Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ ดึงสื่อมวลชนมาเลเซีย อินโดนีเซีย และผู้ประกอบการ ร่วมโครงการเปิดแหล่งท่องเที่ยวแดนใต้ พบผู้บริหารผู้นำองค์กร พร้อมสัมมนาท่องเที่ยวสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ เพี่อมอบหมายหน้าที่ต้อนรับและเตรียมความพร้อมการต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล  นายกสมาคมฯ เป็นประธานการประชุม ที่ประชุม นายตูแวดานียา มือรีงิง กรรมการบริหาร/ประธานอนุคณะกรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ผู้รับผิดชอบโครงการ“สานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายูครั้งที่ 1” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2566

นายตูแวดานียา กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลาและสตูล เป็นจังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ประเพณีวัฒนธรรม อาหาร แหล่งประวัติศาสตร์ และศาสนสถาน ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่เฉพาะมาเลเซียเท่านั้น

“จนกระทั่งล่าสุดนิตยสาร Lonely Planet สื่อท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก จัดอันดับจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดในปีหน้า 2567“Best in Travel 2024" “ภาคใต้ของไทย” ติด Top 10 ในหมวด “#ภูมิภาคที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกในปี2024”Lonely Planet ระบุเหตุผลพร้อมอธิบายความโดดเด่น “ภาคใต้ของไทย” ไว้ว่า ยินดีต้อนรับสู่อีกภูมิภาคหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งมีมัสยิดวิจิตรงดงาม และมีศาลเจ้าอันลึกลับที่ซึ่งมีเสียงสวดมนต์อันไพเราะพร้อมเสียงระฆังของวัด

นายตูแวดานียา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวว่า เพื่อเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT  พร้อมกับมีการเชื่อมสัมพันธ์และกระชับมิตรระหว่างสื่อมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการแลกเปลี่ยนข่าวสารต่อกัน

“เป็นการเชื่อมสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย ระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งสามประเทศ พร้อมกับเปิดมุมมองหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในอนาคตและพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT (Indonesia Malaysia Thailand Growth Triangle)อีกด้วย”

“เราเองสามารถขยายพื้นที่การท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กว้างขึ้นแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่มีงานทำเพิ่มรายได้  รวมถึงเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียอีกด้วย”

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรรมการทุกท่านได้ร่วมคิดร่วมทำในการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพต้อนรับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการจาก 2 ประเทศ สิ่งที่เราทำครั้งนี้เป็นการคืนกำไรให้กับสังคม

“เมื่อเราเชิญเขามาแล้วคนที่ควรจะได้คือ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติของการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจ เพ่ราะฉะนั้น โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ วันนี้ในฐานะองค์กรสื่อเรากำลังจะทำและพร้อมที่จะดำเนินการตามโครงการดังกล่าว”

ทั้งนี้ โครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชนฯ เริ่มต้นวันแรกเข้าจากด่านเบตง จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.สงขลา พบปะเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรการท่องเที่ยว ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ชมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนและแหล่งใหม่ของแต่ละจังหวัด และสัมมนาหัวข้อ”#ความร่วมมือการพัฒนาการท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจIMTGT” ที่จังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางกลับผ่านด่านสะเดา

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘มาดามแป้ง’ ยัน!! พร้อมดูแล ‘ชนาธิป-พรรษา’ เต็มที่ หลังบาดเจ็บจากศึกฟุตบอลโลก ย้ำ!! ไม่มีใครอยากให้เกิด

(18 พ.ย.66) ‘มาดามแป้ง’ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ยืนยันพร้อมดูแล ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ พรรษา เหมวิบูลย์ เต็มที่ หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมเปิดบ้านพบกับ จีน ในฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และขอขอบคุณไปยังต้นสังกัดของนักเตะทั้ง 2 คือ บีจี ปทุม และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงสโมสรทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนในการปล่อยตัวนักเตะมาร่วมทีมชาติไทยในครั้งนี้

“เรื่องอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว แป้ง ในฐานะผู้จัดการทีม แป้งพร้อมดูแลน้องทั้งสองอย่างเต็มที่ เหมือนเช่นที่ดูแลนักเตะทีมชาติไทยทุกคน ในทุกๆ ทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา เพราะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของผู้จัดการทีมในการดูแลทุกข์สุขของทีมให้ดีที่สุด โดยในส่วนของเจ (ชนาธิป) แป้งก็ได้ตามไปดูอาการด้วยหลังจบเกมที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งดีที่ผลตรวจออกมาว่า ไม่พบรอยแตกหักใหม่บริเวณข้อเท้าซ้าย และต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ ทำให้คงไม่ได้เดินทางไปกับทีมที่สิงคโปร์ด้วย”

“เช่นเดียวกับ โย่ง (พรรษา) ที่ได้รับการตรวจตั้งแต่หลังจบเกม ปรากฏว่าพบกระดูกช้ำบริเวณหน้าเข่า และเอ็นอักเสบ ต้องใช้เวลาพักประมาณ 2 สัปดาห์เช่นกัน ซึ่งล่าสุดได้เดินทางกลับไปรักษาตัวต่อที่บุรีรัมย์แล้ว โดยแป้งต้องขอขอบคุณน้องทั้งสอง ที่มุ่งมั่น ทุ่มเทเพื่อทีมชาติไทย รวมถึงขอโทษ และขอบคุณไปยังสองต้นสังกัดของทั้งคู่อย่าง บีจี ปทุม และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยที่เข้าใจ แป้งหวังว่าทั้งคู่ จะฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว และแป้งจะคอยติดตามอาการบาดเจ็บของทั้งคู่อย่างใกล้ชิด และพร้อมดูแลทุกด้านอย่างเต็มที่”

“ส่วนผู้เล่นที่จะทดแทน เจ และโย่งนั้น เป็นหน้าที่ของมาโน่ในฐานะโค้ชเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเราได้เตรียมเก็บตัวผู้เล่นและซ้อมกันมา 26 คน คือเรียกเก็บตัวมาเกินไว้ 3 คน เผื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณไปยังทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการปล่อยตัวด้วยค่ะ” มาดามแป้ง ปิดท้าย

โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย เตรียมบุกเยือน สิงคโปร์ ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เวลา 19.00 น. ช่อง 32 ถ่ายทอดสด

‘สุวัจน์’ อิ่มบุญ ร่วมทอดกฐินวัดทุ่งสว่าง จ.นครราชสีมา ชี้!! โคราชครบ 555 ปี หวังดันเป็น Soft Power ดึง นทท.

(18 พ.ย. 66) ที่วัดทุ่งสว่าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายฆราวาสและผู้แทนเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ประจำปี พ.ศ. 2565 ถวายองค์กฐินและเครื่องไทยธรรมแด่ พระครูอุดมวรรโณภาส ประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ในฐานะเจ้าคณะตำบลในเมืองเขต 3 เจ้าอาวาสวัดทุ่งสว่าง

โดยมี นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศบาลฯ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พลตรีณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมผู้บริหารและสมาชิกสภา พนักงาน ข้าราชการในสังกัด ทน.นครราชสีมา และชาวโคราช 98 ชุมชน ร่วมกิจกรรมงานบุญกันอย่างชื่นมื่น โดยได้รวมยอดเงินทั้งสิ้น 1,007,224 บาท

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมทำบุญในพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่ทางเทศบาลและพี่น้องประชาชนได้ร่วมกันจัดขึ้นคนแน่นมาก เรียกว่าแย่งกันทำบุญ สมกับคำว่า คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน แม้ว่าเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก แต่ในเรื่องบุญเรื่องกุศล เรื่องช่วยเหลือ เรื่องการพัฒนาบ้านเมือง คนโคราชมีน้ำใจตลอด

“ปีนี้เมืองโคราชครบรอบ 555 ปี ถือว่าเก่าแก่มาก แสดงว่าเรามีโบราณสถาน มีหลาย ๆ สิ่งที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องช่วยกันรักษาเอาไว้ให้กับคนรุ่นหลัง อย่างวัดทุ่งสว่างที่มาทอดกฐิน ถือเป็นวัดเก่าแก่เป็นส่วนหนึ่งของการได้ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และรักษาของเก่าของเมืองโคราช” นายสุวัจน์กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเทศบาลท่านนายกฯ ประเสริฐกำลังทำโครงการอนุรักษ์รักษาเมืองโคราชโบราณสถานต่าง ๆ โดยเฉพาะคูเมืองที่ยาวทั้งหมด 5,400 เมตร ระยะทาง 5.4 กิโลเมตร ทำการทำนุบำรุงรักษา สร้างสวนสาธารณะ สร้างคูคลองกันใหม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลอง 555 ปี เมืองโคราช

“วันนี้ต้องทำสองเรื่อง คือ ทำเรื่องใหม่ สองทำเรื่องเก่า เรื่องเก่าต้องรักษาประเพณี การต่อยอด เรียกว่า ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ การรักษาสิ่งเก่า ๆ ของบ้านเมืองเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันของใหม่ ๆ ก็ต้องมา อย่างเช่น รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ โดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน คุณหมอวรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พูดในสภาฯ ทุกอาทิตย์ ทวงสิ่งของต่าง ๆ โครงการต่าง ๆ ให้เมืองโคราช คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ เข้าไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ก็เอาโครงการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยต่าง ๆ มาให้กับพี่น้องประชาชน

“เราต้องร่วมกันทำงานพัฒนาเมืองโคราช ดึงนักท่องเที่ยวมาโคราช รัฐบาลให้ความสำคัญกับซอฟต์พาวเวอร์ กีฬา ประเพณี วัฒนธรรม โอท็อปต่าง ๆ เรียกว่าของเก่า เพื่อที่จะดึงนักลงทุน นักท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นการทำงานที่เป็นทีมเวิร์ก เป็นการทำงานที่ดี” นายสุวัจน์ ระบุ

‘CPF’ อาสาสานฝันเด็กไทย พาไปดูงาน ณ ‘JAXA’ ญี่ปุ่น หลัง 3 การทดลองได้รับเลือกขึ้นทดสอบในสถานีอวกาศฯ

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย. 66) เฟซบุ๊ก ‘NSTDA - สวทช.’ โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘🚀CPF อาสาร่วมสนับสนุนเด็กไทยไปองค์การสำรวจอวกาศ JAXA ประเทศญี่ปุ่น’ ระบุว่า…

ตามที่ สวทช. ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) ประเทศญี่ปุ่น จัดแข่งขันโครงการ Asian Try Zero-G 2023 และได้คัดเลือกแนวคิดการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของตัวแทนเยาวชนไทยที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 3 เรื่อง โดยแนวคิดทั้ง 3 เรื่องนี้จะนำไปทดลองจริงในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ โดย นายซาโตชิ ฟุรุคาวะ (Satoshi Furukawa) นักบินอวกาศญี่ปุ่นที่ปฏิบัติการบนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS 

ซึ่งในการนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กำชับให้ สวทช. ดำเนินการทุกวิถีทางให้เด็กไทยได้ไปร่วมกิจกรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดทีมจัดกิจกรรมของ สวทช. ได้รับการติดต่อจากบริษัท CPF อาสาร่วมให้ทุนสนับสนุนโครงการดังกล่าว

สวทช. ขอขอบคุณ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ที่ได้ติดต่อขอร่วมสนับสนุนในการส่งเด็กไทยไปร่วมโครงการขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีของเยาวชนไทยที่จะได้นำความรู้ความสามารถไปแสดงในเวทีโลก

ด้าน นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กล่าวว่า "CPF รู้สึกยินดีและร่วมชื่นชมน้อง ๆ เยาวชนไทยที่เก่งและมีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น จนได้รับคัดเลือกจากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ให้ไปทดลองโครงงานบน Kibo Module สถานีอวกาศนานาชาติ เรา CP แบรนด์อาหารของคนไทย อยากช่วยเติมฝันของน้อง ๆ ในโอกาสนี้ เพราะเราเชื่อในศักยภาพของคนไทย ที่ยังก้าวไปได้อีกไกลในเวทีโลก หากเราร่วมกันผลักดัน"

ทาง สวทช. ยินดีที่ก่อนหน้านี้ CPF ก็ได้ดำเนินโครงการ Thai Food-Mission to Space เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารไทย ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ไปพิชิตมาตรฐานอวกาศ (Space Food Safety Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ระดับเดียวกับที่นักบินอวกาศรับประทาน ตามหลักเกณฑ์ขององค์กร NASA มาแล้ว และตอนนี้ได้ขยายโอกาสมาสานฝันน้อง ๆ ให้มีโอกาสในเวทีระดับโลกเพิ่มเติมขึ้นอีก สวทช. ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในภารกิจการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติและประชาชนทั่วไป รวมทั้งจะแสวงหาโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถและเข้าร่วมในกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง

สำหรับแนวคิดการทดลอง 3 เรื่อง ได้แก่
1. เรื่อง ‘ก้อนน้ำทรงกลมกับแรงไฟฟ้า’ โดย นายชญานิน เลิศอุดมศักดิ์ นักเรียน ม.5 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

2. เรื่อง ‘การศึกษาการเคลื่อนที่แบบวงกลมของลูกบอลสองลูกบนเส้นเชือกในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ’ โดย นายณัฐภูมิ กูลเรือน, นายจิรทีปต์ มะจันทร์, นางสาวฟ้าใหม่ คงกฤตยานุกุล และนายภูมิพัฒน์ รัตนวัฒน์ นักเรียน ม.5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย 

3. เรื่อง ‘การออกกำลังกายท่าดาวทะเลภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ’ โดย นางสาววรรณวลี จันทร์งาม และนางสาวพุทธิมา ประกอบชาติ นักเรียน ม.6 โรงเรียนระยองวิทยาคม

อ่านรายละเอียดโครงการเพิ่มที่: https://www.nstda.or.th/home/news_post/sci-news-flash-asian-try-zero-g-2023-result/ 

‘จิตแพทย์’ ห่วงคนไทย ‘ยอดฆ่าตัวตายสำเร็จ’ คาบเส้น WHO กำหนด ชี้ คนร่าเริงก็มีทุกข์ในใจ แนะ!! คนใกล้ตัวจับสัญญาณเปลี่ยนแปลง

(18 พ.ย.66) ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ในงานสัมมนาวันผู้สูญเสียบุคคลใกล้ชิดจากการฆ่าตัวตายนานาชาติ ครั้งที่ 4 โดยมี ผศ.พิเศษ นพ.ปราการ ถมยางกูร กรรมการสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ และสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมสมาพันธ์ผู้ดูแลไทย, เครือข่ายก่อการต้านเศร้า ร่วมในเวทีเสวนาด้วย

ผศ.พิเศษ นพ.ปราการกล่าวว่า ข้อมูลของทั่วโลกพบว่า มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จปีละเกือบ 1 ล้านคน หรือเฉลี่ยเป็นทุกๆ 40 วินาที จะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน สำหรับข้อมูลในประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จเกือบๆ 8 ต่อแสนประชากร ขณะที่ประเทศเกาหลีสูงถึง 24 ต่อแสนประชากร ซึ่งตัวเลขที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ไม่ควรเกิน 8 ต่อแสนประชากร คำถามคืออะไรเป็นเหตุที่ทำให้เขาฆ่าตัวตาย เพราะ 1 คนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ จะมีผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 6-10 คน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องหรือเพื่อน รวมถึงผู้ที่รู้ข่าวอย่างน้อย 100 คนที่ได้ร่วมสูญเสีย เสียใจไปด้วย ทั้งนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้วันหยุดก่อนถึงสัปดาห์วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) เป็นวันรำลึกผู้สูญเสียคนใกล้ชิดจากการฆ่าตัวตายนานาชาติ ซึ่งจัดกันมากว่า 20 ปีแล้ว

“การฆ่าตัวตายของคนใกล้ชิด เป็นเรื่องที่หลายคนเองไม่อยากรำลึกถึงสิ่งที่สูญเสีย เพราะว่าเป็นบาดแผลที่ข้างนอกดูดีแล้ว แต่ข้างในอาจจะยังเป็นหนองอยู่ ดังนั้นถ้าเราช่วยกันเยียวยาให้หายสนิท แผลนั้นจะดีมากขึ้น ซึ่งผลของการสูญเสียบุคคลใกล้ชิดจากการฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องที่คนใกล้ชิดทำใจได้ยาก และติดอยู่ในใจไม่สามารถทำให้หลุดออกไปได้ ซึ่งการทำกลุ่มบำบัดสามารถช่วยได้จริง ซึ่งประเทศไทยก็จะต้องมีการจัดงานนี้ขึ้นในอนาคต” ผศ.พิเศษ นพ.ปราการกล่าว

ด้าน นพ.ณัฐกร กล่าวว่า สมัยที่ยังไม่มีโลกโซเชียล คนที่คิดจะฆ่าตัวตายจะทิ้งจดหมายลาตาย หรือ Suicide note แต่ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นลักษณะของการโพสต์ในสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการฆ่าตัวตายผ่านโซเชียล ทำให้ผู้ที่เป็นเพื่อนกันในโลกออนไลน์สามารถมาพบเห็นได้ ซึ่งตรงนี้จริงๆ ทุกคนสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อแทรกแซงเหตุการณ์ไม่ให้ผู้นั้นฆ่าตัวตายได้สำเร็จ โดยขณะนี้มีเครือข่ายการป้องกันการฆ่าตัวตายร่วมกับตำรวจ ฉะนั้นไม่ว่าคนโพสต์อยู่จุดไหนของประเทศไทย ก็สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ภายใน 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตั้งแต่ดำเนินการมา มีการเข้าไปช่วยเหลือกว่า 500 เคส และทุกเคสใช่เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

“ทุกคนอาจจะไม่ได้มีปรารถนาอย่างแรงกล้าในการปลิดชีพตัวเอง หลายเคสเป็นการส่งสัญญาณ ในสิ่งที่คนอื่นเรียกว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ แต่แท้จริงแล้วเป็นการแสวงหาความช่วยเหลือ ซึ่งเราจะเห็นทุกวันว่าในโซเชียลมีเดียจะมีเรื่องประมาณนี้อยู่ทุกวัน หลายเคสมีเวลาไตร่ตรองอยู่ ซึ่งก็เป็นข้อดีในการให้ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือและส่งต่อไปยังสถาบันจิตเวชรับการดูแลรักษาต่อได้” นพ.ณัฐกร กล่าว

นพ.ณัฐกร กล่าวว่า ขณะเดียวกันสื่อที่นำเสนอข่าวก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ตนสงสัยมาตลอดว่าทำไมต้องพูดถึงข่าว เช่น “ดาราดังสวมเสื้อยืดคอกลม แขนสั้นสีแดง กางเกงขาสั้น 3 ส่วนสีดำ มือขวากำแว่นตาไว้แน่น โดยใช้สายสะพายกระเป๋าหนังผูกคอตัวเองไว้ที่ระแนงไม้” ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การรายงานข้อมูลที่จำเป็น โดยหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน ตนได้ไปถามตำรวจที่เข้ามาอบรมเรื่องป้องกันการฆ่าตัวตาย ทุกคนจำเหตุการณ์นั้นได้ว่า มือของบุคคลนั้นกำลังกำแว่นตาอยู่ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นเรื่องต้องจำ

นพ.ณัฐกร กล่าวต่อว่า ฉะนั้นสื่อที่นำเสนอเรื่องของการฆ่าตัวตาย หรือผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ขอให้มีการพูดถึงทางออก เช่นสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 หรืออธิบายช่องทางการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้คนอ่านนั้นได้รับทราบว่ามีทางออกและได้ใช้สติไตร่ตรองในเรื่องนั้นๆ

เมื่อถามถึงการสังเกตผู้ที่มีอารมณ์ดี มีพลังบวกมาก แต่สุดท้ายแล้วเลือกจบชีวิตตนเอง ผศ.พิเศษ นพ.ปราการ กล่าวว่า สัญญาณเตือนเหล่านั้นจะแสดงออกมาทางอารมณ์ มีความซึมเศร้ามีอารมณ์แปรปรวน หรือโมโหง่าย ประกอบกับพฤติกรรมการแยกตัวเอง ในบางรายอาจพูดถึงว่าตนเองอยู่ไปก็เป็นภาระผู้อื่น

“สำหรับผู้ที่ฆ่าตัวตายจะมี 2 ประเด็น คือ 1.ผู้ที่ส่งสัญญาณเตือนมาโดยตลอด ซึ่งคนรอบตัวจะต้องจับสัญญาณมันให้ได้ และ 2.การตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ที่เกิดจากมีความรุนแรงมากระทบจิตใจหรือความรู้สึก แม้ว่าภายนอกจะดูเป็นคนสดใสร่าเริง ไม่แสดงความทุกข์ที่อยู่ในใจ ดังนั้นการสื่อสารเพื่อให้เขาได้พูดความทุกข์ที่อยู่ในใจก็จะช่วยให้เขาปลดปล่อยความรู้สึกเศร้าออกมาได้” ผศ.พิเศษ นพ.ปราการ กล่าว

ด้าน นพ.ณัฐกรกล่าวว่า สิ่งที่จะต้องดูคือ เขาดูเปลี่ยนไปจากปกติของเขา เช่น ความสัมพันธ์ทางสังคม แม้กระทั่งผู้ที่เป็นคนโลกส่วนตัวสูง (Introvert) ก็ยังจะมีเส้นหนึ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโลกภายนอก

“ฉะนั้นการดูว่าเขาเปลี่ยนไปนั้นต้องรู้ว่า คนคน นั้นไม่ต้องการที่จะไปเชื่อมต่อกับโลกภายนอก หรือสังคมข้างนอก หรือทำตัวคล้ายมือถือที่ไม่พร้อมรับสัญญาณใด” นพ.ณัฐกรกล่าว

'เจ๊จุก' ดักคอ!! 'หยก-บุ้งทะลุวัง' คงไม่ป่วนกีฬาสีเตรียมพัฒน์ฯ ด้าน 'ดร.อานนท์' สมทบ!! "น้องหยกจะทนกลับไปเรียนได้หรือ?"

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย. 66) ทวิตเตอร์ (X) ของเจ๊จุก คลองสาม โพสต์รูปและข้อความกรณีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จัดงานกีฬาสีภายในซึ่งบรรยากาศงานเต็มไปด้วยความสามัคคีสนุกสนาน โดยสแตนด์เชียร์ขึ้นป้าย 'รักชาติ ผดุงศาสน์ เทิดกษัตริย์' ว่า...

"วันนี้โรงเรียนเตรียมพัฒน์ มีจัดงานกีฬาสีภายใน บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน สามัคคี รื่นเริง น่ารัก สมวัย

พรุ่งนี้มีแข่งอีก 1 วัน ได้แต่หวังว่า สมยศโมเดลลิ่ง บุ้งและหยก #ทะลุวัง และ #นักเรียนเลว คงจะไม่พากันไปเxือกเรื่องของโรงเรียนเขาอีกนะคะ"

และล่าสุด วันที่ 18 พ.ย. 66 ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ระบุข้อความว่า...

"น้องหยกจะทนกลับไปเรียนได้หรือ????"

‘2 ดีเจ’ แห่ง NAVYTIME เกาะกระแส!! เรียกรอยยิ้มยามเช้า สลัดลุคเป็นนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทำคลื่นแตกของจริง

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.66) 2 นักจัดรายการวิทยุแห่งบ้าน NAVYTIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า เรียกเรตติงวิทยุ ผ่านทางคลื่น FM 93 ส.ทร.วังนันทอุทยาน กทม. ด้วยการแต่งกายเลียนแบบอดีตนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขัน ณ ประเทศเอลซัลวาดอร์

โดยดีเจไอยรา อัลราวีย์ แต่งเป็นน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ และดีเจศร แต่งเป็นฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น โดยดีเจทั้ง 2 ต่างไม่ยอมกันและกัน จัดหนักจัดเต็ม จนทำให้ผู้ฟังรายการและผู้ชม ต่างพากันชื่นชม และเรียกรอยยิ้มได้อย่างล้นหลาม 

ซึ่งการประกวดนางงามในประเทศไทย ถือเป็น soft power อีกด้านหนึ่ง ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน และเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยทั้งประเทศจะร่วมกันส่งกำลังใจให้ตัวแทนสาวไทย ในการแข่งขัน Miss Universe 2024 ที่กำลังแข่งขัน

ต้องคอยติดตามว่า 2 ดีเจ จะแต่งตัวเป็นอะไรอีก ห้ามพลาดทุกการติดตาม แล้วรอเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้เสมอมา 

‘สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย’ ติด 1 ใน 6 ชาติ ชิงรางวัล ‘สหพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี’ ของกรีฑาโลก

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 กรีฑาโลก World Athletics ได้ประกาศสหพันธ์กรีฑาของ 6 ชาติ ที่เข้าชิงรางวัลสมาชิกยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 ปรากฏว่าสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ด้วย ซึ่งสำหรับอีก 5 ชาติที่เข้าชิงรางวัลนี้ ประกอบด้วย กรีฑาแห่งออสเตรเลีย, สมาคมกรีฑาแห่งบอตสวานา, สหพันธ์กรีฑาแห่งชิลี, สหพันธ์กรีฑาแห่งสเปน และกรีฑาแห่งสหรัฐอเมริกา

ในปี 2566 สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 25 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อีกทั้งยังได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของสมาคมกรีฑาแห่งเอเชียอีกด้วย 

ที่ผ่านมาสมาคมกีฬากรีฑาฯ ได้ช่วยเหลือสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ และมีแนวโน้มในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และศูนย์ฝึกกรีฑาที่ทันสมัยในอนาคต 

นอกจากนี้สมาคมกีฬากรีฑาฯ ยังได้จัดการแข่งขันกีฬายุวชน เยาวชน มุ่งสู่โอลิมปิก และยังได้ทำงานเพื่อพัฒนาการแข่งขันกรีฑาในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

‘ศ.เกริกเกียรติ’ อดีตอธิการฯ มธ. ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว สิริอายุรวม 86 ปี

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.66) เฟซบุ๊ก Thammasat University Library ได้โพสต์อาลัย ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ราชบัณฑิต อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2531-2534

และวันเดียวกัน เฟซบุ๊ก ดร.อภิชาติ ดำดี ได้โพสต์ข้อความว่า ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ราชบัณฑิต อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน พระราชทานเพลิง เวลา 13.00 น. วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.2566

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2480 เป็นราชบัณฑิต และนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

>> สำหรับประวัติการทำงาน ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม

- นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย Thai PBS (2 สิงหาคม พ.ศ.2551-2 สิงหาคม พ.ศ.2553)
- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (พ.ศ.2542-2546)
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (พ.ศ.2536-2542)
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2531-2534)
- คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (27 พฤษภาคม พ.ศ.2525-31 พฤษภาคม พ.ศ.2527)
- นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2521-2523)
- ประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2521-2524)
- กรรมการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (พ.ศ.2536)
- กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ (พ.ศ.2525)
- กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ
- ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2519 และ พ.ศ.2529)
- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ.2534)
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) (พ.ศ.2539)
- กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.2549)
- รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) (พ.ศ.2550)

>> ประวัติการศึกษา

- ปี 2507 ปริญญาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปี 2507 ปริญญาพาณิชยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปี 2508 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สมาคมผู้สอบบัญชี
- ปี 2512 ปริญญาโท M.A. University of the Philippines ฟิลิปปินส์
- ปี 2515 ปริญญาโท M.S. University of Illinois สหรัฐอเมริกา
- ปี 2532 ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- ปี 2551 ปริญญาเศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ปี 2552 ปริญญาเศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งมอบไออุ่นผู้มีจิตศรัทธา ยกทัพผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค มูลค่ากว่า 31 ล้านบาท.. สู่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร 4 ภาค รวม 43 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 17 ธันวาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงแผนกสาธารณภัย แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ และสกลนคร รวม 43 จังหวัด 

รวมผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 50,500 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 31 ล้านบาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี นอกจากนี้ มูลนิธิฯ  ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์

โดยวานนี้ (วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566)  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่ อ.พาน อ.แม่จัน อ.ดอยหลวง อ.เวียงเชียงรุ้ง  จ.เชียงราย มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ บรรจุลงกระเป๋าผ้า รวม 900 ชุด  โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ รวมทั้ง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และนางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี รวมทั้ง หน่วยงาน สมาคม /มูลนิธิประจำจังหวัดแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top