Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ปทุมธานี ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภ้สพลภ์ ชัยสุริยทวีกูล นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี, ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ นายปกรณ์พัฒน์ เทพเอื้อตระกูก นายกสมาคมส่งเสริมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี, นางสาวอรพิน จักรกฤษณ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี, ดร.ยุวดี บำรุงบุตร เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการค้า ธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี พร้อมคณะทำงานในการจัดกิจกรรม "การแสดงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเพื่อการกุศล" ในหัวข้อ ท่องที่ยวสร้างความสุข สนุก ได้กุศล เพื่อคนปทุมธานี ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ดังนี้ 1. บันไดขึ้นเตียง 2 ขั้น ขนาด 30x45x46 cm จำนวน 3 ด้ว 2. โต๊ะวางเครื่องมือแพทย์ ขนาด 4 ล้อ จำนวน 5 ตัว 3. โต๊ะคร่อมเตียงสแตนเลส ทั้งชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ด้วยความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของสังคมไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด - 19 ที่ผ่านมา และเพื่อเพิ่มคุณภาพของการรักษาพยาบาลและความปลอดภัยของผู้ป่วย เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการ ให้สามารถบริการรักษาพาบาลแก่ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิกาพและมุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางจำเป็นต้องเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการ ได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ปลอดกัย เพื่อให้สามารถบริการผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพและเพียงพอกับความต้องการของประชาชนจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ทุกท่าน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ สมาคมส่งเสริมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งสริมกิจกรรมของการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานีและ เพื่อสนับสนุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดปทุมธานึ จึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและใหัความอนุเคราะห์ซื้อบัตร เข้าชมการแสดงซึ่งถือเป็นการร่วมกิจกรรม ช่วยประชาสัมพันธ์ แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญในจังหวัดปทุมธานี และช่วยเหลือด้านการสังคมสงเคราะห์ เพื่อบรรเทา และป้องกันปัญหาทางสังคมไปในคราวเดียวกัน

ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน

ภัยสังคม!! สืบนครบาล รวบหนุ่มแสบ เดินตามสาว เอามือถือแอบถ่ายขณะเข้าห้องน้ำในห้างดัง

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์  รรท. รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในสังคม คดีนี้เกิดขึ้นในห้าง ย่านฝั่งธน เป็นภัยในห้องน้ำหญิง ที่คนร้ายแอบถ่ายคลิบขณะทำกิจธุระของผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ 
รอง ผบช.น.   พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภัทร  บุญอารักษ์ สว.กลุ่มงานสอบสวนฯ ช่วยราการ กก.4ฯ , ร.ต.อ.ณพวิทย์ ดิษฐ์ป้าน รอง สว.กก.สส.4ฯ ได้ร่วมกันจับกุมตัว  

นายพงษ์สิทธิ์ หลุมนา อายุ 29 ปี ที่อยู่ 400 ต.แวง อ.โพนทอง จว.ร้อยเอ็ดผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.295/2566 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2566 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  “พยายามกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พฤติการณ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุตนได้เป็นเซลส์ขายสินค้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  โดยมาตั้งบูทขายสินค้าอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าย่านเพชรเกษม กรุงเทพฯ ในระหว่างนั้นพบผู้เสียหายผู้หญิงซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดี เดินเลือกซื้อสินค้าในห้างดังกล่าว จึงเดินติดตามผู้เสียหาย จนกระทั่งผู้เสียหาย เดินเข้าห้องน้ำ ต่อจากนั้นผู้ต้องหาจึงได้เข้าห้องน้ำห้องข้างๆที่ผู้เสียหายกำลังทำธุระส่วนตัว โดยใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา อัดคลิปวิดิโอขณะผู้เสียหายทำธุระส่วนตัวอยู่ ผู้เสียหายเห็นโทรศัพท์ยื่นมาจากห้องน้ำข้างห้องผู้เสียหาย จึงได้ร้องตะโกนให้คนช่วย ผู้ต้องหาจึงออกจากห้องน้ำ และวิ่งหลบหนีออกจากห้างสรรพสินค้าดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัติพบมีคดีติดตัวดังนี้
1. ข้อหา" ตัวการลักทรัพย์โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า "
วันเวลาที่เกิดเหตุ 27 มิ.ย. 2565 สภ.เมืองยโสธร
2. ข้อหา" พยายามกระทำอนาจาร "
วันเวลาที่เกิดเหตุ 7 มิ.ย. 2566 สน.หนองค้างพูล 

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพูล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘โปเต้’ นักตบลูกขนไก่พาราไทย คว้า 2 แชมป์ ‘เดี่ยว-คู่’ รายการ Japan Para Badminton International 2023

(13 พ.ย.66) นักตบลูกขนไก่คนพิการไทย ผงาดคว้า 2 แชมป์ในการแข่งขันแบดมินตันคนพิการรายการ Japan Para Badminton International 2023 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน

รอบชิงชนะเลิศ นักแบดฯ ไทยฝ่าด่านเข้ามาได้ 2 ประเภท เริ่มจากชายเดี่ยว SH6 ‘โปเต้’ ณัฐพงษ์ มีชัย เอาชนะ ชู มาน ไค มือ 1 ของโลกและเจ้าของเหรียญทองเอเชียนพาราเกมส์ครั้งล่าสุดจากฮ่องกง 2-1 เกม 17-21, 21-6, 21-19

จากนั้น โปเต้-ณัฐพงษ์ จับคู่กับ ฉ่าย แซ่ย่าง ลงเล่นคู่ผสม SH6 เอาชนะ หลิน หนาย หลี่-หลี่ เฟิง เม่ย จากจีน 2-1 เกม 21-18, 11-21, 22-20 ทำให้แบตฯ ไทยคว้า 2 แชมป์มาครอง

‘นร.อัสสัมชัญ’ แชร์ความรู้สึกหลังร่วมแปรอักษร แม้อากาศร้อน-แดดแรง แต่ภูมิใจที่ได้ทำเพื่อโรงเรียน

เมื่อวานนี้ (12 พ.ย. 66) เพจ ‘Assumption College • โรงเรียนอัสสัมชัญ’ ได้โพสต์ข้อความความรู้สึกของเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณี 'จตุรมิตรสามัคคี' ระบุว่า…

บางอารมณ์จากความรู้สึกของการร่วมแปรอักษรฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 30 ของเด็กอัสสัมชัญ

"สนุกมากครับ ถึงจะเหนื่อย เเต่ถ้ามาทำเพื่อโรงเรียน ไม่ว่าจะเเปลอักษร ร้องเพลงเชียร์ ผมพร้อมหมดครับ เพราะผมภูมิใจในความเป็นอัสสัมครับ หลังจากนี้จะทำเพื่อโรงเรียนต่อไป"
ภัทรพล หังสพฤกษ์ ม.3/1

"แปรอักษรสนุกดี แต่วันนี้อากาศร้อน เป็นประสบการณ์ที่ต้องกินข้าวบนสแตนด์แปรอักษร แต่โดยรวมสนุกมากครับ ผมนั่งเกือบริมที่อยู่ใกล้เพื่อน ๆ จากโรงเรียนเทพศิรินทร์"
ปัณณเชษฐ์ สุรสรณเศรษฐ์ ม.3/7

"ผมนั่งสแตนด์ส่วนของสำรอง โดนแดดเผาจนผิว แต่ได้ร่วมตะโกนร้องเพลงเชียร์พี่ ๆ น้องฟุตบอล ก็รู้สึกดีมากครับ"
ชัยพฤกษ์  ปัญญาใส ม.2/4

"ผมบอกเลยว่ามันเป็นการเชียร์และแปรอักษรที่สนุก ผมร้องเพลงแบบสุดเสียง แต่ก็มีช่วงที่ท้อแท้ เพราะต้องทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาในชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับผมแล้วครับ"
ภัทรพล เจริญบุตร ม.1/5

เปิดโปง!! โปรดักชัน 'ก๊วนปั่นยกเลิกแปรอักษร'  แค่คนไม่กี่คน!! โชคดี 'ผอ.โรงเรียน' มายืนคุมเชิง

(13 พ.ย.66) เพจ 'สติค่ะลูกกกก' ได้โพสต์ภาพพฤติกรรมกลุ่มคนปั่นกระแสให้เลิกกิจกรรมการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณี 'จตุรมิตรสามัคคี' ว่า...

แหม ก็เอะใจว่าทำไมปีนี้ถึงมีการปั่นกระแสให้เลิกกิจกรรมแปรอักษร มาดูเบื้องหลังแล้วที่แท้ก็ค่ายสมยศการละครเจ้าเก่าของด้อมส้มนี่เอง ที่ไปติดป้ายที่สะพานแล้วเอาชายเสื้อดำมาพูดโทรโข่งปั่นหัวเด็ก

แต่ดีที่ท่าน ผอ.โรงเรียน มายืนคุม ไม่ให้คนกลุ่มนี้มาป่วนอะไรได้มาก สุดยอดค่ะ ผอ. 🥰

#สติค่ะลูกกกก

นอกจากนี้ ยังโพสต์ต่ออีกว่า...

มีแฟนเพจที่น่ารักท่านหนึ่งส่งภาพอีกมุมของแก๊งสามนิ้วป่วน ปั่นกระแสยกเลิกกิจกรรมแปรอักษร ตั้งแต่ตอนที่เอาป้ายขึ้นไปแขวนบนสะพานลอยเลย ทั้งหมดนี้เกิดจากคนไม่กี่คนเท่านั้น

ปาหี่ขนาดไหน ไม่มีใครสนใจยังไง ตามภาพเลยค่ะ อยากให้น้อง ๆ เยาวชนรู้เท่าทันคนกลุ่มนี้

#สามนิ้วการละคร

หนึ่งความรู้สึกจากผู้ปกครองอัสสัมชัญ

"วันนี้เช้าผมมานั่งดูเสื้อนักเรียนของลูกที่เมื่อวานใส่ไปขึ้นแปรอักษรในงานจตุรมิตร ผมเห็นเสื้อนักเรียนอัสสัมชัญ ที่เปียกฝนและเต็มไปด้วยคราบเหนื่อยของลูก 🪽 ผมดีใจและภูมิใจในสิ่งที่ลูกได้ร่วมแรงร่วมใจทำออกมาร่วมกับรุ่นพี่รุ่นน้อง แสดงออกถึงความมานะอดทน สามัคคี เพื่อในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธา รวมถึงความรักในโรงเรียนอัสสัมชัญ ผมเพียงจะบอกว่าในสายตาของผม ลูกของพวกเรา คือ 'สุภาพบุรุษอัสสัมชัญ' แล้วนะครับ ในเสื้อนักเรียนอัสสัมชัญ⭐"

‘ปิยบุตร’ ร่ายยาวถึง ‘คาราบาว’ ในฐานะแฟนคลับ แม้จุดยืนทางการเมืองจะต่างกัน ก็ยังชอบอยู่!!

เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ภาพมอบหนังสือของพรรคก้าวไกล ‘300 นโยบายเปลี่ยนประเทศ’ ให้กับ ‘แอ๊ด คาราบาว’ พร้อมทั้งโพสต์ภาพบัตรคอนเสิร์ตคาราบาวด้วย

ทั้งนี้ นายปิยบุตร ได้เขียนข้อความร่ายความในใจในฐานะแฟนคลับวงคาราบาวโดยระบุไว้ดังนี้…

[ตำนานคาราบาว] 

ผมเติบโตมากับเพลงคาราบาว เทปม้วนแรกที่ผมได้เป็นเจ้าของ คือ คาราบาว อัลบั้ม เวลคัม ทู ไทยแลนด์ (2530) ในเวลานั้น ผมอยู่ชั้นประถม 3 ผมได้เทปม้วนนี้มาด้วยวิธีการลงไปดิ้นแด่วๆบนพื้นห้างเซนทรัล สีลม เพื่อขอให้แม่ยอมเจียดเงินจากเงินที่มีอยู่น้อยในกระเป๋าของแม่ มาเปลี่ยนเป็นเทป ผมเล่นเทปม้วนนี้วนไปวนมากับวิทยุเครื่องเก่าตัวเดียวของบ้าน จนจำขึ้นใจ ร้องได้ทุกเพลง หัดดัดเสียงแหบๆ เลียนแบบพี่เทียรี่ หัดทำท่าลีดกีตาร์เลียนแบบพี่เล็ก ร้องดัดเสียงสองคนสลับไปมาแบบดูเอทกันในเพลงคนหนังเหนียว และอ่านเนื้อเพลงที่พี่แอ๊ดบรรจงเขียนขึ้นมา ผมชอบเพลง ‘สังกะสี’ มากที่สุด

ปีถัดมา คาราบาวออกอัลบั้มชุดที่ 9 ‘ทับหลัง’ ผมสะสมค่าขนมทุกวันๆ จนครบ ไปซื้อเทปอัลบั้มนี้ได้เสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียง ฮา ฮา ฮ่า ฮ้า ในเพลงทับหลัง ท่วงทำนองในเพลงมิสชาวนา เพลงน้า ที่ล้อเลียน ‘น้าชาติ’ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เพลงนิกส์ ที่ล้อเลียนการพาประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในความทรงจำ ในช่วงเวลาที่คาราบาวแยกวง แต่ละคนออกไปทำงานเดี่ยว ผมใช้เวลาช่วงนี้ไปตามเพลงคาราบาวฟังย้อนหลังทั้งหมด สะสมเงินไปซื้อ 4 อัลบั้มรวมฮิต ‘ถึก มึน มัน กินใจ’ ที่ออกมาในปี 2534

เหตุการณ์พฤษภา 35 ได้เห็นบทบาทของพี่แอ๊ด ในการต่อสู้ เมื่อพี่แอ๊ดออกงานคู่กับพี่อี๊ด แฝดผู้พี่ ในอัลบั้ม ‘พฤษภา’ ผมจึงตามไปอุดหนุน คงเหมือนกับอีกหลายคน ชอบเพลงโด่งดังอมตะอย่าง ‘ทะเลใจ’ และเพลงการเมือง ซาบซึ้ง กินใจ ขนลุก อย่าง ‘ราชดำเนิน’

คาราบาวกลับมารวมตัวกันแบบ 7 คน (แอ๊ด เล็ก เทียรี่ เขียว อ๊อด เป้า ธนิสร์) ครบทีมอีกครั้งในปี 2538 ในอัลบั้ม ‘หากหัวใจยังรักควาย’ ซึ่งขายคู่สองม้วน ผมไปเฝ้ารอซื้อตั้งแต่วันแรก ร้านขายเทปแถวๆ คลองสาน

ปีถัดมา คาราบาวเล่นคอนเสิร์ตใหญ่แบบรวมตัวกันครบ ในชื่อ ‘ปิดทองหลังพระ’ ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ผมสะสมเงิน ขอเงินแม่มาบางส่วน (โดยอ้างว่าเอาไปเรียนพิเศษ) และได้เงินจากแทงบอลได้ จนพอซื้อบัตร ไปกับเพื่อนหลายคน

นี่เป็นคอนเสิร์ตแรกของคาราบาวที่ผมได้ดูสดๆ และเมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตเก่าๆ ที่มาหาดูย้อนหลังในช่วงเติบโต ผมเห็นว่า คอนเสิร์ต ‘ปิดทองหลังพระ’ เยี่ยมยอดที่สุด ทั้งในแง่การเล่นดนตรี ที่ทุกคนปล่อยของเต็มที่ สมาชิกในวงเข้าสู่วัยกลางคน มีทั้งแรงกาย แรงใจ ประสบการณ์ ทั้งสด ทั้งเก๋า

เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย เป็นช่วงเวลาที่เพลงคาราบาวค่อยๆ ได้รับความนิยมลดลง ผมหันไปฟังเพลงโลโซ และเพลงค่ายเบเกอรี่ตามสมัยนิยม แต่เพลงเก่าเพลงอมตะของคาราบาวในยุครุ่งเรือง ก็ยังอยู่ในชีวิตประจำวัน และชีวิตวงเหล้า ผมเดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ต้นเดือนตุลาคม 2545 หนึ่งในของฝากที่เพื่อนๆ ให้มา คือ แผ่น MP3 รวมเพลงคาราบาว แผ่นราคาไม่กี่บาท แผ่นที่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์นี้แหละ ที่บรรเทาอาการคิดถึงบ้าน อาการเหงา และเติมพลังให้ผมตลอดช่วงเวลา 8 ปี

“เราจะยังชอบเพลง ฟังเพลง ของศิลปินที่มีจุดยืนทางการเมือง และแสดงออกทางการเมืองไม่ตรงกับเราได้หรือไม่?”
“เราจะยังชอบเพลง ฟังเพลง ของศิลปินที่กลายเป็นนายทุน กลายเป็นมหาเศรษฐีได้หรือไม่?”

คำถามเหล่านี้คงอยู่ในใจหลายคน ผมเองก็คิดเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานะทางเศรษฐกิจ และชนชั้นทางเศษฐกิจและสังคม ของพี่แอ๊ดในทศวรรษ 20 กับปัจจุบันต่างกัน

จุดยืนทางการเมือง ที่แสดงออกผ่านการสัมภาษณ์และเพลงในยุคหลัง ไม่เหมือนกับที่จุดยืนและสิ่งที่ผมคิด แล้วเรายังชอบเพลงคาราบาว และวงคาราบาว ได้อีกหรือ? สำหรับผม ยังยืนยันว่าได้

เนื้อเพลงที่ดี ผ่านไปกี่เดือน ปี ก็ยังคงดี
เพลงอมตะ ผ่านไปกี่เดือน ปี ก็ยังคงอมตะ

ตั้งแต่ปี 30 ที่ผมซื้อเทปคาราบาวครั้งแรก เวลาผ่านไป 36 ปี ผมถึงมีโอกาสพบกับพี่แอ๊ด เป็นการส่วนตัว ได้สนทนา พูดคุย ยาวหลายชั่วโมง ได้มุมมองประสบการณ์ นี่คือศิลปินที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน และบทเพลงของเขายังทรงคุณค่าและพลัง

ผมชอบเพลงคาราบาว เนื้อเพลง (ที่พี่แอ๊ดรับเหมาเขียนเกือบทั้งหมด) เล่าเรื่องธรรมดาสามัญ ชีวิตของผู้คน ผู้ทุกข์ยาก ผู้ถูกกดขี่ สะท้อนปัญหาสังคม ความเหลื่อมล้ำ 

หลายเพลงอ่านแล้ว ผมตีความประสาผมเองว่า มีเรื่องการต่อสู้ทางชนชั้น และสภาวะแปลกแยก

เพลงรัก ก็เขียนได้ดีมาก - รักทรหด รักต้องสู้ แง้มใจ ลมพัดใจเพ หัวใจบ้าบิ่น

ความกล้าหาญที่นำดนตรีสมัยใหม่ ดนตรีร็อค การลีดกีตาร์ มาผสมกับเพลงการเมือง/สังคม (ที่เรียกกันว่า เพลงเพื่อชีวิต) ซึ่งในยุคก่อนมักเป็นโฟล์คมากกว่า

ผมชอบหลายเพลง แต่จะลองรวบรวมมาสัก 11 เพลง คาราบาวที่ผมชอบมากที่สุด เรียงตามลำดับ ดังนี้

1. หนุ่มลำมูล - ขี้เมา (2523) นี่คือบทกวีในบทเพลง
2. ไม้ไผ่ - วณิพก (2526) ปรัชญา และ Solidarity
3. ขี้เมาใจดี - ท ทหารอดทน (2526) ปรัชญา กฎธรรมชาติ การกักขังและอิสรภาพ
4. ราชาเงินผ่อน - เมดอินไทยแลนด์ (2527) ชีวิตจริง จากวันนั้น จนวันนี้ ก็ยังจริง
5. ซาอุดร - อเมริโกย (2528) กีตาร์ จังหวะ สนุก มันส์ อยู่ในคอนเสิร์ตเมื่อไร มันส์เมื่อนั้น เนื้อหายังใช้ได้จนถึงวันนี้
6. ถึกควายทุย 7 - ประชาธิปไตย (2529) ประวัติศาสตร์จากเบื้องล่าง มนุษย์เป็นผู้กำหนดชะตากรรม
7. สังกะสี - เวลคัม ทู ไทยแลนด์ (2530) แรงงาน ชนชั้น สภาวะแปลกแยก
8. รักต้องสู้ - ทำมือ (2532) เพลงรัก อมตะ
9. ภควัทคีตา - โนพลอมแพลม (2534) ถึงเวลา ต้องรบ
10. ทะเลใจ - พฤษภา (2535) อัตตาและจิต
11. ลมพัดใจเพ - พออยู่พอกิน (2541) บทกวี พรรณา

ผมอ่านข่าว ทราบว่า พี่แอ๊ด ประกาศว่าจะยุบวงคาราบาว ด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพของแต่ละคน คอนเสิร์ต 40 ปี วันที่ 11 พ.ย.นี้ จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย จากนั้นจะยังมีคอนเสิร์ตอื่นๆที่รับปากไปแล้ว จนถึง 1 เมษายน 67 หลังจากนั้นจะไม่มีคอนเสิร์ตของคาราบาวแล้ว ใจหายครับ

วงดนตรีที่ผมผูกพัน อยู่กับเสียงเพลงของเขามาตั้งแต่สมัยเด็กประถม จนวัยกลางคน…

ผมเลื่อนวันเดินทางไปเยี่ยมภรรยาที่ปารีสออกไป 11 พ.ย.นี้ พลาดไม่ได้ ต้องขอดูคอนเสิร์ตนี้ก่อน 40 เพลง 4 ชั่วโมง ร่วมสนุกกันครั้งสุดท้ายกับคาราบาว ตำนานดนตรีของประเทศไทย

'เพจก้าวไกลวันนี้โกหกอะไร' แฉ!! งานจตุรมิตร 30 มีกลุ่มไม่ประสงค์ดีแฝงตัว ยืนแจกใบปลิวยัดเยียดให้ยกเลิกแปรอักษร แต่น้องๆ นักเรียนโนแคร์

(12 พ.ย.66) เพจ 'ก้าวไกลวันนี้โกหกอะไร' โพสต์ข้อความกรณีมีกลุ่มคนมาปั่นและป่วนงานจตุรมิตร 30 ให้ยกเลิกการแปรอักษร ระบุว่า...

#ทุกคนคะ หนูได้สัมภาษณ์กลุ่มนักเรียนที่ขึ้นแปรอักษรงานจตุรมิตร 30 

น้องเล่าว่า ก่อนเริ่มงานมีกลุ่มคนใส่แจ๊คเก็ตดำมายืนแจกใบปลิวและติดป้ายยกเลิกแปรอักษรอยู่ไม่กี่คน

น้องบอกรับมาและฉีกทิ้งต่อหน้า พวกนี้มันยัดเยียดให้ไม่มีใครสนใจ

ส่วนประเด็น #เลิกบังคับแปรอักษร ไม่ได้สนใจเลย ส่วนใหญ่รู้ว่าเหนื่อย แต่มันคือประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ หลายคนอยากขึ้นแปรอักษร คนที่ต่อต้านน่าจะเป็นคนส่วนน้อย

สุดท้ายน้องบอกมีความภูมิใจมากๆ ทั้งช่วงก่อนขึ้น ช่วงแปรอักษรและช่วงลงเพราะมีรุ่นพี่และผู้ปกครองมาปรบมือให้กำลังใจ

กลุ่มน้อง ม.2 รร. เทพศิรินทร์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำเทคนิคการดูเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกขายของออนไลน์ สร้างยอดติดตามเกินจริง

วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2566) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการหลอกลวงรูปแบบหนึ่งที่พบมากที่สุด และมีจำนวนผู้ได้รับความเสียหายมากที่สุด ก็คือการหลอกขายของออนไลน์ หรือซื้อของไม่ได้ของ โดยจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนกว่า 140,000 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งบัญชีเฟซบุ๊กปลอมถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่คนร้ายมักจะใช้ในการกระทำความผิด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำเทคนิคในการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกขายของออนไลน์ ที่คนร้ายจะสร้างความน่าเชื่อถือโดยการเลียนแบบเพจที่มีอยู่จริง นำภาพ หรือข้อความของเพจต่าง ๆ มาใช้ และมีการสร้างเลขจำนวนผู้ติดตามปลอมเพื่อหลอกผู้เสียหาย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแนะนำเทคนิคในการตรวจสอบว่าเพจใดเป็นเพจที่แท้จริง ดังนี้

1. การตรวจสอบจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริง : หากเป็นเพจจริง มักจะมียอดผู้ติดตาม เป็นจำนวนมาก ส่วนเพจปลอมมักจะมีการเขียนจำนวนผู้ติดตามขึ้นเองให้เท่ากับเพจจริง โดยหากใช้เฟซบุ๊กผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จะสามารถตรวจสอบจำนวนผู้ติดตามได้บนหน้าเพจ จำนวนผู้ติดตามที่แท้จริงจะต้องเป็นตัวหน้าสีดำเข้มเท่านั้น และอยู่ติดกับชื่อเพจ , หากใช้เฟซบุ๊กผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) บนคอมพิวเตอร์ จะสามารถตรวจสอบจำนวนผู้ติดตามได้บนหน้าเพจ โดยจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริงจะอยู่ติดกับชื่อเพจเท่านั้น อย่าเชื่อจำนวนผู้ติดตามที่ปรากฏในหน้าการค้นหา เพราะจะตรวจสอบได้ยากว่าเป็นจำนวนผู้ติดตามจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำอธิบายที่คนร้ายเขียนขึ้นเอง

2. การตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของเพจ : ดูจากชื่อของเพจ วันที่สร้างเพจ และ URL ของเพจ โดยหากใช้เฟซบุ๊กผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จะสามารถตรวจสอบได้โดยการเข้าไปที่หน้าเพจ จากนั้นกดที่สัญลักษณ์ จุดสามจุด “...” ใต้ชื่อเพจ และเมนูดูข้อมูล "เกี่ยวกับ" , หากใช้เฟซบุ๊กผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) บนคอมพิวเตอร์ จะสามารถตรวจสอบ URL ได้ที่ Address Bar ด้านบน ส่วนข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ จะต้องเข้าไปที่ “เกี่ยวกับ>ความโปร่งใสของเพจ>ดูทั้งหมด”

3. การตรวจสอบจาก Blue Badge หรือเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน ที่อยู่ติดกับชื่อของเพจ ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ระบุว่าเพจดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากเฟซบุ๊กแล้วว่าเป็นเพจจริง

หากพี่น้องประชาชนทำการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กตามวิธีดังกล่าว ก็จะสามารถวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเพจที่ท่านติดต่อซื้อสินค้านั้นน่าจะเป็นเพจจริง และจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการซื้อของไม่ได้ของ ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกขายสินค้าออนไลน์ และคดีอาญากรรมทางเทคโนโลยีอื่น ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘พระหฤทัยคอนแวนต์’ ไว้อาลัย 'ครูเจี๊ยบ' หลังถูกลูกหลงจนเสียชีวิต ยกเป็นบุคลากรที่เก่ง-เป็นที่รัก พร้อมยกระดับความปลอดภัยเข้มงวด

(11 พ.ย.66) จากกรณีเหตุสลด น.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ อายุ 45 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงจนเสียชีวิต จากเหตุ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนไล่ยิงนักเรียนช่างกลอุเทนถวาย

ล่าสุด โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ออกประกาศระบุว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไม่ไกลจากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ มีผลให้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ สูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่รักของรักเรียนและเพื่อนร่วมงาน ทางโรงเรียนและคณะผู้บริหารมีความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง

ทั้งนี้ คณะผู้บริหารโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ มิได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางคณะผู้บริหารได้ทบทวนและยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพื่อป้องกันและรับมือเหตุการณ์รุนแรง โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เข้ามาเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ

และจากเหตุการณ์นี้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ได้ดำเนินการติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ มาให้ความรู้ เสริมสร้างทักษะการป้องกันและวิธีรับมือต่อสถานการณ์ความรุนแรงเช่นนี้ต่อคณะครู บุคลากรและนักเรียนทุกคน จะได้รับการอบรมดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 13 พ.ย.นี้

ในการนี้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์จะเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของการเข้าออกโรงเรียน ทางโรงเรียนใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองแบะท่านผู้มาติดต่อประสานงาน จึงขออภัยในความไม่สะดวก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top