Thursday, 4 June 2026
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. สั่งการผู้บัญชาการศึกษาดูแลการสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ คุมเข้มทุกหน่วยสอบโปร่งใส ไร้ทุจริต

(10 ส.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยัง พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ให้ดูแลตรวจสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่จัดขึ้นในวันนี้ เวลา 13.30 น. ให้คุมเข้มทุกหน่วยสอบทั่วประเทศไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เน้นย้ำต้องเป็นการสอบคัดเลือกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน หากพบการทุจริตให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมการสอบคัดเลือก ฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมประชุมมอบนโยบาย ข้อห่วงใย และกำชับการปฏิบัติแก่ทุกหน่วยสอบ มติดตามสถานการณ์การสอบผ่านระบบ Zoom Meeting จากกองอำนวยการร่วมฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ย้ำมาตรการเข้มป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าสอบและสังคม และได้กำชับไปยังทุกหน่วยสอบให้จัดจุดปฐมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อดูแลอย่างทันท่วงทีกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากแต่ละหน่วยสอบมีผู้เข้าร่วมสอบจำนวนมาก โดยการสอบครั้งนี้จัดโดยกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ครอบคลุมหน่วยสอบ บช.ศ., ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) รวมทั้งสิ้น 11 หน่วยสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี หรือวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ทั้งในชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน รวมจำนวน 155 อัตรา โดยมีผู้สนใจสมัครสอบในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 65,203 คน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้กำชับเข้มงวดให้ บช.ศ.กำกับดูแลการจัดการสอบคัดเลือกในทุกหน่วยสอบต้องโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เข้าสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพ ซึ่ง บช.ศ.รับนโยบายมาขับเคลื่อนอย่างเคร่งครัด จะไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันมาตรการเข้มข้นในการคัดเลือกบุคลากร พร้อมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
 

ผบ.ตร. ห่วงใย ส่งแรงใจถึงแนวหน้า พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ ยันตำรวจคุมเหตุ ‘บ้านหนองหญ้าแก้ว’ ตามหลักสากล

(18 ก.ย. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยร่วมกันติดตั้งลวดหนามหีบเพลงเพื่อเสริมความมั่นคงแนวชายแดน ก่อนถูกกลุ่มชาวกัมพูชาประมาณ 200 คนเข้าขัดขวางและพยายามรื้อสิ่งกีดขวาง

รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมฝั่งกัมพูชามีพฤติกรรมไม่พอใจ ขว้างก้อนหินและท่อนไม้ใส่เจ้าหน้าที่ไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ชุดควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้วและฝ่ายปกครองจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่อง LRAD เพื่อผลักดันให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเสริมลวดหนามและสิ่งกีดขวางเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการรุกล้ำซ้ำ

จากเหตุปะทะดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยบาดเจ็บ 4 นาย ได้แก่ พ.ต.ท.สมัชญ์ นาคพน, ด.ต.แสงอรุณ ศรีวงศ์จันทร์, ด.ต.ศักดิ์สิทธิ์ นพเกล้า และ จ.ส.ต.ชยันต์ เบ้าทอง ซึ่งทั้งหมดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาแล้ว ขณะที่การควบคุมสถานการณ์ยังคงเข้มงวดเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามหลักสากล มุ่งเน้นการผลักดันและยุติเหตุจลาจลโดยไม่ใช้ความรุนแรงเกินจำเป็น พร้อมเผยว่า ผบ.ตร. ได้แสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่บาดเจ็บ และกำชับให้ดูแลสิทธิและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าการรุกล้ำของมวลชนกัมพูชาเป็นการละเมิดกฎหมายไทยอย่างชัดเจน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจภูธรภาค 8 และ 9 เร่งดูแลช่วยเหลือประชาชน จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

(23 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เฝ้าระวัง 14 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 23 - 26 ตุลาคม 2568 จากอิทธิพลของพายุ “เฟิงเฉิน” และปัจจุบันมีหลายพื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา เกิดสถานการณ์อุทกภัยทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก จึงได้กำชับให้ตำรวจหน่วยต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรภาค 9 ระดมกำลังดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลังตามข้อสั่งการที่เคยให้ไว้ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้เตรียมความพร้อมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ อุปกรณ์อื่นๆ เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ และให้เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติม หากพบให้ดำเนินคดีทุกราย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ประสบปัญหา และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย พร้อมกำชับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ 

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมพร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่ โดยเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ประสบภัย เช่น พื้นที่ อ.เขาหลัก จ.พังงา, อ.เมือง อ.ถลาง อ.กมลา อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ตำรวจพื้นที่ออกช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งด่วนดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” 24 ชั่วโมง

(7 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน จากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่องอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” จะส่งผลให้ช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ระดมกำลังเตรียมพร้อมออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยนำข้อสั่งการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการถอดบทเรียนในครั้งที่ผ่านมา นำมาปรับใช้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที เพื่อดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ตั้งแต่การขนย้ายสิ่งของและช่วยนำพาพี่น้องประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพอาศัยโอกาสเข้าซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้กับผู้ประสบภัย รวมทั้งจัดการและอำนวยความสะดวกการจราจร โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแต่งกายแสดงสัญลักษณ์ให้ประชาชนเห็นเด่นชัด เพื่อสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันที และเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์กู้ภัยเพื่อความพร้อมในการออกปฏิบัติงาน บูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด

หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหรือประสบปัญหาอุทกภัย สาธารณภัย ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตำรวจทุกพื้นที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top