Thursday, 4 June 2026
พีระพันธุ์_สาลีรัฐวิภาค

ยาแรงปราบโกง!! 'พีระพันธุ์' นำทีม รทสช. ลงสัตยาบันต้านโกง เดินหน้าดันกฎหมาย "โกงชาติ=โทษประหาร" ล้างบางคอร์รัปชัน-ตัดสินคดีจบใน 1 ปี เปิดเครื่องประหารหัวพยัคฆ์ "พิฆาตคนชั่ว"

‘พีระพันธุ์’ นำทัพ รทสช. ลงนามสัตยาบันต้านโกง ชูยาแรง “โกงชาติ = โทษประหาร” ย้ำจุดยืน “กา 6 ไม่โกหก” เปิดมีด! สัญลักษณ์ “พิฆาตคนชั่ว” กำราบคอร์รัปชัน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินหน้าประกาศจุดยืนก่อนโค้งสุดท้ายในศึกเลือกตั้ง  โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค  นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 นำทีมผู้สมัคร สส. กทม. เข้าพบ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อยื่นหนังสือและลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ตามจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติที่เน้นความ "เด็ดขาด" ในการบริหารประเทศ และความซื่อสัตย์จริงใจภายใต้แคมเปญ "กา 6 ไม่โกหก" 

นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำถึงแนวทางการปราบปรามคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศว่า ปัญหานี้แก้ไม่ได้ด้วยการประนีประนอม แต่ต้องใช้ยาแรงและการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง  

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ทุกวันนี้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยขยายตัวมากขึ้น เพราะไม่เคยมีความเกรงกลัวต่อโทษ และกว่าที่กระบวนการพิจารณาสืบสวนสอบสวนจะเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการแก้ไข ก็คือ ต้องปรับโทษให้หนักขึ้นด้วยการประหารชีวิต เพราะเป็นการปล้นเงินประชาชนทั้งประเทศ ประการที่ 2 ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วเสร็จสิ้นไม่เกิน 1 ปี และต้องปรับลดเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้เป็นการลงโทษที่เด็ดขาด ทุกวันนี้ถึงจุดที่ต้องใช้ยาแรงไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศ 

"ทุกวันนี้ประเทศเกิดความเสียหาย 3.8 ล้านล้านบาท จากการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเราจะปล่อยไว้ต่อไปไม่ได้ เราต้องเอาจริงและเด็ดขาดในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้พาผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติมาปฏิญาณกับองค์กรฯ เพื่อที่จะเป็นนักการเมืองที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นนักการเมืองที่ดีต่อไป" นายพีระพันธุ์กล่าว

ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวเสริมในมิติการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง โดยยกผลงานการลดราคาพลังงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์

"เศรษฐกิจฐานรากกำลังวิกฤต รอไม่ได้ และแก้ไม่ได้ด้วยนโยบายขายฝัน ต้องใช้วิธีเด็ดขาด ไม่เกรงใจทุนใหญ่ 1. ค่าไฟ เราทำสำเร็จมาแล้วเรื่องการลดค่าไฟลง 76 สตางค์ จาก 4.70 บาท ลงมาที่ 3.94 บาท โดยแก้ที่โครงสร้างและไม่ได้ใช้เงินแผ่นดินเลย เป้าหมายเราคือ 3.3 บาท เรามั่นใจ เราทำได้  2. ลบบัญชีเสียเครดิตบูโรทันที ที่ชำระครบแล้ว ห้ามธนาคารแชร์ข้อมูลต่อ ไม่ต้องรอ 3 ปี แบบในปัจจุบัน คนทำงานต้องมีโอกาสสร้างตัว วิกฤตแก้ได้ต้องเด็ดขาด นโยบายทำได้จริง เบอร์ 6 ไม่โกหก ครับ" นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมแล้วที่จะใช้นโยบายที่ "เด็ดขาด" ทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำประเทศก้าวข้ามวิกฤตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ในโอกาสลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยังได้เปิดตัวสัญลักษณ์ “พิฆาตคนชั่ว” ตามนโยบายเรือธงของพรรค นั่นคือ สัญลักษณ์จำลอง “เครื่องประหารหัวพยัคฆ์” ที่ใช้ลงโทษขุนนางทุจริตและฉ้อราษฎร์บังหลวงในตำนานของ “เปาปุ้นจิ้น” บุคคลต้นแบบแห่งความเที่ยงตรงและยุติธรรมในประวัติศาสตร์จีน  โดยสัญลักษณ์นี้จะถูกนำไปจัดวางที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการ “พิฆาตคนชั่ว” และเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการและนักการเมืองทุกคนยึดมั่นในคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง

จี้รัฐบาลอย่าถ่วงกองทัพ "พีระพันธุ์" ชี้การรบต้องเด็ดขาดทำกัมพูชาให้สิ้นสภาพ หลังกัมพูชายิงปืน ค. ใส่ช่องบก มอง "ทรัมป์" เบนเข็มมุ่งไปเวเนซูเอลา พร้อมดัน "คลังน้ำมันแห่งชาติ" รับมือวิกฤตราคาน้ำมันผันผวน

‘พีระพันธุ์’ จี้รัฐบาลอย่าถ่วงกองทัพ ควรรบเด็ดขาดทำกัมพูชาให้สิ้นสภาพทางการทหารหลังกัมพูชายิงปืน ค. ใส่ช่องบก มอง "ทรัมป์" เบนเข็มมุ่งไปเวเนซุเอลา พร้อมดัน "คลังน้ำมันแห่งชาติ" รับมือวิกฤตราคาน้ำมันผันผวน

(7 ม.ค. 69) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังได้รับรายงานกองกำลังกัมพูชายิงปืน เข้าใส่พื้นที่ช่องบก ส่งผลให้จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดว่า เป็นสิ่งที่ตนเตือนไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น เพราะกัมพูชายังไม่สิ้นสภาพภัยคุกคามและพร้อมจะละเมิดข้อตกลงได้ทุกเมื่อ

"รัฐบาลต้องเด็ดขาด ไม่สั่งการสับสนเช่นนี้ วันก่อนประกาศจะทำให้กัมพูชาจะสิ้นสภาพภัยคุกคาม  อีกวันต่อมาประกาศหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข  รัฐบาลทำแบบนี้สองรอบแล้ว รอบแรกดึงโดนัล ทรัมป์มาร่วม รอบที่สองหยุดยิง 72 ชม. แบบไร้เงื่อนไขอีก  ผมย้ำอีกครั้งนะครับ  เงื่อนไขหยุดยิงต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพบนหลักกฎหมายสากลยึดแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ของสนธิสัญญาไทยฝรั่งเศสเท่านั้น  ครั้งนี้กัมพูชาจงใจผิดข้อตกลงหยุดยิง รัฐบาลปล่อยให้เขมรเอาปืนจ่อยิงไทยแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นว่า mou43 ไม่มีประโยชน์ต้องยกเลิกทันที" นายพีระพันธุ์กล่าว

นายพีระพันธุ์ ยังแสดงความกังวลว่าท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาและประเทศอื่นๆ จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ผันผวนอย่างรุนแรง ซึ่งประเทศไทยต้องเตรียมรับมือด้วยกลไกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

"ผมเสนอนโยบายเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยให้ 'ยกเลิกกองทุนน้ำมัน' จากที่ใช้เงินอุดหนุนแบบเดิม เปลี่ยนมาจัดตั้ง 'ระบบคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ' เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการสต็อกน้ำมันโดยตรง คือซื้อเก็บเมื่อราคาน้ำมันตลากโลกลดลง และปล่อยขายเมื่อราคาตลาดโลกแพง กลไกนี้จะช่วยตัดความผันผวนจากภายนอก และผมมั่นใจว่าจะทำให้คนไทยได้ใช้น้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ และจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือเพียงประมาณ 25 บาทต่อลิตรได้ทันที ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะวิกฤตแค่ไหนก็ตาม" นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำว่า "กรณีนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นความจริงที่คนไทยต้องตระหนัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องสนับสนุนให้กองทัพเข้ามาจัดการเพื่อปกป้องอธิปไตยจากการรุกรานของกัมพูชา และขจัดให้สิ้นสภาพภัยคุกคาม"

ด้าน พล.อ.กังวาน สุจินต์ อดีตรองเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์การยิงในวันนี้ไม่มีทางเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากเครื่องยิงลูกระเบิด ปืน ค. ต้องมีการเตรียมการยิงอย่างเป็นระบบ ทั้งการล็อกเป้าหมายและการคำนวณวิถีโค้ง ขั้นตอนการยิงต้องบรรจุกระสุนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกระสุนชนิดชนวนไว อีกทั้งยังต้องใช้ศูนย์อำนวยการยิงเพื่อกำหนดค่าพิกัดล่วงหน้า หากไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัด ย่อมต้องมีหน่วยตรวจการณ์ทำหน้าที่ชี้เป้า จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่กระสุนจะตกใส่ฐานความมั่นคงได้อย่างแม่นยำเช่นนี้ แล้วอ้างว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top