ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เรียกร้องหยุดความรุนแรง และส่งเสียงเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
‘ฐปณีย์’ ร่วมประณาม!! หยุดความรุนแรง การสังหาร เข่นฆ่า ประชาชนผู้บริสุทธิ์
‘ฐปณีย์’ ร่วมประณาม!! หยุดความรุนแรง การสังหาร เข่นฆ่า ประชาชนผู้บริสุทธิ์
(25 พ.ค. 68) นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนไทยเดินทางเยือนมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 24–28 พฤษภาคม 2568 จัดกิจกรรมโรดโชว์สานสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย–จีนต่อเนื่อง พร้อมผู้แทนราชการ นักธุรกิจ และนักวิชาการ หวังขยายความร่วมมือด้านการค้า เทคโนโลยี และการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเด่นของภาคใต้ไทย
ไฮไลต์ของภารกิจคือการจัดงาน “Southern Thailand Night” เปิดเวทีส่งเสริมการลงทุนภาคใต้ ชูจุดแข็งของ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในฐานะสะพานเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน หวังดึงดูดนักลงทุนจีนสู่โครงการ Rubber City และนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล
นอกจากนี้ คณะยังมีกำหนดเยี่ยมชมกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีล้ำสมัยของจีน เช่น อุตสาหกรรมโดรน ยางสมัยใหม่ เมืองจัดการพลังงาน และศูนย์เกษตรอัจฉริยะ เพื่อศึกษาต้นแบบพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ของไทยในอนาคต โดยหวังให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม สร้างอาชีพและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส แห่เข้าร่วมโครงการ “มอบรอยยิ้ม ด้วยหัวใจ ไทยเดียวกัน” ของหน่วยทันตแพทย์จิตอาสามูลนิธิบุญญานุภาพซึ่งเป็นหน่วยทันตกรรมของเอกชน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดห้วยไคร้ใหม่ ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเป็นหน่วยทันตกรรมครบวงจร มาให้บริการทางด้านการอุดฟัน ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ตกแต่งกระดูก รักษาคลองรากฟัน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการ ทันตอนามัยการดูแลสุขภาพช่องปากและวิธีการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพในช่องปาก แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะกลุ่มพระภิกษุ ผู้นำศาสนา สามเณร แม่ชี และบุคคลทั่วไป ที่มีความจำเจ็บแต่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการบริการทางด้านทันกรรม ดำเนินงานภายใต้หลักเมตตาธรรมแบบครบวงจร โดยไม่คิดมูลค่า และให้บริการใส่ฟันทุกประเภท โดยเฉพาะการใส่ฟันให้กับ พระภิกษุ สามเณร แม่ชีซึ่งให้บริการฟรีโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้หน่วยทันกรรมเคลื่อนที่จัดโครงการในวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกีรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยพลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค4ส่วนหน้า ( ผอ.รมน.ภาค4 สน.) เป็นประธานเปิดพิธี กลุ่มเป้าหมายที่มารับบริการ จำนวน 600 คน วันที่28 พ.ค 2568 ประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่ จำนวน 300 คน และวันที่29 พ.ค 2568 ช่วงเช้า พระภิกษุ/ ผู้นำศาสนาจำนวน100คน และประชาชน 50คน ช่วงบ่าย ประชาชน จำนวน 150 คน รวม 600 คน
สำหรับหน่วยทันตกรรมบุญญานุภาพ ก่อตั้งขึ้น เมื่อ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559 โดย พล.ต.ทพ. รังรักษ์ อิงอร่าม ที่ปรึกษากองทันตกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า หลังจากเสร็จภารกิจออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ที่วัดห้วยไคร้ใหม่ ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก็ได้นำเก้าอี้ทำฟันตัวแรก ซึ่งบริจาคโดยคุณหญิงรัตนาภรณ์ มรูสุวรรณ เข้าติดตั้งในอาคารอำนวยการ ของโครงการบ้านพักคนชรา วัดห้วยไคร้ใหม่ โดยอยู่ในความอุปถัมภ์ของ ท่านพระเดชพระคุณ พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่สาย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุงและวัดห้วยไคร้ใหม่ ด้วยบารมีของท่านเจ้าคุณพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ หน่วยทันตกรรมบุญญานุภาพได้ทำข้อตกลง ความร่วมมือ กับ ทางโรงพยาบาลแม่สาย และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยไคร้ ที่เข้ามาร่วมดำเนินงาน และให้การสนับสนุนวัสดุทันตกรรมบางส่วน โดยบรรจุหน่วยทันตกรรมบุญญานุภาพ เป็นหน่วยย่อยของโครงการออกหน่วย บริการชุมชนของอำเภอแม่สาย ทั้งยังส่งกำลังพลมาช่วยปฏิบัติงานทุกๆเดือน และช่วยดูแลติดตามผลการทำงานของหน่วยฯ ทำให้หน่วยฯ ทำงานด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวล กับปัญหาที่อาจเกิดตามมาภายหลังการทำงาน เหมือนกับหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ทั่วๆไปการปฏิบัติงาน ปัจจุบันเราให้การบริการทุก ๆ เดือน เดือนละ 2 วัน จะเป็นวันจันทร์ และอังคารสัปดาห์ที่ 3

นาวาเอก ยุทธนา สระดี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส ฝ่ายทหาร ได้รับความร่วมมือจากกองอำนวยการการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส ศูนย์สันติวิธี หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือศูนย์ประสานการแพทย์จังหวัดชายแดนใต้ โรงเรียนนราธิวาสการบริบาล กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด,โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, องค์การบริหารส่วนจังหวัด,การประปาส่วนภูมิภาค สาขานราธิวาส บริษัทพิธานพานิชย์ มีทีมทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่จิตอาสา เป็นกุศลยึดมั่นในหลัก “ให้ด้วยใจ ไทยเดียวกัน” เพื่อสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขและสุขภาพช่องปากที่ดีแก่ทุกคน




(15 มิ.ย. 68) เวลา 09.00 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.4916 ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ม.2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา
จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และเสียชีวิต 1 นาย ได้แก่ อส.ทพ.ฮัมรู สะมะแอ ส่วนผู้บาดเจ็บ อส.ทพ.อับดุลรอมัน จิใจ ,อส.ทพ.อังศกร สุขสมาน ,อส.ทพ.อินทรี โตมร ,อส.ทพ.ศราวุฒิ เลี่ยนเส้ง ,อส.ทพ.นันทวัฒน์ รงรักษ์ อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์อย่างใกล้ชิดและอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำกระเช้าเยี่ยมจาก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และเงินบำรุงขวัญมอบให้ผู้บาดเจ็บ พร้อมสอบถามเหตุการณ์และกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญ เสียสละของกำลังพล และย้ำว่า รัฐบาลและผู้บังคับบัญชาทุกระดับพร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และการดูแลฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์ นำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันเดินหน้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส
(20 มิ.ย. 68) รัฐบาลมาเลเซียกำลังพิจารณาสร้างกำแพงและติดกล้องวงจรปิดบริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศไทย โดยเฉพาะในรัฐกลันตัน ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดนราธิวาส เพื่อควบคุมการลักลอบขนยาเสพติดและรักษาความมั่นคงของชาติ
ชัมซูล อานูอาร์ นาซาราห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย ระบุว่าการควบคุมชายแดนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้ชายแดนรั่วไหล จะนำไปสู่ปัญหายาเสพติดและความรุนแรง พร้อมเผยว่ากำลังตรวจสอบข้อมูลข่าวกรองเพื่อวางจุดติดตั้งกล้องและโครงสร้างรักษาความปลอดภัย
เขาย้ำว่านโยบายนี้ไม่เพียงคุ้มครองพื้นที่ชายแดน แต่มีผลในระดับประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้ประเทศปลอดภัย ควบคุมได้ และไม่ถูกคุกคามจากภายนอกได้ง่าย
ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตันเสนอให้สร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งยาวราว 45 กิโลเมตร ชี้ว่าเป็นมาตรการควบคุมชายแดนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังตำรวจนราธิวาสที่บาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายสากอ-แว้ง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จำนวน 6 นาย ขณะนี้ทุกนายพ้นขีดอันตรายและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนี้
1. ว่าที่ร้อยตำรวจตรี วุฒิชัน แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
2. ดาบตำรวจ จิระ จุลนิล มีบาดแผลบริเวณใบหู แก้ม ปวดหัว แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
3. ดาบตำรวจ มะซากี มามุ มีบาดแผลบนใบหน้า ปากเย็บ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
4. ดาบตำรวจ กูมหาเดร์ กูเง๊าะ มีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดีช่วยเหลือตัวเองได้
5. จ่าสิบตำรวจ ชายดี เจ๊ะเปาะสู แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
6. สิบตำรวจตรี โมฮเซน อาลีโต๊ะมะ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี

ในการนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ ได้สอบถามอาการผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจ ขอให้ผู้บาดเจ็บทุกนายรักษาสุขภาพ ร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งโดยเร็ว ขอให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทีมแพทย์พยาบาล พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องสิทธิสวัสดิการให้เร็วที่สุด ยืนยันทุกภาคเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด พร้อมฝากทีมแพทย์ พยาบาล ดูแลใส่ใจใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



(12 ส.ค. 68) พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน จ.นราธิวาส หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลักลอบขนอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ไทย
จากนั้นได้ประชุมเร่งด่วนกับชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนสกัดกั้น เน้นปิดเส้นทางลำเลียง เพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทำงานประสานกับหน่วยความมั่นคงของมาเลเซีย
แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่าการควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลข่าวกรองนำการทำงาน เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเพิ่มศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ
สำหรับ แผนปฏิบัติจะมุ่งประเมินเส้นทางลำเลียง จุดซ่อนต่างๆ และพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบ พร้อมเตรียมมาตรการตอบสนองทันทีหากพบความพยายามเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าสู่ประเทศ

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดนจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานและปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ลักลอบขนย้ายอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทย

การบินสำรวจในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินเส้นทางลำเลียง การซ่อนเร้น และจุดเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนอาวุธ พร้อมตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นที่ป่า การตั้งฐานที่มั่นของหน่วยลาดตระเวน และความพร้อมของจุดตรวจชายแดน

ภายหลังภารกิจทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมเร่งด่วนกับ ชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นในพื้นที่สำคัญ เน้นการปิดเส้นทางลำเลียง การเพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน และการทำงานประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นตัวขับเคลื่อนแผนปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีโอกาสเสริมศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ได้






เมื่อวานนี้ ( 18 ก.ย.68) ที่ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายอำเภอสุไหงปาดี, กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, และบุคลากรโรงพยาบาลสุไหงโก- ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4811 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ขณะลาดตระเวน รปภ. เส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 4056 บ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก มีแผลฉีกขาดตามร่างกายและบริเวณหลังศรีษะ รู้สึกตัวดี
2. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
3. อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ขาซ้ายบวมผิดรูป รู้สึกตัวดี
4. อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
5. อส.ทพ.ธีรพงษ์ หรมพัด อายุ 34 ปี มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี




โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 รายๆละ 3,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 รายๆ ละ 2,000 บาท

เปลี่ยนผ่านอย่างสมเกียรติ กำลังพลพร้อมเดินหน้าภายใต้การนำผู้การคนใหม่จากรุ่นสู่รุ่นความเข้มแข็งไม่เคยเสื่อมคลาย กรมทหารราบที่ 3 พร้อมภายใต้ผู้บังคับบัญชาผู้นำใหม่เคียงข้างกำลังพล สู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี
(1 ต.ค.68) เวลา 09.00 น. นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.กรม ร.3 พล.นย./ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้เดินทางมายัง กองพลนาวิกโยธิน หมู่ 10 ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อจัดพิธีรับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา และส่งมอบตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินภาคใต้ ให้กับนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา หลังได้รับตำแหน่งใหม่
สำหรับประวัติความเป็นมา ของนาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 1. นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่33 นักเรียนนายเรือรุ่นที่90
2.รับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
3. ประวัติการศึกษา ท่านศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน รุ่นที่31 เสนาธิการทหารบก รุ่นที่86 การบริหารงานและงบประมาณ (ระดับผู้บริหาร) รุ่นที่24 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่53 และนายทหารส่งกำลังบำรุง ระดับผู้บริหาร

4.รับราชการในตำแหน่งสำคัญ คือ
–ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อยปืนเล็กที่3 กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่4 กองพันทหารราบที่1 กรททหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนยกพลขึ้นบก กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการและบริการ กองพันทหารราบที่8 กรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน
หัวหน้ากำลังพล กองกำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- ผู้บังคับทหารราบที่3 กรมทหารราบที่1 กองพลนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยสรรพาวุธทหารเรือ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน
-หัวหน้ากองโครงการงบประมาณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
-ผู้บังคับกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสัตหีบ กรมรักษาความปลอดภัยนาวิกโยธิน หน่วยบัญชานาวิกโยธิน และ ผู้อำนวยการกองส่งกำลังบำรุง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
5. รับราชการสนามในตำแหน่งสำคัญคือ
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน411
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
-หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง กองป้องกันชายแดนจันทบุรี ตราด
-ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน
6. ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ คนปัจจุบัน



นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งในวันนี้และจะได้มาทำงานกับพวกเราต่อไป สำหรับการปฏิบัติของกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธินหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นมา เราได้สร้างเกียรติประวัติรวมถึงตราดตรำทำงานในพื้นที่มา ยังมีในอดีต พี่ๆน้องๆเราได้ สูญเสียและเสียสละ เพื่อที่จะดำรงเกียรติยศความเป็นทหารรวมถึงการควบคลุมพื้นที่เราอยู่กับประชาชนเรามีพื้นที่รับผิดชอบเราเป็นทหารกองทัพเรือได้ส่งพวกเราให้มาอยู่ที่นี่พวกเราทุกคนเป็นตัวแทนของกองทัพเรือทุกคนทำหน้าที่ต่างกันและมีความรับผิดชอบต่างกันเพราะฉะนั้น “ความจงรักภักดีรู้หน้าที่มีวินัย” ที่ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินให้พวกเราไว้ ให้นำยึดถือมาปฏิบัติ และผมขอความร่วมมือในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ2569นี้ ขอให้พวกท่านร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ ที่จะปฏิบัติ งาน และก็ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี อย่าได้มีการสูญเสีย รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ของให้มีแต่ความสงบเรียบร้อยมีวินัยและการทำงานเป็นทีมจะเป็นการรวมใจสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานของพวกเราทุกคน