Friday, 5 June 2026
ชายแดนไทยกัมพูชา

‘ดร.สุริยะใส’ เตือนระวัง!! ‘สันติภาพปลอม’ ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้!! ประเทศไทย กำลังอยู่ในวงล้อมการแข่งขัน ‘อำนาจโลก’

(3 ส.ค. 68) ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า …

ระวัง! สันติภาพปลอม ๆ บนชายแดนไทย-กัมพูชา: ภัยเงียบที่ไทยต้องเท่าทัน

แม้เสียงปืนจะเงียบลงชั่วคราวจากการปะทะระหว่างกองกำลังไทยกับกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ “ความเงียบ” ครั้งนี้ไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง หากคือ “ฉากหน้า” ที่ปิดบังแรงกระเพื่อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังซัดกระหน่ำภูมิภาคของเราอยู่เบื้องหลัง พื้นที่ชายแดนที่ดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องระหว่างสองประเทศ แท้จริงแล้วได้กลายเป็น “เวทีแข่งขัน” ระหว่างมหาอำนาจโลกไปแล้วอย่างไม่อาจปฏิเสธ

การขยับตัวของสหรัฐฯ และจีน ที่เข้ามามีบทบาทในพื้นที่นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของทั้งสองฝ่าย ที่ต้องการยึดหัวหาดทางทหาร โลจิสติกส์ และทรัพยากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยและกัมพูชาคือ “จุดยุทธศาสตร์” ที่กำลังถูกแย่งชิงทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะผ่านโครงการช่วยเหลือทางทหาร การซ้อมรบร่วม การเจาะฐานข้อมูลความมั่นคง หรือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและคมนาคม

สถานการณ์จึงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่หลายฝ่ายพยายามทำให้ดูเหมือน การสู้รบที่เกิดขึ้นแม้จะจบลงชั่วคราว แต่ถ้าเราไม่เข้าใจโครงสร้างเบื้องลึกของปัญหา ไม่ทันเกมของผู้เล่นรายใหญ่ ก็อาจกลายเป็นเพียง “หมากเบี้ย” ในสงครามตัวแทนที่ไม่มีวันชนะได้จริง

เราจึงจำเป็นต้อง “ถอดรหัสภูมิรัฐศาสตร์ใหม่” ให้ขาด เห็นลึกถึงผลประโยชน์ที่ซ้อนกันหลายชั้น ทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงระดับชาติ

รัฐบาลไทยจึงต้องแสดง “จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์” ที่เฉียบคมและหนักแน่น ไม่ใช่แค่การประคองสันติภาพชั่วคราว เล่นกับกระแส หรือการเดินเกมตามแรงกดดันทางการทูต แต่ต้องสร้างความพร้อมทั้งทางทหาร การข่าว และการทูตแบบบูรณาการ พร้อมกับ “ยกระดับเอกภาพภายใน” ระหว่างรัฐบาล กองทัพ และประชาชนให้เป็นหนึ่งเดียว เพราะศัตรูที่แท้จริงในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ตรงข้ามเราเพียงอย่างเดียว แต่อาจอยู่ในความแตกแยกของเราเอง หรือที่เรียกว่า “ไส้ศึก”

นี่ไม่ใช่แค่การปะทะระหว่างสองชาติ แต่คือสัญญาณเตือนว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในวงล้อมของการแข่งขันอำนาจโลก” ที่หากเราไม่เร่งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีไหวพริบและกล้าหาญ สันติภาพที่เห็นอยู่อาจกลายเป็นเพียงม่านควัน ก่อนจะเกิดคลื่นแห่งความสูญเสียครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม เราต้องมองให้ลึก เห็นให้ขาด และเดินเกมให้ทันก่อนที่จะสายเกินไป  

‘ไอโอเขมร’ ปลอมเพจ!! เป็นคนไทย ปั่นกระแส!! ให้คนไทยทะเลาะกันเอง

(3 ส.ค. 68) เริ่มมีพฤติกรรม ปลอมแปลง Pages จากฝั่งกัมพูชาเป็น Pages ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยแล้วก็เข้ามาปั่นกระแสให้คนไทยทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลการสู้รบดังนั้นตอนนี้เราต้องระมัดระวังในการเสพข่าวจากเพจที่ไม่รู้จักให้มากขึ้น

วิเคราะห์ภาพถ่าย ‘แร้ง’ ไม่น่าจะถ่ายที่ ‘ภูมะเขือ’ เผย!! เป็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ไม่ใช่ แร้งเทาหลังขาว

(3 ส.ค. 68) ภาพแร้งที่มีข่าวว่า พบที่ ภูมะเขือ?? ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเมินจากเงาร่าง และขนคลุมใต้ปีกสีขาว เป็น #แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ตัวเต็มวัย จำนวนมากหลายสิบตัว แบบนี้ น่าจะบันทึกภาพจากทิเบต ซึ่งมีพิธีกรรม sky burial ฝังฟ้า บริจาคศพให้แร้งกิน ตามคติพุทธตันตระยาน
ในภาพไม่ใช่ แร้งเทาหลังขาว ซึ่งเป็นแร้งประจำถิ่นในอาเซียน/อุษาคเนย์ และมีขนคลุมใต้ปีกสีขาวเช่นกัน แต่ตัวเล็กกว่าแร้งหิมาลัย ( ความยาวปีก 2.9 เมตร vs 1.9-2.6 เมตร ในแร้งเทาฯ) 

ในประเทศกัมพูชาจากการสำรวจประชากรแร้งอาเซียนรายปี ณ ร้านอาหารแร้ง 4 จุด ทั่วประเทศ พบแร้งเทาหลังขาว 71 ตัว ในปี 2022 โดยแร้งเทาฯ ส่วนใหญ่รวมตัวหนาแน่น 30-50 ตัว/ร้านอาหารแร้ง ที่ 2 จุด คือ 

1. ร้านอาหารแร้งบึงตวล ในป่าอนุรักษ์พนมกุเลน-ขสป.กุเลนพรหมเทพ (ห่างจากชายแดนไทย-เขมร 50 กม.) พบแร้ง 3 ชนิด 30+ ตัว ในแผนที่ คือ วงกลม สีส้ม

2. ป่าอนุรักษ์เซียมปัง จังหวัดสตึงเตรง ใกล้ อช. วีระชัย ชายแดนลาว-เขมร พบแร้ง 50-70+ ตัว ในแผนที่ คือ วงกลมสีน้ำเงิน
ณ ร้านอาหารแร้ง เหล่านี้ในฤดูหนาว จะพบ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย แค่ 1-2 ตัวเท่านั้น

จึงเป็นไปได้ว่า ภาพนี้ไม่น่าจะถ่ายภาพที่ภูมะเขือ 

อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษา ระยะทางบินของ พญาแร้ง (แร้งอุษาคเนย์ อีกชนิด ที่มีพื้นที่บินหาซากกิน กว้างกว่า แร้งเทาหลังขาว ) โดย Wildlife Conservation Society Cambodia ด้วยสัญญาณดาวเทียม พบว่า พญาแร้ง มีรัศมีการบินจาก แหล่งอาศัยหลัก ไกล ในรัศมี 50 กม. ได้

ชาวเน็ตขุด!! ทหารเลื่อนซื้ออาวุธ เพราะเอาเงินมาช่วย โควิด-19

(3 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Chaleetip Grace Tippanet’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

5 ปีที่แล้ว ก็สภาพการซิ้ออาวุธยุทโธปกรณ์ก็จะยากแบบที่เห็นนี่ละ

มีทหารไว้ทำไม ใครเค้ารบกัน จะไปรบกับใครเค้าก็แพ้

เพจเสียงจากทหารเรือ ขอกำลังใจแนวหลัง สู่แนวหน้า วันหยุด!! แต่ไม่หยุดทำหน้าที่ ปกป้องแผ่นดินไทย

(3 ส.ค. 68) เพจเสียงจากทหารเรือ โพสต์ข้อความ 1 ข้อความของท่าน “คือกำลังใจของเรา” พร้อมระบุว่า เสียงจากทหารเรือ “ขอกำลังใจแนวหลัง สู่แนวหน้า” วันหยุด แต่ไม่หยุดทำหน้าที่ ปกป้องแผ่นดินไทย

เกษตรกร จ.สุรินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เสียงชาวบ้าน’ อย่างเหลืออด ลั่น!! ไม่เคยต้องการเงินชดเชย อย่าหมิ่นศักดิ์ศรี อย่าหาว่าดื้อด้าน

(3 ส.ค. 68) สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทางการไทยสั่งให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพในพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่ยังมีประขาชนบางส่วนยังอยู่ในพิ้นที่เสี่ยง

นายอัฎธิชัย ศิริเทศ เกษตรกร และผู้ประกอบการ โรงบ่มไวน์ เดอ ซีโมน บ้านอำปึล ต.บักได อ.พนมดงรัก สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาควายประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ เสียงชาวบ้าน มีเนื้อหาดังนี้

ทุกท่านครับ ผมจะพูดในฐานะชาวบ้านคนหนึ่งที่บางครั้ง ก็เหลืออดเหลือทน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ คงไม่มีโอกาส คือ ไม่สามารถจะเปล่งเสียงตอบโต้ออกมาดังๆ ได้ เพราะด้วยฐานะการศึกษา และ ความสามารถในการสื่อสารคงยากที่จะเอ่ย ได้ตรงตามที่รู้สึกนึกคิด เรื่อง ความดื้อดึง ที่จะอยู่ ในบ้านตน
อย่างแรก อย่าเรียกว่าไม่กลัว เรากลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น ปากคอสั่นเทา เนื้อตัวสั่นสะเทิ้มทุกครั้ง บางคนก็พึมพำ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง บางคนก็เอ่ยคำลาลูกเมียในใจ และเหตุผลหลัก ที่โคตรงี่เง่าสำหรับใครหลายคนคือ เราห่วงบ้าน ห่วงเรือน ห่วงสัตว์เลี้ยง วัวควาย หมูเห็ดเป็ดไก่ เราตัดใจทิ้งมันไม่ได้

แน่นอนว่า ราชการ หรือ รัฐบาล อาจจะบอกเราว่า “จะชดชยให้” ( ถ้าวัวควายบ้านเรือนเสียหาย) เราไม่ได้ดีใจ ในเรื่องนี้ และเลือกเส้นทางทอดทิ้งไป ท่านคงไม่เข้าใจคำว่า ความรักความผูกพัน แม้ว่า วัวผอมๆ ที่แสนน่าเกลียดสำหรับสายตาท่าน แต่มันคือแก้วตาดวงใจ ที่เราผู้ยากไร้ เฝ้าดู ให้หญ้าให้น้ำ จูงมันออกหากินตั้งแต่ตัวเล็กๆ มันเทียบได้กับชีวิตที่เรามีอยู่ และเราก็แปลกใจว่าทำไม ความห่วงแหนแบบนี้ไม่มีความหมายในสายตาท่าน เราไม่ได้ต้องการบ้านใหม่ ใหญ่โต เรารักเรือนเก่าๆหลังน้อยๆ ที่เราเพียรเก็บหอมรอมริบสร้างมา หรือ พ่อแม่สร้างไว้ยกให้เป็นมรดก

อย่างที่สอง ลูกเมียอยู่ในศูนย์อพยพ หรือ ออกไปพักพิงบ้านญาติ พวกเขาก็ยังมีค่าใช้จ่าย มีของที่อยากซื้อมีขนมที่อยากกิน การไม่มีเงินติดกาย แล้วนั่งรอ เงินเยียวยา หรือ วันๆนั่งอยู่ กับข้าวกล่องของแจก นั่นไม่ได้เยียวยา ก้นบึ้งของความรู้สึกถึงคุณค่าการมีชีวิต หลายคนจึงทนไม่ได้ ชีวิตเราชาวบ้าน อดทนกับความลำบาก แร้นแค้นแค่ไหนได้ แต่อดทนกับการนั่งๆนอนๆ เฉยๆ เหมือนถูกขัง เราทนไม่ได้ หัวจิตหัวใจมันหดหู่ มันสิ้นหวัง มันพาลจะป่วย เราอยากอยู่บ้าน อยากทำงาน เข้าไร่เข้าสวน อยากมีชีวิตปกติ เห็นทุ่งนาป่าเขา เหมือนทุกๆวัน แม้ว่าอาจจะต้องแลกด้วยความตาย เราก็ยอมรับ ผมแปลกใจ ทำไมท่านยอมรับ เหตุผลนี้ไม่ได้

เงินที่หลวงอยากจะแจกอยากจะให้ คุณค่าความหมาย ความภูมิใจ มันเทียบกันยากกับเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง เราจน เป็นแค่ชาวบ้าน แต่เรามีศักด์ศรี เรารู้สึกถึงมัน บางครั้ง เราอับอายที่ต้องไปยืนรับของถ่ายรูป ยกมือไหว้ คนแปลกหน้าที่อาจจะยิ้มระรื่น กับบทบาทการให้ทาน ให้ของ กับมาม่า สักกล่อง หรือ ข้าวสาร 4-5 กก. แต่เรายืนยิ้มไม่ไหว ท่านเข้าใจไหม??

อย่างที่สาม ที่นี่บ้านเรา มันมีใคร กล้าบังอาจจะมารัก มาปกป้อง มาห่วงแหนมากกว่าเราได้หรือ ไล่เราไปหลบ ไปซ่อน อย่างคนไม่มีหัวใจ ไม่มีความกล้าหาญ ไม่ใช่ชาตินักสู้ เราอาจจะรบไม่เป็น เราใช้อาวุธไม่เก่ง แต่เราไม่เคยกลัว และก็รักผืนแผ่นดิน ไม่ได้น้อยกว่า ใครๆ ที่พร่ำเอ่ย เราอยากอยู่ อยากเห็น อยากเฝ้ามัน หรือ หากต้องตาย ก็ได้ตายด้วยความปรารถนาที่แรงกล้าและปิติยินดี ฉะนั้น อย่าบังอาจมากล่าว พล่อยๆ ว่า เราอยากได้เงินเชย 1.000.000 บาท ไม่มีเงินทองใด ประเมินมูลค่าชีวิตใครได้ คำนี้จึงหมิ่นศักดิ์ศรี เรา แม้เป็นแค่ชาวบ้าน

เราแค่อยากปกป้อง หมู่บ้าน หรือแผ่นดินบ้านเกิด ในวิธีที่เราทำได้ ได้เฝ้าได้เวรยาม ได้อยู่ร่วมด้วยช่วยกัน ปกป้องวัวควาย เป็นวีรกรรมเล็กๆ ที่เราภูมิใจในชีวิต วัวควายอาจจะไม่กี่บาท ในสายตาท่าน แต่สำหรับเรา นี่เป็นทั้งเพื่อนชีวิตและความหวังของครอบครัว ที่เป็นทุนการศึกษาลูกๆ หรือ เงินชำระหนี้ ธนาคาร ปลายปี ไม่มีใครรู้จักความโหดร้ายใจดำ ของธนาคารดีเท่าเรา หรือ ทุนตั้งตัว หลังจากทุกคนกลับมา

และหลายคน ที่แอบกลับมา คือ มากรีดยาง ใจทั้งกลัว ทั้งตัวสั่น แต่ก็แอบลุกไป ในยามค่ำคืน ในยามที่เงียบเสียงปืน บ้างก็ได้จนเสร็จ บ้างก็ได้ไม่กี่ต้น รีบเผ่นกลับมา หวังจะได้เงินเจียดส่งไปให้ลูกเมีย และติดตัวซื้อยาสูบยาเส้น กับ เหล้าโรงสักชวด กระดกดื่มปลอบประโลมใจ มองแบบราชการหรือมนุษย์เงินเดือน มีกินมีงาน ก็คงรำคาญเรา มองเราเป็นภาระ เป็นไอ้พวกชาวบ้านดื้อด้าน สร้างปัญหาให้ทหาร สร้างความลำบากให้ราชการ

ใช้หัวใจเถอะครับ ใช้ความรู้สึก ที่เข้าใจกันมองกัน

เรามีสติ เรามีหัวใจ มีความรักมีความผูกพัน และรู้ว่า ความตายคืออะไร ทุกคนมีภาระที่ต้องทำ มีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง ดูแลตัวเองให้ได้ จัดการตัวเองให้รอด ถ้าไม่รอด ก็ถือว่านั่นคือโชคชะตาคนชายแดนอย่างพวกเรา เราเลือกแล้ว ดังนั้น อย่าบังอาจมาพูดดูแคลนว่าเราดื้อด้าน เพื่อเงินชดเชย มันบาดลึกความรู้สึกกันเกินไป

สำหรับ ผม จริงๆ ผมเขียนประกาศตั้งแต่วันแรก ที่ทางราชการด่าว่าแล้ว ว่า ผมไม่ขอรับเงินชดเชย ใดๆ จากทางราชการ ไม่รับของยังชีพ ของแจก ถ้าเกิดตาย หรือเสียชีวิต ในพื้นที่ระหว่างสู้รบ ให้ทราบทั่วกันว่า ผมเลือกเองด้วยสติ สัมปชัญญะ ครบถ้วน ผมอยากอยู่ ผมไม่อยากหนีตาย หัวซุกหัวซุน เหมือนทุกๆครั้ง แม้นไม่ได้จับปืนต่อสู้ แต่ก็อยากยืนหยัด ว่าที่นี่ คือ แผ่นดินบ้านเกิดของผม ผมหวงแหน ฉะนั้น อย่าบังอาจมาขับไล่ผม

และให้จดให้จำ ไว้ด้วย ว่า เราไม่เคยต้องการสงคราม แต่ถ้าหากใครรุกราน เราพร้อมจะยืนหยัด ไม่หนี ไม่ยอมและไม่กลัว 

‘ฮุน เซน’ จิบสตาร์บัคส์ โพสต์กลางดึก!! ร่วมประชุม ‘เตีย บัญ’ หวังพึ่ง ‘กาชาดสากล’ เจรจาไทยปล่อย 18 ทหารเขมร

(4 ส.ค. 68) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กกลางดึก ระบุว่ายังไม่นอน เพราะกำลังประชุมร่วมกับสมเด็จเตีย บัญ และผู้บัญชาการทหารบก เมา โสพัน ผ่านระบบวิดีโอ เพื่อประสานกับผู้นำทหารกัมพูชา หลังผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินทางไปมาเลเซียล่วงหน้า เพื่อเตรียมประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา (GBC)

ฮุน เซน ระบุว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และทีมงาน กำลังทำงานแข่งกับเวลา หวังพึ่งพาคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อขอให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมหลังการหยุดยิง แต่ยังไม่ได้รับการส่งตัวกลับ ขณะเดียวกันย้ำว่ากัมพูชาเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด

เจ้าตัวยังเผยว่าในคืนนั้นได้ติดต่อผู้บังคับบัญชาแนวหน้าหลายคนด้วยตนเอง และยืนยันว่ากำลังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทยอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ก็พร้อมจะรับมืออย่างรอบคอบ

ช่วงท้ายของโพสต์ ฮุน เซน เปรียบเทียบสถานการณ์ว่า “เมื่อวาน Starbucks น้ำตาล 100% วันนี้เหลือ 30% และกำลังจะไปสู่ 0% เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน” โดยไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายตีความว่าเป็นการเปรียบเชิงสัญลักษณ์เรื่องลดความตึงเครียดลงจากเดิม

โฆษก ทบ. ปัดข่าวลืออพยพชาวสุรินทร์ ยืนยันไม่มีแผนบุกกัมพูชา แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จจากโซเชียล โดยเฉพาะฝั่งเขมร!!

(4 ส.ค. 68) กองทัพบกออกโรงชี้แจง หลังมีข่าวลือในโซเชียลมีเดียว่าไทยเตรียมอพยพชาวจังหวัดสุรินทร์เพื่อเปิดฉากโจมตีกัมพูชา โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชา แชร์ต่อผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีการอพยพประชาชนตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่าการสื่อสารจากฝ่ายกัมพูชาบางรายไม่อาจเชื่อถือได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากช่องทางราชการเท่านั้น

กองทัพบกยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ไม่คาดคิด เนื่องจากฝั่งกัมพูชามีแนวโน้มเคลื่อนไหวทางทหารในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เผย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่  ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีคำสั่งอพยบประชาชนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ อพยพออกจากพื้นที่ภายในคืนนี้” รัฐบาลและกองทัพกัมพูชา จงใจปล่อยข่าวลวง สร้างข่าวเท็จรายวัน

‘บิ๊กเล็ก’ วอนกัมพูชามาเก็บศพทหาร หวั่นโรคระบาด!! อย่าปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขมรรู้คงเสียใจ

(4 ส.ค. 68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่า กัมพูชายังไม่มาเก็บศพทหารของตนที่เสียชีวิตหน้าแนวไทย จึงขอให้รีบดำเนินการ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจเกิดโรคระบาด และขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นทหาร

“ทหารกัมพูชาเสียชีวิตในพื้นที่กัมพูชาบริเวณหน้าแนวเราเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่เรา เราได้ส่งกลับอย่างสมเกียรติ แต่ก็เสียใจแทนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต เพราะรัฐบาลเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขารับรู้ได้คงจะเสียใจ ถึงแม้จะเป็นคู่กรณีกันก็ตาม แต่มองว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วก็ควรให้เกียรติ” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าไทยดูแลเชลยศึกกัมพูชา 18 นายตามอนุสัญญาเจนีวา และเปิดให้ ICRC เข้าตรวจสอบ พร้อมตั้งเป้าการประชุม GBC รอบนี้ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน โดยคณะไทยประกอบด้วยตัวแทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่างประเทศ และมหาดไทย ซึ่งจะหารือต่อเนื่องถึงวันที่ 6 ส.ค. ก่อนสรุปผลและนำกลับเข้าพิจารณาในที่ประชุมความมั่นคงฯ

ส่วนข่าวปลอมเรื่องทหารไทยเตรียมบุกกัมพูชานั้น พล.อ.ณัฐพลระบุว่าไม่เป็นความจริง และทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดโดยไม่จำเป็น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายติดตามข้อมูลจาก ศบ.ทก. เท่านั้น เพราะเป็นแหล่งข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ทำให้ไทยเสียเครดิตในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับกรณีโดรน พล.อ.ณัฐพลระบุว่า ส่วนใหญ่ที่ล้ำแดนมาจากฝั่งกัมพูชา และฝ่ายไทยมีข้อมูลพร้อมตอบโต้ในที่ประชุม ขณะเดียวกันยอมรับว่า คู่เจรจากัมพูชารับมือยาก มักพูดอย่างทำอีกอย่าง ทำให้ไทยต้องประเมินความจริงใจต่อการคืนสู่สันติภาพแบบก้าวต่อก้าว พร้อมย้ำว่าไม่ได้โยนภาระให้กองทัพ แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเคารพผลของ GBC อย่างแท้จริง

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นแบนเนอร์ #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย ประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ความจริงจากไทย ในนัดอุ่นเกือกฟิออเรนติน่า

(4 ส.ค. 68) ทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชื่อดังในอังกฤษ ซึ่งบริหารโดยกลุ่มทุนไทย “คิง เพาเวอร์” แสดงจุดยืนช่วยเผยความจริงให้ชาวโลกรับรู้สถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยการขึ้นแบนเนอร์คำว่า #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย บนข้างสนามและสกอร์บอร์ด ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ ฟิออเรนตินา ทีมแกร่งจากอิตาลี 2-0 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

การแสดงออกครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความพยายามของกัมพูชาในการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความรุนแรง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาใช้จรวด BM-21 โจมตีใส่พื้นที่พลเรือนฝั่งไทยก่อน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่รุนแรงและละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างยิ่ง

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงตึงเครียดต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงแล้วก็ตาม แต่ยังไม่มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าจะยุติความรุนแรงได้ในเร็ววัน ขณะที่ฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเข้มแข็ง

สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ในศึกแชมเปียนชิพ อังกฤษ วันที่ 10 สิงหาคม 2568 โดยจะพบกับทีมเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ เวลา 22.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นอีกเวทีสำคัญที่สายตาชาวโลกรอจับตา ทั้งในเรื่องกีฬาและท่าทีของสโมสรต่อเหตุการณ์ระหว่างประเทศครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top