Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

‘จนท.พิทักษ์ป่าหินช้างสี’ พบร่องรอยคล้าย ‘ภาพเขียนสีโบราณ’ เร่งประสานสำนักศิลปากรขอนแก่น เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

(25 ก.พ.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘หน่วยพิทักษ์ หินช้างสี’ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า…

“ข่าวดี!! เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าดับไฟป่า หยุดพักใต้เพิงหิน พบภาพเขียนสีโบราณในป่า

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ นพ.4 (หินช้างสี) เดินเท้าเข้าไปดับไฟป่าที่บริเวณน้ำตกคำเมย ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยฯประมาณ 4 กม. หลังจากที่ดับไฟป่าสำเร็จ และได้หยุดพักใต้เพิงหินทราย จึงได้สังเกตพบร่องรอยภาพวาด และดูคล้ายกับ ‘ภาพเขียนสีโบราณ’ เพราะลักษณะหรือรูปทรงแตกต่างจากร่องรอย หรือสีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังอยู่ห่างจากจุดที่สำรวจไปครั้งล่าสุด (แหล่งที่ 14 เพิงหินอ่างชาด) เพียง 700 เมตร เท่านั้น

เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมภาพเบื้องต้น และแจ้งให้เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากร ที่ 8 (ขอนแก่น) ทราบและดำเนินการเข้าพื้นที่เพื่อทำการสำรวจต่อไป”

‘ศาลอาญา’ ไม่ให้ประกันตัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ คดีป่วนขบวนเสด็จฯ พร้อมเผย ทั้งคู่มีแพทย์ดูแลอาการเจ็บป่วยอย่างใกล้ชิดแล้ว

(25 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ระบุว่า…

13.50 น. ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ อีกครั้ง

ศาลเห็นว่า ศาลเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง โดยระบุเหตุผลไว้ชัดเจนแล้ว ส่วนกรณีอาการเจ็บป่วยของผู้ต้องหาทั้งสอง ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์โดยใกล้ชิดแล้ว กรณีกรณียังไม่เหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาผู้ต้องหาทั้งสอง ยกคำร้อง

ก่อนหน้านี้ ศาลระบุ วันที่ 25 ก.พ. 67 เป็นวันครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองครั้งที่สอง เพื่อให้การสั่งปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาเป็นไปด้วยความรอบคอบ สมควรฟังความเห็นของพนักงานสอบสวนประกอบด้วย และให้ผู้ร้องนำเอกสารใบรับรองแพทย์มาแสดงเพิ่มเติม (ถ้ามี)

ทั้งสองถูกคุมขัง ในคดี #ม116 จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า บีบแตรใส่ขบวนเสด็จของพระเทพฯ และอดน้ำ-อาหารเข้าวันที่ 12 แล้ว ข้อมูลจากการเข้าเยี่ยม อาการของตะวัน แย่มาก แทบไม่มีเสียงพูด ขณะที่อาการของแฟรงค์ก็แย่มากเช่นกัน

โดยจากวันนี้ ทั้งตะวันและแฟรงค์จะถูกฝากขังผัดที่ 2 ถึงวันที่ 8 มี.ค. 67

‘วราวุธ’ นำทีม พม.ผนึก ‘AIS’ เดินหน้าเสริมสร้างพลเมืองดิจิทัล หนุนคนไทยท่องโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย-รู้ทันภัยไซเบอร์

(25 ก.พ.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ถือเป็นภัยคุกคาม ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมาก ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับคนไทย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็น ต่อการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนใช้งานโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย

โดยครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ AIS ในการนำหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ ให้บุคลากรของเรากว่า 11,000 คน ได้เรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะทางดิจิทัล ตลอดจนการขยายผลองค์ความรู้ไปยังประชาชนคนทุกช่วงวัย อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ สตรี และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในโลกออนไลน์

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า AIS ในฐานะผู้ให้บริการด้านดิจิทัลเราไม่เพียงเดินหน้าเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งเพื่อคนไทยเพียงเท่านั้น แต่เรายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการยกระดับทักษะดิจิทัลของคนไทยที่เราเชื่อว่าการเสริมสร้างองค์ความรู้คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านภัยไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งทำให้ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัลอย่าง หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ที่มีเนื้อหาแกนหลักสำคัญที่ถูกแบ่งออกเป็น 4P / 4ป ประกอบไปด้วย Practice ปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม, Personality ปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์, Protection เรียนรู้การป้องกันภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์ และ Participation รู้จักการปฏิสัมพันธ์ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม ซึ่งหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ถูกขยายผลไปยังบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่วันนี้ได้เรียนรู้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์นี้แล้วกว่า 320,000 คน”

“โดยครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญกับหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิตของประชาชนอย่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกทักษะในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง เข้าไปให้บุคลากรของกระทรวงฯ ได้ศึกษาเรียนรู้ และส่งต่อไปยังประชาชนคนไทยทุกช่วงวัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงฯ ได้เสริมทักษะดิจิทัล รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ สามารถใช้งานออนไลน์ได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและสร้างสรรค์” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย

โดยการทำงานร่วมกันครั้งนี้ได้ปรับเนื้อหาของหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ให้สอดคล้องกับทักษะที่มีความจำเป็นต่อการเป็นพลเมืองดิจิทัลสำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่มให้มีความเหมาะสม เช่น การเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในหลักสูตรสำหรับผู้ปฏิบัติงานในองค์กร เป็นต้น

โดยสามารถเข้าไปเรียนรู้หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ได้ที่ www.learndiaunjaicyber.ais.co.th, แอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER, www.m-society.go.th, www.dop.go.th และแอปพลิเคชัน Gold by DOP

โซเชียลจวกเละ ลูกค้าเรื่องเยอะ อ้าง “เราเป็นคนจ่ายเงิน” ด้าน ‘ไรเดอร์’ สุดทนพฤติกรรม!! ร่ายยาว “นี่คน ไม่ใช่ทาส”

(25 ก.พ.67) กลายเป็นโพสต์ไวรัลแห่วิจารณ์สนั่น เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งประกอบอาชีพเป็น พนักงานบริการส่งอาหาร หรือ ไรเดอร์ ซึ่งเป็นอาชีพยอดฮิตในปัจจุบัน ออกมาแชร์ประสบการณ์ เจอลูกค้าเรื่องเยอะ งานนี้ชาวเน็ตแห่จวกแรง “โตมาแบบไหน ทำไมไม่มีมารยาท”

โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า “หัวจะปวดกับลูกค้าแบบนี้ ขอบคุณร้านที่ยกให้ครับ ร้านก็ไม่เอาเหมือนกัน55 ไม่ต้องกินครับขนาดนี้ ทำกินเองก็ได้55”

พร้อมแนบแชทข้อความสนทนากับลูกค้า เผยให้เห็นข้อความจากลูกค้าระบุว่า “พี่อย่าลืมให้ไม่ขาดที่ระบุไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าหนูไม่ชอบกินเห็ดเข็มทองกับเห็ดชิตาเกะ ให้ใส่แต่เห็ดที่ใส่แกงลาวได้เท่านั้น แล้วไม่ใส่น้ำย่านาง ของที่เป็นผัก เอาเฉพาะใบแมงลักเท่านั้น ไม่เอาบวบ ไม่เอาฟักทอง อยากกินเห็ดล้วนๆ”

โดยทางไรเดอร์ตอบกลับไปว่า “โทรหาร้านเลยครับ”

ก่อนที่ทางลูกค้าจะตอบกลับว่า “เราลงข้อความบอกเขาตอนสั่งของแล้วค่ะ เราจะวานให้คุณบอกเขาอีกทีไม่ได้หรือไงคะ คุณก็มีรายได้จากการที่เราสั่งของอยู่”

พร้อมเสริมอีกว่า “คุณก็ช่วยบอกหน่อยค่ะ เราใช้หมดแหละ ใช้ได้ทั้งคุณ ใช้ได้ทั้งแม่ค้านั่นแหละ เพราะเราจ่ายเงิน”

ซึ่งทางไรเดอร์ตอบกลับไปว่า “ผมยังไม่ถึงร้านครับ”

เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่น ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น จวกเละพฤติกรรมของลูกค้า อาทิ

- พูดเหมือนตรูเป็นคนใช้
- ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินเรานะ บริษัทจ่ายให้เรา ลูกค้าเป็นคนสั่ง เราเป็นคนส่ง ไม่ใช่คนปรุงอาหาร
คนส่งอาหารครับ ไม่ใช่คนรับใช้
- แม่ค้าก็คน ไรเดอร์ก็คน แม้แต่คนรับใช้ก็คน มีความเป็นคนเท่าเทียมกัน ตรรกะแบบนี้ บ้งมากค่ะ
- ทำไมไม่โทรไปบอกร้าน
- หน้าที่เราคือไปรับของแล้วส่งของ ไม่มีหน้าที่ต้องมาคอยบอกร้านค้า ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า

‘เบิร์ด ธงไชย’ เผย!! สาเหตุที่ต้องจำชื่อแอร์ฯ และสจ๊วตทุกไฟลต์ที่บิน เพราะทุกการดูแลจากพวกเขา ทำให้ “เราต้องกตัญญู-เห็นคุณค่าในน้ำใจ”

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 67 ได้มีกระแสในโลกโซเชียล หลังมีแอร์โฮสเตสออกมาเล่าการันตี ว่า ‘เบิร์ด ธงไชย’ ตัวจริงกับบนเวทีนิสัยเหมือนกันเป๊ะ และขอยกให้เป็นดารานิสัยดี บอกบางทีต้องจำชื่อแอร์ฯ และสจ๊วตไฟลต์นึงถึง 49 คน เผยสาเหตุที่ทำเพราะอยากกตัญญูกับลูกเรือที่คอยมาบริการตน เคยเหมาบัตรคอนเสิร์ตให้หมอ พยาบาลในห้องฉุกเฉินก็ทำมาแล้ว

เคยเป็นเรื่องที่พูดถึงกันในโซเชียล เมื่อแอร์โฮสเตสสายการบินดังได้ออกมาตอบคำถามชาวโซเชียลประเด็น ‘อยากรู้ดารานิสัยดี น่ารักมากๆ สำหรับแอร์’ ซึ่งเจ้าของคลิปและเพื่อนแอร์ฯ สาว ได้ออกมาตอบว่าดาราที่แอร์ฯ และสจ๊วตทุกคนในสายการบินชม ต้องยกให้ ‘พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์’ นักร้องซุป’ตาร์เบอร์ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล โดยแอร์ฯ สาวเล่าว่า…

“ทุกครั้งก่อนที่พี่เบิร์ดจะขึ้นเครื่อง พี่เบิร์ดจะทำการบ้านมาก่อนว่าลูกเรือที่จะให้บริการเขาชื่อเล่นว่าอะไร แล้วพอพนักงานทักทายว่าสวัสดีพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดจะมองหน้าแล้วตอบกลับว่า สวัสดีครับตามด้วยชื่อเล่นของคนนั้น ทำให้ทุกคนประทับใจ และพี่เบิร์ดจะยิ้มแย้มแจ่มใส ทานง่ายๆ ไม่ขออะไรมาก

เมื่อพี่เบิร์ดทานเสร็จจะเดินเข้าไปในครัว พร้อมบอกให้ลูกเรือทุกคนตบแป้งเติมปาก และพี่เบิร์ดยืนรอเพื่อให้ถ่ายรูปด้วยกัน ไม่ว่าพี่เบิร์ดจะเดินทางไฟลต์ไหน ถ้าทุกคนเห็นว่ามีชื่อพี่เบิร์ด จะรู้เลยว่าไฟลต์นั้นจะอบอุ่นและมีความสุขมาก”

เมื่อถามเรื่องนี้กับ เบิร์ด ธงไชย เจ้าตัวก็เล่าว่า “คือการบินไทยพอพี่เบิร์ดขึ้นเครื่องนะ ไหนจะต้องสวย ไหนจะต้องตื่นเช้า ต้องยกของหนัก ไหนจะขนตาอีก จะต้องนั่นจะต้องนี่ พี่เบิร์ดนั่งมองแล้วก็บอกเขาว่า เรากินเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวน้องไปเติมปากนะ เดี๋ยวเรามาเฮกัน อยากให้น้องมีความสุขบ้าง เขาตั้งใจอุ่นอาหารให้เรานะ เราน่าจะชื่นชมเขานะ เขาต้องมาดูแลเรา เขาหาน้ำร้อนมาให้เราทาน พี่เบิร์ดว่าพี่ก็ต้องกตัญญู ก็ต้องอย่างนี้แหละ

เรื่องชื่อพอเขาบอกปุ๊บพี่เบิร์ดจดเลย แล้วก็ท่องๆๆ ใครจะไปจำได้ ก็พี่เบิร์ดท่องเข้าไป เห็นหน้าก็จำได้ถ้าไม่ผ่ามากนะ มีเคล้าๆ พี่เบิร์ดจำได้ ถ้าเกิดว่าผ่ามากพี่เบิร์ดจำไม่ได้นะ ไฟลต์นึงต้องจำชื่อกี่คนก็แล้วแต่นะว่านั่งลำใหญ่ลำเล็ก บางทีก็ 49 คน

อีกอาชีพหนึ่งที่น่าชื่นชมคือหมอและพยาบาล พี่เบิร์ดแอบไปหาหมอตอน 5 ทุ่ม พี่เบิร์ดต้องเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พี่เบิร์ดเห็นแล้ว รู้สึกว่าน้องๆ เหล่านี้เขาจะมีความสุขกันได้ยังไง เห็นแต่เลือดเห็นแต่หนอง เสียงร้อง เสียงกรี๊ดของเราไม่เหมือนกับของเขา พี่เบิร์ดซื้อตั๋วแจกเลยครับ ให้หมอพยาบาลมาดูคอนเสิร์ต”

ยันตัวจริงและบนเวทีเหมือนกันเป๊ะ

“พี่เบิร์ดดีใจๆ เรามาถูกทางแล้ว อยากให้เขาเห็นคุณค่าในน้ำใจของพวกเราด้วยนะ เดี๋ยวนี้อะไรมันก็เร็วไปหมด อาจจะมองข้ามเรื่องน้ำใจของคนกันได้ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เราให้ได้ให้นะ (บนเวทีกับตัวจริงเหมือนกัน คนเดียวกันเลย?) คนเดียวกันเป๊ะ เป๊ะบ้านโป่งเลย” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ผบช.ภ.4 สั่งระดมกำลังกวาดล้างน้ำกระท่อมในทุกพื้นที่

จากนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมการจำหน่ายน้ำกระท่อมที่มีการวางจำหน่ายอย่างเปิดเผยและแพร่หลายบริเวณสี่แยกไฟแดงและจุดอื่นๆ ทั่วประเทศนั้น

ด้าน พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้สั่งการให้ตำรวจภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด คือ ภ.จว.กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, นครพนม, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, เลย, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู และ อุดรธานี กวาดล้างจับกุมผู้จำหน่ายน้ำกระท่อม พร้อมประสานฝ่ายปกครองช่วยกวดขันปราบปรามอย่างจริงจัง  โดยตั้งแต่วันที่ 8 – 23 ก.พ.67 ตำรวจภาค 4 ได้จับกุมผู้จำหน่ายน้ำกระท่อมไปแล้ว จำนวน 90 ราย ผู้ต้องหา 90 คน ของกลางน้ำกระท่อม 2,140 ลิตร

‘สนธิญา’ ค้านประกันตัว ‘ตะวัน’ ชี้!! พฤติกรรมไม่เคยสำนึกผิด ย้อนถาม ‘พ่อ’ เป็นไม่ได้ที่จะไม่รับรู้เรื่องของลูกสาวตัวเอง

(24 ก.พ. 67) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีพ่อของ น.ส.ทานตะวัน หรือ ‘ตะวัน’ และครอบครัวของนายณัฐนนท์ หรือ ‘แฟรงค์’ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง เข้ายื่นขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 2 คน โดยระบุว่า…

“คัดค้านการร้องขอประกันตัว ของ ‘ตะวัน’ ขวางขบวนเสด็จ ตามที่พ่อของตะวัน ออกมาเขียนคำร้องถึงศาลอาญา กรณีการที่ตะวัน ขวางขบวนเสด็จและเมื่อถูกแจ้งดำเนินคดี ก็แสดงการขัดขืนใช้วิธีการอดข้าวประท้วง และมีข้อเรียกร้องที่ไม่สำนึกในการกระทำเช่นปกติผ่านมา

การกระทำของตะวัน ผ่านมาเป็นลำดับและมีคดีผิดมาตรา 112 มาแล้ว 2 คดี และไม่สำนึก ไม่เคารพคำตกลงกับศาลอาญาในการประกันตัว และเป็นข่าวใหญ่เคลื่อนไหวตลอดมา และเป็นไปไม่ได้ที่พ่อของตะวัน จะไม่รับรู้เหตุการณ์เหล่านี้ตลอดมาปล่อยปละละเว้นให้ผู้ใต้ปกครองกระทำการที่จาบจ้วง ย่ำยีสถาบันและกฎหมายตลอดมา เป็นการท้าทายทั้งกฎหมายและความรู้สึกของสังคมอย่างรุนแรงตลอดมา ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศ

ด้วยเหตุผลทั้งหมด ข้าพเจ้านาย สนธิญา สวัสดี ที่เป็นผู้ร้องแจ้งดำเนินคดีต่อ ตะวัน จำนวน 2 ครั้ง กรณี ขวางขบวนเสด็จ และร้องให้ตำรวจเสนออัยการยกเลิกการขอประกันตัว กรณีการทำผิดเงื่อนไขแบบตั้งใจของตะวัน ที่พ่อของตะวันย่อมรู้เงื่อนไขตลอดมา ในข้อตกลงของตะวัน และศาลอาญา เจ้าของคดี ด้วยเหตุผลดังกล่าว

1.) ข้าพเจ้าเรียกร้องศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวตะวัน ตามคำร้องของพ่อตะวันเรียกร้อง

2.) กรณีการอดอาหารของตะวัน ก็เป็นการแสดงการไม่ยอมรับกระบวนการกฎหมายของประเทศไทย

3.) ยังมีข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้

4.) การอดข้าวประท้วงกฎหมายครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ของตะวัน ที่ได้รับการปฏิบัติดูแลจากราชทัณฑ์เป็นอย่างดี โดยส่งไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ด้วยเหตุผลทั้งหมด ข้าพเจ้าจึงเรียกร้องไปยังศาลอาญาคัดค้านการประกันตัว ตะวัน ตามที่พ่อ ตะวันร้องขอ และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.30 น. ข้าพเจ้าจะเดินทางไปที่ศาลอาญารัชดา เพื่อร้องคัดค้านการประกันตัว ตะวัน ต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อทราบครับ”

ครอบครัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ขอยื่นประกันตัวลูก วอนศาลเมตตา พร้อมสัญญาจะดูแลทั้งคู่ให้กลับตัวกลับใจ ทำแต่สิ่งดีๆ

(24 ก.พ. 67) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ความคืบหน้าคดีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดินแดน ได้ยื่นคำร้องฝากขัง นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ อายุ 22 ปี นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ ‘แฟรงค์’ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 ข้อหามาตรา 116, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ, ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

กรณีเหตุการณ์ที่ น.ส.ทานตะวัน หรือ ‘ตะวัน’ ร่วมกับนายณัฐนนท์ หรือ ‘แฟรงค์’ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง พยายามขับรถแซงขบวนเสด็จบนทางด่วน พร้อมบีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนเสด็จผ่าน และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้ฝากขังและไม่ให้ประกันในคดี

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ นายสมหมาย ตัวตุลานนท์ พ่อของ น.ส.ทานตะวัน ได้มายื่นขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 2 คน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Friends Talk โพสต์คำร้องขอประกันตัวของทั้งคู่ ระบุว่า…

“ศาลที่เคารพ ขณะนี้ลูกสาวของผม นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ซึ่งถูกสั่งให้ขังอยู่ใต้ความควบคุมของเรือนจำ ป่วยหนัก ขอให้ศาลปล่อยลูกผมออกมา เพื่อให้ผมสามารถรักษาชีวิตของลูกไว้ด้วยครับ

วันนี้เป็นวันมาฆบูชา เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ได้ทำการอดอาหาร และน้ำ จนมีอาการวิกฤตอยู่ขณะนี้ ทำให้เขาสามารถเสียชีวิตในเวลาอันใกล้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมเมื่อวาน (23/2/67) เขามีอาการซีด ผอม และทรมานมาก ข้าพเจ้าจึงขอให้ศาลโปรดเมตตาในการช่วยชีวิตบุตรีของข้าพเจ้า อีกทั้งจะให้เขาได้กลับตัว กลับใจ ทำในสิ่งดีดี เพื่อลบล้างสิ่งไม่ดีในอดีต

อนึ่งขอให้ศาลโปรดเมตตา น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ บุตรีของข้าพเจ้า เพื่อได้ออกมาสู้คดีอย่างยุติธรรม

ข้าพเจ้าให้สัญญาว่าจะดูแล น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ บุตรีของข้าพเจ้า ไม่ให้มีความประพฤติที่ไม่สมควรอีก และจะนำบุตรีของข้าพเจ้ามาตามนัดของเจ้าหน้าที่และศาลอย่างเคร่งครัด

ขอให้ท่านโปรดเมตตา”

ขณะที่คำร้องขอประกันนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ ‘แฟรงค์’ ระบุว่า…

“ศาลที่เคารพ ขณะนี้ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ผู้ซึ่งเป็นพนักงานของข้าพเจ้า และได้อยู่กับข้าพเจ้า เปรียบเสมือนบุตรอีกคนของข้าพเจ้า อยู่ใต้ความควบคุมของเรือนจำ ป่วยหนัก ขอให้ศาลปล่อยนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ให้ผมสามารถรักษาชีวิตของเขาได้

วันนี้เป็นวันมาฆบูชา เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา การที่นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ได้ทำการอดอาหารจนอาการในขณะนี้มีวิกฤต ทำให้อาจทำให้เสียชีวิตได้ในไม่ช้า จึงขอความกรุณาจากศาลให้ท่านปล่อยตัวนายณัฐนนท์ ให้เขาได้ประพฤติตัว และแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด และทำความดีให้กับสังคมในครั้งต่อไป

ข้าพเจ้าขอให้สัญญาว่า จะอบรมสั่งสอนให้นายณัฐนนท์ไม่ให้มีความประพฤติที่ไม่สมควร และจะพามาพบเจ้าหน้าที่และศาลตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด”

‘โรงเรียนวัดทรงธรรม’ ประกาศ!! เกณฑ์การซ้ำชั้น ประจำปีการศึกษา 2566 หวังช่วยเด็กที่ยังไม่พร้อม เลี่ยงปัญหาการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นวันหน้า

ไม่นานมานี้ ทางเพจโรงเรียนวัดทรงธรรม ได้โพสต์ประกาศเกี่ยวกับเกณฑ์การซ้ำชั้น ประจำปีการศึกษา 2566 ระบุว่า…

ตามระเบียบโรงเรียนวัดทรงธรรม ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551–พ.ศ.2557 (แก้ไขเพิ่มเติม) ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 หมวดที่ 7 การเรียนซ้ำชั้น โดยดำเนินงานตามหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศธ04010/1478 ลงวันที่ 22 เมษายน 2559 เรื่องซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับ แนวปฏิบัติการเรียนซ้ำชั้น

ซึ่งการเรียนช้ำชั้นในระดับมัธยมศึกษา เมื่อผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งหรือ ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

1.) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหา
ต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น

2.) ผู้เรียนมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในปีการศึกษานั้น

ทั้งนี้ การพิจารณาให้ผู้เรียน เรียนซ้ำชั้นของโรงเรียนวัดทรงธรรม จะดำเนินการในรูปแบบของ
คณะกรรมการ โดยจะเริ่มการพิจารณาเมื่อการสอบแก้ตัวในรอบที่ 2 สิ้นสุดลง ทางโรงเรียนวัดทรงธรรมจึงขอแจ้งผู้ปกครองและผู้เรียนทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขผลการเรียนตามช่วงเวลาที่โรงเรียนกำหนด จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

‘ป๋าเทพ’ สุเทพ โพธิ์งาม ขอบคุณ ม.ขอนแก่น ยกให้เป็น ‘ศิลปินมรดกอีสาน’ ด้านนักแสดงตลก

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 67 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พุทธศักราช 2567 เนื่องในโอกาสมหามิ่งมงคล วันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และวันอนุรักษ์มรดกไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมเทิดพระเกียรติ ด้วยการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน โดยรางวัลเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน มอบแด่ ศิลปิน ผู้เป็นต้นแบบศิลปะพื้นถิ่นอีสาน เปี่ยมล้นคุณธรรม จริยธรรม เป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดศาสตร์ศิลป์ จนเป็นองค์ความรู้อันมีค่ายิ่ง มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนคนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นทุ่มเท สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าต่อแผ่นดินอีสาน ก่อคุณูปการด้านศิลปวัฒนธรรมต่อแผ่นดินไทย

โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มอบรางวัลศิลปินมรดกอีสาน ประกอบด้วยสาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง ซึ่งในรางวัลดังกล่าวปรากฏรายชื่อของ นายสุเทพ โพธิ์งาม หรือ ‘ป๋าเทพ’ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (นักแสดงตลก)

ด้าน นายสุเทพ โพธิ์งาม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้คัดเลือกตนได้รับมอบรางวัลมรดกอีสาน สาขาการแสดงตลก ซึ่งตนได้ทราบจากทางมหาวิทยาลัย เมื่อประมาณเดือนก่อน ตนก็ไม่ทราบรายละเอียดในรางวัลดังกล่าว ตนก็ไม่เคยคิดว่าจะได้รับรางวัลอะไร ที่ผ่านมาศิลปินตลกทั่วๆ ไป และก็เป็นตลกมานานแบบว่าอยู่วงการตลกจนแก่ แต่ตอนนี้อายุ 74 ปีแล้ว ก็วางมือจากทุกๆ อย่างแล้ว ตนก็ต้องขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่มอบรางวัลให้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top