Thursday, 4 June 2026
ญี่ปุ่น

OTOP ไทยครองใจชาวญี่ปุ่น กรมการพัฒนาชุมชนปลื้ม ยอดขาย Thai Festival 2026 ทะลุเป้า พุ่งสวนตลาดญี่ปุ่น ยอดขายกว่า 2 ล้านบาท สะท้อนพลังคราฟต์ไทยบนเวทีสากล

กรมการพัฒนาชุมชน ปลื้ม OTOP ไทยครองใจชาวญี่ปุ่น กวาดยอดขายทะลุเป้า

ต่อยอดออร์เดอร์–เจรจาการค้า ดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

ระหว่างวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569 ณ สวนโยโยงิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำผู้ประกอบการ OTOP ไทยเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลไทย หรือ Thai Festival 2026 ครั้งที่ 26 งานในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสินค้าไทยจาก “สินค้าชุมชน” สู่ “งานคราฟต์ระดับนานาชาติ” ผ่านการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “OTOP Thai Craft: Beat Your Heart” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีเอกลักษณ์ คุณภาพ และสะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมไทย

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกล่าวว่า งานเทศกาลไทย ณ กรุงโตเกียว นับเป็นเทศกาลไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 300,000 คนต่อปี

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้าและสร้างการรับรู้สินค้า OTOP ไทยในตลาดต่างประเทศ สำหรับการนำผู้ประกอบการสินค้า OTOP จากทั่วประเทศกว่า 23 แบรนด์ชั้นนำ เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยตลอด 2 วันของการจัดงาน สามารถสร้างยอดจำหน่ายรวม 2,081,370 บาท แบ่งเป็นยอดจำหน่ายสินค้าภายในงาน 1,966,570 บาท และยอดสั่งซื้อเพิ่มเติม (Order) อีก 114,800 บาท ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ระฆังทอง จ.อุบลราชธานี มียอดจำหน่ายสูงกว่า 269,780 บาท รองลงมา ได้แก่ พรีม่าเพิร์ล จ.ภูเก็ต จำหน่ายได้ 177,325 บาท อันดับ 3 กลุ่มแปรรูปผ้าย้อมสีธรรมชาติ Indygo จ.สกลนคร จำหน่ายได้ 111,889 บาท สะท้อนความนิยมของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์ และมีเรื่องราวของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น อาทิ Asia Super Store ซุปเปอร์มาเก็ตไทยขนาดใหญ่ ที่มีสาขาทั้งในโตเกียวและโอซาก้า โดยความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและต่อยอดความร่วมมือในอนาคต ควบคู่กับกิจกรรม Workshop และการสาธิตผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อสินค้า

ความสำเร็จของการดำเนินงานครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของสินค้า OTOP ไทยในตลาดต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบในทุกมิติ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

“จีน” เมินสาร ‘ทากาอิจิ’!! สะท้อนรอยร้าว ปักกิ่ง–โตเกียว ปมไต้หวันและญี่ปุ่นหวนเสริมกำลังทหาร ปักกิ่งเลี่ยงรับสารทากาอิจิ ขณะรายงานสีจิ้นผิงฉุนหนักถึงทรัมป์

Nikkei Asia ออกบทวิเคราะห์ “จีนเมินสารแสดงความเสียใจของทากาอิจิ เหตุเหมืองถ่านหินระเบิด

สี จิ้นผิง ฉุนทรัมป์ ปมญี่ปุ่น “หวนติดอาวุธ” ภายใต้รัฐบาลทากาอิจิ ถูกปิดเงียบ

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังเกิดความเคลื่อนไหวทางการทูตหลายด้านภายหลังการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยจุดที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือท่าทีของจีนต่อคำแสดงความเสียใจจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทากาอิจิ ต่อเหตุระเบิดเหมืองถ่านหินในมณฑลซานซี ซึ่งคร่าชีวิตคนงานจำนวนมากและถูกมองว่าเป็นอุบัติเหตุเหมืองร้ายแรงที่สุดของจีนในรอบ 17 ปี

ทากาอิจิส่งสารแสดงความเสียใจถึงสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม โดยระบุว่าขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว พร้อมอวยพรให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว และหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้มากที่สุด ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงปักกิ่ง รวมถึงสถานกงสุลญี่ปุ่นทั่วจีน และทากาอิจิยังโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เป็นภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีนเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนไม่ได้ประกาศรับสารแสดงความเสียใจดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะที่สื่อหลักของจีนก็ไม่ได้รายงานเรื่องนี้ ทำให้ถูกมองว่าปักกิ่งจงใจเพิกเฉยต่อท่าทีจากผู้นำญี่ปุ่น

รายงานระบุว่า หน่วยงานควบคุมข้อมูลข่าวสารของจีนได้จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับทากาอิจิ ทั้งในเสิร์ชเอนจินและแพลตฟอร์ม AI ของจีน เพื่อควบคุมกระแสความคิดเห็นภายในประเทศ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสารแสดงความเสียใจดังกล่าว ระบบจะขึ้นข้อความปฏิเสธว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้

ต่อมาในวันอังคาร ระบบค้นหาและ AI ของจีนเริ่มแสดงสัญญาณว่าจะเปิดเผยข้อมูลบางส่วน แต่กลับเปลี่ยนไปเป็นข้อความปฏิเสธอีกครั้งในเวลาไม่กี่วินาที สะท้อนความลังเลของฝ่ายจีนในการจัดการประเด็นนี้

แม้จีนจะไม่รายงานสารแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการ แต่กลับอนุญาตให้ปรากฏข่าวเกี่ยวกับโพสต์ X ของทากาอิจิที่อ้างอิงจากสื่อญี่ปุ่นและฮ่องกง เพียงแต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกกดไม่ให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นของผลการค้นหา นอกจากนี้ยังมีบทความวิจารณ์ทากาอิจิเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ซึ่งอ้างอิงความเห็นจากสื่อรัฐบาลจีนปรากฏอยู่ด้วย

ความขัดแย้งระหว่างจีนกับทากาอิจิเริ่มรุนแรงขึ้นหลังเธอกล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า หากจีนโจมตีไต้หวัน อาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น และอาจเปิดทางให้ญี่ปุ่นใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมกับพันธมิตรได้ คำพูดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับรัฐบาลสี จิ้นผิง จนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว และจีนเริ่มโจมตีตัวทากาอิจิอย่างต่อเนื่อง

รายงานวิเคราะห์ว่า การตอบสนองของจีนต่อสารแสดงความเสียใจครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนของปักกิ่ง ซึ่งพยายามรักษาท่าทีแข็งกร้าวต่อญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้ประชาชนจีนเห็นว่า ญี่ปุ่นอาจกำลังส่งสัญญาณปรับท่าทีบางอย่างต่อจีน และยังใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนต่อต้านญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวันอีกครั้ง โดยจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน

ในอดีต การส่งสารแสดงความเสียใจระหว่างผู้นำญี่ปุ่นและจีนเคยช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย แม้ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งหนัก โดยในสมัยนายกรัฐมนตรีจุนอิจิโร โคอิซูมิ ซึ่งเดินทางไปศาลเจ้ายาสุกุนิทุกปีและสร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก อดีตนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีนก็ยังส่งโทรเลขแสดงความเสียใจถึงญี่ปุ่นถึงสองครั้งในปี 2004 จากเหตุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจังหวัดนีงาตะ ซึ่งช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศผ่อนคลายลงชั่วคราว แม้จีนในเวลานั้นจะพยายามไม่ให้สื่อภายในประเทศรายงานเรื่องดังกล่าวมากนักก็ตาม

อีกพัฒนาการสำคัญเกิดขึ้นก่อนทากาอิจิส่งสารแสดงความเสียใจเพียงหนึ่งวัน เมื่อรัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เรียวเซ อาคาซาวะ ได้พบพูดคุยสั้น ๆ กับรัฐมนตรีพาณิชย์จีน หวัง เหวินเทา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปกที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ถือเป็นการติดต่อระดับรัฐมนตรีครั้งแรกนับตั้งแต่กรณีคำพูดเรื่องไต้หวันของทากาอิจิเมื่อเดือนพฤศจิกายน

ขณะเดียวกัน อิวาโอะ โฮริอิ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศญี่ปุ่น ก็ได้พบกับหวัง เหวินเทา เช่นกัน และเรียกร้องให้จีนดูแลความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นในจีน หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดทำร้ายผู้คนในร้านอาหารญี่ปุ่นที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน รวมถึงชาวญี่ปุ่น 2 คน

อีกประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น คือรายงานของหนังสือพิมพ์ Financial Times ที่ระบุว่า สี จิ้นผิง แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อทากาอิจิระหว่างการหารือกับทรัมป์ที่ปักกิ่งเมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคม โดยกล่าวโจมตี “การกลับมาสร้างกองทัพ” ของญี่ปุ่นภายใต้รัฐบาลทากาอิจิ และทรัมป์ได้ออกมาปกป้องผู้นำญี่ปุ่น

รายงานระบุว่า สี จิ้นผิง มีท่าทีรุนแรงและใช้อารมณ์มากเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น จนเจ้าหน้าที่สหรัฐรู้สึกประหลาดใจ และถือเป็นช่วงที่ตึงเครียดที่สุดของการประชุมสุดยอดตลอดสองวัน

รัฐบาลญี่ปุ่นตอบโต้รายงานดังกล่าวทันที โดยโยชิมาสะ ฮายาชิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า ญี่ปุ่นยังคงยึดหลักนโยบายป้องกันประเทศเพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น และรักษาขีดความสามารถทางทหารไว้เพียงเท่าที่จำเป็น

ด้านเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ถูกผู้สื่อข่าว Reuters ถามตรง ๆ ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเด็นในการหารือระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง หรือไม่ และทรัมป์ได้ปกป้องทากาอิจิตามที่มีรายงานจริงหรือไม่ แต่เหมาตอบเพียงว่า รายงานดังกล่าว “ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ฝ่ายจีนมี” พร้อมย้ำว่าจุดยืนของจีนต่อญี่ปุ่นมีความชัดเจน

บทวิเคราะห์มองว่า จีนหลีกเลี่ยงการยืนยันรายงานของ Financial Times เพราะไม่ต้องการยอมรับว่าทรัมป์เข้าข้างทากาอิจิ เนื่องจากจะกระทบต่อภาพลักษณ์ที่จีนพยายามสร้างว่า การประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งประสบความสำเร็จ และสหรัฐเข้าใจจุดยืนของจีนต่อไต้หวัน

รายงานยังระบุว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์ถึงทากาอิจิจากเครื่องบิน Air Force One ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน เพื่อสรุปผลการหารือกับสี จิ้นผิง ทำให้จีนกังวลว่าสหรัฐอาจแบ่งปันรายละเอียดสำคัญให้ญี่ปุ่นรับรู้

เหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การควบคุมข้อมูลของ AI จีน การหลีกเลี่ยงตอบคำถามของกระทรวงต่างประเทศจีน ไปจนถึงรายงานว่าทรัมป์ปกป้องทากาอิจิ ล้วนสะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันทางการทูตและความมั่นคงอย่างหนักในเวลานี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100004281102701/posts/3667666416719359/?rdid=57JNypSETrHZM7ht#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top