Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

'คุณย่าขาลุย' บุกครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน

คุณย่าทั้งหลายจูงมือกันหาของอร่อยทาน ไม่รู้ติดใจอะไรอะไรนักหนากับครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา
พี่อ๋อยสินาภรณ์ พิไลลักษณ์
พี่แหม่มเทพยุดา ศรียาภัย
คุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์
คุณตุ้มรสริน จันทรา
คุณตุ๋ยนวลปรางค์ ตรีชิต 
คุณจิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา
คุณปิ๋วศากุน บุนนาค

ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา แหล่งรวมความอร่อย ฟินได้ทุกวัย กินได้ทุกวัน เปิดทุกวัน เริ่ม 3 มิ.ย. 66 นี้

เตรียมปักหมุด…เช็คความฟินที่กินแห่งใหม่ “ครัวคุณต๋อยเพลส เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา” แหล่งรวมความอร่อยทั่วฟ้าเมืองไทย ถูกใจสายกินตัวท็อป นักช้อปตัวแม่แน่นอนจ้า

พบกับ!!! ร้านเด็ด เมนูอร่อยกว่า 60 ร้านค้า การันตีความอร่อยโดยรายการครัวคุณต๋อยมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว ทั้งเมนูคาว หวาน ของว่าง และเครื่องดื่มนานาชนิด พร้อมปรุงสด เสิร์ฟใหม่ถึงมือคุณทุกวัน

ขอแนะนำโซนเด็ด “KKT SHOP” ร้านของฝากที่คัดสรรของอร่อย ของดี คุณภาพเยี่ยมทั่วทุกภาค มาไว้บริการให้ลูกค้าเลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากให้กับคนที่คุณรัก

พิเศษสุด!!! ในทุก ๆ สัปดาห์พบกับอีเว้นท์จากร้านเด็ด ของดี ของอร่อย มาในธีมรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างสีสันสนุกคึกคัก และร่วมส่งต่อความอร่อยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทุกสัปดาห์

บรรยากาศภายในตกแต่งด้วยโทนไม้ดูอบอุ่น แอร์เย็นสบาย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้บริการรองรับมากถึง 200 ที่ พร้อมให้เหล่านักกิน ได้มาสัมผัสความฟิน อิ่มเอมกับของอร่อย อย่างสุขใจ

ตั้งอยู่: เดอะคริสตัล เอกมัย - รามอินทรา เดินทางสะดวกสบาย มีที่จอดรถมากมายไว้บริการ เปิดบริการ: จันทร์ - อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 3 มิ.ย.66 เป็นต้นไป เวลา:10.00 – 20. 30 น.
#ครัวคุณต๋อยเพลส #ครัวคุณต๋อย #ไม่กินถือว่าผิด #เดอะคริสตัลเอกมัยรามอินทรา

'ชาดา' แจงเหตุช่วยหญิงสูงอายุในเหตุไฟไหม้ในอุทัยฯ ไม่กลัว!! รู้วิธีการดับไฟ และวิธีการเข้าไปช่วยผู้สูงอายุ

(31 ต.ค.66) ที่ทำเนียบ นายชาดา​ ไทย​เศรษฐ์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์การช่วยหญิงสูงอายุติดในห้องที่ไฟไหม้ ​กลางเมืองอุทัยธานี​ เมื่อวานนี้ว่า​ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ระหว่างอยู่ในงานตักบาตรเทโว มีคนแจ้งว่าเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ซึ่งตนก็ได้เข้าไป และพบนายเจเศรษฐ์​ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหลานชายอยู่ในที่เกิดเหตุ​ เมื่อตนอยู่ในเหตุการณ์​ พบว่าควันและไฟไหม้มากตนจึงรีบไปนำตัวผู้สูงอายุที่ป่วย​และอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร โดยอุ้มลงมาเพื่อไปส่งยังโรงพยาบาล​

"ผมได้เข้าไปโดยไม่เกรงกลัว​ เพราะเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี รู้วิธีการดับไฟ และวิธีการเข้าไปช่วยผู้สูงอายุ และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร เพราะเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ในจังหวัดอุทัย ผมก็เข้าไปช่วยอยู่เสมอ" นายชาดา กล่าว

ตำรวจท่องเที่ยวไอเดียเก๋ ออกคลิป 2 ภาษา แนะนำ 5 ข้อแนะนำ การท่องเที่ยวในวันฮาโลวีนให้ปลอดภัย

วันนี้ (31 ต.ค.66) พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและโฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ปี 2566 นั้น วันฮาโลวีน ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งในประเทศไทย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมเที่ยวกันวันฮาโลวีนในลักษณะของงานปาร์ตี้ โดยสถานที่ที่มักนิยมไปเที่ยวกัน มักจะเป็นลักษณะของร้านที่มีการจำหน่ายสุรา ผับ บาร์ เช่น ถนนข้าวสาร เป็นต้น

ด้วยความห่วงใยความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงได้จัดทำคลิป 5 ข้อแนะนำ ในการเที่ยวฮาโลวีนให้ปลอดภัย ได้แก่ 

1. เตรียมแผนเดินทางล่วงหน้า เพื่อจะได้รู้จักเส้นทาง หากเป็นสถานที่ปิด ก็ควรรู้จักทางออกฉุกเฉิน เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

2. ควรมีเพื่อนไปด้วย เพราะในวันฮาโลวีนบางสถานที่ผู้ที่ไปเที่ยวอาจแต่งหน้าแนวแฟนตาซี ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหากพบเจอเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เพื่อนจะจำเราได้ และคอยช่วยเหลือกัน 

3. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อป้องกันเรื่องการล้วงกระเป๋า รวมไปถึงการเบียดเสียดกับคนจำนวนมาก เพื่อเวลาฉุกเฉินจะได้เอาตัวเองออกมาจากสถานที่นั้นได้ง่าย

4. หากจำเป็นต้องดื่ม ให้ดื่มอย่างมีสติ และก็ต้องดื่มแล้วไม่ขับ 

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือมาตรการการรักษาความปลอดภัยของสถาานที่นั้นๆ เช่น ไม่ทำให้เกิดประกายไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ คลิป 5 ข้อแนะนำ ในการเที่ยวฮาโลวีนให้ปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดทำเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสามารถชมคลิปนี้ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Tourist Police Bureau กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หรือ www.facebook.com/1155TPB

‘รองฯ กิตติ์รัฐ’ พร้อมคณะ เรียกประชุม ตัดวงจรผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในปี 2567 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 66) เวลา 13.30 น.ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) , พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 2), พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 3), พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 4) และพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 5) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟัง และมอบนโยบายการดำเนินการป้องกันปราบปราม และสกัดกั้นการแพร่ระบาดยาเสพติด ตามภารกิจเร่งด่วน ตัดวงจรผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในปี 2567 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และ ตร.  

โดยมี พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบช.ปส. พร้อมด้วย รอง ผบช.ปส. , ผบก.,รองผบก.และ ผกก.ในสังกัด บช.ปส.เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานสำคัญที่ผ่านมาและแผนที่จะดำเนินการต่อไป ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้อง ในการดำเนินมาตรการลดจำนวนผู้เสพยาเสพติด ,มาตรการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด และมาตรการสกัดกั้นยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไปโดยเสร็จสิ้นการประชุม เวลา 15.30 น.

‘นายกฯ’ ห่วง ‘คนไทย’ ช่วง ‘เทศกาลฮาโลวีน’ ที่ถนนข้าวสาร วอนปชช. ‘มีสติ-ระวังตัว-เลี่ยงที่แออัด’ ป้องกันซ้ำรอยอิแทวอน

(30 ต.ค. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นห่วงคนไทยในทุกพื้นที่ ในช่วงการเฉลิมฉลองเทศกาล Halloween พร้อมเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงการเฉลิมฉลองในสถานที่แออัด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยคืนพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) เป็นวัน Halloween สถานบันเทิงจะจัดงานเฉลิมฉลอง หน่วยงานต่างๆ จึงมีมาตรการคำแนะนำป้องกัน ดูแลความปลอดภัยคนไทย ยกตัวอย่าง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกคำแนะนำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้กับนักท่องเที่ยว ดังนี้ 1.วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้รู้ว่าจะเดินทางไปอยู่ตรงไหน จะได้รู้จักเส้นทางก่อน และควรดูพยากรณ์อากาศด้วย 2.หากเป็นสถานที่ปิด ควรดูทางออกฉุกเฉิน และควรมีเพื่อนไปด้วยอย่างน้อย 1 คน

3.หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อป้องกันเรื่องการถูกล้วงกระเป๋าจากมิจฉาชีพ และการเบียดเสียดกับคนอื่น 4.ดื่มอย่างมีสติ อย่าทิ้งตัว และดื่มไม่ขับ 5.อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่นั้น ๆ หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน หมายเลข 1155 ตำรวจท่องเที่ยว โดยสถานที่หลัก ๆ ที่มีคนเป็นห่วงมากก็คือ ถนนข้าวสาร เพราะมีลักษณะของพื้นที่คล้ายกับอิแทวอน สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อปีที่แล้ว

นายชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ออกประกาศ เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับคนไทยในสาธารณรัฐเกาหลี โดยขอให้คนไทยในสาธารณรัฐเกาหลีระมัดระวังการเข้าไปในสถานที่ที่คนพลุกพล่าน พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาล Halloween ที่อาจจัดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ของสาธารณรัฐเกาหลีในปีนี้ หรือหากจะเข้าร่วมงาน ก็ขอให้ระมัดระวังในการไปรวมตัวยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือมีฝูงชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ เช่น การล้มทับกันของฝูงชนที่เบียดเสียดกัน

ทั้งนี้ หากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ก็ขอให้รีบหาทางหลบออกมาจากสถานที่ดังกล่าวโดยเร็ว หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล โทรศัพท์ +82 10-6747-0095 หรือ +82 10-3099-2955

“นายกรัฐมนตรี ห่วงใยคนไทยที่ต้องการเข้าร่วมช่วงการเฉลิมฉลอง ขอให้เที่ยวอย่างมีสติ เตรียมการเดินทาง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณแออัด พื้นที่คนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดฝัน” นายชัย กล่าว

‘ชาดา’ ทิ้งงานตักบาตรเทโว สวมบทฮีโร่บุกช่วยหญิงสูงวัย หลังติดอยู่ในอาคารระหว่างเกิดเหตุไฟไหม้กลางเมืองอุทัยธานี

(30 ต.ค. 66) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอุทัยธานีพร้อมด้วย ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุไหม้อาคารซึ่งเป็นตึก 3 ชั้น ใจกลางเมืองอุทัยธานี บ้านตั้งอยู่ที่ถนนวงศาโรจน์ เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองอุทัยธานี ระดมกำลังกว่า 100 นาย และรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าเร่งฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไหม้อาคารข้างเคียง

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในบ้านหลังเกิดเหตุนั้น มีผู้ติดอยู่ภายใน 2 ราย เป็นคู่สามีภรรยา ทราบชื่อคือ นายณัฐนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี และนางสายใจ (สงวนนามสกุล) ติดอยู่ภายในห้องนอนชั้น 3 โดยระหว่างนั้นได้มี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เขต 1 ซึ่งกำลังต้อนรับนักท่องเที่ยวในงานประเพณีตักบาตรเทโว อยู่ที่บริเวณห้าแยกวิทยุ ซึ่งมีการแสดงโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้าง ได้รีบบุกเข้าไปภายในอาคารหลังดังกล่าวเพื่อเข้าไปช่วยเหลือนำตัวนางสายใจ ที่ยังคงติดอยู่ในห้องนอนชั้น 3 ส่วนนายณัฐนัย ผู้เป็นสามี ได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ จึงทำให้ทั้งคู่ปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้

ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้เป็นสามี พร้อมด้วยครอบครัว ญาติ พี่น้อง ของผู้ประสบเหตุการณ์เข้ามาโผกอดกันด้วยความโล่งใจ พร้อมกับขอบคุณนายชาดา และ ส.ส.เจเศรษฐ์ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือโดยไม่กลัวอันตราย

ส่วนเพลิงที่ลุกไหม้นั้น ขณะนี้สงบลงแล้ว และไม่พบการลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุ คาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณชั้น 1 ของอาคาร โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ต้องขอทางเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการตรวจสอบที่แน่ชัดอีกครั้ง

ศาลฯ พิพากษา ‘เบนจา อะปัญ’ ผิด ‘ม.112 - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ร่วมปราศรัย 10 ส.ค.64 สั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ปรับ 8 พันบาท

(30 ต.ค. 66) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดี น.ส.เบนจา อะปัญ นักกิจกรรมทางการเมือง ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีที่ น.ส.เบนจาปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ประกาศแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 2 หน้าบริษัทซิโน-ไทย ระหว่างกิจกรรม ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2564

ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เวลา 10.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก ข้อหา ม.112 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับ น.ส.เบนจา กรณีปราศรัยและอ่านแถลงการณ์ที่หน้าบริษัทซิโน-ไทย ระหว่างกิจกรรม ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.64

ศาลชี้จำเลยปราศรัยกล่าวถึงสถาบันโดยตรง ชัดว่าเป็นการหมิ่นประมาทล่วงเกิน การเบิกความของจำเลยไม่ได้ทำให้เห็นว่ามีเจตนากล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงรัฐบาลอย่างไร

พิพากษาผิด ม.112 จำคุก 3 ปี ส่วนข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก 1 ปี และปรับ 12,000 บาท แต่ให้ลดโทษหนึ่งในสาม เพราะจำเลยให้การเป็นประโยชน์ เหลือจำคุกรวมทั้งสิ้น 2 ปี 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท

ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และยังอยู่ระหว่างเรียนปริญญาตรี ขณะกระทำผิดมีอายุเพียง 21 ปีเศษ ถือเป็นการกระทำผิดโดยขาดวุฒิภาวะ อยู่ในวิสัยที่จะกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี

'อิสระ ฮาตะ' ฟาด!! ผลโหวตไม่เห็นด้วย 'ยุบ กอรมน.' เยอะไป เชื่อ!! Meta ปิดกั้น และผลโหวตไม่โปร่งใส เต็มไปด้วย ‘ไอโอ’

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 66) นาย อิสระ ฮาตะ พิธีกรและยูทูปเบอร์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับผลการโหวตการรับฟังความคิดเห็นว่า ควรยุบ 'กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย' (กอ.รมน.) ซึ่งถูกตั้งขึ้นตามร่าง พรบ.เสนอยุบหน่วยงาน โดย พรรคก้าวไกล ซึ่งนายอิสระได้แสดงความไม่พอใจต่อผลที่มีผู้โหวต 'ไม่เห็นด้วย' ถึงกว่า 70% โดยมีข้อความระบุว่า...

ไม่อยากยกเลิก กอ.รมน กันจริงๆ เหรอ อยากให้มี IO กันต่อไปแบบนี้จริง ๆ สินะ 

>> เห็นด้วยกับการยกเลิก 27.53% 
>> ไม่เห็นด้วย อยากให้มีต่อไป 71.84%

นอกจากนี้นายอิสระยังได้แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์เชิงตัดพ้อกับที่ผลโหวตเห็นด้วยมีจำนวนลดลงกว่าเมื่อวาน และไม่พอใจที่บริษัท Meta ดันทำให้โพสต์ดังกล่าวมีคนเห็นน้อย

"เห็นด้วยนี่ ลดลงจากเมื่อวานอีก จาก 30 กว่า% เฮ้อ…ส่วนโพสต์ อี Meta ก็ดันให้เห็นน้อยอีก"

ขณะที่ผู้เข้ามาคอมเมนต์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า "รึ 70% นี่ ก็ IO นั่นแหละ ที่โดนเกณฑ์มาโหวต" ซึ่งนายอิสระก็ได้เข้าไปตอบว่า "ชัวร์ๆ ครับ เท่าที่ไปอ่านเมนต์ดูจากเพจที่เอามาแชร์ นี่เข้ามาด่ากันเพียบ IO ล้วนๆ"

‘เนวิน’ ปลื้ม ‘สมเกียรติ จันทรา’ นักบิดชาวไทยขึ้นโพเดียมโมโตทู มอบคำพูดปลุกใจ “เราเป็นคนไทยของพระเจ้าอยู่หัว”

(30 ต.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘ลุงเนวิน’ นำคำพูดของ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาโครงการสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในหัวข้อ ‘คำสอนของลุง’ มีคำพูดให้กำลังใจนายสมเกียรติ จันทรา นัดบิดชาวไทย สุดกินใจ

“ไม่ว่าจะไปสนามไหน ประเทศไหน ในโลกขอให้รู้ว่า คนไทยทุกคน เป็นกำลังใจให้ ขอให้รู้ไว้ เรามีธงชาติไทย ติดตัวไปทุก ๆ ที่ ขออยู่ในใจ ตลอดเวลาว่าเราเป็นคนไทยของพระเจ้าอยู่หัว”

ลุงเนวินพูดขณะมอบ ลิสต์แบรนด์ ‘เรารักพระเจ้าอยู่หัว’ ให้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา คนไทยคนแรก ที่ขึ้นยืนโพเดียมการแข่งขัน moto 2 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

หนึ่งในเป้าหมายของลุงเนวิน ในการสร้างสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต นอกเหนือจากปักหมุดประเทศไทยไว้ในใจของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก แล้วก็คือการสร้างโอกาส และสนับสนุนนักกีฬาไทย ขึ้นยืนบนโพเดียมระดับโลกให้ได้

วันนี้ ‘สมเกียรติ จันทรา’ ทำให้ความหวังของลุงเนวินสำเร็จไปแล้ว 1 ขั้น ทำให้คนไทยมีความสุข ทำให้แฟน moto GP ทั่วโลกได้เห็นความสามารถของคนไทย ให้เห็นกำลังใจของคนไทย ที่ส่งก้อง ขึ้นยืนโพเดียม

อีกหนึ่งความหวัง และเป้าหมายของสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และ ลุงเนวิน คือ การสนับสนุนให้นักกีฬาไทย ได้เข้าแข่งขัน moto GP และขึ้นยืนบนโพเดียมให้ได้

‘สิระ’ บอกลาการเมืองไทย หันเปิดร้านอาหาร ‘ครัวเรือนไทย’ ด้าน ‘เอ๋ ปารีณา’ ร่วมแจม โชว์เสน่ห์ตำส้มตำ 1 พ.ย.นี้

(30 ต.ค. 66) นายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ พลิกชีวิตตัวเองอีกครั้งจากนักการเมืองมาเปิดร้านอาหาร ‘ครัวเรือนไทย’ ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้ามศูนย์ราชการ

นายสิระ เปิดเผยว่า ร้านอาหารครัวเรือนไทย จะเป็นอาหารแนวไทย ไทยอีสาน และอาหารจีน พร้อมเชิญชวนทุกคนให้ลองแวะมาชิมลิ้มลองรสชาติ

“มากินปลาเป็น ๆ กุ้งเป็น ๆ อาหารสด ๆ ที่ครัวเรือนไทย ห้องแอร์เย็น ๆ ชมบ้านสวย ๆ การเดินทางสะดวก อยู่ติดถนนใหญ่”

นายสิระ พูดทำนองเหนื่อยหน่ายกับการเมืองว่า “เลิกแล้วการเมือง การเมืองสมัยนี้ไม่สนุก ไม่น่าเล่น พูดผิด พูดพลาดนิด โดนเล่นเสียเละเลย คนที่โกงก็โกงกันไป คนทำงานก็เจ็บตัว ทำงานมากเจ็บตัวมาก คนไม่ทำงานก็อยู่สุขสบาย” นายสิระกล่าว

นายสิระ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็แปลก ๆ เมื่อก่อน สส. หรือกรรมาธิการมีอำนาจ มีหน้าที่ในการทำงานตรวจสอบ ตอนหลังทำอะไรไม่ได้ ฝ่ายค้านเองแทนที่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล แต่กลับเล่นเกมการเมืองหวังผลต่อกระแสมากกว่า

“เพื่อนผมหลายคนทั้งที่เป็น สส. และไม่เป็น สส. เล่าให้ฟังว่า พอเป็น สส. รอแต่ให้เขาสั่ง แต่ละคนอยู่ต่างจังหวัดใหญ่โตกันทั้งนั้น พอมาเป็นนักการเมืองเป็นเบี้ยกันไปหมด”

นายสิระ กล่าวอีกว่า สมัยนี้น่าแปลกใจ สส. หลายคนที่มีชื่อเสียง มีผลงานมากมาย เข้าถึงชาวบ้าน แต่กลับสอบตกเฉยเลย แพ้ให้กับนักการเมืองหน้าใหม่ เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ ไม่เคยมีผลงานอะไร มาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ชาวบ้านเลือกเฉย ก็ไม่รู้ว่าชาวบ้านคิดอะไรอยู่

นายสิระ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สภาพทางการเมืองในปัจจุบันจึงไม่น่าเล่น ไม่สนุก เรากลับมาทำมาหากินดีกว่า มีเวลาว่างก็เดินทางท่องเที่ยว”

ทั้งนี้ นายสิระ เป็นนักการเมืองสายดุเดือด ถึงลูกถึงคน เอาจริงเอาจังกับการช่วยเหลือชาวบ้าน เคยทำธุรกิจหลายอย่าง จนมาถึงสร้างบ้านเรือนไทยขาย และสุดท้ายก็มาเปิดร้านอาหาร โดยจะเปิดในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ และจะมีอดีต สส.ปารีณา ไกรคุปต์ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต จะมาโชว์ฝีมือในการตำส้มตำด้วย

นายสิระ ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้พ้นสมาชิกภาพ สส. เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงปทุมวัน ในคดีกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top