Thursday, 4 June 2026
กองทัพเรือ

‘กัมพูชา’ เดินหน้า!! เปิดเกมรุกทางทะเล ติดอาวุธครบมือ ขีปนาวุธล้ำสมัย ถึงเวลาแล้ว!! ทัพเรือไทย ต้องเร่งซื้อฟริเกต ก่อนจะหมดสิทธิ์ป้องกันตัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กัมพูชาได้ส่งจอมพล สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ รองประธานพรรค CPP และองคมนตรี เดินทางเยือนจีน เพื่อตรวจสอบและรับมอบเรือคอร์เวตติดขีปนาวุธ Type 056 จำนวน 2 ลำ ภาพถ่ายที่กองทัพเรือกัมพูชาเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าเรือทั้งสองลำผ่านการปรับปรุงและทดสอบระบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธต่อต้านเรือ YJ-83 ระบบป้องกันภัยทางอากาศ HHQ-10 ตอร์ปิโด Yu-7 รวมถึงเรดาร์และโซนาร์ทันสมัย

การมอบเรือดังกล่าวถือเป็นการยกระดับกองทัพเรือกัมพูชาครั้งสำคัญ ทำให้กัมพูชามีกำลังรบทางทะเลที่ครบมิติ ทั้งการโจมตี การป้องกัน และการปราบเรือดำน้ำ โดยยังสอดรับกับการที่จีนลงทุนปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมให้รองรับเรือขนาดใหญ่ได้ในอนาคต

การที่กัมพูชารับเรือรบติดขีปนาวุธจากจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณอันตรายที่ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะนี่คือครั้งแรกที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรามีกำลังทางทะเลที่สามารถโจมตีและป้องกันได้ครบวงจร หากเกิดความตึงเครียดในอ่าวไทย ผลเสียหายย่อมกระทบต่อเส้นเลือดเศรษฐกิจและความมั่นคงโดยตรง

เมื่อเปรียบเทียบ ไทยมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพียงลำเดียวคือ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ส่วนเรือชั้นนเรศวรและเจ้าพระยาก็ใกล้หมดอายุการใช้งาน หากยังชะลอการจัดหาใหม่ ไทยจะถูกทิ้งห่างและอาจสูญเสียความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

ดังนั้น เรามีจำเป็นต้องเร่งจัดหา ฟริเกตสมรรถนะสูงเพิ่มอย่างน้อย 2 ลำ ในปีงบประมาณ 2569 และปี 2570ให้สำเร็จ ข้าพเจ้าเป็นการลงทุนเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว

เริ่มแล้ว! กิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็มและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2569

ระหว่าง 14 – 17 ต.ค.68 พลเรือตรี ไพฑูรย์ เส็งเจริญ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทนทัพเรือภาคที่ 1 เดินทางไปเยี่ยมพบปะกลุ่มสมาคมการประมงในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ ได้แก่ สมาคมประมงในจังหวัด สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และองค์การสะพานปลา กรุงเทพฯ เพื่อสรุปการดำเนินกิจกรรมฯ ในปีที่ผ่านมา และเรียนเชิญสมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมน้อมเกล้าฯ ในปี 2569 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 30 ของกิจกรรมฯ แล้ว เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ให้แก่เด็กและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

โดยพระราชทานให้แก่เด็กในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อแก้ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีน(คอพอก) รวมทั้งเรียนเชิญผู้แทนจากสมาคมประมงต่างๆ เข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรม ใน 19 พ.ย.69 ณ โรงแรม ซีพาราไดซ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยหลังจากนี้ ยังคงมีแผนการเดินทางไปเยี่ยมพบปะเชิญชวนหน่วยงานและสมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ระหว่าง 28-29 ต.ค.68

ร.ล.เจ้าพระยา ยิงสลุต19 นัด คำนับผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

เมื่อวานนี้ (24 ต.ค. 68) พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร โดยมี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือในสังกัดของกองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นแท่นเพื่อรับการยิงสลุตคำนับ โดยเรือหลวงเจ้าพระยา จำนวน 19 นัด ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี   

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพลในสังกัดกองเรือยุทธการ ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งเข้ารับฟังบรรยายสรุปเพื่อรับทราบถึงผลการปฏิบัติ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ของหน่วยต่าง ๆ ในกองเรือยุทธการ

กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2466 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเดิม เป็นหน่วยในกระทรวงทหารเรือชื่อว่า “กองทัพเรือ” และ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือรบ” และเมื่อกระทรวงทหารเรือได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเรือในปี พ.ศ.2476 กองเรือรบ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือยุทธการ” ในปี พ.ศ.2494 กองเรือยุทธการ มีภารกิจ ในการจัดและเตรียมกำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศ ให้มีสมรรถภาพและความพร้อมที่จะทำการรบ มีหน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย กองเรือตรวจอ่าว กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือดำน้ำ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยามฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองการบินทหารเรือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองการฝึก และกองสนับสนุน

วันแรกของการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย มาเป็น “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ “หล่อหลอมกาย ใจ รับใช้ชาติ”

วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.68 น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 ณ สถานีรับรายงานตัวของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยทหารใหม่ในส่วนของกองทัพเรือ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย แบ่งเป็นทหารใหม่ที่สมัครโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และวิธีการคัดเลือก เดินทางมาจากภาคกลาง  ภาคตะวันออก  ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านขั้นตอนการรับรายงานตัว ประกอบด้วย
     - สถานีคัดกรองโรค
     - สถานีตรวจสิ่งเสพติดและสิ่งของต้องห้าม
     - สถานีลงทะเบียนคัดแยกสังกัดกองร้อย และธุรกรรมการเงิน
     - สถานีรับยุทธอาภรณ์    

เข้าสู่ครอบครัวของกองทัพเรือในฐานะ “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละสถานีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานที่รวดเร็ว เรียบร้อย และปลอดภัย  และจะเข้าสู่การฝึกอบรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นทหารเรือที่มีความเข้มแข็ง องอาจ มีระเบียบวินัย มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือต่อไป

‘กองทัพเรือ’ เข้ม!! มาตรการควบคุมชายแดนจันทบุรี–ตราด สกัดเครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติ จับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 108 ราย สะท้อนวิกฤตปัญหาปากท้องคนฝั่งกัมพูชา

กองทัพเรือเข้มงวดมาตรการควบคุมชายแดน จันทบุรี – ตราด จับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกว่า 100 ราย

(12 พ.ย.68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) ภายใต้การควบคุมของ นาวาเอก วีระเชษฐ์ ขยันทำ ได้บูรณาการร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรสะตอน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจสันติบาล จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมผู้นำพาแรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาจำนวน 108 คน บริเวณบ้านสวนส้ม ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มแรงงานทั้งหมดมีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่ส่วนหลังของประเทศ เช่น จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้นำพาตั้งแต่ 5,500–7,000 บาทต่อคน จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทราบว่า แรงงานจำนวนมากได้อพยพกลับประเทศกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้หลายพื้นที่ฝั่งกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดแคลนรายได้และโอกาสในการทำงาน แรงงานบางส่วนจึงพยายาม ลักลอบกลับเข้ามายังประเทศไทยเพื่อหางานทำ แม้จะทราบถึงความเสี่ยงและการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้มงวดมาตรการควบคุมและปิดช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ของกองทัพเรือ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย การลักลอบข้ามแดน และการย้ายฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่าย Cyber Scam ซึ่งกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 "จุดเริ่มต้นของความพร้อมในการสร้างทหารกองประจำการที่มีคุณค่าต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติ" 

เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.68) น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 ณ ลานสวนสนาม ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,933 นาย ที่เข้ารายงานตัว ระหว่างวันที่ 1 - 2 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ได้ผ่านขั้นตอนทางธุรการ การคัดกรองสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจ เรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมในการรับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อหล่อหลอมจากสถานะพลเรือนให้เป็น “สุภาพบุรุษทหารเรือ” ที่เข้มแข็ง องอาจ ก่อนเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของกองทัพเรือ โดยมีหัวข้อการฝึก ประกอบด้วย

- การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และบุคคลท่าอาวุธ
- การฝึกสวนสนาม
- การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- การอบรมวิชาการเรือ  วิชาการอาวุธ วิชาข้อบังคับ วิชาสังคมและมนุษยศาสตร์ และวิชาการป้องกันความเสียหาย

โอกาสนี้ ผบ.ศฝท.ยศ.ทร. ได้มอบธงอันเป็นสัญลักษณ์ประจำหลักสูตร และให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมฯ ความว่า “...การที่ท่านได้เข้ามารับราชการทหารเรือ นั้น นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของลูกผู้ชาย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ประการหนึ่งแล้ว ยังถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ที่ต้องห่างจากบ้าน และครอบครัวอันเป็นที่รัก เพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ในห้วงการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา 2 เดือน นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับสถานะ จากพลเรือนให้เป็นทหารเรือ ที่เข้มแข็ง องอาจ สง่างาม มีเกียรติ และศักดิ์ศรี มีความพร้อมที่การปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตลอดระยะเวลาการฝึกจะมีความเข้มงวด จริงจัง แต่จะอยู่ภายใต้กรอบของความเมตตา ความปรารถนาดี  โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย  ดังนั้น จึงขอให้ท่านอุทิศตน อดทน ตั้งใจฝึกหัดศึกษาหาความรู้ ในส่วนของครูที่ทำหน้าที่ฝึก ก็จะเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นดูแลทุกท่านด้วยความมุ่งมั่นเเละตั้งใจเป็นอย่างดี ดังนั้น ขอให้ทุกท่านแจ้งกับครอบครัวได้เลยว่า ไม่ต้องห่วงกังวล ตราบใดที่ท่านอยู่ในรั้วของ “ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง” และเราจะดูแลท่านอย่างดีที่สุด ผมขอยืนยันว่า ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เเละคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างทหารกองประจำการ ผลัดที่ 3/68 ที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือ"

ทั้งนี้ ศฝท.ยศ.ทร. ได้เตรียมพร้อมทั้งครูฝึก สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการด้านต่างๆ โดยอยู่ภายใต้กรอบความปลอดภัยสูงสุด 

รายงานข่าวเท็จ (Fake News) กล่าวหาเจ้าหน้าที่ไทย ทำร้ายและล่วงละเมิด ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าเมือง

(17 พ.ย. 68) กองทัพเรือชี้แจงว่า จากกรณีสื่อ “สนข.เกาะสันติภาพ” ของกัมพูชา รายงานกล่าวหาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทำร้ายร่างกาย ข่มขู่รีดทรัพย์ และล่วงละเมิดแรงงานชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นั้น กองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กองทัพเรือเป็นไปตามกฎหมายไทย มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล นอกจากนี้การปฏิบัติในการจับกุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายส่วนและปฏิบัติการร่วมกันเป็นชุด ทั้งนี้ยืนยันว่ากำลังพลทุกนายของฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ โปร่งใส และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หลบหนีเข้าเมืองทุกคน ตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ

ทั้งนี้ กองทัพเรือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลวงที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายโดยไม่จำเป็น

 

ทัพเรือจับมือ Thales ยกเครื่อง “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” อัปเกรดสู่ระบบ IPMS อัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลเรือแบบ Real Time ดันอุตสาหกรรมทหารฯ ไทย สู่มาตรฐานโลก

(19 พ.ย. 68) กองทัพเรือไทยได้ลงนามในสัญญากับบริษัท Thales ร่วมกับบริษัทจักรวาล คอมมิวนิเคชั่น ซีสเท็ม จำกัด หรือ “Jakkrawan” เพื่ออัปเกรดเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือธงที่ประจำการมาเกือบ 30 ปี ให้ก้าวสู่เรือรบยุคใหม่ ภายในงาน Defense and Security 2025 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยดีลนี้เป็นการติดตั้งระบบ Integrated Platform Management System (IPMS) รุ่นล่าสุด ยกเครื่องระบบบริหารจัดการต่าง ๆ ของเรือทั้งลำ

IPMS ถูกมองว่าเป็น “สมองกลหลัก” ของเรือรบยุคใหม่ เพราะเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสำคัญทั้งหมดภายในเรือ ตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบความปลอดภัย เข้าด้วยกันในจอเดียว ทำให้สามารถตรวจสอบและควบคุมสถานะต่าง ๆ ได้แบบ Real Time ช่วยให้ผู้บังคับการและเจ้าหน้าที่ตัดสินใจได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเป็นระบบมากกว่าเดิม

ความร่วมมือครั้งนี้ยังต่อยอดความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่าง Thales กับกองทัพเรือไทยที่มีมากว่า 55 ปี ปัจจุบันเรือกว่า 80% ใช้ระบบของ Thales อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน Jakkrawan ในฐานะพันธมิตรไทยจะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการซ่อมบำรุง ช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศในระยะยาว และวางฐานให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยพัฒนาไปพร้อมกับการยกระดับขีดความสามารถของกองเรือด้วย

กองทัพเรือไทยโต้เขมร จัดฉากปาประทัดสร้างสถานการณ์ หวังใส่ร้ายไทย!! เป็นฝ่ายเปิดฉากยิง พร้อมป่วนเก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN-2 ทำคณะผู้สังเกตการณ์ AOT เข้าใจผิด

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าตามที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนของกัมพูชา (ASEAN Observer Team: AOT) ได้ยุติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิงบริเวณช่องทางผ่านแดนในเขตจังหวัดโพธิสัตว์ ภายหลังได้ยินเสียงคล้ายการใช้อาวุธจากฝ่ายไทยนั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) ซึ่งปฏิบัติการอยู่ ที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ภายในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน และเป็นพื้นที่เดียวกับที่ฝ่ายไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวนมาก รวมทั้งระเบิด PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) ที่ลาดตระเวนคุ้มกันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่นั้น ตรวจพบว่าทหารกัมพูชาหลายนายได้นำคณะ AOT–Cambodia มาปรากฏตัวบริเวณแนวรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดทำไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดและเพื่อมิให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถรบกวนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยได้เหมือนที่เคยปฏิบัติมา และได้พยายามขอข้ามแนวลวดหนามมา ซึ่งทางฝ่ายไทยไม่อนุญาตให้ทหารกัมพูชานำคณะดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการได้ของฝ่ายไทยได้

ต่อมาเมื่อวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.) ระหว่างที่หน่วย TMAC ของไทยกำลังปฏิบัติงานต่อเนื่อง ได้สังเกตเห็นกลุ่มทหารกัมพูชากำลังสังเกตการณ์อยู่ภายในฐานจอมวย ซึ่งห่างจากแนวรั้วลวดหนามประมาณ 150 เมตร ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดหรือเสียงไม่ทราบที่มา บริเวณไม่ไกลจากบริเวณนั้น กำลังพลทั้งสองฝ่ายก็ได้หลบและเข้าสู่ที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย ภายหลังตรวจสอบโดยละเอียดของฝ่ายไทยพบว่าไม่มีการใช้อาวุธหรือการปฏิบัติการใดๆ จากฝ่ายไทย โดยเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าเสียงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายประทัดมากกว่าเป็นเสียงจากอาวุธปืน ซึ่งอาจเป็นการสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายกัมพูชาเอง 

กองทัพเรือยืนยันว่าไทยดำเนินการด้านมนุษยธรรมตามมาตรฐานสากล และมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด โดยจะเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนต่อไป ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพร้อมประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม

‘ทนายเกิดผล’ ยอมรับผิด ยกมือไหว้ขอขมากองทัพเรือ ปมโพสต์พาดพิง ‘เขต 8’ จับหน่วยซีล ชี้รับข้อมูลต่อมาโดยไม่ตรวจสอบ ลั่นหากถูกฟ้องพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย

(29 พ.ย. 68) จากกรณี นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพาดพิงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล) ทำนองว่าเจ้าหน้าที่ถูกกลุ่มในเขต 8 จับเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ 40,000 บาท ก่อนจะลบโพสต์ทิ้งภายในราว 2 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนในโซเชียลมีเดียตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

ต่อมา ทีมข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจากนายเกิดผล เจ้าตัวยกมือไหว้กล่าวคำขอโทษต่อกองทัพเรือและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าที่โพสต์ออกไปเพราะเข้าใจผิดจากข้อมูลที่ได้รับมา โดยไม่ได้ตรวจสอบให้รอบด้านก่อนเผยแพร่ ระบุว่าขณะนี้ได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับโฆษกกองทัพเรือแล้ว ซึ่งทางกองทัพเรือยืนยันว่าเข้าใจว่าเป็นเหตุจากความเข้าใจผิด แต่โพสต์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน

นายเกิดผลอธิบายว่า ข้อมูลที่นำมาโพสต์ได้มาจากผู้สื่อข่าวช่องหนึ่งที่มาสอบถามความเห็นด้านกฎหมาย พร้อมแสดงข้อความอ้างว่าหน่วยซีลถูกเรียกไปปฏิบัติงานในเขต 8 และถูกจับเรียกค่าไถ่ 20,000–40,000 บาท ตนจึงให้ความเห็นทางกฎหมายและเข้าใจว่าข้อมูลผ่านการกลั่นกรองจากสำนักข่าวแล้ว จึงนำมาโพสต์เพื่อให้สังคมจับตาพฤติกรรมในพื้นที่เขต 8 โดยไม่ทันนึกถึงมิติด้านความมั่นคงและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

ทนายเกิดผลยอมรับว่ากรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ไม่เฉพาะตัวเขาเองแต่รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข่าวสารทุกคน ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและรายละเอียดให้รอบคอบก่อนโพสต์ ย้ำว่าตนไม่ได้มีข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับเขต 8 เกินกว่าที่สังคมรับรู้ทั่วไป และหากภายหลังมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือข้อหาใด ตนพร้อมรับผิดและต่อสู้คดี เพราะยอมรับว่าทำไปโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีตั้งแต่ต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top