Friday, 5 June 2026
ชายแดนไทยกัมพูชา

‘ปฐม อินทโรดม’ โพสต์สื่อโลกเริ่มเห็นชัด ‘กัมพูชา’ เล่นละครสวมบทเหยื่อ ชี้มี ‘IO-แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ เป็นแสน!! ก็ไม่ช่วยความจริงโจมตีไทยก่อน

(7 ส.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า ย้ำอีกครั้ง แม้กัมพูชาจะ “ออกตัวแรง” ในสงครามข้อมูลด้วยข่าวปลอมและโฆษณาชวนเชื่อสารพัด แต่ในที่สุดวันนี้โลกก็เริ่มมองเห็นความจริงชัดเจนขึ้น

ทั้ง Reuters, CNN, CNA, The Diplomat และสื่อระดับโลกอีกหลายแห่ง ล้วนรายงานตรงกันว่าไทยคือฝ่ายที่ถูกโจมตีก่อน และกัมพูชากำลังแพ้ในสงครามข้อมูล (Information War)

บทความจาก The Diplomat ชี้ชัดว่า…
- กัมพูชาขาดสื่ออิสระ ทำให้ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกได้
- ขณะที่ไทยสื่อสารได้มีระบบกว่า และควบคุม narrative ในระดับนานาชาติได้ดีกว่า
- กัมพูชาพยายามสร้างภาพว่า “ถูกกระทำ” แต่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานกลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม

สรุปง่าย ๆ: ถึงจะมี IO เป็นแสน ๆ จากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ก็ไม่ช่วย ถ้าความจริงไม่อยู่ฝั่งคุณ

สงครามนี้ “AI” อาจสร้างภาพได้ แต่ “ความจริง” คือสิ่งที่โลกเฝ้ามองอยู่เสมอ

แม่ทัพภาคที่ 2 เมินคำขอ ‘ฮุน เซน’ อย่าใช้ ‘กริพเพน’ และ ‘F-16’ โจมตีกัมพูชา

(7 ส.ค. 68) พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธข่าวลือเรื่องไทยมีแผนลอบสังหารผู้นำกัมพูชา พร้อมตอบกลับกรณีที่สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องไม่ให้ไทยใช้เครื่องบินรบ กริพเพน (Gripen) และ F-16 ว่า เป็นสิทธิของไทย ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา ยืนยันชัดเจนว่า “ไทยไม่ลอบสังหารอยู่แล้ว”

ส่วนกรณีการจับกุมสายลับกองกำลัง BHQ ที่ลักลอบเข้ามาสอดแนมในจังหวัดบุรีรัมย์ พลโท บุญสินระบุว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ และได้แจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดให้เฝ้าระวังร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดแล้ว เพื่อป้องกันสถานการณ์ลุกลาม

สำหรับเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาเข้ามาตัดลวดหนามที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชาทำคอนเทนต์ในพื้นที่ แต่เมื่อถูกแจ้งให้ออกก็ยอมปฏิบัติตาม จากนั้นฝ่ายไทยจึงวางรั้วใหม่ทันที พร้อมกำชับว่า ห้ามขึ้นมาทำกิจกรรมลักษณะนี้อีกโดยเด็ดขาด แม้ครั้งนี้จะไม่มีอาวุธติดตัวมา

ด้านปัญหาทุ่นระเบิดในพื้นที่ เช่น บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างประสานกับกัมพูชาเพื่อเก็บกู้ ส่วนศพทหารกัมพูชาได้รับแจ้งแล้วว่าจะมีการจัดเก็บโดยฝ่ายเขมรเอง และยืนยันว่า ทหารไทยยังไม่มีผู้ป่วยหรือโรคระบาดจากแนวหน้า เนื่องจากมีทีมแพทย์สนามดูแลใกล้ชิด

ทบ. รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับโดรน 30 ชุด และของใช้จำเป็น จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สนับสนุนทหารชายแดนไทย

(7 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนกองทัพบก รับมอบอุปกรณ์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับแบบพกพา จำนวน 30 ชุด พร้อมสิ่งของจำเป็นสำหรับทหารชายแดน จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 9.4 ล้านบาท

สำหรับสิ่งของที่มอบให้ เช่น เสื้อยืด 10,000 ตัว, กางเกงใน 15,000 ตัว, ถุงเท้าดำ 20,000 คู่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ทนายนิติธร ล้ำเหลือ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายสมชาย แสวงการ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ

นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนร่วมบริจาคผ่านมูลนิธิ อาทิ วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต มอบชุดยาจำเป็น, บ.วีนายเคเบิ้ล บริจาคสายไฟฟ้า และ บ.เอช.ดี.แอพพาเรล บริจาคของใช้จำเป็น เช่น ยากันยุง ยาทาแก้ปวด และพลาสเตอร์ เป็นต้น

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีความสำคัญต่อภารกิจลาดตระเวนและการป้องกันชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าทหารจะปกป้องแผ่นดินไทยอย่างเต็มกำลัง

‘ฮุน มาแนต’ ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการโนเบล เสนอชื่อ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ชิงรางวัลสันติภาพ

(8 ส.ค. 68) กัมพูชาเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาให้ยุติลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า ทรัมป์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการหยุดยิงที่ “ไม่มีเงื่อนไข” หลังความรุนแรงตลอด 5 วันทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย และประชาชนกว่า 300,000 คนต้องอพยพ

ในจดหมายที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ส่งถึงคณะกรรมการโนเบลของนอร์เวย์ ระบุว่า การเจรจาผ่านโทรศัพท์ของทรัมป์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมกับผู้นำทั้งสองประเทศ มีส่วนทำให้การเจรจาในมาเลเซียวันที่ 28 กรกฎาคมเกิดผลเป็นรูปธรรม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ พร้อมยกย่อง “ความเป็นผู้นำทางการทูตเชิงนวัตกรรม” ของทรัมป์

การเสนอชื่อนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เพิ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาจาก 49% เหลือเพียง 19% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของกัมพูชาอย่างมาก 

ทั้งนี้ รายชื่อผู้ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลจะถูกปิดรับในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี และจะประกาศผลในเดือนตุลาคม โดยมีบุคคลทั่วโลกที่มีสิทธิ์เสนอชื่อได้หลายหมื่นคน เช่น สส., รัฐมนตรี, ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย และอดีตผู้ได้รับรางวัลโนเบลเอง

‘คลัง’ จัดแพ็กเกจมาตรการเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน 'ออมสิน' เด้งรับ แจกเงินช่วยทหาร-ชาวบ้าน เจ็บตายได้ทุกคน

(8 ส.ค.68) 'คลัง' ออกรวมชุดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งมาตรการภาษี มาตรการการเงิน 7 แบงก์รัฐ ช่วยพักหนี้ ยกหนี้ ให้สินเชื่อฟื้นฟู ขณะที่ 'ออมสิน' แจกเงิน ช่วยทหาร-ชาวบ้าน เจ็บตายได้ทุกคน ยอดทะลุ 6 ล้าน

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประชุมเพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ของกระทรวงการคลัง ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยเฉพาะ 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีโอกาสรับฟังความเห็นจาก 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อรับทราบสถานการณ์จริง และได้รับข้อมูลการปฏิบัติงาน ผลของมาตรการที่ได้มีการออกไปแล้ว ที่ประชุมได้มีการชี้แจงในประเด็น

1. มาตรการช่วยเหลือด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยของ คปภ. ในส่วนของการประกันภัย และการประกันวินาศภัย ทั้งในส่วนของการขยายการผ่อนผันรับชำระเบี้ยประกันภัย การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ทำประกัน เช่น การงดตรวจสุขภาพหรือยกเว้นดอกเบี้ยตามแต่กรณี 

2. การสรุปทำความเข้าใจในมาตรการช่วยเหลือ และบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ของกรมสรรพากร ทั้งมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบที่ให้สิทธิประชาชนสามารถหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความเสียหายได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับยานพาหนะไม่เกิน 30,000 บาท พร้อมเลื่อนเวลาการยื่นแบบ และการชำระภาษี 

3. มาตรการช่วยเหลือ และบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่มีการออกมาตรการพักชำระหนี้ มาตรการสินเชื่อพิเศษเพื่อฟื้นฟูภายหลังได้รับผลกระทบ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

ด้านนายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง โดยมอบความช่วยเหลือ เป็นเงินรายละ 50,000 บาท แก่ผู้บาดเจ็บทุกรายที่ยังรักษาตัวตามรายชื่อที่รวบรวมได้ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568 จากโรงพยาบาลรวม 8 แห่ง เพื่อเป็นการส่งกำลังใจรวมเป็นเงิน 4,300,000 บาท

นอกจากนี้ ธนาคารยังมอบโอกาสในการประกอบอาชีพเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต/ทุพพลภาพ ทั้งทหารและพลเรือน ด้วยการฝึกอาชีพให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมอบเงินทุนตั้งต้นให้รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,050,000 บาท

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารได้มอบเงินงบประมาณส่วนแรก ในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และตราด เพื่อใช้ในการสนับสนุนของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าห่ม อาหารแห้ง อาหารปรุงสุก และน้ำดื่ม เป็นเงิน 1,314,800 บาท รวมงบประมาณช่วยเหลือ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เป็นจำนวนเงิน 6,664,800 บาท ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนคนไทยในทุกวิกฤติ ให้ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง โดยจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังตามเจตนารมณ์ของการเป็นธนาคารเพื่อสังคม 

อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เสนอใช้จุลินทรีย์ EM ดับกลิ่นศพทหารเขมร เชื่อกลิ่นเหม็นหายภายใน 30 นาที เพราะเคยใช้แล้วได้ผลที่ปัตตานี

(8 ส.ค. 68) พลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตแม่ทัพภาค 4 และอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนอแนวทางดับกลิ่นศพทหารกัมพูชาที่ยังไม่ถูกเก็บกู้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยการใช้ 'EM' หรือจุลินทรีย์ชีวภาพชนิดดี ผสมกับน้ำและกากน้ำตาล แล้วนำไปฉีดพ่นในพื้นที่ เชื่อว่ากลิ่นเหม็นจะหายภายใน 30 นาที

พลเอกพิเชษฐ์ระบุว่า ได้ประสานกับรองแม่ทัพภาค 2 และรองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีแล้ว เพื่อให้นำ EM ไปใช้ในพื้นที่ทันที พร้อมแนะนำให้ใช้เครื่องพ่นสเปรย์ร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลเร็วและครอบคลุมมากขึ้น เพราะหากปล่อยไว้นานจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการเน่าเปื่อย

อดีตแม่ทัพรายนี้ย้ำว่า เคยใช้วิธีเดียวกันนี้ตอนอยู่ที่ปัตตานีกับกองขยะที่มีกลิ่นเหม็น และเห็นผลชัดเจน จึงมั่นใจว่าใช้ได้ผลกับศพเช่นกัน โดยจุลินทรีย์ดีจะเข้าไปยับยั้งจุลินทรีย์ก่อกลิ่นและเชื้อโรคได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า EM ยังสามารถใช้ฉีดรองเท้าคอมแบตที่มีกลิ่นเหม็นจากการใช้งานหนักของทหารได้ด้วย ซึ่งเจ้าตัวเคยทดลองมาแล้ว และผลลัพธ์ดีเกินคาด

‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ชี้!! ‘ฮุนเซน’ ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศทำลาย!! ‘อุ๊งอิ๊ง’ กระทบ ‘ทักษิณ’ ทำรัฐบาลไทยล่มสลาย ไร้คู่แข่งเปิดบ่อน

(9 ส.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักธุรกิจ นักการเมือง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ฮุนเซน “ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ”

แม้เวลาผ่านไป ฝุ่นเริ่มจาง ชายแดนเริ่มสงบลง

แต่ชนวนเหตุที่ “ฮุนเซน” นำคลิปมาปล่อยทิ้งระเบิด ไม่มีใครรู้ 

จู่ๆ ก็จัดหนัก 

ด้วยวัตถุประสงค์เดียว คือ “ต้องการล้มทักษิณ” 

เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ ภายใต้เงาบารมีของทักษิณ

ล้มอุ๊งอิ๊ง คือ ล้มทักษิณ

ล้มทักษิณ คือ ล้มพรรคเพื่อไทย

ล้มพรรคเพื่อไทย คือ ล้มรัฐบาลไทย

แต่ “ฮุนเซน” จะล้ม “ทักษิณ” ไปทำไม? 

อำนาจของฮุนเซนในเขมรนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าหือกล้าอือ

ตลอดระยะเวลาที่ครองอำนาจกว่า 40 ปี ฝ่ายค้านฝ่ายตรงข้ามของฮุนเซน มีแค่ 2 ทางให้เลือก “ไม่หนีก็ได้กระสุน” ไม่มีทางเลือกอื่น

ขนาดฝ่ายค้านเขมรมาเที่ยวกรุงเทพฯ ยังถูกยิงตายกลางถนน

สม รังษี ผู้นำฝ่ายค้านตัวยง ยังลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส

คนอย่างฮุนเซนที่อยู่กับอำนาจมาทั้งชีวิต คงไม่ใช่แค่ไม่พอใจนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า “ไม่เป็นมืออาชีพ” แล้วโกธรเท่านั้น 

อะไรที่ลึกกว่านั้น ? 

อะไรที่ฮุนเซนต้องการมากกว่า?

อะไรที่ฮุนเซนอยากได้แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง?

ในความเห็นผมจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ ที่พรรคเพื่อไทยเดินสายโร้ดโชว์โปรโมท เพราะคาดว่าจะต่อยอดให้ประเทศ

ทุกประเทศรอบไทยมีหมด แล้วทำไมไทยจะมีไม่ได้?

ยิ่งที่เขมร มีบ่อนชุกกว่าปั๊มน้ำมันเสียอีก

สารพัดบ่อนปอยเปต สีหนุวิลล์ ที่จะเปิดได้ต้องฮุนเซนพยักหน้าคนเดียว 

ตามด้วยส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจคาสิโนให้ตระกูลฮุนสูบปรนเปรอเปรมปรีดิ์มานาน

จะมีธุรกิจอะไรในเขมรเล่า ที่จะให้ฮุนเซนได้เร็วเท่าคาสิโน จีนจึงแห่กันมาเปิดไม่มีจำกัด

ใครใคร่เปิดบ่อนก็เปิด แต่ต้องจ่ายฮุนเซน นี่คือกฎเหล็ก

ยิ่งเปิดมาก ฮุนเซนก็รับมาก เป็นเงาตามตัว

จากเมืองที่ไม่มีอะไร จนเติบโตมีบ่อนทุกหัวระแหง เกิดสนามบิน เกิดการค้าต่อเนื่อง 

แล้ววันหนึ่งเมื่อไอเดียบรรเจิด “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ โผล่มา 

เขมรในฐานะเมืองคาสิโนจึงได้รับผลกระทบ กระแทกที่กล่องหัวใจฮุนเซนเต็มๆ

ตอกย้ำตัดสัมพันธ์สะบั้นด้วย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่รัฐบาลไทยถูกบีบจากรัฐบาลจีน ถึงกับส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีจีนมาบัญชาการ 

จนไทยต้องตัดไฟพม่า ลามไปถึง “ฮุนเซน“ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอีกระลอก 

จากนั้นทักษิณแฉลากไส้ตึกบัญชาการ 25 ชั้น ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฮุนเซนไฟเขียว เพราะถือว่าไม่ได้หลอกคนเขมร (ไม่มีอะไรให้หลอก) แต่หลอกคนไทยได้เงินดี 

ไทยเดือดร้อน เขมรไม่เดือดร้อน ดังนั้นฮุนเซนไม่สน 

เจอไปหลายดอกฮุนเซนจึงวางแผน 

อันเป็นที่มาของการ “ลวงให้พูด“ ผ่านการเจรจากับล่าม “นายฮวด” ที่มีการตอกย้ำอ้างประเด็นเรื่อง “ด่าน” ที่ทหารปิด ทำให้ฮุนเซนไม่พอใจ 

จนไปถึงประโยคลวงสำคัญจากนายฮวด สื่อภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำกับนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า

”ท่านฮุนเซนไม่พอใจท่านแม่ทัพภาค 2 มาก“

นายกฯ อุ๊งอิ๊งจึงหลุดพูดในทำนองว่า ท่านแม่ทัพเป็นคนละพวก เพื่อเอาใจฮุนเซนให้อารมณ์เย็นลง เจตนาเพื่อให้การเจรจาสำเร็จ

เจอประโยคทองนี้เข้าไป ฮุนเซนจึงเก็บไว้แล้วปล่อยคลิปออกมา

กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ใส่ประเทศไทย โดยคิดว่า “ทักษิณจบแน่”

ด้วยความที่ฮุนเซนรู้จักไทยเป็นอย่างดี ผ่าน รัฐบาลไทยมาเป็นสิบรัฐบาล

แต่การเมืองเขมรไม่เคยเปลี่ยน ฮุนเซนเป็นนายกฯ คนเดียวยาวนานตั้งแต่ปี 2528

จึงทำให้ฮุนเซนเข้าใจบริบททั้งการเมือง การทหารของไทย

ฮุนเซนไม่มีเพื่อน ไม่มีนาย เพราะเป็นนายกฯ ไร้คู่แข่ง หากใครเป็นคู่แข่ง ไม่หนี ก็ตาย

ใจฮุนเซนจึงเหี้ยมโหดอำมหิตยิ่งนัก 

เมื่อเปิดการปะทะกันกับไทย เขมรก็ทำตัวเป็น ประเทศที่โดนไทยกลั่นแกล้ง เหมือนยูเครนรบกับรัสเซีย

โดยอ้างว่าเขมรถูกรุกรานก่อน ฮุนเซนทำตัวเสมือน ”เซเรนสกี้“ ฟ้องโลกให้เห็นว่าถูกไทยรังแก

อ้างว่าเป็นประเทศเล็กๆ เล่นการเมืองบนเวทีระดับโลกโดยใช้ความเป็นประเทศยากจน ถูกไทยรุกราน ทำตัวน่าสงสารถูกเปิดสงคราม

ลีลาเขมรนั้นแสดงละครเก่ง ไม่ต้องพึ่งองค์กรใดๆ 

ขณะที่ไทยพะว้าพะวัง เพราะถือว่าเป็นประเทศใหญ่กว่า ส่งเครื่องบิน F-16 ไปรบ

ฮุนเซนรู้ว่าการปล่อยคลิปทำลายนายกฯ อุ๊งอิ๊งกระทบถึงทักษิณ และรัฐบาลไทยโดยตรง

จึงทำตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลไทย หวังว่าแรงระเบิดของคลิปจะส่งผลถึงกองทัพ มวลชน และท้ายสุดความล่มสลายของรัฐบาลไทย

ฮุนเซนมองทะลุกระดานอำนาจ และรู้เรื่องความแตกแยกภายในของไทย

แผนนี้จึงเท่ากับ ”ยิงปืนนัดเดียว ได้นก 3 ตัว“

ยอมทำลายความสัมพันธ์ เก็บอำนาจของตัวเองที่มาจากเงินบ่อนสนับสนุน 

จึงกล้าเปิดคลิป ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร?

นี่คือ ฮุนเซน “ที่ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศ“

‘ฮุนเซน’ โพสต์โซเชียล!! ฟ้องชาวโลก จี้!! ผู้นำไทย สั่งหยุด!! ‘สงครามหนังสติ๊ก’

(9 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว อ้างว่า ทหารไทยใช้หนังสติ๊กที่บรรจุลูกปืนและเม็ดโลหะยิงใส่ทหารกัมพูชา ขอให้รัฐบาลไทยสั่งให้หยุดใช้ทันที โดยระบุว่า …

จริงๆไม่อยากพูดหรอก แต่ถ้าไม่พูด กลัวผู้นำไทยไม่รู้ ชุมชนนานาชาติไม่เข้าใจ สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากสงครามติดอาวุธมาทำสงคราม ใช้กระสุนยาง กระสุนเหล็ก

เรื่องนี้ ถ้าดูแล้ว มันดูเป็นเรื่องตลก หรือเรื่องเล็ก แต่ถ้าดูแล้ว เรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ห้าม จะเปลี่ยนจากการใช้ไม้ยางพารา ไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ซึ่งจะทำให้ความเป็นผู้นำกัมพูชา-ไทย ได้รับความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้นจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และการมีส่วนร่วมจากจีน สหรัฐฯ หาดูยาก

สำหรับกัมพูชาถ้าใช้ ขอให้รัฐบาลสั่งกองทัพหยุดใช้ทันที หวังว่าผู้นำไทยจะสั่งกองทัพหยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบไว้

ในความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการที่จะพูดเกี่ยวกับปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม การนิ่งเงียบอาจทำให้ความเป็นผู้นำของไทยไม่ตระหนัก และชุมชนระหว่างประเทศเข้าใจสถานการณ์ผิด ความขัดแย้งชายแดนของกัมพูชา– ประเทศไทย ได้เปลี่ยนจากสงครามโดยใช้อาวุธไปยังหนังสลิงช็อตที่เต็มไปด้วยลูกปืนและเม็ดโลหะ

ในแวบแรก นี่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือแม้แต่เรื่องตลก แต่เมื่อมีการตรวจสอบลึกซึ้งขึ้น มันเป็นปัญหาที่ร้ายแรง หากเราไม่แทรกแซง มันจะเพิ่มขึ้นจากสลิงช็อตไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ในที่สุดก็ทำลายข้อตกลงการหยุดยิงอย่างเจ็บปวดโดยผู้นำกัมพูชาและไทย ด้วยการไกล่เกลี่ยอย่างกระตือรือร้นโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและการมีส่วนร่วมจากจีนและสหรัฐอเมริกา

สำหรับกัมพูชา หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ฉันขอให้รัฐบาล หลวง ออกคำสั่งให้กองกำลังทหารหยุดการใช้งานทันที ผมหวังว่าภาวะผู้นำไทยจะออกคำสั่งที่คล้ายกับกองทัพให้หยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบมา

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังโพสต์ข้อความอีกว่า “สมเดช เตโช ฮุนเซน กล่าวว่า สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากการใช้อาวุธเป็นไม้ยางเทนนิสและโลหะ หากไม่ป้องกัน จะนำไปสู่การทำลายข้อตกลงการหยุดยิง”

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ เหน็บ!! ‘บุ๋ม ปนัดดา’ โฆษกชายแดน ต้องสุขุม แม่นยำ ไม่ใช่!! ‘สไตล์ปลากัด’ ภาพลักษณ์ต้องมืออาชีพ ให้ประชาคมโลกเชื่อถือ

(9 ส.ค. 68) อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ‘เจี๊ยบ’ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงการแต่งตั้ง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” ให้ทำหน้าที่โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)

อมรัตน์ เขียนข้อความระบุว่า ‘หน้าที่โฆษก’ คงไม่ใช่ไปชนแบบปลากัด การสื่อสารต้องเน้นความสุขุมและความแม่นยำของข้อมูล ไม่ใช่เน้นความมันหรือความสะใจ ต้องมีภาพของความเป็นมืออาชีพให้ประชาคมโลกเชื่อถือ #ไทยกัมพูชา #ปนัดดา

ข้อความดังกล่าวเชื่อมโยงกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของปนัดดา หลังเข้ารับตำแหน่งโฆษก ศบ.ทก. โดยเธอกล่าวว่า “พี่ ๆ ทหารบอกว่า ถ้าหาโฆษกที่ชนกับทางนั้นได้มันที่สุดก็คือดิฉัน ยินดีมาช่วยงานเพื่อประเทศไทย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top