Thursday, 4 June 2026
นราธิวาส

นราธิวาส- 'แม่ทัพภาค 4' 'ป้ายแดง' พลโท นรธิป โพยนอก เข้านมัสการ 'ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18' รวมทั้งเจ้าคณะ จ.นราธิวาส ก่อนพบปะ ปธ.ซาฟีอี เจ๊ะเลาะ และ คกก.อิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติ เป้าหมายคืนความสันติสุข จชต. 

(5 ต.ค. 68) เวลา 09.00 น. พลโท นรธิป โพยนอก หรือ 'แม่ทัพยูร' แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งย้ายข้ามห้วยจากกองทัพภาคที่ 1 ลงมารับภารกิจ 'สยบไฟใต้' เดินทางพร้อมคณะฯ ได้แก่ พล.ต.กรกฏ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส และส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าพบผู้นำศาสนา ที่ จ.นราธิวาส ภารกิจแรก ได้เดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา ต./อ.สุไหงปาดี โดยได้เข้านมัสการ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ (อ่อน ทนฺตจิตฺโต) อายุ 87 ปี 67 พรรษา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 และเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี พระผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในพื้นที่ โดยคำกล่าวของพระธรรมวัชรจริยาจารย์ เมื่อวันฉลองอายุวัฒนมงคล 7 ม.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน  

“ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจของทุกภาคส่วน ที่มีส่วนร่วมในการจัดพิธีในวันนี้ ดีใจมากๆ ที่ได้เห็นความความสมัครสมานสามัคคีของชาวไทยพุทธไทยมุสลิม เสมอมา ซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำหลายสายที่ไหลเวียนมาบรรจบกัน แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นสายใยแห่งความผูกพันธ์และความปรองดองระหว่างชาวไทยพุทธไทยมุสลิมในสังคมพหุวัฒนธรรม ท่ามกลางความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก”

ทั้งนี้ พระธรรมวัชรจริยาจารย์ เป็นพระนักปฎิบัติที่มีจริยวัตรที่ดีงาม ได้ส่งเสริมและสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฎิบัติ จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทุกศาสนาในพื้นที่ ตลอดจนเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านอย่างล้นหลามอีกทั้งได้นมัสการ พระโสภณคุณาธาร เจ้าคณะ จ.นราธิวาส และเจ้าอาวาส วัดทองดีประชาราม หรือวัดท่านแดง อ.สุไหงโก-ลก 

จากนั้นเวลาประมาณ 10.30 น.วันเดียวกัน พลโท นรธิป แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 เดินทางพร้อมคณะฯ ไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส โดยได้เข้าพบปะ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามฯ เพื่อแนะนำตัวพร้อมคณะทำงานฯ พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกมิติ เน้นปัญหาความมั่นคง รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า จังหวัดนราธิวาสเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เราตั้งใจมาเยี่ยมคารวะ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้ได้หารือกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความสงบในพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น

"นโยบายของผมเองจริงๆ แล้ว ไม่มีนโยบายเฉพาะตัว แต่เป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก และของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้การดูแลพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน ผมอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราในฐานะข้าราชการของรัฐ จากทุกภาคส่วน จะเข้ามาดูแลให้พี่น้องทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทุกคนพร้อมขับเคลื่อนงานตามแนวทางของรัฐบาล เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศ”          

นราธิวาส-รมว.กลาโหม เยี่ยมให้กำลังใจ 'สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย' ชื่นชมความกล้าหาญ หลังบาดเจ็บจากการปกป้องประชาชน เหตุปล้นทองสุไหงโก-ลก

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) เวลา15.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย นายสิบอาวุธเบา สังกัด ชป.รพศ.408 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการพยายามเข้าระงับเหตุปล้นร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงความกล้าหาญ เข้าขัดขวางการก่อเหตุของคนร้าย โดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จนได้รับบาดเจ็บ

แพทย์ผู้ดูแลได้แจ้งว่า อาการบาดเจ็บของสิบเอก บุริศวร์ฯ ดีขึ้นตามลำดับ โดยบาดแผลบริเวณต้นขาเริ่มฟื้นตัวดี ภายใน 2–3 วัน จะสามารถเย็บปิดปากแผลได้ ขณะนี้แพทย์ให้การรักษาโดยเน้นการทำความสะอาดบาดแผล ควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวดตามอาการ รวมถึงอนุญาตให้รับประทานอาหารอ่อนและน้ำได้แล้ว ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และยืนยันว่าความเจ็บปวดทุเลาลงมาก

ในการนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนามของนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

โอกาสนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า “ขอชื่นชมในความกล้าหาญและจิตวิญญาณความเป็นทหาร ที่ได้ปกป้องประชาชนและสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขอให้หายไว ๆ ด้วยศักยภาพและกำลังใจที่มี เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างรับรู้ข่าวสารด้วยความห่วงใย และพร้อมส่งแรงใจให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว”

นราธิวาส - ศอ.บต. มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ 2 ครอบครัว จากเหตุลอบวางระเบิด หน้าร้านน้ำชา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 

นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวและทายาทกรณีเสียชีวิต จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าร้านน้ำชา ถนนรามโกมุท-ยี่งอ หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา 

โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 207/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวของ นายมูฮัมหมัดไซฟู สะนิ และจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวและทายาทของ นางรอเมาะ ตาเลงปะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา รายละ 500,000 บาท 

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ จากรักษาการ เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต. ยินดีบูรณาการ ร่วมกับ ภาครัฐ จังหวัด อำเภอ เร่งช่วยเหลือในทุกมิติ และไม่ทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในนาม ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เยียวยา ยังได้มีการชี้แจงสิทธิการให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเสียชีวิตของทั้ง 2 ครอบครัวอีกด้วย

นราธิวาส ไทย-มาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือข้ามพรมแดนเปรัก- IGROW และ ศอ.บต. สื่อมวลชนฯสานผนึกกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน สู่อนาคต 

การประชุมเชิงกลยุทธ์เชื่อมความสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ ข้ามพรมแดนระดับภูมิภาคระหว่างประเทศมาเลเซียรัฐเปรักและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชานแดนใต้(ศอ.บต.)ประเทศไทย พร้อมการขับเคลื่อนนำกองทัพสื่อมวลชนเพื่อสันติจังหวัดชายแดนใต้ จับมือเดินหน้า สานต่อจากกลยุทธเดิน ก้าวสู่การร่วมมือเชิงกลยุทธ์มิติใหม่ ที่เน้นสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นำโมเดลที่ให้ประชาชนมีบทบาท เข้าถึงในการจัดการด้วยตนเอง และมีภาครัฐให้การสนับสนุน หลังจากการประชุมสำคัญเมื่อวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม D Hotel Seri Iskandar รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นการรวมพลังกันของสามองค์กรหลัก ได้แก่ สมาคมพัฒนาชุมชนอำเภอเปรักกลาง, สถาบันการเกษตรและผู้ประกอบการ (IGROW) ของมาเลเซีย และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ของไทย ซึ่งนำเอกชนและสื่อมวลชนไปด้วยเพื่อวางรากฐานสำหรับแผนงานการพัฒนาเศรษฐกิจข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

แนวคิดหลักสำคัญระหว่างประเทศโดยมุ่งเป้าหมายเศรษฐกิจฐานรากและเปิดตลาด MSMEs “การจัดการด้วยตนเอง”ของชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมาภาครัฐสนับสนุน การประชุมเชิงยุทธศาสตร์นี้มีจุดเน้นที่ชัดเจนในการ ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างศักยภาพของ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) รวมถึงชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังระหว่าง IGROW ซึ่งเป็นสถาบันเอกชนที่เน้นทักษะด้านการเกษตรและผู้ประกอบการ และ ศอ.บต. ซึ่งดูแลการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นที่ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) และการขยายตลาดเป็นพิเศษ

ประเด็นที่เป็นรูปธรรมคือการอำนวยความสะดวกด้านตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ SME ของรัฐเปรักซึ่งเป็นรัฐภาคเหนือของมาเลเซียกับภาคใต้ของไทย ซึ่งจะเป็นการเปิด เส้นทางการส่งออกใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กของมาเลเซียเข้าสู่ตลาดไทยและไทยเข้ามาเลเซีย ภายใต้แนวคิดของ "โมเดล IGROW ในภาคใต้ของไทย เปิดตลาดผลิตภัณฑ์ IKS (SME)"

รากฐานความร่วมมือที่ก่อร่างสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นผลจากการประสานงานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีการเชื่อมโยงครั้งแรกระหว่าง ศอ.บต. และ IGROW ผ่านสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสันติภาพภาคใต้ของไทย นำโดยคุณระพี มามะ และตูแวดานียาล มารีงิง อันเป็นกรอบการทำงานที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบตลอดหลายปีที่ผ่านมาผ่านการมีส่วนร่วมระดับสูง เช่น:

การหารือติดตามผลกับเลขาธิการ ศอ.บต.(ไทย) นำโดย นางสาว กนกรันต์ พงษ์ธัญญะวิริยะ (ผู้ช่วยเลขาธิการ) การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างคณะผู้แทนไทยไปยังรัฐเปรัก และผู้แทน IGROW มายังประเทศไทย NORDIN BIN ABDUL MALEK ประธานสมาคมพัฒนาชุมชนอำเภอเปรักกลาง ประเทศมาเลเซีย

การประชุมกับรัฐบาลรัฐเปรักเพื่อรับรองการสนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการความร่วมมือข้ามพรมแดน การประชุมปี 2568 นี้คาดว่าจะนำไปสู่การจัดทำ แผนงานที่เป็นรูปธรรมและบันทึกความเข้าใจ (MoUs) เพื่อนำวิสัยทัศน์ความร่วมมือที่สั่งสมมาอย่างยาวนานไปสู่การปฏิบัติจริง

ศักยภาพความร่วมมือครอบคลุม 7 ประเด็นหลัก
การประชุมเข้าร่วมหารือภายใต้เจตนารมณ์ของอาเซียน (ASEAN spirit) และระบุถึงศักยภาพความร่วมมือที่กว้างขวางใน 7 ประเด็นสำคัญ เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกและนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองในพื้นที่ชายแดนมาเลเซีย-ไทย ได้แก่

1.การศึกษา การพัฒนาศูนย์ TVET (อาชีวศึกษาและฝึกอบรมเทคนิค) ข้ามพรมแดน และโครงการแลกเปลี่ยน
2.เกษตรกรรม การริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนและฝึกอบรมเกษตรกร และการจัดตั้งเครือข่ายอุปทานและการกระจายอาหารข้ามพรมแดน การปลูกผักพืชสวนครัวให้มีปริมาณพอแก่การบริโภคในประเทศและสามารถนำไปจำหน่ายส่งออกนอกประเทศได้
3.การท่องเที่ยว การพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรเชิงนิเวศ และการส่งเสริมเส้นทางมรดกไทย-มาเลเซีย อนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมดั่งเดิม คงอยู่และสืบทอดชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
4.การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร (Media/Information Exchange)
5.การค้าทวิภาคี (Bilateral Trade) การสร้าง ศูนย์กลางโลจิสติกส์ฮาลาล และการจัดงานแสดงสินค้าข้ามพรมแดน
6.การขจัดความยากจน (Eradicate Poverty) การสร้างศูนย์ทักษะและ TVET ชนบทข้ามพรมแดน และโครงการบูรณาการความมั่นคงทางอาหาร
7.ทุเรียนอาเซียน (ASEAN Durian) การจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทุเรียนอาเซียน และการเร่งรัดการรับรองฮาลาลทุเรียนข้ามพรมแดน

โดยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์นี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการบูรณาการระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของทั้งรัฐเปรักประเทศมาเลเซียและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยได้ในระยะยาว อย่างมั่นคง มั่นคั่งและยั่งยืนตลอดไป

นางสาวกนกรัตน์ พงษ์ธัญญะวิริยะ (ผู้ช่วยเลขาธิการ) ศอ.บต. กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยในนามของ ศอ.บต.สื่อมวลชนทั้งหลาย ก็จะนำความคิดเห็นทั้งหลายนี้กลับไปยังประเทศไทยเพื่อที่นำเสนอของผู้บริหารในระดับสูงอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะนำเรียนในส่วนของความสัมพันธ์ที่เราสามารถเดินก้าวต่อไปได้เพื่อความสัมพันธ์ ความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืนตามที่ได้มีกันไว้เมื่อ8 ปีที่แล้วและก็ในส่วนรายละเอียดนี้เดี่ยวเราก็จะมีการคุยในรายละเอียดต่อไป

นราธิวาส-มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำ กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญ พร้อมรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก ณัฏฐพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมการประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้มีการปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 8 กิจสำคัญตามนโยบายกรอบของแนวทางขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึง ปฏิบัติภารกิจเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top