Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงลั่น!! ยังไม่โดนแจ้งข้อหาใด ๆ ยันบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องเว็บพนัน

เมื่อวานนี้ (22 ก.พ. 67) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล​ รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวชี้แจงกรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ในฐานะคณะกรรมการสืบสวนและรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีเครือข่ายเว็บพนันมินนี่ เตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผบ.ตร. กับพวกรวม 5 นาย ในความผิด ม.157 และ ม.149 ว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากการค้นบ้านตน มีการไปปกปิดข้อเท็จจริงต่อศาลโดยไม่ได้บอกศาลว่าเป็นบ้านตน และมีการออกหมายจับลูกน้องตน 8 คน ก็ใช้ชื่อว่านาย ระบุว่าประกอบอาชีพรับจ้าง ซึ่งเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงต่อศาล มองว่าก็เพื่อทำให้เสียชื่อเสียง

ซึ่งหลังแจ้งข้อกล่าวหาลูกน้องตน วันดีคืนดีก็มีข่าวว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาตน และมีชื่อตนโผล่ในสำนวน เพื่อทำให้ตนเสียชื่อเสียง และมีการปล่อยข่าวว่าจะเรียกตนมาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งที่สำนวนเมื่อส่งไปที่พนักงานอัยการแล้วพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนเพิ่มเติม หรือแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว เว้นแต่อัยการจะสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเท่านั้น แต่เอกสารที่อัยการทำถึงพนักงานสอบสวนคือเอกสารที่ถามว่าทั้ง 8 คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้นผิดตรงไหน ไม่ใช่ให้คุณไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า กรณีมีการแถลงถึงสำนวนใน ป.ป.ช. จนมีข่าวว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาตน ทั้งที่สำนวนดังกล่าวชงไปให้ ป.ป.ช.แล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วทำไมวันนี้คึกคักอยากจะเอาสำนวนกลับมา แล้วมีการแถลงว่า ป.ป.ช.ต้องส่งให้ตำรวจ ซึ่งเป็นการแถลงข่าวกดดันป.ป.ช. ทั้งที่ระบบของ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นระบบสอบสวนมีความน่าเชื่อถือ และรอบคอบกว่าระบบกล่าวหาของตำรวจเสียอีก จึงมีคำถามว่าทำไมตำรวจจึงอยากเอาสำนวนคดีดังกล่าวกลับมา และอยากถามว่าคุณเป็นใคร ยศอะไร ทำไมมาแถลงกดดัน ป.ป.ช. หรือไม่เชื่อมั่นระบบไต่สวนของ ป.ป.ช. ดังนั้นตำรวจยศใหญ่ๆ ควรออกมาพูดบ้าง อย่าทำตัวเป็นอีแอบ อย่าให้ลูกน้องแค่ยศเล็กๆ ออกมาพูด เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแบบนี้

ทั้งนี้การส่งเรื่องไป ป.ป.ช. เมื่อส่งไปแล้ว ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ หากมีมูลก็จะต้องมีการแสวงหาข้อเท็จจริง จึงจะมีการไต่สวน ถึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาได้ และต่อให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วกฎหมาย ป.ป.ช.ก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ดังนั้นการส่งเรื่องกล่าวหาตนนั้นเป็นแค่การตั้งข้อสังเกตเท่านั้น และยังไม่รู้ว่า ป.ป.ช.จะรับหรือไม่รับเลย วันนี้สรุปยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับผมทั้งสิ้น ผมยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ 100%

อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่า จะไม่มีการดำเนินการทางคดีกับสื่อมวลชนที่เสนอข่าวว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาตนแล้ว แต่ขอให้ลบข่าวออก อย่าไปเป็นเครื่องมือของคนไม่ดี ที่พูดไปเรื่อยเปื่อย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนขุดหลุมล่อไว้ ตอนนี้เริ่มตกไปครึ่งตัวแล้ว โดยตนปล่อยให้ทำมาตลอด แต่ท่านรู้หรือเปล่าวว่าสำนวนที่ท่านทำนั้นท่านมีอำนาจหรือเปล่า อย่างกรณีบอกว่ามีเงินหมุนเวียน 300 ล้านนั้น ทั้งที่คดีฟอกเงินมูลฐาน 300 ล้านบาทขึ้นไปเป็นอำนาจ ดีเอสไอ เป็นคดีพิเศษ ดังนั้นท่านไม่มีอำนาจสอบสวน มันจะติดคุกทั้งหมด ดังนั้นจึงตั้งข้อสังเกตว่ามีอำนาจสอบสวนหรือไม่ กระบวนการสอบสวนชอบหรือไม่

และยังยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ไม่มีเส้นเงินจากเว็บพนันโอนเข้าบัญชีตน และไม่มีเส้นเงินจากบัญชีตนโอนเข้าเว็บพนัน ส่วนที่ลูกน้องตนใช้บัญชีม้านั้นก็ต้องเอาผิดลูกน้องตน แต่ไม่ใช่ว่าลูกน้องตนผิดแล้วตนจะผิดไปด้วย เพราะเขาทำอะไรบ้างตนจะรู้ไหม หากเขาผิดชัดเจนก็ต้องว่าไปไม่ใช่จะลากมาพันกับตน เพื่อให้ตนเสียชื่อเสียง และยืนยันว่าไม่มีเงินจากเว็บพนันโอนเข้าบัญชีญาติตนด้วย

ซึ่งวันนี้สื่อมวลชนรู้อยู่ว่าตำรวจกลุ่มไหนรับเงินเว็บพนันอยู่ รับกันเป็น 100 ล้าน ตำรวจทั้ง ตร.รู้หมด แต่ว่าวันนี้จะมาบอกว่าผมเกี่ยวกับเว็บพนัน รับเงินเว็บพนัน ก็ต้องถามว่าผมไม่ได้คุมกองบัญชาการไซเบอร์ ผมไม่ได้คุมเว็บพนัน ผมไม่มีอำนาจหน้าที่คุมเว็บพนัน แล้วใครจะมาจ่ายผม และอยากฝากถึงตำรวจทุกนายว่า เรามาแข่งกันทำงานดีกว่าอย่ามาแข่งกันอิจฉาริษยา เพราะรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจไม่มีทางตามกันทัน แต่ยศ ตำแหน่งเป็นเรื่องบุญวาสนา เพราะฉะนั้นท่านอย่าไปอิจฉาเลย ตนยังไม่อิจฉาน้อง ๆ เลย

ทั้งนี้ปัจจุบันปัญหาเว็บพนันแล้วทำไมไม่ปราบให้หมด หน่วยปราบเว็บพนันไปทำอะไรอยู่ หรือปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ทำไมไม่ทำมานั่งขัดขาขัดแข้งกันอยู่ได้ ดังนั้นฝากเตือนน้อง ๆ ถ้ารู้ตัวว่าเดินผิดก็ให้รีบกลับตัวกลับใจ รีบถอนตัว เพราะเป็นการทำโดยไม่มีอำนาจสอบสวน ส่วนกรณีตั้งข้อสังเกตว่าตนต้องการให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเพราะสนิทสนมกับกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่งนั้น บอกว่า ยืนยันตนไม่ได้สนิทสนมกับกรรมการป.ป.ช. ไม่มีเบอร์ ไม่เคยโทรหา และตนยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องคดี แต่เป็นการดิสเครดิตตนล้วนๆ เพราะคดีไม่มีอะไร เพราะตนไม่ได้รับเงินเว็บพนัน อย่างไรก็ตามสังคมติดตามเรื่องนี้ วันนี้ตำรวจเราอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ก็ควรทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ตำรวจต้องทำงานอย่างมืออาชีพ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเดินหน้าปราบปรามจับกุมต่างด้าวที่กระทำผิดในไทย ล่าสุดจับกุม 4 คดี

วันนี้ (22 ก.พ.67) เวลา 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.กต.10 ปฏิบัติราชการ บก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.ปกฉัตร ชัยสุกวัฒน์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.รัฐไกร ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.วิรชา สนั่นศิลป์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบนักลงทุนชาวจีนตามหมายจับเลี่ยงภาษีมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท : ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ กก.2 บก.ปอศ. จับกุม Mr.Wang (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 60/2567 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเคลื่อนย้ายของออกไปจากเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ภายในบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จว.ชลบุรี  

พฤติการณ์แห่งคดี Mr.Wang ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันกับพวกนำสินค้าเบ็ดเตล็ด อาทิเช่น กระเป๋า ผ้าพันคอ ชุดผ้าปูที่นอน กรอบโทรศัพท์ เก้าอี้ กล่องพลาสติก โคมไฟ ไม้เซลฟี่ ข้าวโพด (ป๊อบคอร์น) ฯลฯ เข้ามาในราชอาณาจักร ตามใบขนสินค้าขาเข้า จำนวน 31 ฉบับ โดยสำแดงการใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ตามมาตรา 151 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 จำนวน 31 ฉบับ เป็นใบขนสินค้าสั่งการตรวจ "ให้เปิดตรวจ" เพื่อนำไปทำการตรวจปล่อยที่เขตปลอดอากรเอ็มที ฟรีโซน โดยวิธีการมัดลวด และพนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลเขตปลอดอากรได้บันทึกการตรวจรับของดังกล่าวเข้าไปเก็บในเขตปลอดอากรแล้ว แต่ในระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2562 พนักงานศุลกากรได้เข้าทำการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย ณ เขตปลอดอากร เอ็มที ฟรีโซน ในบริษัทดังกล่าว พบข้อเท็จจริงว่าสินค้าเบ็ดเตล็ดที่บริษัทฯ ได้นำเข้ามาตามใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง 31 ฉบับนั้น ไม่ได้มีการเก็บรักษาไว้หรือคงเหลืออยู่ในเขตปลอดอากร เอ็มที ฟรีโซน และจากการตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าและส่งออกของบริษัทฯ จากระบบ CUSTOMS INFORMATION SYSTEM (CIS) ไม่พบว่าบริษัทฯ ได้มีการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าโอนย้ายชำระภาษีอากร (ประเภท P) เพื่อนำของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร และไม่มีการจัดทำใบขนสินค้าขาออก เพื่อส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร อีกทั้งไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรหรือหลักฐานการชำระภาษีอากรสำหรับของดังกล่าวเพื่อนำของออกจากเขตปลอดอากรในกรณีอื่นใด โดยได้ประเมินราคาและค่าภาษีอากร สินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า จำนวน 31 ฉบับ ดังกล่าวมีราคารวมทั้งสิ้น 15,337,963.62 บาท อากรขาเข้ารวม 2,701,946.79 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มรวม 1,262,793.72 บาท ซึ่งพนักงานศุลกากรได้แจ้งให้บริษัทฯ จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงในประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่บริษัทฯ ก็ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานศุลกากรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงได้ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของบริษัทฯ เป็นความผิดฐานเคลื่อนย้ายของออกไปจากเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เมื่อบริษัทฯ ได้รับทราบผลการตรวจสอบแล้ว มิได้แจ้งความประสงค์จะขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากร แต่บริษัทฯ เพิกเฉย ไม่มาติดต่อขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากร กรมศุลกากรจึงร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบริษัทฯ และ Mr.Wang รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งในฐานะนิติบุคคลและฐานะส่วนตัว หลังจากที่ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับแล้ว จากการสืบสวนของ ตม.จว.ชลบุรี ทราบว่า Mr.Wang ได้เดินทางไปที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จว.ชลบุรี จึงได้ร่วมกับ กก.2 บก.ปอศ. ไปตรวจสอบ    ผลการตรวจสอบพบ Mr.Wang จึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุม

2. สตม.รวบนักท่องเที่ยวไต้หวัน “OVERSTAY” (32 วัน) หนีหมายจับคดีคอลเซ็นเตอร์ มากบดานเมืองพัทยา  : ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 จับกุม MR.LIU (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
​ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัคร (volunteer) ว่าพบคนต่างด้าวมีพฤติการณ์น่าสงสัยซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึกเบื้องต้นพบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวคือ MR.LIU (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (Overstay) และมักจะลักลอบกบดานใน พื้นที่ กรุงเทพมหานคร และ จ.ชลบุรี จึงได้ตรวจสอบข้อมูลไปยัง สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (ไต้หวัน) รับแจ้งว่า MR.LIU เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการไต้หวัน ในความผิด ฉ้อโกง โดยมีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุม จากการสืบสวนทราบว่า MR.LIU จะมาท่องเที่ยวในย่านถนนคนเดินวอล์คกิ้งสตรีท (WAILKING STREET) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้ร่วมกันไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบ MR.LIU จึงได้ทำการจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

3. สตม.รวบแม่ค้าออนไลน์ชาวเมียนมาแอบไลฟ์สดขายของหนีภาษีของกลาง 200 รายการ : ตม.จว.สมุทรสาคร จับกุม นางมิ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้, ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม บ้านพักย่าน ถ.เจษฎาวิถี ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร  จ.สมุทรสาคร

ตม.จว.สมุทรสาคร ได้สืบสวนทราบว่า มีคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา มีพฤติการณ์ลักลอบขายสินค้าหนีภาษีทางช่องทางออนไลน์ จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึก เบื้องต้นพบว่าคนต่างด้าวดังกล่าว พักอาศัยอยู่ในบ้านพักย่าน     ถ.เจษฎาวิถี ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยได้มีการไลฟ์สดและโพสต์ขายสินค้าทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตัวสินค้า มีความผิดทางกฎหมาย จึงขอหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบนางมิ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลาง เป็นกลุ่มสินค้าประเภทอาหารเสริม วิตามิน น้ำมันหรือสเปรย์    ฉีดเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งไม่มีฉลากภาษาไทย และเครื่องหมาย อย. ร่วม 200 รายการ และจากการตรวจสอบเอกสารของนางมิ พบใบอนุญาตทำงานระบุประเภทกรรมกร แต่มาลักลอบขายสินค้าออนไลน์ และไม่ได้ทำงานตามประเภทที่ได้รับอนุญาตไว้ตามกฎหมาย จึงได้ทำการจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

4. ตม.3 ระดมเข้ม X-RAY พื้นที่เสี่ยง 25 จุด ปูพรมตรวจค้นสถานบริการ ร้านอาหาร คาราโอเกะ รวบ 4 คนไทย 7 ต่างด้าว ลอบทำงานผิดกฎหมาย : บก.ตม.3 มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก ของประเทศไทย รวม 25 จังหวัด ได้ดำเนินการสืบสวน รวบรวมข้อมูล การกระทำผิดกฎหมายของคนต่างด้าวรวมถึงคนไทย ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ลักลอบทำงาน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต รับคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการค้ามนุษย์ หลบหนีเข้าเมือง อยู่เกินกำหนดอนุญาต ซึ่งคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย อาจก่ออาชญากรรมอื่น ๆ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ บก.ตม.3 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อวางแผนระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิด
​หลังได้รับรายงาน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด บก.ตม.3 ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด  ซึ่งในห้วงเดือน มกราคม 2567 - ปัจจุบัน ได้ดำเนินการตรวจค้น ตรวจสอบ เป้าหมายในพื้นที่ทั้งหมด 25 จุดเสี่ยง มีผลการจับกุมรวมทั้งสิ้น 11 ราย แบ่งเป็น คนต่างด้าวสัญชาติลาว 4 ราย สัญชาติกัมพูชา 3 ราย และคนไทย จำนวน 4 ราย

ซึ่งผู้กระทำผิดทั้ง 11 รายข้างต้น ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน, ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยได้ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตพ้นจากการจับกุม รวมถึงความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของคนต่างด้าวยังถูกดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และนอกจากนี้ในส่วนของเจ้าของสถานที่ที่ให้คนต่างด้าวพักอาศัย แต่ไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ก็ได้ถูกจับกุมดำเนินคดีด้วย

​บก.ตม.3 ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะยังคงดำเนินมาตรการเข้มข้น ต่อเนื่องในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน จับกุม การกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2567 ทุกช่องทาง ด้านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับดูแลความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจรสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยว

พ.ต.อ.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา และมีวันหยุดชดเชยรวม 3 วันนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจเดินทางไปทำบุญตามภูมิลำเนาหรือสถานที่ต่างๆ รวมทั้งข้อกฎหมายที่มีความผิดในการจำหน่ายสุราในวันสำคัญทางพุทธศาสนา จึงสั่งการให้หน่วยต่างๆ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน และอำนวยคามสะดวกการจราจร รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชน 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้า และพี่น้องประชาชน ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง คือหลังเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 23 ก.พ.67 ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 24 ก.พ.67 ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ด้วย หากฝ่าฝืนมีความผิดตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดสายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นการตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง คาราโอเกะ ร้านอาหารตามสั่งริมทาง สถานีขนส่งโดยสารสาธารณะ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง วัด สวนสาธารณะ อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิด และดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน 

ส่วนด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร ให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรในจุดที่มีการจราจรหนาแน่นให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย จัดระเบียบการจัดรถ โดยเฉพาะในจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ วัดและสถานที่สำคัญทางศาสนา และจัดการจราจรในพื้นที่รอยต่อ ประสานการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้เตรียมอุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ อุปกรณ์การเคลื่อนย้ายยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุกีดขวางในเส้นทางการจราจร 

นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนทุกมิติ พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำผิด หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารมายังโทรศัพท์ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
 

ชลบุรี-พัทยามอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร D.A.R.E.

วันที่ 22 ก.พ.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร D.A.R.E. โรงเรียนเมืองพัทยา 3, 4, 8, 9  โดยมี พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีที่โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยเมืองพัทยาได้ให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาทุกแห่ง รวมทั้งขจัดปัจจัยเสี่ยงที่เอื้อต่อปัญหายาเสพติดให้หมดไป สร้างคุณภาพชีวิตและทัศนคติให้กับเยาวชนที่จะเป็นอนาคต ของชาติไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาและสถานีตำรวจภูธรบางละมุง ดำเนินโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน (D.A.R.E.) ขึ้น ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งเพื่อร่วมดำเนินงานป้องกันยาเสพติดในชั้นเรียน

โดยได้รับเกียรติจากครูตำรวจ D.A.R.E ในการเป็นวิทยากรฝึกสอนเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนเมืองพัทยา 1-10 ภาคเรียนที่ 2/2566 สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง จำนวน 13 สัปดาห์ เพื่อให้เด็กนักเรียนมีทักษะ รู้จักวิธีหลบเลี่ยงปฏิเสธการใช้สารเสพติดและความรุนแรงได้ สามารถควบคุมการขยายตัว ลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในโรงเรียน และชุมชนในเขตเมืองพัทยาได้อย่างยั่งยืน 

และเป็นการร่วมกันปลูกจิตสำนึกของเด็กนักเรียนและเยาวชน ให้มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดที่มีผลต่อร่างกาย สุขภาพอนามัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาของสังคม  รวมทั้งเพื่อสร้างแกนนำนักเรียนในการต่อต้านยาเสพติดในสถานศึกษาสร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งปลูกฝังพฤติกรรมการกระทำดีให้กับนักเรียนต่อไป 

สตม.รวบนักท่องเที่ยวไต้หวัน “OVERSTAY” (32 วัน) หนีหมายจับคดีคอลเซ็นเตอร์ มากบดานเมืองพัทยา

ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 จับกุม MR.LIU (นามสมมติ) อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุ

ตม.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัคร (volunteer) ว่าพบคนต่างด้าวมีพฤติการณ์น่าสงสัยซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึกเบื้องต้นพบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวคือ MR.LIU (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (Overstay) และมักจะลักลอบกบดานใน พื้นที่ กรุงเทพฯ และ จว.ชลบุรี จึงได้ตรวจสอบข้อมูลไปยัง สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (ไต้หวัน) รับแจ้งว่า MR.LIU เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการไต้หวัน ในความผิด ฉ้อโกง โดยมีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ร่วมกับ กก.2 บก.ทท.1 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุม จากการสืบสวนทราบว่า MR.LIU จะมาท่องเที่ยวในย่านถนนคนเดินวอล์คกิ้งสตรีท (WAILKING STREET) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้ร่วมกันไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบ MR.LIU จึงได้ทำการจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว 

‘ศาลฯ’ พิพากษาลงโทษ!! ‘พ่อแม่เด็กแว้น’ พระสมุทรเจดีย์ 10 คน สั่งปรับรายละหมื่น ฐานปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลานให้ดี

(22 ก.พ. 67) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีมีการปิดถนนแข่งรถพื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ที่ผ่านมานั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 22 ราย ศาลฯ พิพากษาปรับคนละ 10,000 บาท จำคุก 3 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญา นอกจากนี้ ยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เป็นเด็กและเยาวชนไว้ได้อีกจำนวน 10 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนของพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งตัวเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อให้ศาลดำเนินการตรวจสอบการจับกุม และเข้าสู่กระบวนการบังคับตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา เนื่องจากเป็นเด็กและเยาวชน และความผิดมีอัตราโทษไม่เกิน 5 ปี 

โดยศาลจะกำหนดแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ให้เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ต้องปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูนั้น เพื่อให้โอกาสเด็กในการที่จะกลับมาเป็นคนดีของสังคม ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก แต่หากเด็กเยาวชนและบิดามารดาไม่ปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่กำหนด เด็กก็จะถูกดำเนินคดีตามปกติ จะมีประวัติการกระทำผิดติดตัวไป ซึ่งต้องใช้เวลาในการปฏิบัติตามแผนพอสมควร 

อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนั้น นอกจากจะต้องปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่ศาลกำหนดแล้ว ยังจะต้องถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พนักงานสอบสวนสามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ส่งฟ้องศาลได้เลยทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเยาวชนทั้ง 10 ราย มาแจ้งข้อกล่าวหา ‘ส่งเสริม หรือ ยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิด’ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (2) ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 10 ราย พิพากษาปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดกึ่งหนึ่งเหลือปรับรายละ 5,000 บาท ซึ่งนี่เป็นกรณีตัวอย่างสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านที่ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลาน ปล่อยให้ออกมารวมตัวแข่งรถในทางในเวลายามวิกาล สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ครบวงจร ในทุกคดี

พล.ต.ท.สำราญ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

‘นาวิน ต้าร์’ เสียท่าให้มิจฉาชีพ ถูกดูดทรัพย์ไป 5 ล้านบาท หลังเผลอ ‘กดลิงก์’ อ่านข่าว ที่ดึงดูดด้วยมุกเนื้อหาเปี่ยมความรู้

(22 ก.พ. 67) ทำเอา ‘นาวิน ต้าร์’ หรือ ดร.นาวิน เยาวพลกุล เซ็งสุดๆ เมื่อต้องมาเจอเองกับตัว ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า “ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง ทั้งที่ก็มีข่าวเรื่องมิจฉาชีพดูดเงินมาตลอด แต่มาเสียท่าเพราะเผลอไปกดลิงก์ในกล่องข้อความ ที่เนื้อหาให้ความรู้ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้คิดอะไร กดลิงก์เข้าไปดู เพราะเห็นว่าเนื้อหาน่าสนใจ สรุปเงินในบัญชีเด้งหายทันที 5 ล้านบาท”

‘นาวิน ต้าร์’ ยังบอกอีกว่า คงได้แค่ทำใจ เพราะคิดว่าคงไม่ได้คืนแน่นอน เสียดายเงินมากๆ ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงดีสำหรับเรื่องแบบนี้ เจอแค่ครั้งเดียวเข็ดไปเลย

“เลยอยากจะฝากเตือนทุกคนเพราะว่าขนาดเซฟตัวเองก็ยังพลาด ถ้าต้องเสียเงินมากขนาดนี้ เอาไปทำบุญดีกว่า” นาวิน ต้าร์ กล่าว

และล่าสุดวันนี้ ‘นาวิน ต้าร์’ ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Navin Tar ข้อความว่า…

“ขอบคุณภรรยาที่ยังจับมือกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มีแต่กำลังใจ ไม่เคยปริปากพูดหรือโทษกัน คนเราล้มได้มันก็ต้องลุกขึ้นได้ ไม่เป็นไรช่างมัน สู้ๆ หาเงินใหม่ ลุยยย!!!”

'บิ๊กเต่า' มั่นใจในหลักฐาน ยันไม่มีการกลั่นแกล้งคดี 'บิ๊กโจ๊ก-มินนี่' มั่นใจ!! หาก ป.ป.ช.ไต่สวนคดีเอง จะต้องชี้มูลความผิดแน่นอน

(22 ก.พ. 67) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พาดพิงมาถึงคณะสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการสืบสวนสอบสวนคดี เนื่องจาก มีมูลค่ามากกว่า 200-300 ล้านบาท ต้องโอนคดีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นผู้สอบสวน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงว่า คดีเว็บพนันออนไลน์มินนี่เพียงแค่คดีเดียว 1 คดี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเพียง 75 ล้านบาท แต่ที่ตนพูดว่ามีมูลค่ารวมมากกว่า 200-300 ล้านบาท เป็นการนำทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ต่าง ๆ มารวมกัน ยังอยู่ในอำนาจการสืบสวนสอบสวนของตำรวจได้

"ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกดดัน ป.ป.ช.ให้ส่งสำนวนดังกล่าวกลับมาให้ตำรวจ แต่มองว่าคดีดังกล่าวตำรวจมีการสืบสวนสอบสวนในสำนวนที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้ว จึงอยากให้นำคดีดังกล่าวกลับมาเพื่อความรวดเร็วในการทำคดี และไม่ต้องการให้เกิดการตอบโต้ไปมาระหว่างสองฝ่ายจนทำให้ประชาชนมองว่าตำรวจทะเลาะกันเอง" รอง ผบช.ก.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธว่า ไม่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึงนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรามีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เนื่องจากในระหว่างการเข้าจับกุม คณะชุดสืบสวนสอบสวนกว่า 200 นาย ซึ่งขณะนี้ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องร้องดำเนินคดี ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวอย่างละเอียด ตั้งแต่วันเข้าจับกุมวันแรก ซึ่งหลักฐานที่ตรวจยึดได้มีการจดข้อมูลไว้ชัดเจนว่ามีการใช้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวอย่างไร ได้รับมาจากใครบ้าง และมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

พล.ต.ต.จรูญเกียติ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าหากคดีดังกล่าว ป.ป.ช.ไม่ส่งสำนวนกลับมาแต่จะเป็นผู้ไต่สวนเองก็เชื่อว่าจะต้องชี้มูลความผิดแน่นอน และจะมีการสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นและเจาะลึกกว่าตำรวจ ส่วนข้อหาในมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนในคดีนี้แล้ว ขณะนี้ได้มีการส่งสำนวนการสืบสวนสอบสวนไปให้ ป.ป.ช.และหากมีการส่งสำนวนกลับมา คณะชุดสืบสวนสอบสวนก็พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวพร้อมกับข้อหาฟอกเงินไปในคราวเดียวกัน

พล.ต.ต.จรูญเกียติ กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งสอบเพิ่มใน 7 ประเด็น ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ทำสำนวนไม่ดีจนอัยการต้องสั่งให้สอบเพิ่มใน 7 ประเด็น เรื่องนี้ชี้แจงว่าประเด็นดังกล่าวเกิดจากความไม่มั่นใจในข้อกฎหมายว่าตำรวจสามารถสอบปากคำพลตำรวจนายดังกล่าวใน 7 ประเด็น ซึ่งเคยสอบปากคำในสำนวนแรกได้หรือไม่ จึงส่งเรื่องให้อัยการสั่งให้ตำรวจที่ทำคดีสอบเพิ่มเองเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในข้อกฎหมาย ไม่ใช่การทำสำนวนไม่รู้เรื่อง ส่วนที่มีการกล่าวว่าศาลไม่ได้ถือสำนวนเป็นหลักแต่เชื่อถือข้อมูลของ ป.ป.ช.เป็นหลัก เรื่องนี้อยากให้ไปดูกันในชั้นศาลว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ท้าให้ พล.ต.อ.ที่ดูแลคดีดังกล่าวออกมาพูด แทนที่จะส่งตนเอง ซึ่งเป็นตำรวจยศพล.ต.ต.มาพูดแทน ประเด็นนี้ขอชี้แจงว่า การที่ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะดูแลงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานในคดีดังกล่าวไม่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพราะต้องการให้ข้อมูลออกมาในทิศทางเดียวกัน จึงได้ลงมติในที่ประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาให้ตนเองเป็นโฆษกในคดีนี้ ไม่ใช่เป็นการหลบหน้า ส่วนคณะทำงานชุดนี้ ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เป็นคนคัดเลือกและแต่งตั้งด้วยตนเอง เพราะเห็นความสามารถและความเชี่ยวชาญทางคดี

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่?  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้งหรือกลั่นแกล้ง ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หนึ่งในผู้ที่ถูก ตำรวจยศนายพลและมินนี่ฟ้องถึง 7 คดี ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่าตนและตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า นายพลคนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ของมินนี่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวนคดี นอกจากนี้ยังมีหนึ่งในผู้ต้องหาของคดีดังกล่าวติดต่อมาที่ตนเองเพื่อขอไกล่เกลี่ยคดี ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธไป พร้อมท้าให้ไปสาบานที่วัดหงษ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ สำหรับวัดนี้มีความเชื่อว่าหากสาบานกับองค์พระเจ้าใหญ่พระประธานในโบสถ์ จะทำให้คำสาบานมีความศักดิ์สิทธิ์ และผู้ที่ผิดคำสาบานจะมีอันเป็นไปตามที่ได้กล่าวคำสาบานไว้

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีความพยายามของ นายตำรวจระดับสูงนายหนึ่งได้ติดต่อกับ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เพื่อนัดทานอาหารและพูดคุยถึงเรื่องคดี แต่ได้รับการปฏิเสธ ขณะเดียวกันนายตำรวจคนเดิมยังมีความพยายามที่จะติดต่อขอเข้าพบ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. แต่ยังไม่ได้รับโอกาสให้เข้าพบได้เช่นกัน

โซเชียลแชร์!! คนโพสต์ขายยาเสพติดโจ๋งครึ่ม ไม่กลัวไม่ว่า แถมการันตีส่งถึงมือลูกค้าให้ด้วย

(22 ก.พ. 67) รายงานแจ้งว่าเพจเฟซบุ๊ก ‘ข่าวท้องถิ่นเพชรบูรณ์’ ได้โพสต์ภาพเฟซบุ๊กของชายรายหนึ่งโพสต์ขายยาเสพติดแบบไม่เกรงกลัวใคร แถวยังบอกอีกว่าถึงมือลูกค้าแน่นอน 

โดยข้อความระบุว่า "เล่นแบบนี้เลยเหรอครับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย"

ขณะที่ข้อความภาพจากเฟซบุ๊กของชายรายดังกล่าวระบุว่า "หวัดดีวัยรุ่นเพชรบูรณ์ ใครสนใจตัวเล็ก-ตัวใหญ่ ในพื้นที่นัดรับได้ที่อำเภอเมือง งานชนงาน ของถึงมือแน่นอน กำลังแพ็คจัดส่งให้คืนนี้นะครับลูกค้าทุกคน #เสรี ไม่เกิน 5 เม็ด #ของแทร่" 

ทั้งนี้ เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ เริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวัน, เพชรบูรณ์ของแทร่แน่นอน, อนาคตลูกหลาน, บ้านเมืองมันเกิดอะไรขึ้นกฎหมายมันอ่อนมากเสรีทุกอย่าง เป็นต้น 

‘ตะวัน’ ถูกหามส่ง ‘รพ.ธรรมศาสตร์’ หลังประท้วงอดอาหารเข้าวันที่ 9

(22 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Tawan Tantawan ของนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 116 จากการบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ เปิดเผยว่า ขณะกำลังรอเข้าเยี่ยม เพื่อนได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่าได้มีการส่งตัวตะวันไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์แล้ว ขอให้ตะวันปลอดภัย หายใจเข้าไว้

ล่าสุด ตะวัน ได้ส่งตัวถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top