Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน เนื่องในวันทหารผ่านศึก 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก ด้วยวันที่ระลึกทหารผ่านศึกจะเวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จะจัดจำหน่ายดอกไม้ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก (ดอกป๊อปปี้) เพื่อหารายได้สมทบทุนสงเคราะห์ครอบครัวทหาร ตำรวจ พลเรือนและอาสาสมัคร ที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี นั้น ในปีนี้มูลนิธิได้จัดให้มี “สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก”โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง อันจะเป็นผลดีแก่การจำหน่ายดอกป๊อปปี้ จึงขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างแพร่หลาย ใคร่ขอความกรุณาและการสนับสนุนจากท่านช่วยพูดประชาสัมพันธ์เขอเชิญชวนทุกท่าน สั่งซื้อดอกป๊อปปี้และ ผลิตภัณฑ์ได้ที่ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี 02-2453303, 092-7502642 ID Line : @poppythailandหรือเชิญซื้อผลิตภัณฑ์ทางลิงค์นี้ได้เลย https://shop.line.me/@poppythailand ช่องทางการชำระเงิน ธนาคารกสิกรไทย สาขาสนามเป้า ชื่อบัญชีมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก เลขที่บัญชี 029-2-30712-8 หรือสแกนบริจาค

'วีระศักดิ์' ส่งมอบหนังสือรับรอง 'GBAC STAR' สู่ 6 สุดยอดผู้บริหารไทย หลังได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจากสหรัฐฯ

(26 ม.ค.67) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'มาตรฐานสุขอนามัยในกระแสการท่องเที่ยวของสากล' ที่อาคารศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุขร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวแนะนำโครงการและนางสาวนวลสมร อุณหะประทีป หัวหน้าโครงการ รายงานผลการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจบแล้ว

หลังจากนั้น นายวีระศักดิ์ ก็ได้ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรอง การเป็นผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล หรือ GBAC STAR ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ให้กับผู้บริหารของไทย 6 แห่งที่ได้รับการรับรองในปีนี้ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต, ศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ ชลบุรี, บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซนทรัลเวิลด์, บ้านปารค์นายเลิศ, บริษัทนิกรมารีน ภูเก็ต และ บริษัทสุโข เวลเนสแอนด์ สปา จำกัด โดยเมื่อรวมกับที่ได้รับไปรุ่นแรกในปีก่อนหน้าอีก 4 แห่ง คือ ไทเกอร์มวยไทย, ป่าตองเบย์วิว, เกาะยาวใหญ่วิลเลจ และ อ่าวนางปรินซ์วิลล์ รีสอร์ตแอนด์ สปา ก็ทำให้ไทยมีสถานที่ที่ได้รับตรามาตรฐานนี้รวมแล้ว 10 แห่ง

อนึ่ง มาตรฐาน GBAC STAR ได้ถูกใช้ในสถานประกอบการมาตรฐานนับพันแห่งทั่วโลก เช่น สนามบิน JFK, สนามบินลากัวเดียร์, สนามบินนวอค์, ท่าเรือนิวยอร์ก, ท่าเรือนิวเจอร์ซีย์, ศูนย์ประชุมนานาชาติออราเคิลและสนามกีฬาที่แอตแลนตา จอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน เป็นต้น ขณะนี้มีกิจการต่างๆ รอรับการประเมินให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GBAC STAR อีกหลายพันแห่งทั่วโลก

สำหรับการขอรับรองตรามาตรฐาน GBAC STAR ของไทย เป็นการร่วมมือผ่านงานวิจัยที่นักวิจัยและวิชาการจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถานที่เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานเดิมที่สถานประกอบการหลายๆ แห่งในไทยเคยพัฒนาระบบมาตรฐานสุขอนามัยผ่านระบบ SHA และ SHA+ ที่ดำเนินการโดยททท.และกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนในช่วงรับมือโรคระบาด โควิด19  

ดังนั้น ด้วยการดำเนินการเพิ่มการบันทึกเอกสารและขั้นตอนรายละเอียดอีกเพียงไม่มาก ผู้ประกอบการก็เข้าเกณฑ์ที่จะผ่านการประเมินของ GBAC STAR ที่ตลาดสหรัฐฯ, แคนาดา, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ให้ความเชื่อถือต่อมาตรฐานนี้อย่างยิ่งได้แล้ว 

อีกทั้งผู้ประกอบการต่างพึงพอใจที่นอกจากจะมีตรารับรองที่ตลาดไว้วางใจแล้ว ยังได้มาตรฐานที่สร้างความปลอดภัยให้พนักงานหน้างานของตนเอง มีแผนรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน มีแผนประเมินความเสี่ยงที่อาจมาถึง และมีการเปลี่ยนแปลงที่กระตุ้นให้ Supply Chains และนิเวศของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตื่นตัว และเท่ากับช่วยยกระดับมาตรฐานของการเดินทางและท่องเที่ยวไทยไปด้วย

นอกจากนี้ ผลพลอยได้ที่เกิดจากกิจกรรมคือ นักวิจัยไทยจากโครงการนี้ ซึ่งมีทั้ง มอ.ภูเก็ต และ นิด้า ได้กลายเป็นผู้มีความชำนาญในการออกแบบติดตามและประเมินมาตรฐานตามระบบของ สมาคม ISSA Worldwide Cleaning Industry Association USA และได้รับการรับรองให้เป็นบุคลากรเชี่ยวชาญในการประเมินอิสระให้ GBAC STAR ในระดับภูมิภาคด้วย

‘ช้างศึก’ ฟาดแรงค์กิ้งฟีฟ่าพุ่งท็อป 100 โลก ในรอบ 14 ปี แซงหน้า!! ‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้ง

(26 ม.ค.67) ความเคลื่อนไหวทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย หลังระเบิดฟอร์มสุดยอด ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 เข้ามาดวลกับ ทีมชาติ อุซเบกิสถาน ที่สนาม อัล ยานูบ สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 30 ม.ค.นี้ เริ่มฟาดแข้งในเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป PPTV ถ่ายทอดสด 

โดยทัพ ‘ช้างศึก’ ที่ลงเล่นนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มเสมอกับซาอุดีอาระเบีย ทีมอันดับ 56 ของโลก 0-0 ทำให้สร้างผลงานสุดยอดด้วยการเก็บถึง 5 คะแนน จาก 3 นัด รั้งรองแชมป์ของกลุ่ม เอฟ พร้อมกับ สร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มแม้แต่ลูกเดียว และในครั้งนี้ก็นับเป็นเพียง 2 ชาติร่วมกับ กาตาร์ เจ้าภาพที่ทำสถิติดังกล่าวได้

ซึ่งจากผลงานของทัพ ‘ช้างศึก’ ในรายการนี้ก็ทำให้ทีมเก็บคะแนนแรงค์กิ้งฟีฟ่าได้ทั้งหมด 30.69 คะแนน ทำให้คะแนนจากเดิมที่มี 1198.86 เพิ่มเป็น 1206.58 คะแนน อันดับโลกขยับจาก 113 ไปอยู่ที่ 100 ของโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี อย่างไม่เป็นทางการแน่นอนแล้ว  หลังครั้งสุดท้ายที่ไทยอันดับท็อป 100 โลก คือการอยู่อันดับ 98 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010  พร้อมกันนี้ก็จะแซงหน้า เวียดนาม กลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้งด้วย

สำหรับสถิติการดวลกันของ ‘ไทย’ กับ ‘อุซเบกิสถาน’ ทีมอันดับ 68 ของโลก นั้นปรากฏว่าเคยดวลกันมา 10 ครั้ง เป็นไทย ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 6 ครั้ง อุซเบกิสถาน ชนะไป 4 ครั้ง ซึ่งผลงานครั้งสุดท้ายที่ดวลกันเกิดขึ้นในปี 2023 ในเกม เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก อุซเบกิสถาน เอาชนะไปได้ 2-0

แนวร่วมเพจดัง บี้!! สภาฯ สอบ ‘สส.จิรัฏฐ์’ ‘ปมหนีทหาร’ ‘เจ้าตัว’ บอกปัด!! อ้างก็แค่กระบวนการดิสเครดิต

(26 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา แนวร่วมเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ นำโดย นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ และนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร หรือ อ.ทัน ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้ตรวจสอบ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กรณีไม่ได้รับการตรวจเลือก คัดเลือกทหาร หรือหนีทหาร หรือไม่ โดยมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นผู้รับหนังสือ

นายทันกวินท์ กล่าวว่า ตนมาในนามของประชาชน โดยขอให้ภาครัฐตรวจสอบนายจิรัฏฐ์ โดยกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล โดยตนได้ร้องว่า นายจิรัฏฐ์ได้มีการหนีทหาร จริงหรือไม่ เพราะตามคำให้การของนายจิรัฏฐ์มีความขัดแย้งกัน และเป็น สส.ต้องมีความแม่นยำในข้อกฎหมาย ซึ่งในข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าหากไม่เข้าไปทำการตรวจเลือกทหารต้องได้รับโทษจำคุก และเมื่อได้รับโทษจำคุกแล้ว จะต้องเข้ารับราชการทหารเลย ดังนั้น สิ่งที่นายจิรัฏฐ์ให้ข้อเท็จจริงว่าเมื่อไม่ได้เข้าไปรับการตรวจเลือกแล้วสามารถเสียค่าปรับ และเข้าไปจับฉลากได้ ถือว่าเป็นการพูดเรื่องข้อกฎหมายอันเป็นเท็จ นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจิรัฏฐ์ได้นำตัว สด.43 ที่มีชื่อของนายจิรัฏฐ์ โดยกำหนดข้อความว่าสามารถจับใบดำ ใบแดงได้ ทั้งที่ตามข้อกฎหมายระบุว่าเมื่อคุณได้รับคำพิพากษาของศาลและได้รับโทษจำคุกแล้ว จะไม่มีการจับใบดำ ใบแดง นี่ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งตนกำลังประสานกับทางกองทัพเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายจิรัฏฐ์ต่อไป

ขณะที่นายแทนคุณ กล่าวว่า เรื่องนี้หากเป็นข้าราชการก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157 หรือไม่ และเมื่อเป็น สส.กระบวนการจริยธรรมคือถอดถอน และถ้ามีความผิดจริง ในการโกหก ปลอมแปลงเอกสาร หลอกลวงประชาชน เราก็จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นถอดถอน และยื่นคดีอาญา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราทำหน้าที่เปิดโปง สส.ของพรรคก้าวไกลหลายคน จึงเป็นเหตุผลหรือไม่ที่พรรคก้าวไกลพยายามโจมตีกองทัพ เพราะตัวเองมีบาดแผลหลายอย่าง

ด้าน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ตนจะนำเอกสารร้องเรียนนี้ไปให้เข้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ ตามกระบวนการ แต่อย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ว่าสิ่งที่เขาร้องเรียนมานี้เป็นความจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ได้ออกมาอธิบายกล่าวชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตนต้องนำเอกสารตัวจริงไปยื่นอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าอยากจะรู้ขนาดนั้น ก็เป็นหน้าที่ของราชการ เป็นเอกสารตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบ แล้วก็ไม่ได้ไปรายงานตัว ตนจำได้ว่าวันนั้นติดเรียน หรือติดธุระอะไรสักอย่าง ก็เลยไปในวันรุ่งขึ้น

"หน่วยงานราชการเรียกไปทำอะไร เราก็ทำตามหมด ให้จ่ายค่าปรับก็จ่าย ให้จับใบดำใบแดงก็จับ ให้เอกสารอะไรมาก็ทำตามกระบวนการที่เขาให้ทำทุกอย่าง ไปจ่ายค่าปรับที่ศาลรึเปล่าน่าจะใช่ ผมก็ทำตามเขา นั่งรถกับเขา แล้วเขาก็พากลับมาที่อำเภอ ทุกอย่างก็จบแค่นั้น ยืนยันว่าไม่มีการปลอมเอกสารแน่นอน แต่ที่ออกมาพูดช้า ยอมรับเลยว่าหาเอกสารไม่เจอ สุดท้ายไปรื้อเจอที่บ้านคุณแม่" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ในใบ สด.ที่เอามาแสดงนั้น ไม่มีรอยนิ้วมือ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนก็ยังสงสัยอยู่ ว่าทำไมถึงไม่มี เขาไม่ได้ให้ปั๊ม แต่ที่เช็กกับหลายคนก็ไม่มี ส่วนจะทำตามกระบวนการถูกต้องหรือไม่นั้น เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เข้าไปในหน่วยงานราชการ ก็ทำตามกระบวนการอยู่แล้ว จะมีอำนาจอะไรไปสั่งการ

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติแล้วหากศาลมีคำสั่งว่าหนีทหาร จะต้องไปเกณฑ์ทหารทันที ไม่ใช่ไปจับใบดำใบแดงแบบนี้ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการของศาล ซึ่งตนก็ต้องทำตามที่เขาให้ทำ ส่วนรู้สึกแปลกหรือไม่ เอาตรงๆ รู้สึกโชคดี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนคงไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้ว เกณฑ์ทหารไม่ได้อะไรอยู่แล้ว ชีวิตเสียหายไป 2 ปี แทบจะเอาชีวิตไปทิ้งเลย ถ้ามันออกมาเป็นอย่างนั้น ตนก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ตนไม่รู้หรอกว่ากระบวนการเป็นยังไง ก็แล้วแต่หน่วยงานราชการ เขาบอกให้ทำก็ทำ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อสงสัยว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อ เพื่อหนีทหาร นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนเปลี่ยนตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง เปลี่ยนทั้งบ้าน เพราะคุณแม่ไปดูดวงมา เรื่องการเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องหลังเรียนจบ ตนเปลี่ยนชื่อก่อนหลายปีมาก ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ในเอกสารราชการจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ส่วนที่มีการมาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารนั้น ตนได้ทราบว่ารับเรื่องมาแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลาลงมติ ตนคงไม่ออกความเห็น ให้ กมธ.ฯ คนอื่นพิจารณา ว่าจะนำเรื่องนี้เข้ามาพูดคุยหรือไม่ เพราะ กมธ.ฯ มีหน้าที่ศึกษาพิจารณา แก้ไข สืบสวน ข้อพิพาท ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการทหาร โดยประชาชนที่มาร้องเรียนจะต้องเป็นผู้เสียหาย ที่มาเรียกร้องความยุติธรรม ความเป็นธรรม แต่เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ ว่าใครเป็นผู้เสียหาย และเขาได้รับความเดือดร้อนอะไร จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตนยังไม่เข้าใจเหมือนกัน

"ผมไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะการถูกทำลาย เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเรื่องราวที่ผมพูด และสิ่งที่กำลังทำ เป็นเรื่องที่ถูกทางแล้ว เป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าทำแล้วสำเร็จ ก็เป็นประโยชน์ของคนทั้งประเทศ แต่เรื่องที่เขาทำเพื่ออะไร ใครได้ประโยชน์ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้สังคมเปลี่ยนประเด็น จากความผิดปกติในหน่วยงานทหารมาเป็นเรื่องนี้แทน เพราะเป็นการความพยายามในการบิดเบือนกระแสสังคมมากกว่า" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีต่อผู้ร้องเรียนหรือไม่นั้น นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า คงไม่เสียเวลาทำอะไรแบบนั้น มองว่าเป็นกระบวนการดิสเครดิต มั่นใจว่าการพยายามทำลายไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ตนพูดเกี่ยวกับทหารได้

‘รมว.พีระพันธุ์’ เกลี้ยกล่อม ‘เจ๋ง ดอกจิก’ มอบตัว หลังมีชื่อเอี่ยวก๊วนศรีสุวรรณ รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว

(26 ม.ค. 67) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. นำโดย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการนักเคลื่อนไหวหรือนักร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ว่าได้ถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง พร้อมด้วยนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พร้อม น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยอ้างว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต

แต่ด้วยความที่ นายณัฏฐกิตติ์ มั่นใจว่าที่ผ่านมาตนเองนั้นบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 รายกล่าวอ้างเพื่อข่มขู่ จึงมองว่าการถูกกระทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมแก่ตนเอง แต่ด้วยความที่เกรงว่าหากถูกร้องเรียนโจมตีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้ครั้งแรกก่อนเป็นจำนวน 1.4 แสนบาท ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอตอนส่งมอบเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

จากนั้นจึงนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ก่อนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ นายศรีสุวรรณ และ น.ส.พิมณัฏฐา ในข้อความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมออกหมายจับนายยศวริศ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนวางแผนให้ผู้เสียหายทำการนัดหมายส่งมอบเงินงวดต่อมาอีก 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้ จึงซ้อนแผนเข้าจับกุม

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกเป็นบ้านเลขที่ 51/119-121 ม.9 ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านพฤกษา 17 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายศรีสุวรรณ หลังจากผู้เสียหายส่งคนนำเงิน 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้กับภรรยาของนายศรีสุวรรณ กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการหยิบซองเงินเข้าไปภายในบ้านจริง จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม ระหว่างนั้นนายศรีสุวรรณเกิดไหวตัวพยายามวิ่งนำซองเงินไปโยนทิ้งบริเวณข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปตรวจยึดกลับคืนมาได้ ก่อนแสดงหมายจับให้เจ้าตัวรับทราบจากนั้นจึงทำการควบคุมตัวพร้อมพาตรวจค้นภายในบ้านพัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมทางคดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเชิญตัวภรรยาของนายศรีสุวรรณ ไปทำการสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่

ภายหลังการจับกุมตัวนายศรีสุวรรณได้ไม่นาน ทางด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มายัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อประสานติดต่อจะพา นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก กับ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ ผู้ต้องหาอีก 2 ราย เข้ามอบตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจานัดหมายสถานที่รับส่งมอบตัว เบื้องต้นคาดว่าทั้งสองจะเข้ามอบตัวที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังภารกิจเสร็จสิ้น

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และสน.ดุสิต ได้เดินทางเข้ามาพูดคุยและเชิญ นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก ขึ้นรถเพื่อไปที่สน.ดุสิต ทำการสอบสวนตามขั้นตอนและกระบวนการต่อไป 

ด้านนายยศวริศ กล่าวว่า “ยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้เรื่องอะไร เพิ่งรู้เรื่องจากตำรวจ ผมประสานให้นายศรีสุวรรณเฉย ๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องคุยกันไม่เป็นไร ยืนยันว่าชี้แจงได้ ขอย้ำว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา”

ทั้งนี้ มีรายงานว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางได้มาเตรียมพร้อมบริเวณห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1 และด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงเที่ยง หลังมีรายการว่า นายยศวริศ เดินทางเข้ามาที่ตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงสายของวัน เพื่อพบกับนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘บิ๊กโจ๊ก’ เผย!! ผู้ต้องหาเยอรมันซื้อกามเด็ก 14 ปีจริง แต่ไม่ได้จ่ายสินบน 1 ลบ. แลกประกันตัวกลับประเทศ

(26 ม.ค. 67) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผย ผลการประชุมร่วมกับตำรวจสืบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ อัยการของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 67) เพื่อเคลียร์ประเด็นข้อเท็จจริง ที่มีสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าว นายเจน คริช ชาวเยอรมัน จ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ล้านบาท เพื่อแลกการประกันตัวกลับประเทศ

ภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอัยการฯ พบว่าทางตำรวจสอบสวนและอัยการได้ดำเนินการสอบปากคำ นายเจน คริช พร้อมทำสำนวนเอกสารเป็นที่เรียบร้อย พบว่านายเจน คริช ได้ให้การยืนยันและยอมรับประเด็นที่นำเสนอในสื่อต่างประเทศไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงของสื่อต่างประเทศบางสื่อ ที่เชิญนายเจน คริช สัมภาษณ์

ต่อคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นายเจน คริช ยืนยันในข้อมูลที่เป็นจริงว่า ได้กระทำความผิดคดีซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงไทย อายุ 14 ปี และถูกจับกุมดำเนินคดี ในประเทศไทยจริง โดยไม่มีการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหลบหนีเดินทางกลับประเทศเยอรมัน แต่อย่างใด พร้อมทั้งได้กล่าวขอโทษที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงต่อข้าราชการตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทย

‘ประกันสังคม’ ประกาศ!! ป่วยหยุดหายใจตอนหลับ เบิกค่า Sleep test ได้ มีผล ‘บังคับใช้’ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 จ่ายจริงไม่เกิน 7 พันบาท

(26 ม.ค. 67) สำนักงานประกันสังคม ออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงานโดย พล.ต.ท.ธนา ธุระเจน ประธานกรรมการการแพทย์ ประกาศ ณ.วันที่ 22 ม.ค. 67

สาระสำคัญสำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ คือ…

- ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 1 จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 7,000 บาท

- ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 2 (การตรวจวัดเหมือนชนิดที่ 1 เว้นแต่ไม่มี
   เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะหลับ) จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 6,000 บาท

- ค่าอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (Continuous positive Airway Pressure - CPAP) 
   และอุปกรณ์เสริมสำหรับการรักษาในอัตราที่สำนักงานที่กำหนด

- เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชุดละ 20,000 บาท

- หน้ากากครอบจมูกหรือปากที่ใช้กับเครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชิ้นละ 4,000 บาท

ทั้งนี้ค่าอุปกรณ์เสริม แผ่นกรองอากาศ กระดาษ และแผ่นกรองอากาศฟองน้ำ ให้รวมอยู่ในค่าบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ์ในการรับบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป 

อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าว ทีมข่าว พีพีทีวีออนไลน์ได้สอบถามกับสำนักงานประกันสังคม ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามการรักษาโรคนอนกรนตามแพทย์สั่งให้ทำ Sleep test 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับสิทธิ

- ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39 จะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

- ผู้ประกันตนตาม มาตรา 38 และ มาตรา 41 จะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ และได้รับสิทธิคุ้มครองภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

‘สรานนท์ อนุอินทร์’ นายทวารช้างศึกผู้ได้รับโอกาสในยุค ‘อิชิอิ’ ‘มุ่งมั่น-อดทน’ จนช่วยไทยทะลุ 16 ทีมเอเชียนคัพแบบคลีนชีต

(26 ม.ค.67) จากเพจ ‘ช้างศึก - ฟุตบอลทีมชาติไทย’ ได้โพสต์ข้อความยกย่อง ‘สรานนท์ อนุอินทร์’ ซึ่งโชว์ฟอร์มการเซฟประตูให้กับทีมชาติไทย จนได้ผลเสมอกับซาอุดีอาระเบียไปอย่างน่าประทับใจ รวมถึงได้เผยถึงความมุ่งมั่นของผู้รักษาประตูนายนี้ ที่แม้จะไม่เคยได้รับโอกาสเป็นตัวจริงเลยสักเกม แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักอย่างมืออาชีพต่อไป ว่า…

สรานนท์ อนุอินทร์ ผู้รักษาประตูจากเชียงราย ยูไนเต็ด ติดทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2018 ในยุค มิโลวาน ราเยวัช แต่ยังไม่เคยมีโอกาสลงเฝ้าเสาให้ทัพช้างศึกในเกมอย่างเป็นทางการแม้แต่เกมเดียว

จากอายุ 24 ปีที่สัมผัสกับคำว่า ‘ทีมชาติ’ ครั้งแรก ปัจจุบันเจ้าตัวอายุครบ 29 ปีเต็ม

ทุกความพยายาม การทำงานหนัก ความมุ่งมั่น และความเป็นมืออาชีพ เป็นสิ่งที่ตอบแทนได้ดีว่าเขาคู่ควรกับการติดทีมชาติไทยมาโดยตลอด

วันนี้ สรานนท์ อนุอินทร์ ได้รับโอกาสจาก ‘มาซาทาดะ อิชิอิ’ กุนซือช้างศึก ลงสนามเป็นตัวจริง ในเกมเอเชียน คัพ 2023 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F นัดสาม ก่อนโชว์เซฟสำคัญๆ ช่วยทีมเก็บผลเสมอ 0-0 ได้สำเร็จ และยังช่วยให้ทีมของเราผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์โดยที่เก็บคลีนชีทได้ตลอด 3 นัดแรก

นี่คือรางวัลสำหรับคนที่พยายามและไม่เคยคิดยอมแพ้ 

5 ปีที่รอคอย สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อคืน
You really deserved it.

สำหรับโปรแกรมฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 ของทีมชาติไทย
ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย จะพบกับ ‘อุซเบกิสถาน’
วันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ณ อัล ยานูบ สเตเดียม

ศึกใหญ่ระดับทวีป ขอพลังของทุกคนมา #เชียร์ไทยให้ไกลถึงกาตาร์ กันเถอะ

'บลูเทค ซิตี้' ร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบต. สะอ้าน ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ (26 ม.ค. 2567) ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม จำนวน 30 แพ็ค ข้าวสาร 5 กิโลกรัม จำนวน 30 ถุง ให้แก่ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ณ วัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายสนชัย แดงมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบตท่าสะอ้าน ประจำปี 2567

เนื่องจากปัจจุบันผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต้องอยู่บ้าน เนื่องจากลูกหลานไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่เพียงลำพัง ประกอบกับปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมสภาพไปตามวัย และการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดทำให้ส่งผลทางด้านจิตใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคภาวะซึมเศร้าได้ หากผู้สูงอายุได้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ มีการพบปะพูดคุยกัน จะทำให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลายความเครียด และยังมีความรู้ใหม่ ๆ สามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้องในด้านการดูแลสุขภาพ

ดังนั้นชมรมผู้สูงอายุตบลท่าสะอ้าน จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริม สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในเขต อบต.ท่าสะอ้าน ประจำปีงบประมาณ 2567 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีความรู้ในการปฏิบัติตนในด้านสุขภาพและยังการรวมกลุ่มพบปะพูดคุยผ่อนคลายความตึงเครียด อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งของชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน โดยการอบรมในครั้งนี้ จะมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 160 คน และมีอีก ส่วนที่เราต้องติดตามเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดเตียง

‘นายกฯ’ สั่งทุกหน่วยเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพัทลุง พร้อมเยียวยาโดยเร็ว หลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย

(26 ม.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ติดตามสถานการณ์ฝนถล่มและเกิดอุทกภัยฉับพลัน จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดพัทลุงติดต่อและสะสมเป็นเวลา 3 วัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด อ.ศรีนครินทร์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงจากภูเขาบรรทัดอย่างรุนแรง ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว และทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ รวมถึงปิดกั้นการจราจรไม่สามารถผ่านได้

นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการสรรพกำลัง พลเรือน ทหาร และเจ้าพนักงาน เข้าคลี่คลายสถานการณ์ทันที อพยพประชาชน ยกสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งการอพยพเด็ก นักเรียน ในพื้นที่ประสบภัยออกจากโรงเรียน ไปพำนักในที่ปลอดภัย หยุดการเรียนการสอนชั่วคราว

พร้อมสั่งการเรื่องการแจ้งเตือนเหตุให้เตรียมรับมือจากสถานการณ์ ไม่ให้บกพร่องเนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกัน จึงขอให้หน่วยงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าพนักงานปกครองให้บูรณาการงานเพื่อป้องกันเหตุและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา สำหรับการดูแลช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์นี้ ขอให้หน่วยงานทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลที่พักพิงของนักเรียนและประชาชนให้มีอาหาร ยารักษาโรค และของใช้จำเป็น รวมไปถึงการเยียวยาซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน และสถานศึกษาให้กลับมาสู่สภาพปกติโดยเร็ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top