Thursday, 4 June 2026
มวยไทย

‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ส่งข้อความถึง ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชวนซ้อมมวยไทย!! ซีอีโอเฟซบุ๊กบอกพร้อมมาก ขอให้แวะมาแคลิฟอร์เนีย

(7 ก.ย. 68) รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดนักมวยไทยระดับโลก อดีตแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ส่งข้อความส่วนตัวไปหามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก หลังเล่าความตั้งใจว่าอยากมีโอกาสได้ซ้อมมวยไทยด้วยกันสักครั้ง

“ขอบคุณพี่มากที่ตอบกลับผม ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสซ้อมมวยไทยด้วยกัน” รถถัง ส่งข้อความไปหา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับอย่างเป็นมิตร ระบุว่ายินดีจะได้ซ้อมด้วย พร้อมบอกให้แจ้งหากมีแผนเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย 

“ผมก็ยินดีที่จะได้ซ้อมด้วยกันนะ บอกผมด้วยถ้าคุณมีแผนจะไปแคลิฟอร์เนีย!” ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน รถถังเคยทักหาซัคเคอร์เบิร์กมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือด้านปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้เช่นกัน

ศาลสั่งจำคุก ‘วินัย เทพธานี’ 1 ปี คดีล้มมวย ‘หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา’ เตรียมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน

(3 ต.ค. 68) ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ให้จำคุก นายวินัย เทพธานี อดีตนักมวยชื่อดังและอดีตเทรนเนอร์ค่ายสิงห์อาชา เป็นเวลา 2 ปี ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 มาตรา 48 และ 59 กรณีจ้างนักมวยล้มมวย แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ล่าสุดเจ้าตัวไม่ประสงค์อุทธรณ์ และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเริ่มรับโทษทันที

นายชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ หรือ 'วิน สิงห์อาชา' หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา ผู้ร้องทุกข์ในคดี เปิดเผยว่า คำพิพากษาครั้งนี้ไม่ใช่ชัยชนะของตนเอง แต่คือชัยชนะของกระบวนการยุติธรรมและวงการมวยไทย เพราะช่วยรักษาศักดิ์ศรีแม่ไม้มวยไทยและยืนยันว่ากติกาต้องมาก่อนทุกสิ่ง ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะยับยั้งไม่ให้ใครกล้ามาทำลายคุณค่าของมวยไทยอีก

นอกจากนี้ 'วิน สิงห์อาชา' ยังยืนยันว่าจะดำเนินคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย 5 ล้านบาท โดยตั้งใจจะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและเป็นคุณูปการต่อวงการมวยไทยต่อไป

โครงการ “MUAYTHAI FOR ALL” สร้างคน งาน และรายได้ทั่วประเทศ ปั้นครูมวย–ค่ายมวยมาตรฐาน ยกระดับมวยไทยเป็นอุตสาหกรรม Soft Power

(24 พ.ย. 68) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินโครงการ "MUAYTHAI FOR ALL" ตามนโยบาย One Family One Soft Power เพื่อผลักดันมวยไทยจากกีฬาประจำชาติสู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างงานและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดปี 2568 โครงการได้อบรมครูมวยกว่า 500 คนในค่ายมวยและโรงเรียน 30 แห่ง มีผู้เข้าร่วมฝึกกว่า 100,000 คน ได้รับการสอนทั้งแม่ไม้มวยไทย การป้องกันตัว และพิธีการรำมวย พร้อมใบประกาศนียบัตรรับรอง นอกจากนี้ยังมีการยกระดับค่ายมวยเข้าสู่มาตรฐาน Standard Muaythai Gym (SMG) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นรองรับนักท่องเที่ยวกีฬา โดยค่ายต่างประเทศที่ได้รับการรับรองอยู่ที่ร้อยค่าย

ในด้านเศรษฐกิจ กกท.ประเมินว่าโครงการสร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบมวยไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทจากกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแข่งขันและอุปกรณ์กีฬา โครงการยังสนับสนุนสร้างห่วงโซ่อาชีพครบวงจรทั้งครูมวย นักมวย โปรโมเตอร์ และผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว พร้อมการมอบรางวัล MUAYTHAI FOR ALL GROW AWARD เพื่อยกย่องคนวงการมวยไทย

เป้าหมายปี 2569 คือเพิ่มประชากรมวยไทยเป็น 250,000 คน และขยายค่ายมวยมาตรฐานเป็น 600–700 แห่งทั่วประเทศ พร้อมดันมวยไทยเป็นอุตสาหกรรม Soft Power หลักของไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกผ่านวัฒนธรรมและกีฬาไทย "มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรม"
 


 

“รถถัง” ขึ้นแท่นนักมวยไทยค่าตัวโหด ฟันค่าตัวพุ่งแตะ 20 ล้าน ศึกรีแมตช์ “ทาเครุ” บนเวที ONE 175

(6 ธ.ค. 68) ศึก ONE 175 นำแฟนหมัดมวยทั่วเอเชียสู่การลุ้นไฟต์รีแมตช์ระหว่าง ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ยอดมวยไทยและ ‘ทาเครุ เซกาวา’ ซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งญี่ปุ่น พร้อมกระแสข่าวค่าตัวสูงที่สุดในชีวิตของ ‘รถถัง’ ทะลุหลัก 20 ล้านบาท

เส้นทางของ ‘รถถัง’ เริ่มจากเด็กเดินสายเวทีภูธรสู้ชีวิตจนกลายเป็นนักมวยระดับโลกใน ONE Championship ด้วยสไตล์ดุดันและมูลค่าทางการตลาดสูง ทำให้เขากลายเป็นนักสู้ค่าตัวหลักสิบล้านบาทต่อไฟต์อย่างเต็มภาคภูมิ

การน็อก ‘ทาเครุ’ ในบ้านญี่ปุ่นครั้งแรกสร้างชื่อเสียงของ ‘รถถัง’ อย่างรวดเร็ว พร้อมค่าตัวกว่า 16.7 ล้านบาทที่ถือเป็นสถิติส่วนตัวสูงสุด ก่อนมาถึงไฟต์ล้างตาที่แฟนมวยทั่วโลกจับตาในวันนี้ ‘ค่าตัว’ ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนการเติบโตของตลาดนักมวยไทยบนเวทีโลกและการยกระดับวงการมวยไทยอย่างชัดเจน

ไฟต์ล้างตานี้ไม่ใช่แค่เรื่องผลแพ้ชนะ แต่คือการพิสูจน์มาตรฐานและหัวใจนักสู้ของ ‘รถถัง’ ขณะที่การทุบสถิติค่าตัวแสดงถึงศักยภาพตลาดมวยไทยในระดับสากล ที่แฟนมวยทั่วโลกพร้อมสนับสนุนและต้อนรับนักมวยไทยสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว

‘รถถัง’ เป็นตัวแทนของมวยไทยยุคใหม่ที่สามารถสร้างรายได้สูงและขยายฐานแฟนได้ทั้งในและต่างประเทศ ไฟต์นี้จึงเป็นบทพิสูจน์และสัญญาณบวกของวงการมวยไทยที่สามารถสู้ได้ในเวทีโลก และค่าตัวระดับนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับนักมวยไทยในอนาคต

 

 

สคม.-กกท.มอบใบรับรอง!! “ครูมวยต่างชาติ” พัทยา ดันมาตรฐานมวยไทยสู่สากล ย้ำใบประกาศคือการการันตีองค์ความรู้ ตามเกณฑ์ สคม. อย่างเป็นทางการ

(15 ก.พ. 69) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ผ่านการอบรมและทดสอบครบถ้วน ที่จังหวัดพัทยาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์

นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย สคม. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม พร้อมย้ำว่า "การรับรองในครั้งนี้ถือเป็นการการันตีมาตรฐานองค์ความรู้ตามหลักเกณฑ์ของสคม.อย่างเป็นทางการ"

โครงการฝึกอบรม Muaythai Instructor Course (Introductory Level) for Foreigners 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ได้รับความรู้เข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับ A License ครอบคลุมทักษะพื้นฐานมวยไทย การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก รวมถึงจริยธรรมและพิธีไหว้ครู

ผู้สำเร็จการอบรมในครั้งนี้จะเป็นทูตวัฒนธรรมมวยไทย ในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แห่งชาติสู่เวทีโลกอย่างถูกต้อง โดยใบประกาศนี้ถือเป็นก้าวแรกในการพัฒนาศักยภาพที่สูงขึ้นในอนาคต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10136873

          https://thaitv5hd.com/web/content.php?id=62187

ศรีสะเกษ ปิดตำนาน? จากแชมป์โลก 2 สมัยสู่ความเงียบ "เจ้าแหลม" ห่างเวทีมวยเกือบปี ยังไม่ประกาศแขวนนวม แต่สัญญาณชัด ทำให้แฟนมวยจับตาปิดฉากอาชีพ

(20 ก.พ. 69) "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย อดีตแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 2 สมัย กระแสข่าวเส้นทางมวยปิดฉากหลังห่างหายจากสังเวียนไปเกือบปี แม้ยังไม่มีการประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการ
.
นักชกวัย 39 ปี รายนี้คือกำปั้นไทยที่มีไฟต์ชกในสหรัฐอเมริกาถึง 5 ครั้ง และแต่ละครั้งก็เป็นที่จับตามองของแฟนมวยทั่วโลก รายงานข่าวจาก surprisesports.com เปิดเผยว่ารายได้รวมจากเวทีโลกของศรีสะเกษสูงถึง 1,395,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44 ล้านบาท)
.
รายได้ที่โดดเด่นในแต่ละไฟต์รวมถึงไฟต์แรกปี 2017 ที่ได้ 75,000 เหรียญ ส่วนไฟต์ที่ 4 ในปี 2019 รับถึง 500,000 เหรียญ และไฟต์สุดท้ายในปี 2022 ได้ 400,000 เหรียญ นับเป็นราชานักชกไทยที่โกยเงินบนเวทีสากลมากที่สุด
.
ขณะนี้ 'ศรีสะเกษ' ไม่มีอันดับในสถาบันมวยสำคัญทั้ง 4 เนื่องจากไม่ได้ขึ้นชกตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ซึ่งสร้างความกังวลในวงการว่าการห่างเวทีครั้งนี้อาจบ่งชี้ถึงการปิดตำนานของเขา
.
แม้สถานะในวงการจะเปลี่ยนไป แต่ชื่อเสียงและผลงานของ 'ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย' ยังคงเป็นบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์วงการมวยไทยและบนเวทีโลก
.
ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1633125/

17 มีนาคม ของทุกปี วันรำลึก นายขนมต้ม วีรกรรมมวยไทยชนะใจคนไทย เรื่องเล่าขานตำนานนักสู้ แสดงอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย

(17 มี.ค. 69) วันที่ 17 มีนาคมของทุกปี ถูกยกให้เป็น "วันนายขนมต้ม" และ "วันมวยไทย" ในประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ 'นายขนมต้ม' นักมวยคาดเชือกชาวกรุงศรีอยุธยา ที่เล่ากันว่าชกชนะนักมวยพม่าหลายคนในงานฉลองของพม่า หลังเสียกรุงศรีครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 – เหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานของความกล้าหาญและศิลปะมวยไทย

"นายขนมต้มชกชนะนักมวยพม่าติดต่อกันหลายคน" จนได้รับคำชมและรางวัลอิสรภาพ เรื่องนี้แพร่หลายและกลายเป็นเครื่องหมายทางวัฒนธรรม ซึ่งแม้ว่าในเชิงประวัติศาสตร์จะมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักฐานและรายละเอียดของเรื่องเล่า แต่ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของเขายังคงแข็งแรงในสังคมไทย

วันดังกล่าวเลือกใช้วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2317 เป็นวันเกิดเหตุการณ์ตามตำนานนี้ โดยหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในหลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดอยุธยา ต่างจัดกิจกรรมไหว้ครู ครอบครู และแข่งขันมวยไทยเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมนี้ให้คงอยู่ต่อไป

วันนายขนมต้มจึงเป็นวันที่ย้ำยืนชัดว่า มวยไทยเป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดได้อย่างทรงพลัง และยังเป็นเครื่องมือสื่อสารวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติในยุคสมัยใหม่
 

ที่มา : https://calendar.m-culture.go.th/events/100648?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top