Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

‘นายกฯ เศรษฐา’ ร่วมชมงาน ‘OTOP Midyear 2023’ ให้กำลังใจผู้ประกอบการ “สู้ๆ ทุกอย่างจะกลับมาดีเอง”

(27 ก.ย. 66) ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เยี่ยมชมงาน OTOP Midyear 2023 โดยมี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ให้การต้อนรับ และมี นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีน ร่วมเยี่ยมชมงานด้วย

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับกระเช้าจากตัวแทนภาคใต้ ซึ่งได้ขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือในการลดค่าน้ำค่าไฟ และการช่วยเหลือเกษตรกรต่าง ๆ นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรียังให้กำลังใจผู้ประกอบการ โดยบอกว่า ให้สู้ๆ และทุกอย่างจะกลับมาดีเอง

นายกฯ ยังได้แวะร้านโอทอปเพชรบูรณ์ โดยนายกฯ ได้ใช้พู่กันเขียนชื่อ เศรษฐา ทวีสิน บนภาพคนแคระที่วาดด้วยน้ำเทียน บนผ้าใยกัญชง ซึ่งภาพคนแคระดังกล่าวเป็นประติมากรรมบนอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นายกฯ กล่าวด้วยว่า วาดยาก เพราะมีรายละเอียดเยอะ

ทั้งนี้ ระหว่างนายกฯ เยี่ยมชมร้านค้าต่าง ๆ ภายในงาน นายเกรียง ยังได้พานายกฯ เข้าไปชมร้านโอทอปผ้าไทยจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้มีการมอบผ้าขาวม้าให้นายกฯ โดยผูกให้ที่เอว

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภายในงานมีประชาชนที่ทราบว่านายกฯ จะมาเยี่ยมชมได้เข้ามาขอถ่ายภาพเซลฟีจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบการ OTOP หลายบูธที่รอถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ บอกว่า เสียดายไม่ได้แสดงสินค้าโชว์และไม่ได้ถ่ายรูปด้วย เนื่องจากนายกรัฐมนตรี มีภารกิจต้องเดินทางไปกรมชลประทานต่อ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ จึงทำให้ต้องยกเลิก บางบูทที่เตรียมรอต้อนรับ

‘เอ ศุภชัย’ ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ปมร่วมเฟรม ‘บิ๊กโจ๊ก-มินนี่’ แต่คนใกล้ชิดช่วยยืนยัน!! ไม่รู้จักแน่นอน แค่ไปงานเลี้ยงเท่านั้น

(27 ก.ย.66) หลังจากที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเผยภาพในงานเลี้ยงที่มี บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และคุณกุ๊บกิ๊บ ภรรยา และยังมีนางสาวมินนี่ ผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน และ เอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราชื่อดัง ร่วมเฟรมเดียวกัน

โดยเฟซบุ๊กของ น้อง-ธัญญารัตน์ ถาม่อย ผู้สื่อข่าว PPTV เปิดเผยว่า คนใกล้ชิดของ ‘เอ ศุภชัย’ ซึ่งอยู่ในงานเลี้ยงวันดังกล่าวด้วย ให้ข้อมูล PPTV ว่า ‘เอ ศุภชัย’ ได้รับเชิญไปงานเลี้ยง เนื่องจากรู้จักกับบิ๊กโจ๊กและภรรยามานานแล้ว

โดยงานเลี้ยงดังกล่าวจัดขึ้นหลังงานศพของคุณพ่อบิ๊กโจ๊กเพื่อขอบคุณลูกน้องและคนใกล้ชิดตามที่บิ๊กโจ๊กให้สัมภาษณ์ วันนั้นคนที่มาร่วมงาน ก็มีการถ่ายรูปร่วมกันหลายรูป บางคนก็รู้จักกันบางคนไม่รู้จักกัน ส่วนภาพที่มีการเผยแพร่ออกมา นางสาวมินนี่เข้ามาขอถ่ายรูปกับ ‘เอ ศุภชัย’ พร้อมกับบิ๊กโจ๊กและภรรยา ซึ่งก็เป็นปกติของคนที่มีชื่อเสียง สามารถถ่ายรูปกับทุกคนได้ แต่ยืนยันว่า ‘เอ ศุภชัย’ ไม่รู้จักนางสาวมินนี่เป็นการส่วนตัวอย่างแน่นอน

ขณะที่ ‘เอ ศุภชัย’ ระบุสั้นๆ ว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์สื่อไหนเลย เนื่องจากอยู่ระหว่างการทำงาน โปรโมตการท่องเที่ยว ที่บ้านเกิดในจังหวัดนครศรีธรรมราช 

‘สุพิศาล’ แนะ ‘นายกฯ’ ดัน ‘บิ๊กรอย อิงคไพโรจน์’ นั่ง ‘ผบ.ตร.’ ชี้!! ยึดตามหลักอาวุโส หากยังเลือกไม่ได้ ให้ใช้วิธีรักษาการแทน

(27 ก.ย. 66) ที่รัฐสภา พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะอดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วันนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่จะมีการประชุมโดยมีวาระสำคัญ เพื่อเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า นายกฯ มีอำนาจตามมาตรา 77 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ โดยเลือกรองผบ.ตร. ที่มีอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ในการสืบสวนปราบปราม ซึ่งเป็นมาตราที่บังคับให้นายกฯ ใช้ดุลยพินิจ ในฐานะผู้นำองค์กรในการคัดเลือก

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า ส่วนปัจจุบันที่มีเหตุการณ์โอนย้ายถ่ายอำนาจของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่เป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. แต่มีการตรวจค้นบ้าน และพบว่าลูกน้องมีความเกี่ยวข้องเส้นเงินเว็บพนันออนไลน์นั้น ก็เป็นเรื่องประจวบเหมาะ แต่ไม่เกินคาดเดา เพราะเป็นแคนดิเดตที่คนเฝ้ามองอยู่แล้ว ที่มีการคาดเดาว่านายกฯ จะเสนอ

อย่างไรก็ตาม วันนี้เร็วที่สุดคือการเลื่อนออกไป แต่หากจะพิจารณาต้องชี้แจงเหตุผลของบุคคลที่เลือกมา และหากให้นิ่งที่สุดคือการเลือกหมายเลข 1 จากคุณลักษณะเฉพาะ มองว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ

“เชื่อว่าจะเป็นที่ยอมรับของสังคมตำรวจ เพราะ พ.ร.บ.ตำรวจฯ ฉบับนี้ มุ่งเน้นอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ ซึ่งแคนดิเดตฯ คนที่ 1 มีครบถ้วนแน่นอน แต่คนอื่นๆ ก็มี อยู่ที่นายกฯ จะชี้แจงเหตุผลอย่างไร ซึ่งจะมีคณะกรรมการ 6 ตำแหน่งจะเป็นตัวชี้ จากการนำเสนอวิสัยทัศน์ของแคนดิเดต รอง ผบ.ตร. ถ้านำเสนอคนที่มีเหตุผลน้อยที่สุด นายก ก็ต้องชี้แจง และฟันธง” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

เมื่อถามว่า การตั้งผบ.ตร.รอบนี้มีข้อแคลงใจเยอะ ควรต้องเลื่อนการประชุมวันนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาก่อนหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า หากประชุมคงมีผลกระทบในที่ประชุมถึงข้อครหา ดีที่สุดคือชักออกจากบัญชี และพิจารณาแค่ 3 คน แต่ถ้าไม่ชักออกแล้วต้องการดันต่อ ก็เลื่อนการพิจารณาออกไป แต่ก็มีความจำเป็นต้องเอาเบอร์ 1 มารักษาการ แต่ถ้านายกฯ ใช้อำนาจเลือกเบอร์ 4 มารักษาการ ก็จะมีรักษาการยาวเหยียดไม่ผ่านการประชุมของ ก.ตร.

“มีกระแสคลื่นใต้น้ำแน่นอน เพราะมีการเขียนคำร้อง เนื่องจากเบอร์ 1 มีสิทธิฟ้องร้องคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน ซึ่งใช้เวลา 30 วัน คงรู้ผลแพ้ชนะ” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีคลื่นใต้น้ำเป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้ ผบ.ตร.ส้มหล่น พล.ต.ต.สุพิศาล หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ตามสิทธิก็ถือว่าไม่ได้ส้มหล่น

เมื่อถามว่า การที่นายกฯ เป็นพลเรือนจะทำให้ตัดสินใจยากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า เป็นพลเรือนก็ง่ายขึ้น มีความสะดวก ถ้าการพิจารณาไม่ไปตามอาณัติใคร

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังมีโอกาสที่จะได้เป็น ผบ.ตร.ในอนาคตหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ถ้ายังอยู่ก็ต้องได้เป็น ครั้งหน้าถ้าตั้งใจทำงาน ไม่มีข้อครหา เขาก็ต้องได้ แต่แน่นอนว่าต้องมีกระบวนการเตะตัดขาอยู่แล้ว เพราะเป็นพวกเหาะเหินเดินอากาศได้

เมื่อถามว่า มองว่าสุดท้ายการประชุมวันนี้จะเป็นอย่างไร พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ตนอ่านเกมว่าดีที่สุดคือเบอร์ 1 ได้ ยึดตามกฎหมาย ระบบอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ผ่านงานสืบสวนสอบสวน เบอร์ 1 จึงน่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะอาวุโสกว่าคนอื่นๆ คลื่นใต้น้ำน้อยสุดหรือแทบจะไม่มีเลย เพราะอยู่อีกแค่ปีเดียว

'ท่านเรวัช' ฝากถึงลูกหลานเรื่องส่งของขวัญในติ๊กต็อก

เมื่อไม่นานมานี้ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เจ้าของฉายา มือปราบขุนดง และมือปราบศยามล ได้ให้ข้อคิดและคำสอนกับเยาวชนติ๊กต็อกเรื่อง ‘ส่งของขวัญ’ ขณะไลฟ์สด โดยระบุว่า…

"หนู…ถ้าหนูเป็นเด็กยังไม่มีรายได้ก็อย่าส่งของขวัญมานะ…เงินไปขอพ่อแม่มาแล้วไม่ต้องส่งลูก...ส่งแค่หัวใจมาให้ หนูไม่ต้องส่งของขวัญให้ปู่ให้ตานะลูก ดูอย่างเดียวก็พอ ต้องขยันเรียนนะลูก…อย่าไปติดเกม พ่อแม่บอกหนูว่าไม่ให้เล่นเกม หนูก็หงุดหงิดพ่อหงุดหงิดแม่ ซึ่งไม่มีใครช่วยหนูได้ลูก หนูต้องขยันเรียนนะครับ…และดื้อไม่ได้นะลูก คนพูดไม่เพราะกับพ่อกับแม่ตายไปจะปากเท่ารูเข็มเลยนะ…กินอะไรก็ไม่ได้ถ้าปากเท่ารูเข็ม…"

กงสุลใหญ่สปป.ลาว ณ ขอนแก่นพบผู้ว่ากาฬสินธุ์พร้อมเชื่อมสัมพันธ์การค้าท่องเที่ยววัฒนธรรม กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ขอนแก่น ราชอาณาจักรไทยเข้าพบผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ พร้อมร่วมมือเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ที่ห้องรับรองแพรวา ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับท่านสมสัก วิไลทอน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ ขอนแก่น ราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยนางคำวา วิไลทอน ภริยา และนายบุนเนือง เกดแก้ว กงสุลฯ ในการเข้าเยี่ยมคารวะ พบปะและแนะนำตัวกับผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ เป็นกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ จังหวัดขอนแก่น คนที่ 7 

โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมทั้ง 20 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหารือข้อราชการในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในระดับจังหวัด และขยายความสัมพันธ์ด้านต่างๆ เช่น ด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน วัฒนธรรม และด้านการศึกษา ซึ่งมีนายประยูร ศิริวรรณ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมต้อนรับด้วย

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการเดินทางมาเยือนของกงสุลใหญ่ฯ และคณะในครั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ พัฒนาความร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อีกทั้งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาที่คล้ายกัน เช่น วัฒนธรรมชนเผ่าภูไท 

ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์มีการจัดงานมหกรรมภูไทนานาชาติ ขึ้นเป็นงานประจำทุกปี โดยได้เชิญชนเผ่าภูไท และศิลปินนักร้อง จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมงานทุกปี จึงทำให้มีความผูกพันและใกล้ชิดกันมากขึ้นนอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ยังเป็นหนึ่งในสมาชิก 3 ประเทศ ที่ใช้เส้นทางหมายเลข 12 (ไทย ลาว เวียดนาม) ซึ่งเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เชื่อมมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เชื่อว่าจะได้มีการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าและด้านอื่น ๆ ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อๆ ไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

วันที่ 26 ก.ย.66 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ และผู้ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (Early Retire) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งมีรายละเอียดการจัดงาน ดังนี้

• เวลา 15.00 น. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้ที่เกษียณอายุราชการ  
ณ ห้องประชุมเตมียะเวส ชั้น 1 อาคารกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
• เวลา 17.00 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, พิธีวางพานพุ่มสักการะ และ

พิธีถวายราชสักการะ
จุดที่ 1 หลวงพ่อนาค (ณ ห้องสามพราน)
จุดที่ 2 เจ้าพ่อสามพราน (ณ ศาลเจ้าพ่อสามพราน)
จุดที่ 3 พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 (ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5)
จุดที่ 4 พระบรมรูป รัชกาลที่ 9 (ณ ศาลาประดิษฐานพระบรมรูป รัชกาลที่ 9)

• เวลา 17.50 น. พิธีเปิดห้องเรียนคอมพิวเตอร์ อนุสรณ์ 122 ปี โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี 
• เวลา 18.15 น. พิธีสวนสนามและพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา ณ ลานฝึกศรียานนท์
•เวลา 21.00 น. พิธีส่งแถวผู้เกษียณอายุราชการ

‘บิ๊กก้อง’ ยัน!! บชก.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เชื่อมโยงคดีใดๆ กรณีชุดคอมมานโดบุกค้นบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ พร้อมอาวุธครบมือ

(26 ก.ย. 66) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./โฆษก บช.ก. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงความคืบหน้าคดี ลูกน้องคนสนิทของ กำนันนก ก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต

ทั้งนี้ พล.ต.ท.จิรภพ ได้ตอบถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ถูกตรวจค้นบ้านพัก รวมถึงนายตำรวจใกล้ชิดถูกดำเนินคดีอาจมีส่วนเชื่อมโยงจากคดีกำนันนกหรือไม่นั้น พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า คดีนี้ บชก.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางใดตั้งแต่เริ่มต้น และไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือเชื่อมโยงกันแต่อย่างใด หลังจากนี้ก็ยังจะสามารถทำงานร่วมกันได้ไม่มีผลอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนกรณีภาพบันทึกการตรวจค้นบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ปรากฎชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด ลงพื้นที่ปฏิบัติการพร้อมด้วยอาวุธครบมือนั้น แม้หน่วยคอมมานโดจะอยู่ใต้สังกัดของ บชก. ส่วนในทางปฏิบัติก็จะรับงานตรงกับ สตช.สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ตนพอรับทราบอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ทราบรายละเอียดอะไรเลย

‘ไทยสมายล์บัส’ พร้อมรับผิดชอบเต็มที่ จากอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 หลังคนขับยอมรับพักผ่อนน้อย-เหยียบเบรกพลาด ทำให้ชนยับนับ 10 คัน

(26 ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถเมล์ไฟฟ้าสาย 558 วิ่งระหว่างการเคหะพระราม 2-สุวรรณภูมิ ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด พุ่งชนท้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย เหตุเกิดช่วงเช้านี้ ช่องทางคู่ขนาน ถนนพระราม 2 ซอย 4 (ฝั่งขาเข้า) แขวงและเขตจอมทอง มุ่งหน้าแยกบางปะแก้ว เบื้องต้น คนขับอ้างว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้พยายามเบรกแล้วแต่เบรกไม่ทำงาน ทำให้รถพุ่งชนดังกล่าว

ล่าสุด บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ออกจดหมายชี้แจง พร้อมขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า บริษัทจะรับผิดชอบค่าเสียหายและดูแลผู้บาดเจ็บทุกรายอย่างเต็มที่ เบื้องต้นได้ส่งทีมตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่ารถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า สาย S7 เบอร์ 11 ของอู่เคหะธนบุรี ระบบของรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้าไม่มีความผิดปกติใดๆ ทั้งเรื่องระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมการเบรก

จึงยืนยันว่า สาเหตุของการชนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบตัวรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตามขั้นตอนปกติก่อนเดินรถในทุกวันทุกอู่จะทำการตรวจสอบความพร้อมของรถอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน บริษัทได้สอบสวนพนักงานขับรถเป็นที่เรียบร้อย พนักงานขับรถยอมรับว่าตนเองพักผ่อนน้อยและเผลอเหม่อลอยชั่วขณะ เมื่อรถเคลื่อนตัวไปจึงเกิดอาการตกใจ เมื่อตั้งใจจะเหยียบเบรกรถกลับไปเหยียบคันเร่งแทน ทำให้ความเร็วของรถพุ่งตัวไปจนตัวรถเสียการควบคุมไปชั่วขณะ

ส่วนมาตรการของบริษัทจะดำเนินการลงโทษพนักงานขับรถตามมาตรการขั้นสูงสุด พร้อมกำชับแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต บริษัทขออภัยกับผู้บาดเจ็บและครอบครัวทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

'ดร.สุวินัย' ยกกรณี 'บ้านบิ๊กโจ๊ก-เว็บพนันออนไลน์-หมิ่น 112' ฉากทัศน์พิฆาตมาเฟียทุกวงการอย่างเด็ดขาด กำลังเกิด!!

(26 ก.ย.66) ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Suvinai Pornavalai' ระบุว่า...

ความจริงที่มีหนึ่งเดียว เรื่องบ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ กับคดีเว็บพนันออนไลน์

เวลาอ่านข่าว อย่าอ่านตามตรรกะหรือวาทกรรมที่มีใครบางคนต้องการให้คนอ่านเชื่อตามนั้น เพื่อจูงจมูกคนอ่านให้เชื่อใน ‘บทสรุป’ ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว

สิ่งที่คนอ่านควรทำคือ หาข้อเท็จจริงที่เป็น ‘ความจริงที่มีหนึ่งเดียว’ ออกมา โดยยังไม่รีบด่วนสรุปอะไรทั้งสิ้น

(1) บ้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทั้ง 5 หลัง ความจริงเจ้าของบ้าน 3 หลัง คือเสี่ยแต๋ม คนดังจังหวัดอุดรธานี ส่วนอีก 2 หลังเป็นของภรรยาเสี่ยแต๋ม…สรุปก็คือเป็นของเสี่ยแต๋มและภรรยา ที่ ‘อุปถัมภ์’ บิ๊กโจ๊กกับลูกน้อง โดยให้พักพิงแทบจะฟรี

(2) เพราะบ้านทั้ง 5 หลังนี้มีการจ่ายค่าไฟโดยใช้บัญชีม้าของมินนี่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ โดยที่บัญชีม้าคือ นายครรชิต ที่เป็นผู้ที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากกว่า 5 คดี

(3) ความจริงก็คือ บิ๊กโจ๊กพำนักอยู่ในบ้านที่มีชื่อเจ้าของเป็นคนอื่น แต่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น

(4) มีภาพที่บิ๊กโจ๊กถ่ายภาพกับมินนี่ แต่ไม่ชัดเจนว่าบิ๊กโจ๊กรู้จักมินนี่หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊กคนหนึ่งสนิทสนมกับมินนี่แน่นอน

(5) พ.ต.อ.เขมรินทร์ ลูกน้องบิ๊กโจ๊ก ผู้ที่ถูกออกหมายจับ มีการซื้อพระจากต้อม นครสวรรค์ ด้วยเงินจำนวนมาก ลักษณะเหมือนการฟอกเงิน โดยเอาเงินจากเครือข่ายมินนี่เข้าไปซื้อพระ โดยที่ต้อม นครสวรรค์ เกี่ยวข้องกับนายเป้ ผู้ต้องหาเว็บพนันออนไลน์ที่อ้างว่าถูกผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เรียกเงิน 140 ล้านบาท 

(6) มินนี่ทำเว็บพนันตั้งแต่ปี 2560 ดูจากหน้าตาและอายุ มินนี่น่าจะเป็นแค่หุ่นเชิดของขาใหญ่ในวงการสีเทามากกว่า โดยมีลูกน้องบิ๊กโจ๊กเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

 (7) ผู้ต้องหาแถวสองแถวสามที่จะตำรวจถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่มตำรวจ กลุ่มนักข่าว กลุ่มพลเรือน และกลุ่มนักกฎหมาย

ขอแถมข่าวอีกเรื่อง ที่ดูเผิน ๆ เหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน

"ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยได้ให้สัมภาษณ์เนชั่นว่า จะเพิ่มให้พวก 112 หรือหมิ่นสถาบันในประเภทที่ 17 เป็นผู้มีอิทธิพลที่จะต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาดไปด้วย ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงมีการจัดทำบัญชีดำแกนนำที่มีอิทธิพลในสื่อและแกนนำม๊อบต่อต้านรัฐบาลและหมิ่นสถาบันรวมถึงนักการเมืองพรรคก้าวไกลอีกด้วย"

หากมองป่าทั้งป่า เราจะเห็นภาพกว้างเรื่อง ‘การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกวงการอย่างเด็ดขาด’ ที่น่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยที่การปราบปรามผู้มีอิทธิพลในวงการเว็บพนันออนไลน์เป็นแค่หนึ่งในนั้นเท่านั้น

จงจับตาเรื่อง ‘การปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกวงการ’ หลังจากนี้ให้ดีเถิด

‘ครม.’ ประกาศให้ 13 ตุลาคม เป็นวัน ‘นวมินทรมหาราช’ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

(26 ก.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวัน ‘นวมินทรมหาราช’ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ล้นกระหม่อมแก่อาณาประชาราษฎร์ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวิวัฒน์พัฒนาของบ้านเมือง เป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์ และยังความผาสุก ร่มเย็นแก่ผองพสกนิกรชาวไทย พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักรทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ แม้การเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จะล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน แต่พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังล้วนคำนึง ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่รู้ลืมเลือน 

นายชัย กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคม 2566 เป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือ ‘สัตตมวรรษ’ ดังนั้นเพื่อให้วันคล้ายวันสวรรคต เป็นวันแห่งการร่วมรำลึก และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน การนี้รัฐบาลจึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่าวัน ‘นวมินทรมหาราช’ ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ จึงเห็นสมควรกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันนวมินทรมหาราช นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 เป็นต้นไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top