Thursday, 4 June 2026
ญี่ปุ่น

สำนักดับเมืองเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เลือกใช้ แอร์บัส H160 เสริมศักยภาพ ภารกิจฉุกเฉิน

(20 ก.ค. 68) สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น สั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์แอร์บัสรุ่น เอช160 (H160) เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานด้านการดับเพลิง การค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการตอบสนองต่อภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะการบินสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฌอง-ลุค แอลฟองซี กรรมการผู้จัดการ แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยา ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญที่ให้ความไว้วางใจเราอย่างต่อเนื่อง ได้เลือกเฮลิคอปเตอร์ H160 สำหรับภารกิจที่มีความสำคัญต่อชุมชน เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ทั้งด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และการออกแบบ ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจที่ท้าทายของหน่วยงานฯ ได้อย่างลงตัว” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามั่นใจว่า H160 จะเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และแอร์บัสยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนภารกิจของสำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะยาว”

เฮลิคอปเตอร์ H160 ลำใหม่นี้จะถูกปรับแต่งเพื่อภารกิจค้นหาและกู้ภัย รวมถึงภารกิจดับเพลิงทางอากาศ โดยสามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้ทั้งถังน้ำแบบแขวนใต้ลำตัว (firefighting bucket) หรือถังน้ำแบบติดตั้งใต้ท้องเครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนการควบคุมไฟป่าของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน

สำนักดับเพลิงเมืองนาโกยาเริ่มนำเฮลิคอปเตอร์มาใช้ในการปฏิบัติงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยเริ่มจากเฮลิคอปเตอร์รุ่น อาลูเอ็ตต์ 3 (Allouette III) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนจากทางอากาศ ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์รุ่น เอเอส365เอ็น3 (AS365N3) ประจำการอยู่สองลำ และเมื่อได้รับมอบ H160 ลำใหม่ หนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้จะปลดประจำการ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของการสนับสนุนภารกิจทางอากาศของเมืองนาโกยา

H160 ถือเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลก ได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน พร้อมมอบความสะดวกสบายเหนือระดับเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ในระดับเดียวกัน รองรับภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงการขนส่งนอกชายฝั่ง ภารกิจค้นหาและกู้ภัย การบินส่วนบุคคลและธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบัน H160 ได้เริ่มปฏิบัติงานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรป

แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานกว่า 65 ปี ปัจจุบันมีเฮลิคอปเตอร์ราว 380 ลำที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจหลากหลายทั่วประเทศ เฮลิคอปเตอร์รุ่น H160 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีใช้งานแล้ว 3 ลำในญี่ปุ่น ได้แก่ 2 ลำสำหรับภารกิจด้านความมั่นคง และอีก 1 ลำสำหรับการรายงานข่าว การสั่งซื้อ H160 เพิ่มในครั้งนี้จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้งานในสมรรถนะและความอเนกประสงค์ของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้

นักวิทย์ฯ เตือน!! ภูเขาไฟในคัมชัตกาเริ่มแสดงสัญญาณผิดปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ ‘รัสเซีย-ญี่ปุ่น-อะแลสกา’

(21 ก.ค. 68) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 3 ครั้งบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ใกล้เมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.4 ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) รายงานว่าอันตรายจากคลื่นสึนามิในคาบสมุทรคัมชัตกาหมดไปแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งในทะเลใกล้เคียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคัมชัตกาและมีประชากรกว่า 160,000 คน แผ่นดินไหวสามครั้งเกิดขึ้นในเวลาเพียง 32 นาที ลึกประมาณ 20 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทางการรัสเซียประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ส่วนฮาวายเองก็ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์ (Lenticular Clouds) ที่หายากเหนือปล่องภูเขาไฟในคัมชัตกา ซึ่งมีลาวาเรืองแสงอยู่ภายใน นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นที่ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นสูงสุดในยูเรเซีย ซึ่งอาจบ่งชี้การเคลื่อนตัวของแมกมาใต้ดินลึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การปะทุครั้งใหญ่หรือไม่ 

‘ทรัมป์’ เซ็นข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นครั้งใหญ่ ลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ 15% แต่ญี่ปุ่นต้องลงทุนมโหฬาร

(23 ก.ค. 68) สหรัฐฯ และญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงทางการค้าใหม่ เพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นจากเดิมที่ทรัมป์ขู่ไว้ 25% เหลือ 15% โดยญี่ปุ่นตกลงจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 550,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 19.8 ล้านล้านบาท) ข้อตกลงนี้ถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดในชุดข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์พยายามเร่งปิดก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งจะมีการขึ้นภาษีรอบใหม่

นอกจากภาษีสินค้านำเข้าทั่วไป ทั้งสองฝ่ายยังตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นจาก 25% เหลือ 15% ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น โดยหุ้นของบริษัทโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันพุ่งขึ้นทันที ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นถึง 2.6% สูงสุดในรอบปี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจกับข้อตกลงนี้ โดยมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีชิ้นส่วนผลิตนอกสหรัฐฯ กลับเสียภาษีน้อยกว่าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกที่ใช้ชิ้นส่วนจากอเมริกาเป็นหลัก

ญี่ปุ่นถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 5 ของสหรัฐฯ โดยในปี 2024 มีมูลค่าการค้ารวมเกือบ 230,000 ล้านดอลลาร์ (8.28 ล้านล้านบาท) และญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยเงินลงทุนโดยตรงกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 43.2 ล้านล้านบาท ล่าสุด ทรัมป์ยังเผยว่า ญี่ปุ่นเตรียมร่วมทุนโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติในอะแลสกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ผลักดันมานาน

อัปเดตสถานการณ์แผ่นดินไหว–สึนามิรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หลายประเทศสั่งอพยพ หลังแผ่นดินไหว 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย

(30 ก.ค. 68)  เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย ทางตะวันออกไกล ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ในญี่ปุ่น เริ่มมีคลื่นสึนามิขนาดประมาณ 40 เซนติเมตรพัดเข้าสู่ชายฝั่งฮอกไกโด โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่ชายฝั่งฝั่งแปซิฟิกซึ่งอาจเผชิญคลื่นสูงถึง 3 เมตร รวมถึงการอพยพเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

สหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยผู้เชี่ยวชาญจากแคลิฟอร์เนียประเมินว่าไม่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายร้ายแรงในทวีปอเมริกา

ด้านรัสเซีย รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายในเขตตะวันออกไกล ขณะที่เมืองท่าซีเวโรคูริลสก์ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่ไหลทะลักเข้าท่วมบางพื้นที่ของเมือง

ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังคงต้องจับตาว่าอาฟเตอร์ช็อกหรือสึนามิลูกอื่นจะตามมาอีกหรือไม่

สถานทูตญี่ปุ่นปัดข่าวส่ง ‘โดรนขับไล่’ ให้ไทย ยันไม่ยุ่งปมชายแดนไทย-เขมร วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม

(6 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชาออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธข่าวลือจากสื่อออนไลน์กัมพูชา ที่อ้างว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหา 'โดรนขับไล่' ให้ไทย โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ ญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนหรือได้รับคำขอดังกล่าวจากไทย

แถลงการณ์ยังระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือเฉพาะในด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้หยุดเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมขอบคุณหากประชาชนที่ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันเคารพข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย และหวังเห็นสันติภาพฟื้นคืนโดยเร็ว เพื่อให้ชาวกัมพูชา และไทยกลับมามีชีวิตปกติอย่างสงบสุขอีกครั้ง

คณะกรรมการมวยญี่ปุ่น (JBC) เรียกประชุมฉุกเฉิน หลังนักมวยเสียชีวิต 2 ราย จากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง

(11 ส.ค. 68) คณะกรรมการมวยสากลญี่ปุ่น (JBC) เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันอังคารนี้ (12 ส.ค.) หลังเกิดเหตุเศร้า นักมวย 2 คนเสียชีวิตจากการชกในรายการเดียวกันเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่โถงโคระคุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว ผู้เสียชีวิตคือ ชิเงโตชิ โคทาริ (Shigetoshi Kotari) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต และ ฮิโรมาสะ อุราคาวะ (Hiromasa Urakawa) รุ่นไลต์เวต ซึ่งทั้งคู่มีอายุ 28 ปี และเสียชีวิตภายหลังผ่าตัดสมอง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า JBC พร้อมด้วยเจ้าของค่ายมวยและผู้เกี่ยวข้อง จะหารือมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในวงการมวย รวมถึงปัญหาการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วที่อาจทำให้สมองเสี่ยงต่อการเลือดออก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องเร่งหาทางป้องกัน

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศแล้ว คือการลดจำนวนยกในศึกชิงแชมป์ของสหพันธ์มวยตะวันออกและแปซิฟิก (OPBF) จาก 12 ยก เหลือ 10 ยก โดยเลขาธิการ JBC ระบุว่า ปัจจุบันนักชกญี่ปุ่นมีพลังการชกสูงขึ้นและสามารถออกหมัดหนักตั้งแต่ยกแรก การชกครบ 12 ยกอาจเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

JBC ยังเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากครูฝึกและผู้ดูแลนักมวย เพื่อหารือเรื่องวิธีลดน้ำหนักและการเตรียมร่างกายก่อนขึ้นชก โดยจะจัดการประชุมเชิงลึกด้านความปลอดภัยอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อหามาตรการระยะยาวลดความเสี่ยงการบาดเจ็บร้ายแรงในอนาคต

‘ญี่ปุ่น’ เสนอกฎหมายจำกัดการใช้ ‘สมาร์ตโฟน’ เล่นได้ไม่เกินวันละ 2 ชม. เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ

(26 ส.ค. 68) ที่เมืองโทโยอาเกะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ทางเทศบาลเมืองได้เสนอร่างข้อบัญญัติเพื่อควบคุมการใช้สมาร์ตโฟน โดยตั้งแนวทางไม่ให้ประชาชนใช้สมาร์ตโฟนเกินวันละ 2 ชั่วโมงในเวลาว่าง ไม่รวมช่วงเวลาที่ใช้เพื่อการเรียนหรือการทำงาน

ร่างข้อบัญญัตินี้ยังเน้นไปที่การดูแลเด็กและเยาวชน โดยแนะนำว่า นักเรียนประถมและเด็กเล็กไม่ควรใช้สมาร์ตโฟนหลังเวลา 21.00 น. ส่วนเด็กโตหรือระดับมัธยมขึ้นไปไม่ควรใช้หลังเวลา 22.00 น. เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ได้มีบทลงโทษทางกฎหมายหากประชาชนฝ่าฝืน โดยเน้นเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลเสียของการใช้สมาร์ตโฟนเกินความจำเป็น

นายกเทศมนตรี มาซาฟุมิ โคกิ (Masafumi Koki) กล่าวต่อสภาเทศบาลว่า การจำกัดเวลา 2 ชั่วโมงเป็นเพียง “แนวทางแนะนำ” เท่านั้น จุดประสงค์หลักคือการส่งเสริมมาตรการป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางร่างกาย และการใช้ชีวิตจากการใช้สมาร์ตโฟนมากเกินไป

‘เตีย เซรยฮา’ ปูด “ญี่ปุ่น” ร้องขอ ไทย-กัมพูชา เปิดด่าน ให้ส่งออกสินค้าไปเขมร หากไม่ทำตามจะย้ายฐานการผลิต

(11 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของ วาสนา นาน่วม สื่อมวลชนสายทหาร ได้โพสต์ข้อความว่า ‘พลเอก เตีย เซรยฮา’ แถลง เปิดเอง “ญี่ปุ่น” ร้องขอ ไทย-กัมพูชา เปิดด่าน ให้ส่งออก-นำเข้า สินค้าที่จำเป็น (แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า เป็นสินค้าประเภทใด ขณะมีรายงานจากว่า เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ สินค้าจำเป็น ที่ญี่ปุ่นลงทุน ในไทย และส่งออกไปเขมร แถมกดดันไทยว่า ไม่เช่นนั้นจะย้ายโรงงานผลิต)

ขณะที่ เขมร พยายาม ทวงถามไทย เรื่อง จัดตั้งAOT คณะผู้สังเกตุการณ์อาเซียน เพื่อมาทำหน้าที่ตรวจสอบการหยุดยิง และถอนอาวุธหนัก แต่ฝ่ายไทย ขอใช้แค่ IOT ผู้สังเกตุการณ์ชั่วคราว ที่มีอยู่แล้ว และกลไกทวิภาคี RBC-GBC

พร้อมเร่งให้ ไทย ปล่อยตัว 18 ทหารเขมร เชลยศึก

ขณะไทย ยัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และ เป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา

พลเอก เตีย เซรยฮา รองนายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงข่าวที่เกาะกง ผลประชุมGBC 5 ข้อ และในตอนหนึ่ง ระบุว่า At the same time, the meeting emphasized on the needs of the return to normalcy, in this regard, with the request from Japan which proposed both countries to consider on the feasibility on reopening border checkpoints for the necessary goods transportation for the maintenance of critical regional supply chains

ทูตญี่ปุ่นครวญ ด่านไทย–กัมพูชา ปิด!! ทำธุรกิจญี่ปุ่นสะดุด การจ้างงานใหม่ติดขัดหนัก

(12 ก.ย. 68) อูเอโนะ อาสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ยอมรับว่าการปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยืดเยื้อส่งผลกระทบหนักต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในกัมพูชา ภายใต้นโยบาย 'ไทยแลนด์พลัสวัน' จนการขยายการจ้างงานใหม่แทบเป็นไปไม่ได้ สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดการเมืองชายแดน

ทูตญี่ปุ่นระบุว่า ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความลำบากให้กับนักลงทุน แต่ยังซ้ำเติมแรงงานกัมพูชามากกว่า 800,000 คน ที่ถูกส่งกลับจากไทยและยังหางานทำไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งยังมีความต้องการแรงงานใหม่ และหวังว่ากระทรวงแรงงานกัมพูชาจะช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงการที่ญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนการฝึกอาชีพเพื่อบรรเทาปัญหา

นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในภูมิภาค แต่ไทยอาจเผชิญความเสี่ยงตกขบวนการลงทุน หากไม่เร่งแก้ปัญหาค่าแรงสูง การขาดแคลนแรงงานฝีมือ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล่าช้า ซึ่งทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชากลายเป็นจุดหมายใหม่ที่น่าดึงดูดกว่า

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย–กัมพูชา ระหว่างวันที่ 7–10 กันยายนที่ผ่านมา มีการหยิบยกเรื่องการเปิดด่านตามคำขอของญี่ปุ่น โดยฝ่ายไทยได้หารือภายในเมื่อ 9 กันยายน แต่ยืนยันว่าการตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบ

คนญี่ปุ่นยกไทยคือประเทศในฝัน…พร้อมยกเป็นต้นแบบ เพราะมีกฎหมายเข้มแข็ง!! ไม่ปล่อยต่างชาติเหนือกว่าคนไทย

(15 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก WA-Japan แชร์เรื่องราวของชาวญี่ปุ่นกำลังพูดถึงประเทศไทยอย่างกว้างขวาง หลังมีโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ที่อธิบายนโยบายไทยเกี่ยวกับชาวต่างชาติ กลายเป็นกระแสไวรัล ยอดแชร์ทะลุ 2 หมื่น และกดไลก์กว่า 1 แสน หลายคนชื่นชมว่าไทยมีระบบที่ “ปกป้องพลเมืองของตนเอง” ได้อย่างเข้มแข็งและสมเหตุสมผล

กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาคนต่างชาติเพิ่มขึ้น ทั้งเหตุวุ่นวายจากนักท่องเที่ยวจีน อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเวียดนาม ปัญหาชาวเคิร์ดพำนักผิดกฎหมาย และความกังวลต่อโครงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกับประเทศในแอฟริกา ทำให้สังคมญี่ปุ่นเริ่มตั้งคำถามต่อ “นโยบายเปิด” ของรัฐบาลตนเอง

บัญชีผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นในไทยได้สรุปกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของไทย เช่น วีซ่าแต่งงานที่สิ้นสุดทันทีหากคู่สมรสเสียชีวิต วีซ่าเกษียณอายุที่ต้องมีเงินฝากหรือรายได้ขั้นต่ำ วีซ่าทำงานที่บังคับให้จ้างคนไทย 4 คนต่อชาวต่างชาติ 1 คน รวมถึงข้อจำกัดด้านการถือหุ้นและการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแตกต่างจากญี่ปุ่นที่เปิดกว้างกว่า

ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากแสดงความอิจฉาและเรียกร้องให้รัฐบาลของตนทำตามไทย บางคอมเมนต์บอกว่า “ไทยปกป้องคนของตัวเองจริงๆ” และ “นักการเมืองญี่ปุ่นควรเอาแบบอย่าง” ขณะที่บางคนเสริมว่ากฎหมายไทยสะท้อนความภาคภูมิใจในเอกราชที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติใด

สำหรับคนไทย กระแสนี้ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจที่ต่างชาติยอมรับ แต่ก็มีคำถามว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้ทำงานจริงหรือไม่ และคุ้มครองพลเมืองได้อย่างที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชมจริงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การถูกมองว่าเป็นประเทศที่ปกป้องคนของตนเอง ก็เป็นแรงกระตุ้นให้ไทยรักษามาตรฐานต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top