Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

ศรชล.ภาค 1/ทรภ.1 ส่งเรือช่วยเหลือลูกเรือประมง เชือกพันขาขาด กลางทะเล

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 ก.พ.67 ทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค 1 ) ได้รับแจ้งจากไต๋เรือ ส.ตะวัน 14 ว่ามีลูกเรือได้รับบาดเจ็บจากเชือกพันขาขาด บริเวณระยะ 29.6 ไมล์ทะเล จากแหลมปู่เจ้า ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

หลังรับแจ้ง ได้ส่งเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง 268 (ต.268) ให้การสนับสนุนขนย้ายผู้ป่วย ลูกเรือ ส.ตะวัน 14 กลับมายังท่าเรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) เขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และดำเนินการส่งต่อไปยัง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อรับการรักษาโดยเร่งด่วนต่อไป

โดยผู้บาดเจ็บ เป็นลูกเรือประมงที่ประสบอุบัติเหตุอาการสาหัสจากเชือกพันขาจนขาขวาขาด ดังกล่าว

โฆษกเกษตรเผย ”ไชยา“ สั่งลุย ! ฝนหลวงบินลดฝุ่น Pm2.5 ตามนโยบายนายกเศรษฐา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 (เกินค่ามาตรฐาน) จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สีส้ม) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และโดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขึ้นบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล และเฝ้าติดตามสถานการณ์และสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน โดยได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2566 เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ลดลงตามนโยบายของรัฐบาล นายกเศรษฐา ทวีสิน ที่มีความตั้งใจจะยกระดับวิถีชีวิตประชาชนในทุกมิติรวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอากาศสะอาด โดย PM 2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง 

ซึ่งในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเริ่ม Kick Off ปฏิบัติการทำฝนหลวงประจำปี 2567 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ภาคการเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนเติมน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ และการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าเพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า และการบรรเทาปัญหาหมอกควัน และค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นภัยพิบัติของประเทศ ดังนั้นการปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการบรรเทาปัญหาความรุนแรง และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ให้รองรับกับความต้องการของประชาชนในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรอีกด้วย

(สุรินทร์) ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วย และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่กองกำลังสุรนารี

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยกำลังป้องกันชายแดนพื้นที่กองกำลังสุรนารี ณ ฐานปฏิบัติการปราสาทตาควาย หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้วางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย และรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติการของหน่วย พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจต่อไป

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ
 

‘NARIT’ ชี้!! ดวงอาทิตย์อาจเข้าสู่ ‘Solar Maximum’ กลางปีนี้ ‘ดาวเทียมนอกโลก-นักบินอวกาศ’ ต้องระวัง ส่วนนักล่าแสงเหนือได้เฮ

(28 ก.พ. 67) เพจสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ระบุว่า ภาพถ่ายดวงอาทิตย์ผ่านแผ่นกรองแสงเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 10:56 น. ตามเวลาประเทศไทย แสดงให้เห็นจุดบนดวงอาทิตย์ (sunspot) ขนาดใหญ่บริเวณซีกเหนือของดาว รวมถึงจุดขนาดเล็กอีก 6-7 จุด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบจุดมากขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมเข้าสู่ช่วง ‘Solar Maximum’ ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

ดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยพลังงานที่แตกต่างกันในแต่ละช่วง บางช่วงมีการปลดปล่อยพลังงานมาก และบางช่วงมีการปลดปล่อยพลังงานที่น้อย เกิดเป็นวัฏจักรที่มีคาบประมาณ 11-12 ปี เรียกว่า ‘วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle)’ กล่าวคือ เป็นวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้แต่ละช่วงดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานแตกต่างกัน โดยช่วงที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานมากที่สุด เรียกว่า ‘Solar Maximum’ จะเป็น ช่วงที่มี sunspot บนพื้นผิวมากที่สุด และในทางตรงกันข้ามช่วงที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานน้อย (เงียบสงบ) และแทบจะไม่มี sunspot บนพื้นผิวเลย เรียกว่า ‘Solar Minimum’

ขณะนี้ ดวงอาทิตย์กำลังอยู่ในช่วงที่มี sunspot เพิ่มมากขึ้น และจากข้อมูลเชิงสถิติโดย National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA [1] คาดการณ์ไว้ว่า ดวงอาทิตย์จะเข้าสู่ช่วง Solar Maximum ในช่วงกลางปีนี้ ดวงอาทิตย์จะมี sunspot เพิ่มมากขึ้น เกิดพายุสุริยะบ่อยและรุนแรงมากขึ้น ซึ่งช่วงพีคของ Solar Maximum ในรอบนี้คาดว่าจะกินเวลาไปจนถึงปลายปี 2025 หลังจากนั้นจำนวน sunspot จะค่อย ๆ ลดลง แล้วไปน้อยลงที่สุดในช่วงปี 2033

ทั้งนี้ แม้จะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานออกมามากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อมนุษย์โลกแต่อย่างใด เนื่องจากสนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของโลก จะสามารถป้องกันอนุภาคและรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์เอาไว้ได้ แต่สำหรับดาวเทียมที่โคจรอยู่นอกโลก อาจเกิดความเสียหายต่อระบบวงจรไฟฟ้าได้ รวมถึงนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่นอกโลก ก็อาจได้รับปริมาณรังสีและอนุภาคพลังงานสูงเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วง Solar Maximum นี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกตามล่า ‘แสงออโรรา (Aurora)’ เนื่องจากเมื่ออนุภาคที่มีประจุจากดวงอาทิตย์เดินทางมาถึงโลก สนามแม่เหล็กโลกจะเบี่ยงทิศทางของอนุภาคเหล่านี้ให้พุ่งไปยังบริเวณขั้วทั้ง 2 ด้านของสนามแม่เหล็กโลก จากนั้นอนุภาคจะปะทะเข้ากับแก๊สในชั้นบรรยากาศโลก แล้วเกิดการปลดปล่อยแสงสว่างออกมาเป็นสีสันต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับชนิดของแก๊ส โดยบริเวณขั้วของสนามแม่เหล็กโลกจะอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ทำให้แสงสว่างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ พบได้เฉพาะพื้นที่ใกล้ขั้วโลกเท่านั้น เป็นที่มาของแสงออโรรา หรือ ‘แสงเหนือ-แสงใต้’ ดังนั้น การที่ดวงอาทิตย์อยู่ในช่วง Solar Maximum ก็จะมีอนุภาคจากดวงอาทิตย์มาปะทะกับโลกในอัตราที่สูงขึ้น ในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดแสงออโรรามากกว่าช่วงอื่นนั่นเอง

‘สาวนักกินจุ’ ร้อง!! กินหมดไวกว่า แต่ดันแพ้ที่ 1 อ้าง!! ลีลาไม่ดี ซ้ำ!! ถูกหน่วยงานรัฐโทรมาขู่ฟ้อง ชาวเน็ตสงสัยมีนอกมีใน?

(28 ก.พ.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ขอความเป็นธรรม หลังจากไปร่วมการแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่น ที่จัดโดยหน่วยงานราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เธอกินหมดเป็นคนแรกแต่ได้ที่ 2 เพราะลีลาสู้คนได้ที่ 1 ไม่ได้

ซึ่งเธอได้ลงคลิปวิดีโอในช่วงของการแข่งขันและตอนที่ประกาศรางวัล โดยมีเสียงพิธีกรพูดว่า “น้องตั้งใจกินมาก แต่เสียดายไม่เก่งเรื่องลีลา”

ทำเอาคนแห่พุ่งเป้าว่าแบบนี้มีนอกมีในกันรึเปล่า เพราะตามประกาศการแข่งขันก็ไม่ได้มีการบอกกฏว่าแข่งกินเร็วต้องใช้ลีลาร่วมด้วย แต่มาเพิ่มกฎภายหลัง

หลังจากเรื่องราวกลายเป็นไวรัล เธอก็ได้ออกมาโพสต์เพิ่มเติมว่า “วันนี้ทางผอ.ผู้จัดมีการโทรมาคุยนะคะ แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยค่ะ บอกว่าแข่งเอาความสนุกไม่ได้ซีเรียสขนาดนี้

ทำไมเราต้องทำลายชื่อเสียงขององค์กร? และมีการต่อว่า ว่าจะฟ้องร้องที่เราลงคลิปการแข่งขันทั้งหมดด้วย ทุกคนคิดว่าไงคะ???”

ชาวเน็ตหลายคนคิดตรงกันว่า ผลค้านสายตา แข่งกินเร็ว กินหมดคนแรกก็ควรได้ที่ 1 อีกทั้งกฎการแข่งขันที่ประชาสัมพันธ์ก็บอกเพียงว่า “การแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่น ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ ชิงเงินรางวัล”

บางคนวิจารณ์แรงว่า “เขียนว่าการแข่งขันกินเร็ว ก็เพื่อหาคนกินเร็วที่สุด ถ้าเขียนว่าการแข่งขันเอาความสนุก ไม่เน้นกินเร็วก็ค่อยตัดสินตามนั้น เป็นผู้กำหนดกติกา แต่ดันทำตัดสินผิดกติกาที่ตัวเองตั้งไว้เอง อันนี้ว่ากันจากที่เห็นตามคลิปและป้ายจัดงานนะคะ”

นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของตัวผู้ชนะการแข่งกินจุแล้ว ยังลามไปถึงหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงอย่างรุนแรงอีกด้วย เช่น “คุณภาพราชการไทย ไม่ต่างอะไรจากคอลเซนเตอร์”, “องค์กรที่น่าเลื่อมใส”, “เรื่องปกติของกะลาแลนด์” ฯลฯ

‘น้ำ รพีภัทร’ โพสต์เตือน!! หลังเจอ ‘เพจปลอม’ สร้างเรื่อง กุข่าวรักร้าว-โปรโมตเว็บพนัน วอนแฟนๆ ช่วยกดรีพอร์ต

(28 ก.พ. 67) ทำเอาเเฟนคลับพากันแตกตื่น หลังจากที่เฟซบุ๊ก ‘น้ำ รพีภัทร - Nam Rapeepat’ ที่มียอดกดไลก์หลักพัน ยอดผู้ติดตามหลักแสน ซึ่งไม่ใช่เฟซฯ หลักของ ‘น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล’ ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 1.5 ล้าน ได้ออกมาโพสต์ภาพ ‘น้ำ รพีภัทร’ กับภรรยาสาว ในวันแต่งงาน พร้อมเขียนเเคปชันระบุว่า “ปัญหาที่สะสมมานาน สุดท้ายมันก็ไปกันไม่ไหวแบบนี้ก็แยกกันไปถูกแล้ว”

แต่ที่ทำแฟน ๆ พากันสะดุดเห็นจะเป็นการแปะลิงก์เว็บพนันนี่แหละ เลยทำให้แฟน ๆ พากันแคปภาพดังกล่าวไปแจ้งข่าวในเพจใหญ่ของ ‘น้ำ รพีภัทร’ เพื่อให้จัดการหากเป็นเฟซบุ๊กปลอม แถมบอกแฟนคลับให้ช่วยกันรีพอร์ตอีกด้วย

ล่าสุด น้ำ รพีภัทร ได้นำโพสต์ดังกล่าวมาประกาศพร้อมวอนช่วยกันรีพอร์ต โดยระบุว่า…

"เพจปลอมสร้างเรื่องอีกแล้วครับ วุ่นวายแต่เช้าเลย นอกจากโพสต์เรื่องไม่จริงแล้ว ยังมีการแปะลิงก์เว็บพนันด้วย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายกับเพจจริง และคนที่หลงเชื่อ
เพจปลอมคนตาม 1.2 แสน กดรีพอร์ตได้เลยนะครับ เพจจริงติดตาม 1.5 ล้านแล้ว ฝากด้วยนะครับพี่น้อง"

'ผอ.ททท.ประจวบฯ' สยบดรามา 'หัวหินเงียบเหงา'  ยกเม็ดเงินปี 66 สะพัดกว่า 44,000 ล้าน สยบมโน

(28 ก.พ.67) นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกระแส ‘เบื่อรถติดพระราม 2’ เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวหินเงียบเหงา นักท่องเที่ยวน้อยลง กำลังเป็นไวรัลที่ถูกพูดถึงอยู่ขณะนี้ เรื่องนี้ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” ข่าวมีการคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ดูจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวมและสถิติการท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิดได้สงบลงตั้งแต่ปี 2565 - 2566 ในปี 2565 จ.ประจวบฯ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่ที่ 9.75 ล้านคน ในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 11.14 ล้านคน ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ราว 33,000 ล้านบาท ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 - 12,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ยืนยันถึงสถานการณ์จากสถิติการท่องเที่ยวว่า จ.ประจวบฯ โดยเฉพาะพื้นที่ของหัวหินซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยังมีสถานการณ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประจวบฯ การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว นี่เป็นภาพรวมของสถิติและสถานการณ์การท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิดได้สงบลง

สถานการณ์การท่องเที่ยว อ.หัวหิน ล่าสุดในช่วงวันหยุดยาววันมาฆบูชาที่ผ่านมา 3 วันนี้จะพบว่าอัตราการจองพักของภาคเอกชนอยู่ที่ระดับ 85 - 100% เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหัวหินยังคงคึกคัก แล้วก็ดูจากสถานการณ์ของการท่องเที่ยวตามร้านอาหารตามชายหาดก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ททท.สำนักงานประจวบฯ ก็ได้จัดงาน Hua Hin Yoka festival 2024 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมเป็นร้อยคน สร้างความคึกคักและสร้างเศรษฐกิจให้กับ อ.หัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ผมยืนยันได้ว่า “หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” และก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศอยู่ ซึ่งก็ได้รับการยืนยันจากภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

“สำหรับในเรื่องราคาที่พักหัวหิน มีให้เลือกหลายระดับ หลายราคา ทำเลที่ตั้ง ถ้าเป็นโรงแรมที่ติดชายทะเลหรือโรงแรมระดับห้าดาวก็อาจจะมีราคาสูง เนื่องจากว่าเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมีความต้องที่จะพักโรงแรมที่ติดชายหาด แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มที่อยู่ระยะยาว อยู่หลายเดือน อาจจะพักโรงแรมสี่ดาวหรือสามดาวก็ได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวเขาจะบริหารงบประมาณได้ในการพำนักระยะยาวได้อย่างสะดวกกว่านักท่องเที่ยวคนไทย นักท่องเที่ยวคนไทยบางส่วนอาจจะจองโรงแรมแบบกระชั้นชิดหรืออาจจะเป็นช่วงพีคซีซั่น ไฮซีซั่น ซึ่งหัวหินในช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงไฮซีซั่น ผู้ประกอบการเองก็มีนักท่องเที่ยวอยู่แล้วค่อนข้างเยอะ อันนี้ก็อาจจะส่งผลให้จำนวนห้องพักที่รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยน้อยลง ด้วยกลไลในการบริหารจัดการก็จะส่งผลให้ปริมาณห้องพักที่มีอยู่น้อยลงในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง ทำให้ราคาสูงกว่าปกติอย่างที่เรารับทราบกันอยู่

อย่างไรก็ตาม อยากให้มองในประเด็นมาตรฐานการให้บริการ ความคุ้มค่า มาตรฐานของโรงแรมและที่พักของหัวหิน ที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวด้วยความประทับใจและเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ และในเมื่อช่วงไฮซีซั่นได้หมดระยะลง นักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเดินทางกลับประมาณในช่วงเดือนมีนาคม โรงแรมสี่ดาว ห้าดาว ก็จะปรับลดราคาลงบวกกับการทำโปรโมชั่น เพื่อขายให้กับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวในช่วงปิดเทอมก็คือเดือนเมษายน - พฤษภาคม หลังจากนั้นโรงแรมก็จะปรับราคาลงมาเข้าสู่ในช่วงโลซีซั่นไปจนถึงเดือนตุลาคมก็จะวนไปในฤดูกาลท่องเที่ยวของแต่ละปี ส่วนในเรื่องของทางแก้ อาจจะต้องให้นักท่องเที่ยวให้วางแผนการเดินทางในระยะยาว เช่น ในเรื่องของการจองที่พักก็คล้ายๆ กับเวลาเราซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าเราซื้อในช่วงกระชั้นชิดก็จะมีราคาที่สูงกว่าปกติ ในเรื่องของการมีโปรโมชั่นต่าง ๆ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนแต่ละแห่ง หัวหิน มีโรงแรมหลายระดับ หลายราคา ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทาง ททท.สำนักงานประจวบฯ อยากจะฝากไปยังพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว” นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวในตอนท้าย

'เลขาฯ สุริยะ' ขีดเส้นตาย 7 วัน จี้!! 'เวียตเจ็ท' เร่งเข้าชี้แจง ปมปฏิเสธกลุ่มคนพิการขึ้นเครื่อง ยัน!! เอาเรื่องให้ถึงที่สุด

'สรวุฒิ' เข้ารับหนังสือร้องเรียนเหตุสายการบินไทยเวียตเจ็ทปฏิเสธกลุ่มคนพิการขึ้นเครื่องบิน พร้อมมอบหมาย กพท. เรียกสายการบินไทยเวียตเจ็ทเข้ามาชี้แจง ให้เส้นตาย 7 วัน หากไร้ความคืบหน้าจะพิจารณาการต่อใบอนุญาตการบิน

(28 ก.พ. 67) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ารับหนังสือร้องเรียนกรณีสายการบินไทยเวียตเจ็ทปฏิเสธกลุ่มคนพิการขึ้นเครื่องบิน พร้อมมอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรียกสายการบินไทยเวียตเจ็ทเข้ามาชี้แจง รายละเอียดภายใน 7 วัน พร้อมหาแนวทางแก้ไข และปรับปรุงการให้บริการต่อกลุ่มคนพิการและคนทั่วไปอย่างเท่าเทียม และภายหลังจากนั้นให้มีการนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปต่อไป แต่หากสายการบินไทยเวียตเจ็ทยังคงเมินเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะพิจารณาเรื่องการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการการบินต่อไป

"หากการส่งหนังสือตักเตือนครั้งนี้ไม่คืบหน้าภายใน 1 อาทิตย์ และหากยังคงนิ่งเฉยจะเอาเรื่องถึงที่สุด โดยทางกระทรวงคมนาคมพร้อมดูแลประชาชนทุกภาคส่วน แต่ขอเวลาสักครู่เพื่อรอคำตอบจากสายการบินไทยเวียตเจ็ทเสียก่อน" นายสรวุฒิ กล่าว

พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ทุกสายการบินทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศยานของผู้โดยสารที่เป็นคนพิการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการปฏิเสธการรับขนส่งผู้โดยสารที่เป็นคนพิการ จากเดิมตามกฎหมายนั้นทุกสายการบินต้องไม่ปฏิเสธการให้บริการผู้โดยสาร เว้นแต่กรณีที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

โดยตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ให้ความสำคัญกับทุกเสียงสะท้อนของประชาชนไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือกลุ่มคนพิการ กระทรวงคมนาคมใส่ใจในทุกปัญหาของประชาชนทุกภาคส่วน และพร้อมนำปัญหาไปแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาระบบขนส่งทุกมิติ เพื่อให้มีความสะดวกปลอดภัย สามารถให้บริการกับทุกคนได้อย่างเท่าเทียม

‘สระน้ำสวนสันติภาพ’ คัมแบ็ค!! หลังใช้เวลาฟื้นฟู 3 เดือนครึ่ง เหตุ ‘กระทงขนมปัง’ ส่งผลกระทบจน ‘น้ำเสีย-ปลาตายอื้อ’

(28 ก.พ.67) นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพฯ และ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ - Pornphrom Vikitsreth ถึงเรื่องขยะจากกระทง ความว่า

จาก กระทงขนมปัง สู่การแก้ไขสระน้ำสวนสันติภาพ 3 เดือนครึ่ง ภาพ before during และ after ของสระน้ำสวนสันติภาพ ที่ได้รับผลกระทบจากการลอยกระทงขนมปัง ทำให้เกิดน้ำเสียและปลาตายจำนวนมาก

ปัจจุบันได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำออกทั้งสระ ใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 3 เดือนครึ่ง

ปีนี้มีการทบทวนอย่างหนักเรื่องมาตรการลดขยะจากลอยกระทง แต่ยังมีข่าวดีว่าลอยกระทงดิจิทัลที่เราทำถูกคัดเลือกให้รับรางวัล Asia’s Pinnacle Awards สาขา Best Eco-Friendly Festival จากสมาคม IFEA (ASIA) หรือ สมาคมการจัดงานอีเวนต์และเทศกาลนานาชาติครับ

‘สธ.’ เตือน!! ใช้ชีวิตบน ‘รถติดเครื่องยนต์กลางแจ้ง’ อันตรายถึงชีวิต เพิ่มความเสี่ยง ‘รับก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกาย-โรคฮีทสโตรก’

(28 ก.พ.67) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โรคลมแดด หรือ Heat Stroke เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งพบว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อน อาการจะเริ่มจากอุณหภูมิร่างกายค่อยๆ สูงขึ้น เมื่อเกิน 40 องศา ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้รู้สึกผิดปกติ ปวดศีรษะ หน้ามืด กระสับกระส่าย ซึม สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ตัวแดง ถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อ หากไม่ได้รับการรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ เมื่อพบผู้ที่มีอาการจากโรคลมแดด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า โรคลมแดดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน กลุ่มเสี่ยงของโรคลมแดด ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ที่ออกกำลังกายหรือใช้กำลังมากเป็นเวลานาน รวมถึงประชาชนทั่วไป และผู้ป่วยระยะพักฟื้น สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ หากสามารถเลี่ยงได้ ควรเลือกเวลาที่ต้องการทำกิจกรรม เช่น ช่วงเช้ามืด หรือระหว่างพระอาทิตย์ตกดิน ผู้ที่ชอบออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิร้อนจัด ควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ เช่น เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน กาแฟ เหล้า เบียร์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เสียน้ำทางปัสสาวะในปริมาณสูง หากไม่สามารถชดเชยน้ำได้มากพอ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคลมแดดได้ หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้งควรปกป้องตนเองจากแสงแดด โดยอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น สวมใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี หมวก ร่ม ถือเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรพกติดตัวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

“การอยู่ในรถที่ติดเครื่องยนต์กลางแจ้งซึ่งมีอันตรายมาก นอกจากต้องพบกับอากาศร้อนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงของการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่มีผลต่อระบบประสาท จึงควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรคลมแดดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ซึ่งผู้ที่เกิดอาการต้องได้รับความช่วยเหลือในทันที ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสมอง และอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย” นพ.ธนินทร์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top