Friday, 5 June 2026
WEEKEND NEWS

นายกฯ ปลื้ม!! นักท่องเที่ยวเข้าไทยทะลุ 3 ล้านราย หลังผ่อนคลายมาตรการ โกยรายได้ 1.57 แสนล้านบาท

(6 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 กรกฎาคม 2565 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสะสมอยู่ที่ 3,150,303 คน สามารถสร้างรายได้ 1.57 แสนล้านบาท โดยประเทศที่เดินทางมาไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 425,289 คน อินเดีย 333,973 คน สิงคโปร์ 183,716 คน สหราชอาณาจักร 161,780 คน และสหรัฐอเมริกา 146,891 คน ตามลำดับ

นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วนของรายงานกระทรวงการคลัง (กค.) เกี่ยวกับภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2565 (เดือนเมษายน-มิถุนายน 2565) ของคณะกรรมนโยบายการเงิน (กนง.) ในเรื่องของการประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 อยู่ที่ 6 ล้านคน สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 5.6 ล้านคน เนื่องจากการเปิดประเทศของไทยและต่างประเทศเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และในปี 2566 คาดการณ์จำนวนอยู่ที่ 19 ล้านคน โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก

พม. จัดโครงการขับเคลื่อนงานพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขา

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2565 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมคุ้มภูคำเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 'นายอนุกูล ปีดแก้ว' อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนงานพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง โดยมี 'นางสาวนงลักษณ์ ยะสูงเนิน' ผู้อำนวยการกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 16 แห่ง และพิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง รวมทั้งสิ้น 65 คน

นายอนุกูล กล่าวว่า จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเคยประทานไว้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ใจความตอนหนึ่งว่า “ประชาชนที่อยู่ในประเทศมีมานานแล้ว แต่ไม่ใช่คนไทย คือเขาไม่ถือว่าเป็นคนไทยที่แท้จริง เขาอยู่และเกิดในเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์ของความเป็นไทยแท้จริง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ ถ้าไม่มีใครเอาใจใส่ ก็จะทำให้ความมั่นคงของประเทศด้อยไป” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัย และความมีเมตตาในการพัฒนาช่วยเหลือ ห่วงใยและไม่เลือกปฏิบัติแก่กลุ่มชนบทพื้นที่สูง

'จิรายุ' เรียกร้องผู้ว่าฯ ชัชชาติ แก้ไขปัญหาคลองสามวา ชี้!! ชานเมืองไม่ใช่ชนบท สิทธิประโยชน์ต้องเท่าเทียม

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 น. น้าหลาน จิรายุ-นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ ส.ส., ส.ก.พา ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ดูคนชานเมืองที่คลองสามวาหลังประชากรพุ่งเกือบ 3 แสน ชี้ 3 ปีมานี้รถติดนรกแตก ขอ ผู้ว่าฯ กทม. เร่งแก้ไขด่วน ขณะที่ 5 ปีที่ผ่านมาแผนพัฒนา กทม. โอ๋ แต่คนกรุงชั้นในเหตุทำงบแบบหารเท่ากัน 50 เขต เลยเห็นเขตชั้นในเดี๋ยวเปลี่ยนต้นไม้เกาะกลางเดี๋ยวเปลี่ยนทางเท้าเป็นว่าเล่น

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร และ นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และโฆษกสภา.กทม. กล่าวว่าวันนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงมาดูปัญหาของประชาชนในเขตคลองสามวา ซึ่งวันนี้ประชากรในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้น โดยพื้นที่เขตคลองสามวา ตั้งแต่ถนนรามอินนทรา, คู้บอน, หทัยราษฎร์, นิมิตใหม่, เลียบคลองสอง, ประชาร่วมใจ และถนนปัญญารามอินทรา มีประชาชนอยู่อาศัยกว่า 250,000 คน ไม่นับรวมประชากรแฝงอีกหลายหมื่นคน และมีหมู่บ้านจัดสรรขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยทางกายภาพของพื้นที่กลับไม่มีบริการสาธารณะซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำให้ในแต่ละวันมีการจราจรติดขัดอย่างหนัก ยิ่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนจะมีปัญหาอย่างมาก เนื่องจากในพื้นเขตคลองสามวามีแยกใหญ่ กว่า 5 แห่งแต่ไม่มีสะพานลอยข้ามแยกแม้แต่จุดเดียว  

นายจิรายุ กล่าวว่า ตนได้อภิปรายในรัฐสภาตั้งแต่ ปี 2562 มาจนถึงปัจจุบันมากกว่า 5 ครั้ง เรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการแก้ไข แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ อาจเป็นเพราะ สก. ก็มาจากการแต่งตั้งของ คสช. เลยไม่ค่อยใกล้ชิดกับประชาชนแถมผู้ว่า กทม.ก็มาจาก ม.44 ของ คสช. กทม. เลยเสียโอกาสไปกว่า 5 ปี ขณะที่กรุงเทพชั้นในที่มีประชากรน้อยแค่หลักหมื่นกลับได้รับการแก้ไขปัญหาทั้งทำอุโมงค์ข้ามแยกสะพานข้ามแยก ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อคนกรุงเทพคลองสามวากว่า 3 แสนคนที่เสียภาษีให้รัฐบาล และ กทม. เหมือนกัน 

วันนี้ตนและ สก. จึงเชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. มาดูในจุดที่มีปัญหาอย่างหนัก ที่แยกพระยาสุเรนทร์ตัดถนนปัญญาและถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง ซึ่งเพราะเป็น 5 แยก โดยเมื่อปี 2562 คุณชัชชาติ เคยมาขึ้นกระเช้ากับตนดูปัญหาการจราจร วันนี้ตนจึงขอให้คุณชัชชาติ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ได้โปรดให้ความสำคัญชานเมืองด้วยการพิจารณาจัดทำสะพานข้ามแยก ซึ่งจะลดการติดขัดได้มาก ซึ่งในพื้นที่เขตคลองสามวา มีทั้งหมด 4 จุดใหญ่ที่จำเป็นต้องดำเนินการ ซึ่งอาจทยอยทำในแต่ละปีงบประมาณได้ ซึ่งคนที่นี้ เรียกร้องมาตลอดว่า ชานเมืองไม่ใช่ชนบท สิทธิประโยชน์ต้องเท่าเทียม  

ด้าน นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพฯเขตคลองสามวา กล่าวต่อไปว่าในพื้นที่มีสภาพปัญหา ที่หมักหมมมานาน ทั้งในหลักการจัดสรรงบประมาณที่กลับใช้วิธีหารเท่ากันทุกเขต 50 เขต ทั้งๆ ที่เขตชั้นในมีพื้นที่เล็กประชากรน้อยแค่ 3-4 หมื่น แต่กลับได้งบประมาณใกล้เคียงกับเขตที่มีประชากรกว่า 2.5 แสน ที่ผ่านมาก็เลยเห็น กทม. ชั้นในเดี๋ยวเปลี่ยนต้นไม้เกาะกลาง เดี๋ยวเปลี่ยนพื้นทางเท้าเป็นประจำ นอกจากนี้การออกแบบถนนการวางแผนแก้ไขปัญหาเพื่อรองรับ ประชากรที่เพิ่มขึ้น ก็ทำอย่างไม่เป็นรูปธรรม โดยตนขอเสนอให้ผู้ว่าราชการได้พิจารณาดังนี้

'ครูบาบุญชุ่ม' แสดงธรรมครั้งแรกหลังออกจากถ้ำ ศิษยานุศิษย์นั่งฟังธรรมร่วมแสนคน

หลังจากที่ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรญฺญวาสีภิกขุ พระเกจิดังแห่งล้านนา ออกจากถ้ำหลวงเมืองแก็ด รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากอยู่ในถ้ำครบ 3 ปี 3 เดือน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2562

'ทิพานัน' เผย ชาวหนองคายรอปราศรัย 'บิ๊กป้อม' แก้ปัญหาน้ำ ที่ดินทำกิน ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกิจกรรมโรดโชว์ 'พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย' ครั้งที่ 2 ที่จ.หนองคายว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่ชิค ชิค มาร์เก็ต จ.หนองคาย บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน รอให้การต้อนรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.พร้อมคณะ ที่ลงพื้นที่และปราศรัยใหญ่ ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ โดยประชาชนชื่นชอบโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ที่ดำเนินการมาในเฟส 5 ที่จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 

นอกจากการปราศรัยแล้ว ยังมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคครบทุกเขตของ จ.หนองคาย ที่ผ่านมาพรรคพปชร.ให้เครือข่ายของส.ส.และอดีตผู้สมัครส.ส.ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาวิกฤต ทั้งที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สิน น้ำท่วมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้มีความใกล้ชิด และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่หนองคายอย่างมาก

'ผกก.หนุ่ย พรรคกล้า' แนะรัฐบังคับใช้ กม. เข้มงวด หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญสถานบันเทิง 2 ครั้งติด

พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. พรรคกล้า ในฐานะอดีตผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 กล่าวถึงเหตุโศกนาฏกรรมเกี่ยวกับสถานบันเทิง ทั้งเหตุยิงกันในลานจอดรถสถานบันเทิง กลางเมืองอุบลราชธานี และเหตุไฟไหม้สถานบันเทิง Mountain B อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในสัปดาห์เดียว สะท้อนชัดว่ามีการหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย จนความเสียหายเกิดขึ้น และมีผู้เสียชีวิต เรามีบทเรียนราคาแพงตอนซานติก้าผับ เมื่อปี 2552 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ฉะนั้นเจ้าหน้าที่รัฐควรจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายเสียที ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอก

“ถ้าสถานบันเทิงแห่งใดยังมาตรฐานยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐก็ควรเข้าไปช่วยแนะนำขั้นตอน รวมถึงการตรวจความปลอดภัยสถานบันเทิงให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ถ้ากรณีใดจงใจลักลอบ ก็ดำเนินคดี ดำเนินการตามกฎหมาย ปัจจุบันมีสถานบันเทิงที่เปิดไม่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่หลายแห่งมาก ซึ่งเกิดจากการหละหลวมของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องจริงจังและตรงไปตรงมาในการใช้กฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายอีกไม่รู้จบ” พ.ต.อ.ทศพล กล่าว

'วิเชียร' ซัด โศกนาฎกรรมสถานบันเทิง บทเรียนซ้ำซาก เรียกร้อง 3 ข้อแก้ไข อย่างจริงจัง

นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุไฟใหม้สถานบันเทิงที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่า เหตุการณ์ไฟใหม้สถานบันเทิง เป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ถือเป็นบทเรียนราคาแพงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับไม่มีมาตรการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องออกมารับผิดชอบเพื่อการป้องกันหรือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งที่มีโซนนิ่งชัดเจน ทราบว่าเคยมีผู้ร้องเรียนสถานบันเทิงแห่งนี้แล้วว่าเสียงดัง แสดงว่าหน่วยงานต้องรู้แล้วว่ามีผับเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ระงับเหตุ กฎหมายระบุชัดว่าเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีห้ามเข้า ผู้ประกอบการ เจ้าพนักงานก็เฉยเมย     

ดังนั้น ตนจึงขอเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้มีการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ได้แก่  
1.) การบังคับใช้กฎหมาย ตรงนี้ต้องมีคนดูแล เจ้าพนักงานใครมีหน้าที่ชัดเจนอยู่แล้วก็ต้องเข้มงวด ไม่ใช่บ่ายเบี่ยง รัฐบาลต้องกำกับเข้มเพราะเป็นความปลอดภัยสาธารณะ 
2.) ฝ่ายอนุญาตสร้างอาคารต้องมีการควบคุมเข้มงวด จะอ้างว่าไม่ขออนุญาต แล้วปล่อยให้ทำไปได้อย่างไร
และ 3.) วิศวกรรมสถานควรกำหนดแบบและมาตรฐานแห่งความปลอดภัยเฉพาะ และมีการสอนให้กับสถาปนิกและวิศวกรในสถาบันการศึกษา 

'แอนโทนี บลิงเคน' นัดคุยนอกรอบผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา  ถกปัญหา ปชต.ในเขมร ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า 

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาถึงกัมพูชาแล้ว เพื่อเข้าร่วมงานประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 55 ที่จัดขึ้นในกรุงพนมเปญ

ซึ่งการเดินทางมากัมพูชาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการเยือนต่างประเทศเป็นเวลา 10 วัน ของ บลิงเคน ซึ่งได้เลือกแลนด์ดิ้งที่กัมพูชาเป็นประเทศแรก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังฟิลิปปินส์, แอฟริกาใต้, คองโก, รวันดา ตามลำดับ 

โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าพบกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อหารือกันในหลายประเด็น ตั้งแต่สถานการณ์ในพม่า ความมั่นคงด้านสาธารณสุขของอาเซียน การสนับสนุนด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังย้ำถึงบทบาทของอาเซียนในการร่วมประณามรัสเซียในวิกฤติสงครามยูเครน รวมถึงความโปร่งใสของรัฐบาลกัมพูชา ในความร่วมมือด้านการทหารกับจีนในการพัฒนาฐานทัพเรือที่เมืองเรียม 

และนอกจากประเด็นเหล่านี้ บลิงเคน ยังได้หยิบยกเอาเรื่องของ นาง เธียรี เส็ง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกัมพูชา ที่ถือสัญชาติสหรัฐฯ ขึ้นมาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ด้วย 

ซึ่ง ตอนนี้ เธียรี่ เส็ง ถูกตัดสินจำคุกนาน 6 ปีในข้อหากบฏ หลังจากที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของ นาย ฮุน เซน โดย บลิงเคน กล่าวย้ำว่าต้องการให้รัฐบาลปล่อยตัวนาง เธียรี เส็ง โดยไว และให้รัฐบาลกัมพูชาเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของชาวกัมพูชาในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างอิสระ

บลิงเคน กับ ฮุน เซน ยังได้มีการพูดคุยเรื่องปัญหาการเมืองภายในประเทศอีกด้วย หลังจากตอนนี้มีนักการเมืองฝ่ายค้าน และนักเคลื่อนไหว ถูกตัดสินในความผิดข้อหากบฏ ขายชาติไปแล้วกว่า 60 คน ซึ่งบลิงเคนมองว่า เป็นสิ่งที่กัดเซาะหลักการด้านสิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยในกัมพูชา

ราชภัฏเชียงใหม่เจ๋ง!! ร่วม ‘ฮิโนต้า’ วิจัยพัฒนาการผลิตอินทรีย์ นำผลลัพธ์ขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์

ไม่นานมานี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตอินทรีย์ กับ บริษัท ฮิโนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำผลงานวิจัยขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล ตำแหน่ง รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เป็นประธานในพิธีพร้อมลงนามบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตอินทรีย์ กับ นายโอฬาร ระสถิตย์ชัย ที่ปรึกษาอาวุโสกรรมการผู้จัดการบริษัท ฮิโนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ณ ห้องประชุมสะลวง ชั้น 2 อาคารอำนวยการและบริหารกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม ซึ่งเป็นการร่วมกันวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตอินทรีย์ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย

โรงพยาบาลพญาไท 3 จัดกิจกรรม ครอบครัวคนรักษ์ข้อครั้งที่ 13 'ข้อฟิต คนฟิน'

ปัจจุบันแนวโน้วสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาดูแลสุขภาพและเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ดังนั้นกิจกรรมกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุจึงเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นสำหรับประชากรในกลุ่มนี้ โรงพยาบาลพญาไท 3 โดยศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท 3 จึงให้ความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจัดกิจกรรม ครอบครัวคนรักษ์ข้อซึ่งในปีนี้เราจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 13 โดยตลอดระยะเวลา 12 ปีของการจัดงานที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลพญาไท 3 มุ่งเน้นเรื่องการรักษาที่มีประสิทธิภาพและการดูแลหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง อีกทั้งเรายังไม่หยุดพัฒนาเรื่องการรักษามีการนำเข้าหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเข้ามาวางแผนการผ่าตัดร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มความแม่นยำ ลดอาการบาดเจ็บ ฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ

กิจกรรมครอบครัวคนรักษ์ข้อครั้งที่ 13 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่โรงพยาบาลพญาไท 3 นำทีมโดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผุ้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 ร่วมกับ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท 3 พร้อมด้วยทีมแพทย์และคณะผู้บริหารตั้งใจจัดกิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น เพื่อผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมกับทางโรงพยาบาลได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำกิจกรรมร่วมกัน 

โดยในครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 31 กรกฏาคม 2565 ณ โรงแรม RAMADA เจริญกรุง ภายใต้คอนเซ็ปการจัดงาน 'ข้อฟิต คนฟิน' มุ่งเน้นการทำกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขสนุกสนานพร้อมทั้งผู้ที่เข้าร่วมงานยังได้โชว์ศักยภาพข้อเข่าที่ได้รับการผ่าตัดรักษาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้า และบุคลากรในโรงพยาบาลทุกภาคส่วนขอบคุณที่ลูกค้าทุกท่านให้ความไว้วางใจเข้ามาผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมกับทางโรงพยาบาลพญาไท 3 โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ด้วยฐานกิจกรรมเกมส์มหาสนุกตามฐานต่างๆ กิจกรรมเวิร์คช้อป DIY หน้ากากผ้าอนามัย ฐานกิจกรรมทางกายภาพบำบัด พร้อมทั้งรับประทานอาหารร่วมกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top