกลางที่ตรวจยึดได้มีปริมาณมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 851.66 ล้านเม็ด, ไอซ์ 41,137 กิโลกรัม, เฮโรอีน 1,209 กิโลกรัม, คีตามีน 5,512 กิโลกรัม, ยาอี 286,726 เม็ด ขณะเดียวกัน ยังสามารถ ยึดอายัดทรัพย์จากขบวนการค้ายาเสพติดได้ถึง 12,417 ล้านบาท
​นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเปิด “ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตั้งแต่ มิ.ย.67 ถึง ก.ค.68 จำนวนรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติการดังกล่าวสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายได้ 9,252 เครือข่าย,  ตรวจค้นเป้าหมาย 33,242 จุด, ศาลอนุมัติหมายจับ 2,316 หมาย, ดำเนินคดี 61,420 คดี,  จับกุมผู้ต้องหา 62,616 คน, จับตามหมายจับได้ 3,346 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมอีกจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย อาวุธปืน 2,849 กระบอก, ยาบ้า 329,773,549 เม็ด, เฮโรอีน 1,432.53 กิโลกรัม, คีตามีน 1,926.77 กิโลกรัม, ไอซ์ 27,974.43 กิโลกรัม, ยาอี 108,259 เม็ด, มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ 4,580 ล้านบาท
​ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายระดับสูงที่ขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่กำชับทุกหน่วยเร่งด่วนทำลายเครือข่ายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของ บช.ปส.

นำโดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พร้อม รอง ผบช. และ ผบก.ในสังกัด ที่ลงพื้นที่จริง ลุยสืบสวน สกัดจับ ขยายผล จนถึงยึดทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1–30 ก.ค. 68 บช.ปส. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร, นบ.ยส.35,ป.ป.ส., ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กรมการปกครอง และหน่วยข่าวกรองทางทหาร จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ถึง 19 คดี ผู้ต้องหา 45 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 46.88 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,408 กิโลกรัม และ คีตามีน 150 กิโลกรัม ดังนี้ ​บก.ปส.1 : บุกจับ “พระอาจารย์บี” ยึดยาบ้า 881,600 เม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ​เมื่อวันที่ 9 ก.ค.68 เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.1 สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการลับกลางกรุง บุกจับ “พระอาจารย์บี” หรือ นายบรรณวัฒน์ พระลูกวัดชื่อดังย่านพระประแดง จว.สมุทรปราการ หลังพบพฤติกรรมใช้ผ้าเหลืองบังหน้า คุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่งยาทั่วกรุงเทพฯ สืบเนื่องจากการจับกุม นายชัยวัฒน์ พร้อมยาบ้าเกือบ 16,000 เม็ด และไอซ์ 732 กรัม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ซัดทอดว่าเป็นเครือข่ายของพระอาจารย์บี เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับนัดส่งยาล็อตใหญ่ 40,000 เม็ด ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตรงข้าม รพ.ศิครินทร์ เขตบางนา  เมื่อถึงจุดนัด พบ นายชูศักดิ์ ยืนอยู่ใกล้รถต้องสงสัย ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน 2 กด 4XX กทม. ตรวจค้นพบยาบ้า 780,000 เม็ด และไอซ์ 12 กก. ซุกซ่อนในรถ ผู้ต้องหารับว่าเป็นเพียงคนส่ง เจ้าของยาคือ "พระอาจารย์บี" จำวัดอยู่ที่โยธินประดิษฐ์ จว.สมุทรปราการ และสามารถจับกุมพระอาจารย์บี ได้ขณะซ้อนท้ายจักรยานยนต์ออกจากวัด  ตรวจค้นกุฏิพบเครื่องชั่งดิจิตอล 2 เครื่อง และไปตรวจค้นห้องพักของนายชูศักดิ์ในซอยบางนา–ตราด 46 เมื่อตรวจสอบต่อ พบยาบ้าอีก 101,600 เม็ด รวมของกลางยาบ้า 881,600 เม็ด, ไอซ์ 12 กก., รถยนต์ 1 คัน, โทรศัพท์ 3 เครื่อง, เงินสดกว่า 2.7 ล้านบาท, รถ จยย. 2 คัน และของกลางอื่นรวม 11 รายการ ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

(8 ส.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , รอง ผบ.ตร. , จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) , ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , ผู้ช่วย ผบ.ตร. , รอง จตช. , คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมพิธี

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพิธีต่างๆ ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล , พิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2568

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ MOU ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขับเคลื่อนกลแนวทางป้องกันปราบปรามปัญหาธุรกรรมออนไลน์เชิงรุก

(8 ส.ค.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนและจัดการปัญหาธุรกรรมทางออนไลน์ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้แทนร่วมลงนาม และมี พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร. , นางสาวทรงศิริ จุมพล รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค , นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ , พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้แทนทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนและจัดการปัญหาธุรกรรมทางออนไลน์ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ เชื่อมโยง และส่งต่อ เรื่องร้องเรียน เรื่องแจ้งความ และเรื่องร้องทุกข์ ประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันให้มีกลไกการขับเคลื่อนแนวทางการป้องกันปราบปรามปัญหาธุรกรรมทางออนไลน์ในเชิงรุก สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับประชาชน ร่วมกันสนับสนุนและร่วมมือทางด้านวิชาการ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ บุคลากร และเครื่องมือของแต่ละหน่วยงาน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่ง สคบ.เป็นหน่วยงานกลางในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เป็นหน่วยงานที่ประชาชนนึกถึงเป็นลำดับต้นเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าและบริการ แต่บางครั้งเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเกินขอบข่ายความรับผิดชอบของ สคบ. ความร่วมมือนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งต่อข้อมูลในเชิงลึก เพื่อป้องกันและปราบปรามในอีกมิติหนึ่งที่จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นต่อไป 

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า ETDA มีภารกิจในการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุน และสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขอขอบคุณทั้งสองหน่วยงานที่สร้างความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้การส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเกิดความเชื่อมโยงในเชิงระบบ เพื่อให้ตอบโจทย์การดูแลประชาชนได้ดีมากยิ่งขึ้น

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงนามในครั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าปัญหาซื้อสินค้าออนไลน์กลายเป็นปัญหาหนึ่งที่มีมิจฉาชีพเป็นกลุ่มแก๊งขบวนการหลอกลวงในหลายรูปแบบ โดยพบว่าอาชญากรรมออนไลน์คอลเซ็นเตอร์ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการตั้งวอร์รูมในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบปัญหาสามารถดำเนินการได้ทันทีในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล พบว่าตั้งแต่เปิดวอร์รูมมาเพียง 4 วัน สามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น และสามารถส่งคดีต่อตำรวจพื้นที่ให้ดำเนินการจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว สำหรับความร่วมมือกับ สคบ. และ ETDA จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การป้องกันปราบปรามที่ได้ผลต่อไป

“ผู้บัญชาการ ภ.7”นำทีมแถลงผลงานรวบ 2 ผตห.ยึดไอซ์ 210 กิโลกรัม กัญชาแห้งอัดแท่ง 390 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางเกือบ 100 ล้าน

เมื่อวันที่ (18 ส.ค. 68)  เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.นัยวัฒน์  ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7  แถลงว่า ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบโดยให้ ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการบุกทะลวงเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญแบบไม่ให้ตั้งตัว เข้าถึงเป้าหมายอย่างเฉียบขาด ทลายจุดพักยา และเส้นทางลำเลียงอย่างเด็ดขาด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด

วันนี้ ตนพร้อมด้วย นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายสำรวย วรเตชะคงคา ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันแล้วปราบปรามยาเสพติดภาค 7 พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7(ปส) พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงครา พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 และนายอำเภออัมพวา, ผกก.สภ.อัมพวา จว.สมุทรสงคราม, ปลัดอำเภออัมพวา (ฝ่ายความมั่นคง) กอ.รมน.จังหวัดสมุทรสงคราม และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแถลงข่าว การปราบปรามแหล่งพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  No Drugs No Dealers ได้ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด  และปราบปรามยาเสพติดตามนโยบาย ตร. 

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อัมพวา ได้จับกุมผู้ต้องหาจำนวน (2) คน นายทรงพล (นามสมมุติ)อายุ 30 ปี 
,น.ส.พนิดา(นามสมมุติ)อายุ 22 ปี ตรวจยึด ของกลางยาเสพติดดังนี้ (1)ยาไอซ์ 210 กิโลกรัม (2.)กัญชาอัดแท่ง 390 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 81 ล้านบาท 

พล.ต.ท.นัยวัฒน์กล่าวอีกว่ายังได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนขยายผลผู้ร่วมกระทำผิด และตรวจยึ ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป ”ผบช.ภ.7 กล่าว“

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสริมทักษะงานประชาสัมพันธ์ทีมโฆษกหน่วยตำรวจทั่วประเทศ สื่อสารตรงจุด สร้างคอนเทนต์ตรงใจ บริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ

(24 ส.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า มนโยบาย 15 ข้อของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำเกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ข้อที่ 2 เปลี่ยนแนวคิด ค่านิยม และกรอบความคิด (MINDSET) ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน, ข้อที่ 9 นโยบายเชิงรุกด้านการข่าว และข้อที่ 14 ฝึกอบรม ทบทวน พัฒนาทักษะ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจ โดยให้ทุกหน่วยมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกด้านภายในองค์กรตำรวจ ให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ เข้าถึงประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธา โดยหนึ่งในแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ คือการให้ทุกหน่วยโดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่โฆษกหน่วย ประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความเข้าอันดีระหว่างกัน 

ทีมโฆษก ตร.ร่วมกับกองสารนิเทศ นำโดย โฆษก ตร., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1/รองโฆษก ตร. และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษก ตร. พร้อมทีมโฆษก ตร. และทีมงานกองสารนิเทศ ขับเคลื่อนนโยบายและข้อเน้นย้ำของ ผบ.ตร. จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ “RTP Trust Beyond สื่อสารตรงจุด สร้างคอนเทนต์ตรงใจ บริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ” ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 12 และห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีโฆษกหน่วยและทีมประชาสัมพันธ์หน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการจำนวน 74 นาย 

ทั้งนี้ ในการสัมมนามีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถและมากประสบการณ์ร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในมิติใหม่ร่วมกัน ได้แก่ ทีมโฆษก ตร. หัวข้อ “การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” , พ.ต.อ.ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หัวข้อ “กฎหมาย PDPA สำหรับตำรวจและงานประชาสัมพันธ์”, พ.ต.อ.หญิง ศศิญา ธรรมกถิกานนท์ อาจารย์ (สบ4) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา หัวข้อ “การใช้ AI สร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์”, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หัวข้อ “ถอดสูตร CIB สร้างแบรนด์ สร้างศรัทธา”, คุณปวีณมัย บ่ายคล้อย และ คุณจันทรพร กุลโชติ หัวข้อ “เทคนิคการให้สัมภาษณ์ การสื่อสารในภาวะวิกฤต และ Media Landscape”, คุณเปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์ หัวข้อ “สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ Think Outside The Box”, คุณธนกร วงษ์ปัญญา บรรณาธิการข่าวไทย สำนักงาน Yhe Standard และ คุณธัญญธร สารสิทธิ์ บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม และรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 33 ร่วมเสวนา “สื่อสาร ตรงใจ ตรงโจทย์”

โฆษก ตร. กล่าวว่า การจัดโครงการเชิงปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ “RTP Trust Beyond” นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นเวทีในการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการสื่อสารของทีมโฆษกหน่วยให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และแนวทางการประชาสัมพันธ์ขององค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะส่งผลให้การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และภาพลักษณ์ของหน่วยงานเป็นไปอย่างน่าเชื่อถือ สร้างความเข้าใจที่ดีแก่ประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกวาดล้างอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน จับกุมบุคคลตามหมายจับ ตามยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” 10 วัน ผู้ต้องหารวมเกือบ 2 หมื่นคน 

(26 ส.ค. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ ระหว่างวันที่ 15 – 24 สิงหาคม 2568 ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้วยในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก สร้างความไม่สงบในสังคม โดยผู้ก่อเหตุมักใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุหลายคดี ประชาชนเกิดความหวาดกลัวภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางค์กูร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงานสืบสวนสอบสวน ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่จะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมายในการระดม ได้แก่ การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รักษาราชการแทน ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” ระหว่างวันที่ 15 – 24  สิงหาคม 2568 (รวม 10 วัน) โดยมีผลปฏิบัติ ดังนี้ 

1. จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด 6,338 คดี ผู้ต้องหา 5,261 คน พร้อมของกลาง แบ่งเป็น
- ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั่วไป (On Ground) ของกลางอาวุธปืน จำนวน 6,218 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน จำนวน 36,718 นัด, วัตถุระเบิด จำนวน 6,359 ลูก (วัตถุระเบิดแบบมาตรฐานที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน 1,898 ลูก และวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน  4,461 ลูก)
- ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทางออนไลน์ (Online) ของกลางอาวุธปืน จำนวน  293 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน จำนวน 11,458 นัด, วัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก  (เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง)

2. จับกุมบุคคลกระทำความผิดตามหมายจับค้างเก่า (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึง 30 กันยายน 2567), หมายใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน) และหมายจับศาล (คดีอาญา) รวมทั้งสิ้น 20,030 หมาย ผู้ต้องหา จำนวน 14,639 คน

ในการปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นทำงาน โดยจะทำการป้องกันปราบปรามสืบสวนจับกุมอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแส/เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมหรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเชิญชวนสวมชุดไทยเที่ยวงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ระหว่างวันที่ 30 – 31 สิงหาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงดงามทางสถาปัตยกรรมของพระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนเป็นสถานที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการตำรวจไทย

งาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” มีไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ นิทรรศการพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน และนิทรรศการภาพถ่าย “จากอดีตสู่ปัจจุบัน”, การเสวนาโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บัณฑิต จุลาสัย และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ยังมีการฉายภาพยนตร์คลาสสิกทรงคุณค่า เช่น พระเจ้าช้างเผือก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” (Memory of the World) ประจำปี 2568, เรือนแพ, ชั่วฟ้าดินสลาย, สวรรค์มืด ซึ่งสนับสนุนไฟล์โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), การจัดแสดงอุปกรณ์และเครื่องแบบตำรวจโบราณ โดยกลุ่มนักจำลองประวัติศาสตร์ Siam Legacy ยุทธนาคมสยาม, การแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ตำรวจ, การสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของสุนัขตำรวจ, กิจกรรมเวิร์กชอปหัตถศิลป์ไทยประยุกต์ เช่น การทำเครื่องหอมตามธาตุเจ้าเรือน เทียนหอมรูปไอศกรีม ยาดมสมุนไพรไทย และงานศิลปะ Marbling Art,  กิจกรรมยิงเป้า ลุ้นรับของที่ระลึก, โซน Food Trucks รวมเมนูอาหารและของหวานนานาชนิด ในบรรยากาศร่วมสมัยผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานแต่งกายชุดไทย มาถ่ายภาพเช็กอินตามมุมพิเศษที่จัดไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ผสมผสานทั้งความรู้และความบันเทิง โดยเข้าร่วมงานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2282 5057 และ Facebook Fanpage : Police Museum Parusakawan Palace


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top