Sunday, 6 April 2025
กระทรวงแรงงาน

'สุชาติ' รมว.แรงงาน มอบ 'บุญสงค์' เลขาธิการ สปส. ตัดริบบิ้นเปิดงาน Open House & Opening SSO @ BSR โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ ดูแลสุขภาพคนทำงานและสถานประกอบการ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ประธานเปิดงาน Open House & Opening SSO @ BSR ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางนงค์ลักษณ์ กอวรกุล ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม เข้าร่วมงาน โดยมีนายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 6 โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ นายแพทย์ชินวัต สุวรรณทิพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ นายปฐพี จิระวรรณ ประกันสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายในการดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับการเข้าถึง สิทธิการรักษา โดยสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเชิงรุกให้กับผู้ประกันตน ในสถานประกอบการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยในปี 2566 สำนักงานประกันสังคม มีโรงพยาบาลประกันสังคม จำนวนทั้งสิ้น 260 แห่ง แยกเป็นโรงพยาบาลของรัฐ 169 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 91 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาลรัฐที่เข้าใหม่ 3 แห่ง โรงพยาบาลเอกชนเข้าใหม่ 3 แห่ง เพื่อดูแลสุขภาพ พี่น้องผู้ประกันตน ให้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มาตรฐานสากล ทำให้แรงงานในระบบมั่นใจว่า เมื่อยามเจ็บป่วยจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ 

นอกจากนี้แล้ว สำนักงานประกันสังคมได้ทำความตกลงกับสถานพยาบาล จำนวน 61 แห่ง ให้บริการตรวจค้นหาความเสี่ยง 5 โรค ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อ ที่มดลูก โรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประกันตนอีกด้วย ผมในฐานะเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมในปี 2566 พร้อมขยายพื้นที่รองรับการให้บริการผู้ป่วยนอก อีกทั้ง มีคลินิกเครือข่ายเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการสุขภาพ และระบบส่งต่อการรักษากับโรงพยาบาลในเครือข่ายคู่สัญญา ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาล ยังได้มอบสิทธิส่วนลดการรักษาพยาบาลสำหรับครอบครัวผู้ประกันตนอีกด้วย

'รมว.เฮ้ง' ติดตาม เคสลูกจ้างถูกเครื่องจักรหนีบเสียชีวิต สั่ง สอบข้อเท็จจริง พร้อมเร่งเยียวยาตามสิทธิ์เต็มที่

(15 ก.พ. 66) รมว.แรงงาน ห่วงเหตุลูกจ้างถูกเครื่องโรยยางหนีบเสียชีวิต สั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตรวจสอบสาเหตุ พร้อมเร่งช่วยเหลือตามสิทธิพึงได้ เตรียมเรียกนายจ้างสอบ 17 กุมภาพันธ์นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีลูกจ้างโรงงานผลิตยางพารา จ.อุดรธานี ถูกเครื่องจักรหนีบเสียชีวิต ว่า "ผมได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ทันที"

เบื้องต้นได้รับรายงานจากพนักงานตรวจความปลอดภัย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานีว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 12.25 น. ขณะที่นายเนตร เครือสี อายุ 35 ปี ลูกจ้างซึ่งในทำงานตำแหน่งผู้ช่วยช่าง นำด้ามเหล็กขึ้นไปเขี่ยแซะยางที่ตะแกรงเหล็กบริเวณเครื่องโรยยาง ใบพัดของเครื่องโรยยางได้ดึงและหนีบตัวลูกจ้างเข้าไปในเครื่อง ทำให้ลูกจ้างเสียชีวิตทันที ขณะเกิดเหตุลูกจ้างที่เป็นหัวหน้ากะและเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ได้เข้าไปช่วยเหลือและนำร่างลูกจ้างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพ ณ โรงพยาบาลหนองหาน อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

ผช.รมว.แรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ตรวจเยี่ยมสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี สาขาช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ (ฟลัคคอร์) พบบริษัทฯ ประเทศเกาหลีใต้ต้องการช่างเชื่อมจำนวนมากในงานอู่ต่อเรือ

(16 ก.พ. 66) เวลา 10.00 น. นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกำ จังหวัดปทุมธานี โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีนโยบายให้การส่งเสริม และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานที่มีความประสงค์จะเดินทางไปหางานและทำงานในต่างประเทศให้ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และนำรายได้กลับเข้าสู่ประเทศ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี ได้ออกใบอนุญาตสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน ในสาขาและตำแหน่งตามประกาศกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามมาตรา 47 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 มีเขตดำเนินการภายในจังหวัดปทุมธานี โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน จำนวน 4 สาขา ดังนี้ 

1. สาขาช่างเชื่อมและโลหะแผ่น 8 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมประกอบโครงสร้าง ช่างประกอบท่อ ช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ ช่างเชื่อมก๊าซ ช่างตัดโลหะ ช่างทำท่อส่งลมและโลหะแผ่นบาง และช่างหุ้มฉนวน 2. สาขาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างไฟฟ้าอาคาร ช่างไฟฟ้าโรงงานหรือช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม และช่างทำความเย็นและปรับอากาศ 3. สาขาช่างยนต์ 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเครื่องยนต์เบนซิน ช่างสีรถยนต์ พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานควบคุมเครื่องจักรกลหนัก 4. สาขาช่างก่อสร้าง 9 ตำแหน่ง ได้แก่ ช่างเหล็กเสริมคอนกรีต ช่างไม่แบบ ช่างประปา (สุขภัณฑ์/เดินท่อ/ประกอบท่อ) ช่างปูกระเบื้อง ช่างฉาบปูน ช่างก่ออิฐ ช่างสีอาคาร ช่างประกอบนั่งร้าน (ตำมแบบนายจ้างกำหนด) และพนักงานให้สัญญาณเครน (ตำมแบบนายจ้างกำหนด)

‘เสี่ยเฮ้ง’ เสียใจ เหตุเครื่องอัดกระดาษอัดร่างแรงงานดับ สั่ง สปส. ตรวจสอบข้อเท็จจริง - ช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต

(17 ก.พ.66) ตามที่เกิดเหตุลูกจ้างเสียชีวิตจากการถูกเครื่องอัดกระดาษอัดร่างเสียชีวิต นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใย สั่งการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทผู้เสียชีวิตโดยด่วน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ นายพุทธพงษ์ แย้มศรี ลูกจ้างของ บริษัท เกษตรพร ค้ากระดาษ จำกัด อยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี ถูกเครื่องอัดกระดาษอัดร่างเสียชีวิต ว่า ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือกับทายาทผู้เสียชีวิตทันที ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 15.48 น. ได้เกิดเหตุลูกจ้างเสียชีวิตจากการถูกเครื่องอัดกระดาษอัดร่างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ณ บริษัท เกษตรพร ค้ากระดาษ จำกัด ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดปราจีนบุรี เชิญนายจ้างเข้าพบเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุการเสียชีวิต และชี้แจงสิทธิประโยชน์ให้กับทายาทต่อไป

'รมว.เฮ้ง' ห่วงใย เคสไฟไหม้โรงงานพลาสติก จ.อยุธยา สั่ง 'กสร.' ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตพลาสติก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่ง กสร. ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุทันที เชิญนายจ้างพบ 21 กุมภาฯ นี้

(20 ก.พ. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า เบื้องต้นผมได้รับรายงานจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 1 (พระนครศรีอยุธยา) เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 12.00 น. จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านนอกตัวอาคาร และเป็นจุดที่วางชิ้นส่วนของถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

'รมว.เฮ้ง' สั่ง สปส. เร่งหาข้อเท็จจริงจากญาติผู้เสียชีวิต กรณีหักหัวคิวเงินชดเชยต่างด้าว เหตุเรือระเบิดที่แม่กลอง

(21 ก.พ. 66) นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวจากเพจเฟซบุ๊กปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านเกี่ยวกับการเรียกหัวคิวพม่า 40% แลกเดินเรื่องเงินชดเชยแปดแสนบาทกรณีเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันระเบิดกลางแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ในเรื่องนี้ ทันทีที่ทราบข่าวท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานลงพื้นที่ไปสอบข้อเท็จจริงกับญาติของแรงงานที่เสียชีวิตด้วยตนเอง เพื่อสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงหากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์ตามข่าวจริง ก็จะถูกส่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะถ้ามีคนทำนาบนหลังคนเดือดร้อน จะต้องรับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

นายบุญสงค์ กล่าวต่อว่า "ในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ผมได้รับรายงานจากนางสาวชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาครว่า กรณีนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร ได้ดำเนินการจ่ายเงินค่าทำศพให้กับญาติที่มีชื่ออยู่ในหลักฐานการจัดการศพทั้ง 7 รายๆ ละ 50,000 บาท เรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินที่เหลือเป็นเงินค่าทดแทนการตายและเงินบำเหน็จชราภาพ รายละประมาณ 7 แสนกว่าบาท ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนรอหลักฐานของทายาท ซึ่งได้สอบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่ามีผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายและได้ชี้แจงให้ญาติทราบแล้ว 

"เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีนาย THUREIN TUN ทูตแรงงานเมียนมา และนาย Sai Soe ล่ามของสถานฑูตเมียนมา พร้อมกับ คุณกนกพร บุญโต ผู้รับมอบอำนาจของนายจ้าง และญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย มาพบเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งทางสำนักงานฯ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และหลักฐาน โดยทางสถานทูตรับเรื่องไปประสานงานและช่วยเหลือในเรื่องการออกพาสปอร์ต หนังสือรับรองยืนยันตัวตนของผู้มีสิทธิ บันทึกถ้อยคำของทายาท และหลักฐานอื่นๆ เช่น ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส เป็นต้น 

"และในวันนี้ ผมได้มอบหมายให้นางนงลักษณ์ กอวรกุล ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ พร้อมด้วย หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจากญาติของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดสมุทรสงคราม"

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย พบว่า มี ญาติ 1 ราย ให้ข้อมูลว่า มีผู้มาติดต่อ ณ ที่พักอาศัย จำนวน 4 คน โดยเสนอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเบิกเงินจากสำนักงานประกันสังคมแลกกับการจ่ายเงินค่าเดินเรื่องดังกล่าว แต่ญาติปฏิเสธข้อเสนอเนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตเมียนมาร์และกระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมแล้ว และมีความมั่นใจเกี่ยวกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 

'ครม.' ไฟเขียวร่าง ครส. 3 ฉบับ ยกระดับการจ้างงาน เพิ่มวันลาคลอด-วันหยุดพิเศษ-การรักษาพยาบาล

(21 ก.พ. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์ 3 ฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจบางประเด็นให้เหมาะสมมากขึ้น ตามข้อเรียกร้องของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานฯ มีดังนี้

1.) ร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ..) เพิ่มเติมประเด็นสำคัญ อาทิ กำหนดเพิ่มเติมให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดพิเศษตามมติ ครม. ตามความเหมาะสมและจำเป็นของกิจการ, กำหนดเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตร จากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน และกำหนดเพิ่มเติมให้เงินทดแทนที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้ลูกจ้าง กรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงาน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ผู้ตรวจฯ ก.แรงงาน ติดตามผลการปฏิบัติงานการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวจังหวัดลำพูน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.30 น. นางดรุณี นิธิทวีกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดลำพูน เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานและการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในจังหวัดลำพูน โดยมี นายวิชิต อินทรเจริญ ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน นายสมชาย เอื้อจารุพร ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3B ศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดลำพูน ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

อย่าหลงเชื่อ ‘รมว.เฮ้ง’ สั่ง กรมจัดหางานเร่งตรวจสอบนายหน้าเถื่อน หลังหลอกคนไทยทำงาน 'ญี่ปุ่น-มัลดีฟส์' ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

(1 มี.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรณีผู้เสียหายจากหลายจังหวัดร่วม 20 คน ถูกเฟซบุ๊กรายหนึ่งแอบอ้างพาไปทำงานตำแหน่ง พนักงานต้อนรับ ประเทศมัลดีฟส์ รายได้ 80,000-90,000 บาท และตำแหน่งคนงานสวน ประเทศญี่ปุ่น รายได้ 72,000 บาท โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าประเทศ สุดท้ายถูกหลอกลวงสูญเงินรายละ 50,000-85,000 บาท และเลื่อนการเดินทางออกไปเรื่อย ๆ พร้อมบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน  บก.ปคม. เพื่อตรวจสอบดำเนินคดี ซึ่งตนทราบเรื่องแล้วไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการไปยังอธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งติดตาม ช่วยเหลือ และร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้มีพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยไปทำงานต่างประเทศตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

ล่าสุดกรมการจัดหางานตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ทางทะเบียนระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์แล้ว พบว่า สาย-นายหน้ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศและไม่ได้จดทะเบียนเป็นลูกจ้าง หรือตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิด ตามมาตรา 66 ข้อหาการโฆษณาการจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 91 ตรี ข้อหา "หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ซึ่งต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลเท็จตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” 

กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสถาบันการสร้างชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการพัฒนาสุขภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ พัฒนามาตรฐานการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน ส่งเสริมไทยเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลก

วันที่ 10 มีนาคม 2566 เวลา 13.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการพัฒนาสุขภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ ระหว่างกระทรวงแรงงานกับสถาบันการสร้างชาติ (Wellness Corporate Nation-Building : Wellness CNB) ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีความยินดีให้การสนับสนุน ส่งเสริม ประสานงานความร่วมมือกับสถาบันการสร้างชาติในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ Wellness CNB ซึ่งจะช่วยให้แรงงานในสถานประกอบการต่างๆ เกิดสวัสดิภาพที่ดี ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานให้มีสุขสภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ รวมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และพร้อมสนับสนุนด้านความรู้ วิชาการ และการประสานความร่วมมือไปยังสถานประกอบการต่างๆ ในการดูแลให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Wellness CNB ที่สถาบันการสร้างชาติจัดขึ้น อีกทั้งเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงกับสถาบันการสร้างชาติ ในโครงการพัฒนาสุขสภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติในวันนี้ จะเกิดผลที่เป็นรูปธรรมผ่านการหารือในรายละเอียดของกิจกรรมที่จะทำร่วมกันต่อไป ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)

การสร้าง Wellness ให้เกิดขึ้นในแรงงานไทยจะช่วยสนับสนุนสิ่งที่กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญมาตลอด และจะสนับสนุนการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีมีคุณภาพให้กับแรงงานต่อไปในอนาคต โครงการนี้จะมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนามาตรฐานการดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกคน และช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเมืองหลวงด้าน Wellness ของโลกได้อย่างแท้จริง นายบุญชอบฯ กล่าวในท้ายที่สุด

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ กล่าวว่า การร่วมมือการลงนามในวันนี้ สถาบันการสร้างชาติ ได้ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรผู้นำการประกอบการ Wellness เพื่อการสร้างชาติของสถาบันการสร้างชาติ จะร่วมพัฒนาส่งเสริมการต่อยอดสร้างองค์กรต้นแบบที่มีสุขสภาพที่ดี สร้างเครือข่ายกับองค์กรที่ร่วมโครงการ ขยายมุมมองการจัดการภายในองค์กร เพื่อสร้างสุขภาพที่ครบถ้วนและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคลากรในองค์กรเพื่อการพัฒนาสุขสภาพองค์กรเพื่อการสร้างชาติ (Wellness Corporate Nation-Building : Wellness CNB) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top