Thursday, 4 June 2026
กระทรวงกลาโหม

‘บิ๊กเล็ก’ วอนกัมพูชามาเก็บศพทหาร หวั่นโรคระบาด!! อย่าปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขมรรู้คงเสียใจ

(4 ส.ค. 68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่า กัมพูชายังไม่มาเก็บศพทหารของตนที่เสียชีวิตหน้าแนวไทย จึงขอให้รีบดำเนินการ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจเกิดโรคระบาด และขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นทหาร

“ทหารกัมพูชาเสียชีวิตในพื้นที่กัมพูชาบริเวณหน้าแนวเราเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่เรา เราได้ส่งกลับอย่างสมเกียรติ แต่ก็เสียใจแทนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต เพราะรัฐบาลเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขารับรู้ได้คงจะเสียใจ ถึงแม้จะเป็นคู่กรณีกันก็ตาม แต่มองว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วก็ควรให้เกียรติ” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าไทยดูแลเชลยศึกกัมพูชา 18 นายตามอนุสัญญาเจนีวา และเปิดให้ ICRC เข้าตรวจสอบ พร้อมตั้งเป้าการประชุม GBC รอบนี้ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน โดยคณะไทยประกอบด้วยตัวแทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่างประเทศ และมหาดไทย ซึ่งจะหารือต่อเนื่องถึงวันที่ 6 ส.ค. ก่อนสรุปผลและนำกลับเข้าพิจารณาในที่ประชุมความมั่นคงฯ

ส่วนข่าวปลอมเรื่องทหารไทยเตรียมบุกกัมพูชานั้น พล.อ.ณัฐพลระบุว่าไม่เป็นความจริง และทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดโดยไม่จำเป็น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายติดตามข้อมูลจาก ศบ.ทก. เท่านั้น เพราะเป็นแหล่งข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ทำให้ไทยเสียเครดิตในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับกรณีโดรน พล.อ.ณัฐพลระบุว่า ส่วนใหญ่ที่ล้ำแดนมาจากฝั่งกัมพูชา และฝ่ายไทยมีข้อมูลพร้อมตอบโต้ในที่ประชุม ขณะเดียวกันยอมรับว่า คู่เจรจากัมพูชารับมือยาก มักพูดอย่างทำอีกอย่าง ทำให้ไทยต้องประเมินความจริงใจต่อการคืนสู่สันติภาพแบบก้าวต่อก้าว พร้อมย้ำว่าไม่ได้โยนภาระให้กองทัพ แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเคารพผลของ GBC อย่างแท้จริง

‘ทรัมป์’ เล็งเปลี่ยนชื่อ ‘กระทรวงกลาโหม’ เป็น ‘กระทรวงสงคราม’ เชื่อคนอเมริกาส่วนใหญ่เห็นด้วย

(2 ก.ย. 68) สหรัฐฯ อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขากำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) กลับไปใช้ชื่อเดิมคือ 'กระทรวงสงคราม' (Department of War) ซึ่งเคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว

ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงนี้ระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง โดยย้ำว่า คำว่า 'สงคราม' สะท้อนบทบาทที่แท้จริงมากกว่า พร้อมเสริมว่าแนวคิดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า หากจะมีการเปลี่ยนชื่อจริง ๆ ขั้นตอนนี้อาจต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน ซึ่งอาจกลายเป็นอีกประเด็นร้อนในทางการเมืองของวอชิงตันในเร็ว ๆ นี้

ชาวพังงากว่า 200 คน รวมพลัง!! บุกกลาโหม ยื่นหนังสือทักท้วงการให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเรือพังงา

เมื่อวันที่ (5 ก.ย. 68) เวลา 09.30 น. ที่จังหวัดพังงา กลุ่มชาวบ้านจากหลายชุมชนกว่า 200 คน รวมทั้งผู้แทนชาวพุทธ มุสลิม และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ร่วมเดินขบวนเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม โดยมีนายวัฒนา มีแต้ม แกนนำกลุ่ม “คนรักแผ่นดิน” เป็นตัวแทนนำเสนอ เพื่อแสดงความกังวลต่อประเด็นการใช้พื้นที่อ่าวพังงาเป็นฐานทัพ

การยื่นหนังสือครั้งนี้มี พันเอกณัฐวัฒน์ พรมฝาย หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงกลาโหม และพันเอกหญิงณิชาภา กุหลาบเพ็ชร รองผู้อำนวยการกองเลขานุการกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนรับเรื่องแทนรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงกลาโหม

นายวัฒนา มีแต้ม ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสงบสุขของชุมชน พร้อมเรียกร้องให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ได้รับการรับฟังอย่างจริงจังและโปร่งใส

ทั้งนี้ ประเด็นการใช้พื้นที่ทางทหารในไทยเคยถูกหยิบยกหลายครั้งตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะช่วงสงครามเย็น ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ขณะที่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของชาวบ้านอ่าวพังงาถูกจัดขึ้นอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อสะท้อนจุดยืนว่าการพิจารณาต้องโปร่งใส รอบด้าน และคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวของประเทศและชุมชน

‘กลาโหม’ ปัดข้อเรียกร้อง ‘ฮุน เซน’ ให้เปิดด่าน ย้ำจุดยืน! กัมพูชาต้องทำตาม 4 เงื่อนไขก่อน

กระทรวงกลาโหม แถลงจุดยืนชัดเจน ไม่เจรจาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตามแรงกดดันของ ‘ฮุน เซน’ จนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด ทภ.2 สั่งเลื่อนประชุม RBC ไม่มีกำหนด เหตุเขมรยังไม่ส่งแผนปฏิบัติการ ขณะที่มองท่าที ‘ทรัมป์’ เสนอตัวเป็นคนกลางเป็นเรื่องดี

(15 ต.ค. 68) มีรายงานว่า พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา กดดันให้ไทยเปิดด่านชายแดนถาวรภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในเงื่อนไข 4 ข้อที่เคยเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา และจะไม่มีการเจรจาในประเด็นอื่นจนกว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ ที่ฝ่ายไทยยื่นต่อกัมพูชา ประกอบด้วย
1. การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน
2. การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน
3. การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
4. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาร่วมกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า จุดยืนของไทยมีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่ระดับรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันในเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อมาโดยตลอด จนถึงหน่วยงานในระดับพื้นที่ ซึ่งต้องการแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชา เช่น แผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการจัดการชุมชนที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย แต่จนถึงขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังไม่มีการเสนอแผนปฏิบัติการใดๆ ที่เป็นรูปธรรม

"กัมพูชาก็ต้องย้อนมองตัวเองว่ามีความพร้อมแค่ไหน ก่อนที่จะออกมาพูดว่าขอเปิดด่าน เพราะขณะนี้ฝ่ายไทยยืนยันเป็นแนวทางเดียวกันหมด ตั้งแต่รัฐบาลไปจนถึงระดับพื้นที่ว่าต้องยึดในเงื่อนไข 4 ข้อ ก่อนที่จะไปคุยเรื่องอื่น" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

จากการที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ส่งแผนปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งมีกำหนดจะประชุมกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนข้อสังเกตว่าแรงกดดันของกัมพูชาอาจมีสาเหตุมาจากการสูญเสียรายได้หลังไทยใช้มาตรการปิดด่านนั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า แม้จะไม่มีข้อมูลโดยตรง แต่คาดการณ์ได้ว่าเกิดจากผลกระทบด้านการค้าชายแดน ซึ่งมาตรการปิดด่านของไทยถือเป็นความเหมาะสมและเป็นการกดดันตามหลักสากล

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมยังได้กล่าวถึงท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพ ว่าเป็นเรื่องที่ดีและสะท้อนถึงความห่วงใยของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งไทยมองว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการสร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลถึงการปะทะที่อาจเกิดขึ้น

ลำปาง-มทบ.32 และหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม เปิดบ้านต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ในกิจกรรมประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 10/2568 

(12 พ.ย. 68) เวลา 07.00 น. มณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วยหน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหมพื้นที่จังหวัดลำปาง ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 10/2568 ประจำเดือนพฤศจิกายน ณ บริเวณพิพิธภัณฑ์บ้านป่องนัก ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดการประชุมหารือข้อราชการอย่างไม่เป็นทางการ โอกาสนี้คณะผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ท่ามกลางความงดงามของพิพิธภัณฑ์บ้านป่องนัก แหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าของหน่วยทหาร และบรรยากาศที่เย็นสบาย สายหมอกบางๆหลังฝนโปรยปรายติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความประทับใจต่อผู้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก     

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32, พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง คณะนายทหาร ร่วมให้การต้อนรับ ตลอดจนได้จัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับทราบถึงภารกิจและผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและจังหวัดลำปางต่อไป

‘บิ๊กเล็ก’ ซัด กัมพูชา ดีแต่พูด อยากหยุดยิง แต่ยังยิงไม่หยุด ย้ำต้องทำให้สิ้นความเป็นปฏิปักษ์ ลั่นไทยไม่ไล่ยิงถึงพนมเปญ รับรอบนี้สูญเสียหนัก เหตุกำลังพลไทย-กัมพูชาใกล้เคียงกัน

วันที่ 18 ธ.ค. 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย เรือโทหญิง ปรียาดา บัวสมบุญ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ร่วมแถลงถึงการสกัดกั้นการลำเลียงน้ำมัน-ยุทธปัจจัยทางทะเลไปยังประเทศกัมพูชา หลังมีรายงานว่าอาจมีการเล่นแร่แปรธาตุ โดยการนำเรือไทยไปรับน้ำมันประเทศที่ 3 หรือการถ่ายน้ำมันในน่านน้ำสากล

โดยระบุว่า เราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เรามุ่งไปที่เรือไทย ไม่ว่าจะเป็นเรือไทยที่ชักธงชาติไทย หรือเรือไทยที่ชักธงสัญชาติใดก็ตาม ซึ่งอาศัยความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่มีความชำนาญ

เช่น กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการพูดคุยกันในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ดำเนินการตามลำพัง

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ไม่ใช่เป้าหมาย เราจะยึดคืน 100% ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทุกเป้าหมาย 7 จังหวัด ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่เราตอบโต้ป้องกันตัวเองอย่างได้สัดส่วน

เมื่อถามย้ำว่าพื้นที่ ทภ.1 จ.สระแก้ว ที่เราอาจเสียเปรียบด้านภูมิประเทศ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องเสริมยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ยานเกราะ ซึ่งได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 โดยการยึดที่หมายได้ ไม่ใช่ว่าต้องนำกำลังไปวางไว้

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ภาษาทหารเรียกว่าการคุ้มครองด้วยการยิง ซึ่งเมื่อเรายึดก็ยิง จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าวันเดียว แล้วเราหยุดเลย

เมื่อถามถึงการจัดทำงบประมาณปี 2570 มีการปรับรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ เช่นการจัดหายุทโธปกรณ์ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เนื่องจากปีงบประมาณเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ภายหลังรัฐบาลยุบสภา ทำให้ปฏิทินงบประมาณเลื่อนออกไปอีก แต่ให้เตรียมการตั้งแต่บัดนี้

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมเราทำตามสภาพแวดล้อมในอดีต ที่ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านนั้นดี การจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป กัมพูชามีท่าทีเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับการทำงบประมาณ

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า การจัดหายุทโธปกรณ์ที่ได้พูดคุยกับ ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ สองสิ่งที่อยากให้มอง คือ สรุปบทเรียนที่ผ่านมา และอนาคตจะต้องทำอย่างไร จัดลำดับความเร่งด่วนในการจัดหายุทโธปกรณ์ในงบประมาณปี 2570

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า การที่งบประมาณเลื่อนไปอาจกระทบบ้าง จะทำให้ช้าลง แต่เราต้องใช้โอกาสตรงนี้จัดทำให้รอบคอบ จัดลำดับความเร่งด่วนให้ดี

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นอดีตทหารและเป็นรุ่นพี่ ได้พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ และน้องๆ ในกองทัพ อย่างไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เวลาลงพื้นที่ก็ขอให้ไม่ต้องจัดการต้อนรับ ขอให้ทำงานตามปกติ แต่ขอเวลามานั่งคุยกันแบบพี่น้อง ว่าพื้นที่ขาดสิ่งใดบ้าง แต่ถ้าเหลือก็ไม่ต้องบอก กระทรวงกลาโหมก็ยินดีสนับสนุน ซึ่งทางรัฐบาลให้นโยบายว่าพร้อมสนับสนุนเต็มที่

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า มั่นใจใน ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งสถานการณ์คืบหน้าตามลำดับ ภารกิจที่เราคุยกันก็เกือบ 100% แล้ว เราจะหยุดยิงเมื่อฝ่ายกัมพูชาสิ้นสุดเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง

“ในภาพที่ออกมาจากสื่อที่รัฐบาลกัมพูชาพูดว่า พร้อมเจรจา อยากหยุดยิง แต่หน้าแนวยังระดมยิงกับเราทุกวัน ก็ต้องมีการหยุดยิงชัดเจนก่อน ถ้ากัมพูชาอยากหยุดยิง ก็หยุดเลย เราไม่มีไปรุกราน ซึ่งเราป้องกันตัวเองเท่านั้น ได้สัดส่วนและจำเป็น”

“ถ้าเขาอยากหยุดยิงก็หยุด แล้วถอนกำลังที่เผชิญหน้าออกไป เราไม่มีการไล่ยิงตามยิงถึงพนมเปญอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากหยุดยิง ก็ต้องทำให้เราเห็นก่อน ไม่ใช่ดีแต่พูด และไม่ทำ ที่เคยพูดอย่างเสมอ รัฐบาลกัมพูชาพูดอยู่เสมอ แต่แนวหน้าไม่ทำตาม”

“เราก็อยากที่จะยุติ แต่เขายังมีความเป็นปฏิปักษ์ เราก็ต้องป้องกันตัวเอง ซึ่งเราห่วงกำลังพล และประชาชนที่ต้องไปอยู่ศูนย์พักพิง”

รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า หลังตนลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ก็สงสาร ทุกคนก็น้ำตาซึม ได้ให้กำลังใจ ฝากทางผู้ว่าฯ ดูแล และเราจะพยายามดำเนินการให้ใช้เวลาไม่นานนัก ตนไม่อยากไปบอกว่าต้องกี่วัน ก็จะเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์กองทัพ

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ตนเชื่อมั่นใน ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ เมื่อภารกิจเรียบร้อย เราก็จบภารกิจ ไม่ยืดเยื้อ เพราะการสูญเสียกำลังพลทำให้สะเทือนใจผู้บังคับบัญชา อะไรที่สามารถยุติสถานการณ์ได้ เราก็ยินดี

เมื่อถามว่าทางกระทรวงกลาโหมได้เตรียมข้อมูลให้รัฐบาล เพื่อเจรจากับทูตพิเศษกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี เป็นข้อมูลปกติ เราพร้อมตอบทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าการสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์ของกัมพูชานั้นเป็นอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ก็จะมีคณะผู้บัญชาการทางทหารประเมิน ตนฟังความเห็นจากกองทัพ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องท่าที การวางกำลัง กัมพูชา ต้องหยุดยิงชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง

รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้ไปตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจทหาร รวมถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนเท่าที่จะทำได้ และไม่กระทบต่อการทำงานของกำลังพลที่อยู่แนวหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ส่วนการไปลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ก็ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแนวหลัง และพูดคุยกับผู้บังคับบัญชา ที่กองกำลังบูรพา

รับรบ กัมพูชา รอบนี้สูญเสียหนัก เหตุกำลังพลใกล้เคียงกัน
รมว.กลาโหม ระบุถึงกรณีการกู้ร่างทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ พื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควายว่า กองทัพต้องการได้ร่างทหารกลับคืนมาโดยเร็ว แต่จะไปเร่งรัดไม่ได้ เพราะต้องใช้ความระมัดระวัง

“ยอมรับว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นภาพที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น เพราะเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปว่าหากเกิดการสู้รบในรอบนี้สถานการณ์จะหนักกว่าที่ผ่านมา ถ้าเป็นการรบที่เร็วและได้เปรียบ หมายความว่าฝ่ายไทยจะต้องมีกำลังมาก”

“แต่ครั้งนี้กำลังทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาใกล้เคียงกัน ทำให้การรบยืดเยื้อและสูญเสียมาก ในฐานะที่เคยเป็นเจ้ากรมยุทธการมาก่อนจึงเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสามารถจินตนาการภาพออกว่าเมื่อเกิดการรบขึ้นเมื่อไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการสูญเสีย”

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาจึงพยายามแสดงท่าทีให้เกิดการเจรจา แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบรับ แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงวันนี้ก็ต้องเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป เพื่อให้กัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์หรือที่กองทัพบกใช้คำว่าให้ กัมพูชา สิ้นสุดสภาพทางทหาร
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top