Thursday, 4 June 2026
ทหาร

‘ฟอน ฝ้าฟาง’ ชวนจับตาเลือกตั้งครั้งหน้า หลังเยาวชนหันมาศรัทธาทหาร–รักชาติศาสน์กษัตริย์

(17 ก.ย.68) นายวีระ สุดสังข์ หรือ 'ฟอน ฝ้าฟาง' ศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 อดีตครูสอนภาษาไทย นักเขียนอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลและสโมสรนักเขียนภาคอีสาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมนึกถึงเยาวชนกลุ่ม 3 นิ้ว เมื่อปี 2563-64 ที่จะปฏิรูปสถาบัน ที่เกลียดทหาร ที่เกลียดระบบ ที่เกลียดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนฮึกเหิมละเมิดกฎหมายหลายอย่างรวมทั้งมาตรา 112 ตอนนี้อยู่ในเรือนจำก็หลายคนและคนที่เสียชีวิตไปก็มีเหมือนกัน

เวลาผ่านไปเพียง 3-4 ปีจนถึงปี 2568 กลุ่มเยาวชนซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับกลุ่ม 3 นิ้วในสมัยนั้น หันมาชื่นชมทหาร ศรัทธาบทบาทของทหารและมีอารมณ์ร่วมกับทหารในการปกป้องประเทศชาติและอธิปไตยของไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง 2 กลุ่มนี้แล้วแทบจะกล่าวได้ว่าอยู่คนละซีกคนละโซนกันเลย ซึ่งผมพยายามคิดหาคำตอบอยู่ว่า มันคือปรากฏการณ์อะไร?และผมก็หาคำตอบยังไม่ได้

แต่มีหลายพรรคการเมืองที่ตระหนกตกใจกับปรากฏการณ์นี้ เพราะคนกลุ่มนี้มีสิทธิ์เลือกตั้งภายในปีสองปีข้างหน้านี้หรือหลายคนมีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แน่นอนว่าหากมีการชี้นำจากทหาร ให้เลือกพรรคที่เน้นรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ย่อมส่งผลต่อพรรคการเมืองเหล่านั้นอย่างแน่นอน

จึงไม่แปลกใจอะไรที่แกนนำบางพรรคการเมืองออกมาแสดงความเห็นเชิงคัดค้านทหาร พยายามโจมตีทหาร พยายามขัดความศรัทธาที่มีต่อทหาร ผลจะเป็นอย่างไรผมไม่ทราบได้ ในฐานะคนรุ่นเก่าก็ได้แต่เฝ้าดูอย่างไม่วางตา"

‘อนุทิน’ ย้ำปิดด่านชายแดนต่อ มอบอำนาจทหาร ตัดสินใจเต็มที่!! ยันรัฐบาลหนุนกองทัพ 100%

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 68) ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่าได้หารือกับกองทัพแล้ว และมอบอำนาจให้ทหารตัดสินใจเต็มที่ รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนด้านการทูตและการเจรจาตามความจำเป็น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องผู้นำต่างประเทศพยายามล็อบบี้ ย้ำว่า “ไม่มีใครล็อบบี้ผมได้” และยืนยันว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเท่านั้น เงื่อนไขใด ๆ จะถูกยอมรับก็ต่อเมื่อคู่เจรจายอมตามข้อกำหนดของไทย

สำหรับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ที่ยังมีเหตุความไม่สงบจากฝั่งกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า หากยังมีการใช้โล่มนุษย์หรือกดดันด้วยอาวุธ จะไม่มีการเจรจาใด ๆ ด่านชายแดนจะปิดต่อไป และรัฐบาลอาจเพิ่มมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นหากจำเป็น

ครองอำนาจด้วยเงา!! ปกครองด้วยทุน ผูกขาด!! ด้วยเครือญาติ ไม่ได้ปกครองเพื่อชาติ!! แต่เพื่อราชวงศ์ อำนาจของตนเอง

‘ฮุนเซนโมเดล’ คือแบบแผนการเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทุกโอกาสเพื่อสร้างอำนาจและรักษาเก้าอี้ให้นานที่สุด จุดเริ่มต้นของ Hun Sen (ฮุน เซน) มาจากการเป็นนายทหารเขมรแดง แต่เมื่อเห็นว่าระบอบนั้นไม่อาจนำไปสู่ความมั่นคงของตนเอง เขาก็เลือกตีจากไปพึ่งเวียดนาม และใช้เวียดนามเป็นบันไดกลับเข้าสู่อำนาจในกัมพูชา กลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนข้างเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ใด ๆ หากแต่เพื่อเปิดทางสู่การเป็นผู้กำหนดเกมการเมืองในอนาคต

เมื่อได้อำนาจกลับคืนมา ฮุน เซน ใช้วิธีสร้างเกราะป้องกันให้ตนเองโดยการดึงผู้นำที่อ่อนแอหรือสถาบันที่มีภาพลักษณ์ชอบธรรมมาไว้ข้างตัว ภายนอกดูเหมือนว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนและจงรักภักดี แต่แท้จริงแล้วเขาคือผู้ควบคุมเกมอยู่เบื้องหลัง พร้อมค่อย ๆ ดูดซับทั้งกองทัพ กลไกรัฐ และเศรษฐกิจเข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจของตน วิธีนี้ทำให้เขาสามารถอยู่ในอำนาจยาวนานโดยไม่ต้องเผชิญแรงต่อต้านโดยตรง เพราะภาพลักษณ์ถูกบังด้วย ‘เจ้านาย’ หรือ ‘สถาบัน’ ที่อยู่เบื้องหน้า

ในระยะยาว ฮุนเซนโมเดลไม่ได้หยุดเพียงแค่การรวบอำนาจ แต่ยังขยายไปสู่การสร้าง ‘ราชวงศ์ธุรกิจ–การเมือง’ ที่สืบทอดต่อกันได้ในครอบครัว เครือญาติของเขาควบคุมทั้งการเมือง กองทัพ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่สื่อพลังงาน ธุรกิจคาสิโน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติ สิ่งนี้ทำให้โมเดลของฮุน เซน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเมือง หากแต่เป็นระบบที่รวมการเมือง เศรษฐกิจ และครอบครัวเข้าด้วยกัน เพื่อให้การครองอำนาจดำเนินต่อไปอย่างมั่นคงและยาวนาน

ผบ.ทอ. ลั่นไม่มีเวลาเลี้ยงฉลอง-ยินดีรับตำแหน่ง เพราะยังมีทหารปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน สั่งหน่วยขึ้นตรง ทอ. เตรียมพร้อมปฏิบัติ ย้ำ เราไม่ต้องการสงคราม แต่ถ้าต้องการสันติภาพ ต้องพร้อมรบ

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) คนใหม่ แถลงข่าวสั้นๆ กับสื่อทันทีหลังรับตำแหน่งจาก พล.อ.อ.พันธ์ภักดี  พัฒนกุล  ที่เกษียณราชการ ว่า ผมตั้งปณิธานไว้ว่าผมจะกระทำทุกวิถีทางโดยหน้าที่ ความรับผิดชอบ  และอำนาจที่ผมมี สานต่อแนวทางที่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ทำให้กองทัพอากาศเป็นกองทัพอากาศที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกด้าน

“ผมไม่คิดว่า ผมจะมีเวลาที่จะมาเลี้ยงฉลองการรับตำแหน่ง หรือแสดงความยินดีใดๆ ในขณะที่ยังคงมีพี่น้องทหารของเราอยู่ที่ชายแดน เพื่อรักษาอธิปไตย อยู่ทุกวันทุกคืน สิ่งแรกที่ผมจะกระทำ คือสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทั้งหมด เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจทันที เมื่อได้รับคำสั่ง”

ผมคิดว่า “เราไม่ได้ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพ เราต้อง ‘พร้อมรบ’  ครับ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพอากาศ ครับ”

แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ 'กัน จอมพลัง' กลางงานแถลงข่าว เชื่อเป็นคนดี ไม่ใช่คนโกง

(24 ต.ค. 68) ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ แถลงข่าวชี้แจงประเด็นเงินบริจาค หลังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส และความสัมพันธ์กับนักการเมือง โดยมี น.ส.กาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิฯ พร้อม 'กัน จอมพลัง' ร่วมชี้แจงต่อสื่อมวลชน ถึงกระแสข่าวที่ไม่มีชื่อเจ้าตัวเป็นกรรมการในมูลนิธิ

โดยระหว่างการแถลงข่าว ได้มีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจ 'กัน จอมพลัง' พร้อมกล่าวว่า สังคมไม่ควรตัดสินจากภาพลักษณ์ภายนอก เพราะที่ผ่านมา 'กัน' เป็นคนลงมือทำจริงในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงไฟไหม้ เหตุ สตง.ถล่ม หรือช่วงวิกฤตต่าง ๆ ที่มักเห็นเจ้าตัวช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ FC รายหนึ่งกล่าวด้วยว่า “หน้าอย่างนี้เหรอจะโกง” พร้อมชี้ว่าในสังคมมีคนพูดมากแต่ไม่ทำ ขณะที่ 'กัน จอมพลัง' เป็นคนที่เสี่ยงเอง ลงมือเอง เพื่อช่วยเหลือทหารและประชาชน จึงควรมองที่ผลลัพธ์ของการกระทำ ไม่ใช่คำพูดหรือข่าวลือ

ทั้งนี้ แฟนคลับย้ำว่า การจดทะเบียนมูลนิธิเป็นเรื่องทางกฎหมาย เพื่อให้รับบริจาคได้อย่างถูกต้อง และเชื่อว่ากันจอมพลังตั้งใจทำเพื่อสังคมมากกว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตัว พร้อมเรียกร้องให้สังคมส่งเสริมคนที่ลงมือทำจริง มากกว่าจะโจมตีโดยไม่มีหลักฐาน

สหรัฐฯ ส่อค้างเงินเดือนทหาร จากเหตุรัฐบาล ‘ชัตดาวน์’ ยืดเยื้อ อาจยาวไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ‘ทรัมป์’ สบโอกาสลดคน–ตัดงบประมาณ

(27 ต.ค. 68) สหรัฐฯ อาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนทหารได้ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 หากสถานการณ์ “ชัตดาวน์รัฐบาล” ยังยืดเยื้อ ตามคำเตือนของนายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่า “เราอาจยังพอจ่ายได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่หลังจากนั้น ทหารและเจ้าหน้าที่ที่เสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศจะไม่ได้รับเงินเดือน”

ด้าน นางแอนนา พอลลินา ลูนา (Anna Paulina Luna) สมาชิกสภาคองเกรส ระบุว่า วิกฤตชัตดาวน์ครั้งนี้อาจยาวไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากสภาคองเกรสยังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณประจำปีได้ ทำให้หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราว

ทั้งนี้ ปีงบประมาณใหม่ของสหรัฐฯ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังไร้งบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า อาจใช้สถานการณ์ชัตดาวน์ครั้งนี้ในการปรับลดเจ้าหน้าที่และงบประมาณ โดยโยนความรับผิดชอบให้กับพรรคเดโมแครตที่เป็นฝ่ายคัดค้านในสภา



 

เขมรไม่ถอนทหาร!! ‘ปราชญ์ สามสี’ เปิดข้อเท็จจริงใหม่ ‘กัมพูชา’ ถอนกำลังหลอกชาวโลก ขัดข้อตกลงสนธิสัญญาสันติภาพ แต่ไทยยังยึดมั่นในแนวทางสันติ

(5 พ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ปราชญ์ สามสี’ โพสต์ข้อเท็จจริงเรื่องโพสต์กัมพูชาได้โพสต์อ้างว่า “ไม่มีการซ้อมถอนทหารออกจากพื้นที่ชายแดน” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ ขัดกับข้อตกลงสันติภาพและมาตรการลดความตึงเครียดที่ทั้งสองฝ่ายเคยยืนยันร่วมกัน ตามหลักการของสนธิสัญญาสันติภาพ 

กัมพูชามีพันธกรณีต้องถอนกำลังออกจากเขตพิพาท และไม่ดำเนินการทางทหารที่เปลี่ยนสถานะพื้นที่เดิม แต่กลับมีการเผยแพร่คลิปยืนยันว่าจะ “ไม่ถอนทหาร” ซึ่งถือเป็นการ ไม่ปฏิบัติตามพันธะที่ให้ไว้ในระดับระหว่างประเทศ ประเทศไทยยังยึดมั่นในแนวทางสันติ และรอให้กัมพูชาเคารพคำมั่นที่ให้ไว้ต่อประชาคมโลก

เสียชีวิตแล้วทะลุ “หนึ่งล้านนาย” “ลาฟรอฟ” ชี้ความสูญเสียยังเพิ่มต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตยืดเยื้อ ไม่เห็นจุดสิ้นสุด รัสเซีย–สหรัฐฯ ถกยาวหาทางแก้ปัญหา

(12 ธ.ย. 68) เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่ากองทัพยูเครนมีความสูญเสียด้านกำลังคนเกินหนึ่งล้านรายแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลเคียฟได้เปลี่ยนจากกองกำลังที่มีอุดมการณ์มาสู่ “องค์กรอาชญากรรม” ที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชัน ลากผู้สนับสนุนต่างชาติให้ถลำลึกตามไปด้วย ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด

ลาฟรอฟกล่าวต่อว่า ยุโรปไม่ได้หารือถึงสาเหตุรากเหง้าของวิกฤตยูเครน แต่เพียงต้องการ “หยุดพักชั่วคราว” เพื่อซื้อเวลาในการส่งอาวุธและเงินทุนให้เคียฟ ขณะที่การเจรจาระหว่างรัสเซียและสหรัฐมุ่งเป้าสู่การจัดการสันติภาพระยะยาวที่แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ รวมถึงการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงร่วมกัน

ความตึงเครียดยังซ้ำเติมด้วยกระแสอื้อฉาวคอร์รัปชันในยูเครน ซึ่งลาฟรอฟเชื่อว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีจำเป็นต้องยืดความขัดแย้งเพื่อความอยู่รอดทางการเมืองและอาจรวมถึงชีวิตส่วนตัว นอกจากนี้รัสเซียระบุว่าได้ส่งคืนศพทหารยูเครนกว่า 11,000 นาย ขณะที่ได้รับศพทหารรัสเซียกลับมาเพียง 201 นาย

ลาฟรอฟยังเปิดเผยถึง “ความเข้าใจร่วม” ที่รัสเซียและสหรัฐเคยบรรลุในอลาสกา ซึ่งระบุว่ายูเครนควรกลับไปสู่สถานะ “เป็นกลาง–ไม่สังกัดฝ่ายใด–ไม่ใช่อำนาจนิวเคลียร์” โดยล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันว่าข้อเข้าใจดังกล่าวยังคงใช้เป็นพื้นฐานได้ พร้อมกันนี้รัสเซียได้เสนอมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงเพื่อผลักดันสันติภาพถาวรในอนาคต

ด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศ ลาฟรอฟกล่าวหารัฐตะวันตกว่ากำลังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเพื่อขัดขวางความพยายามเจรจา และเตือนว่าทรัพยากรทางทหาร–การเงินของชาติตะวันตกที่ใช้สนับสนุนสงครามตัวแทนกำลังร่อยหรอ พร้อมระบุว่าบางประเทศกำลังใช้ความตึงเครียดในยูเครนบังปัญหาในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะวิกฤตปาเลสไตน์ซึ่งยังเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกอยู่ในขณะนี้


ที่มา : Sputnik
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top