Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2567 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันอังคารที่ 2 เมษายน 2567) และเมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายสุหัทย์ ไพรสานฑ์กุล กรรมการ พร้อมด้วย นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ  นำทีมเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงาน เป็นตัวแทนบุตรหลาน ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2567 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

'ต่อตระกูล' สลดใจ!! นิสิตจุฬาฯ ด้อยค่าตัวเอง ลบหลู่ 'พระเกี้ยว' สวนทางเจตจำนงอดีตนิสิตจุฬาฯ ที่ขอไว้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

(2 เม.ย. 67) นายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

นิสิตจุฬาฯ ด้อยค่าตัวเอง พระเกี้ยว ถูกนำออกมาลบหลู่ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

หากไม่ใช้ ก็ขอพระเกี้ยว จำลองชิ้นนี้ กลับคืนมาให้นิสิตเก่าจำนวนเป็นหลายแสนคนที่เขาเห็นคุณค่าเอามาเก็บรักษาไว้ในที่เหมาะสมเถิด

หมายเหตุ : เมื่อประมาณปี 2512 นายธีรชัย เชมนะสิริ นายก สโมสรนิสิตจุฬาฯ ( สจม.) ได้ทูลขอพระราชทานพระเกี้ยวจำลอง และได้รับพระราชทานมาจากในหลวง ร.9 นิสิตได้นำมาเก็บรักษาไว้เองที่ตึกจักรพงษ์ เพื่ออัญเชิญไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของนิสิต รวมทั้งนำออกมาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจของนิสิตจุฬาฯ ในงานฟุตบอลประเพณีเป็นประจำ โดยเป็นความปรารถนาของนิสิตในยุคนั้นเองทั้งสิ้น

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ หน่วยงานกระทรวงแรงงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภาคเอกชน และกลุ่มไทยสมายล์ สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส ร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

วันที่ 2 เมษายน 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคเอกชน รวมถึงทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) กลุ่มไทยสมายล์ และรายการสถานีประชาชน สถานีข่าวไทยพีบีเอส ร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 9 ราย ณ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผลิตน้ำมันมะพร้าว บ้านประดู่ลาย อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ (วันที่ 2 เมษายน) แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการและผู้ยากไร้ ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ จำนวน 4 คัน ไม้เท้าพยุงสามขา จำนวน 1 ตัว และวอล์คเกอร์ช่วยเดิน จำนวน 2 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับ ผู้สูงอายุและผู้พิการ ตามที่ได้รับการประสานจาก นางแสงรุ้ง พึ่งสีใส แรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นางสาวจิ๋ม พานทอง และ นายจำนงค์ วรสุทธ์ ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 4 ราย ได้แก่ นางอุษา ชมอินทร์ นายกำพล เพชรนิล นายมานิตย์ แซ่จิว และนายสิทธิ์ เจริญรัตน์ และ ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายสมพงษ์ โพธิ์น้อย นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนนำเครื่องอุปโภคบริโภค ขนมขบเคี้ยว มามอบให้กับน้องๆนักเรียน ใน ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นางสาวกัญญาภัค รักบุญ (มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนทับสะแกวิทยา) และเด็กหญิงพรฤดี เคลือบอาบ (ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านมะเดื่อทอง) 

ซึ่งทั้งเก้าราย เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน มอบกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป

ย้อนบทสัมภาษณ์ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เมื่อ 40 ปีก่อน ครั้งหนึ่งทรงรับเลี้ยงเด็กไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ย้อนบทสัมภาษณ์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ครั้งหนึ่ง ‘สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่เดวิด โลแมกซ์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ถึงเรื่องสถานะของพระองค์ และส่วนหนึ่งของโครงการความช่วยเหลือในพระบรมราชินูปถัมภ์ ออกอากาศไปเมื่อปี พ.ศ. 2523

โดย ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงเล่าเรื่องของหนูน้อยฝาแฝดที่ ‘พระราชินี’ ทรงรับเลี้ยงในพระบรมราชินูปถัมภ์ ว่า…

“พระราชินี (พระพันปีหลวง) ทรงเห็นในหมู่พสกนิกรที่มาเข้าเฝ้าเมื่อครั้งเสด็จไปที่จังหวัดหนองคาย และพระองค์ทรงพบว่า แม่ของเด็กมีลูก 9 คน และยากจนมาก ทั้งตัวแม่และลูกตัวซีดและผ่ายผอม พระองค์ตรัสถามว่าขอฝาแฝดคู่นี้ได้ไหม”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ว่า เพราะอะไรถึงรับฝาแฝดสองคนนี้ ทั้ง ๆ ที่ทั่วประเทศมีเด็กที่ลำบากและยากจนมากมาย กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “บางทีอาจจะเป็นรักแรกพบ”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ต่อว่า มีเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์อีกหรือไม่? กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “มี ชื่อฉายฉาน เด็กคนนี้มาจากหุบกะพง ที่สหกรณ์ใกล้ ๆ กรุงเทพ เรามักไปเยี่ยมสหกรณ์ และพ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็เป็นสมาชิกสหกรณ์ วันหนึ่งพ่อของเธอได้ถวายพี่สาวของเด็กคนนี้ ซึ่งหูหนวก เราส่งเธอไปเรียนที่โรงเรียนสำหรับคนหูหนวก ส่วนเด็กคนนี้ (ฉายฉาน) พ่อของเธอถวายให้เรา เพราะแม่ของเด็กคนนี้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เขาไม่สามารถดูแลลูกหลายคนได้ ตัวเขา (พ่อ) ก็ป่วยด้วยเหมือนกัน”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ต่อว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่พ่อแม่ถวายลูกให้อยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “สิ่งนี้ไม่ได้ทำกันเป็นธรรมเนียม แต่ก็มีบ้างบางครั้ง”

‘จักรภพ’ ประเดิมงานแรก หลังบินกลับไทยมารับใช้ชาติ จัดทริปทัวร์พา ‘คนเสื้อแดง’ ไปเที่ยวต่างประเทศ

(2 เม.ย.67) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำเสื้อแดง ที่เพิ่งกลับจากการลี้ภัยไปต่างประเทศ โดยอ้างว่าต้องการกลับมารับใช้ชาติ อาสาเป็นตัวกลางพาผู้ลี้ภัยกลับบ้านเกิด

ล่าสุดนายจักรภพ ประเดิมบทบาทใหม่ ด้วยการจัดทัวร์พา ‘คนเสื้อแดง’ ไปเที่ยวต่างประเทศ โดยโพสต์ล่าสุดของนายจักรภพ ระบุว่า “สวัสดีครับ ทริปยุโรปตะวันออก​ ฮังการี​ ออสเตรีย​ เช็ค​ สโลวาเกีย 28 พ.ค.-  4​ มิ.ย.​67 เดินทางด้วยกันไหมครับ ใกล้เต็มแล้วครับ​ มีที่ว่าง​ 8 ที่​ ครับ พบกับคุณจักรภพ​ เพ็ญแข ร่วมเดินทางพร้อมคณะทัวร์”

“ทัวร์เสื้อแดง​ ครั้งที่​ 84 ทัวร์ของคุณจักรภพ​ เพ็ญแข ยุโรปตะวันออก​ ฮังการี​ ออสเตรีย​ เช็ค​ สโลวาเกีย 8​ วัน​ 5​ คืน​ สายการบินเอมิเรตส์ 28 พ.ค.- 4​ มิถุนายน​ 2567”

'อ.เข็มทอง' แซะแรง!! ปมเชิญ 'พระเกี้ยว' ไว้บนรถกอล์ฟ ลั่น!! ถ้าอยากแบก น่าจะให้ 'ศิษย์เก่า-ผู้หลักผู้ใหญ่' ไปแบกเอง

เมื่อวานนี้ (1 เม.ย. 67) จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานกีฬาฟุตบอลสานสัมพันธ์ ‘จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์’ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากผลการแข่งขันแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานที่มักได้รับความสนใจคือ การแปรอักษร การเดินขบวนพาเหรดล้อการเมืองไทยของทั้งสองสถาบัน แต่ปรากฏว่าในการเดินขบวนดังกล่าว กลับเกิดดรามาอย่างร้อนแรง เมื่อพาเหรดของฝั่งจุฬาฯ ได้มีการอัญเชิญ ‘พระเกี้ยว’ ขึ้นตั้งไว้บนหลังคารถกอล์ฟพร้อมแห่ไปในขบวน

โดยหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความเห็น ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.67 ซึ่งก็คือ ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้าเราให้นิสิตแบกพระเกี้ยว เราก็จะต้องเกณฑ์แรงงานกันทุกปี ถ้าเราเอาศิษย์เก่าและผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับไม่ได้มาแบกพระเกี้ยว เราจะมีแรงงานพอแบกจากเบตงไปแม่สอดกลับมาสักห้ารอบก็คงจะได้”

'ธนาธร' ซื้อบ้าน 'นายปรีดี พนมยงค์' ที่เคยใช้อาศัยขณะลี้ภัยฝรั่งเศส หวังให้ผู้คนได้ 'จดจำ-รำลึก' ประวัติศาสตร์การปกครอง 24 มิ.ย. 2475

เมื่อวานนี้ (1 เม.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดเผยในรายการNEWSROOM ทางยูทูบ Thairath Online Originals เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 เมษายน 2567 ระบุว่าตนและภรรยาได้ซื้อบ้านของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ฝรั่งเศส เรียบร้อยแล้ว

“เราอยากให้คนรำลึก อยากให้คนจำประวัติศาสตร์ 2475 เวลาเราไปอเมริกาคนจะเชิดชู 4th of July Independence Day ส่วนฝรั่งเศสเชิดชู คุกบัสตีย์ (Bastille Day) วันที่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ที่เชิดชูสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพของประชาชน แต่วันที่ 24 มิถุนา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวันชาติที่ถูกหลงลืมไป ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ 24 มิถุนา ก็หายไป เราต้องบอกว่า เราต้องต่อสู้กับเรื่องพวกนี้ เพื่อให้คนตระหนัก ให้คนระลึกถึงความสำคัญของคนที่ต่อสู้ผลักดันสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนไทยมาก่อนหน้าเรา”

“เมื่อปีที่แล้ว ทางชาวเวียดนามเจ้าของบ้าน มีความประสงค์อยากจะขาย เพราะคุณยายที่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานได้เสียชีวิต เราเลยคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะเก็บบ้านนี้ไว้ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อจะให้มีการพูดถึงอาจารย์ปรีดี ที่ต่อสู้ทางการเมืองจนต้องลี้ภัยไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วก็เสียชีวิตในบ้านหลังนี้”

หลังจากนั้น นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ (x) ระบุว่า นายธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ ได้ซื้อบ้านของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ประเทศฝรั่งเศส ไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 โดยระบุข้อความดังนี้
ธนาธร ได้ซื้อบ้านหลังที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ เคยไปอาศัยลี้ภัยและเสียชีวิตที่นั่น ตั้งอยู่ที่เมืองอองโตนี ประเทศฝรั่งเศส ไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนได้จดจำรำลึกถึงประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสำคัญจัดเป็นวันชาติไทย

แต่ในปัจจุบันนี้ ปวศ.ที่เกี่ยวข้องกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 ได้มีความพยายามถูกทำให้ลบเลือนและสูญหายไป

โดยจะมีการจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ที่ประเทศฝรั่งเศส

เด็ก 11 ติด HIV บอกหมอไม่ต้องตรวจ เพราะเต็มใจติดเป็นเพื่อนแฟนอายุ 18 ปี

(1 เม.ย. 67) เพจไม่ใช่หมอบ่น-aggressivenotdoctor ได้แชร์เรื่องราวของคนไข้ซึ่งมาพบแพทย์ในแผนกผู้ป่วยนอก คนไข้นี้เป็นน้องผู้ชายอายุ 11 ขวบ มาพบแพทย์ด้วยอาการมีหนองที่อวัยวะเพศ หมอจะขอตรวจ HIV ด้วย แต่น้อง 11 ขวบ ตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่ต้องตรวจ แฟนผมเป็น ผมติดเป็นเพื่อนแฟน เคสนี้แฟนอายุ 18 ปี มาล่อน้องอายุ 11 ขวบ

โพสต์นี้ พล.อ.ท. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เข้ามาขอแชร์พร้อมคอมเมนต์ว่า เด็กปัจจุบันโตไวกว่าที่คิด บางโรงพยาบาล เด็กอายุ 12 ปี มาฝากท้องแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องตามให้ทัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง พร้อมแสดงความเป็นห่วงในอนาคตของน้อง 11 ขวบ พร้อมแนะนำให้แจ้งความดำเนินคดีกับแฟนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า โดยระบุว่า น้องอาจเข้าใจว่ามันติดต่อเหมือนโควิดหรือเปล่า เช่น ทางน้ำลาย กินน้ำต่อ ๆ กัน น้องคงไม่รู้ว่าการต้องกินยาไปตลอดชีวิตไม่ใช่เรื่องสนุก โรคนี้ไม่ใช่หวัดที่กินยาแล้วจะหาย ยาเสพติดก็รับมือยากแล้ว ที่น่าตกใจเป็นเด็ก ม.ต้น

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคน บอกว่า เคยเจอเด็ก 18 เป็น DCM (กล้ามเนื้อหัวใจบาง) มีประวัติใช้ยาเสพติดตั้งแต่ 11 ขวบ กัญชาและน้ำกระท่อม น่าห่วงว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร

รวมถึงคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วงน้อง ๆ เยาวชน ด้วยความไม่รู้ว่าอันตรายถึงชีวิต ในช่วงเยาว์วัยขาดความยั้งคิด อาจจะมีเพศสัมพันธ์และแพร่เชื้อกว้างขวางออกไปอีก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์บางท่าน บอกว่า สมัย 10 ปีที่แล้ว เคยตรวจเด็ก ม.ต้น ผลบวก แจ้งน้องว่าเป็น HIV น้องตอบอย่างมั่นใจ “ถ้าผมเป็น ก็เป็นกันทั้งห้อง”

‘รมว.ท็อป’ ชี้!! ไทยขาดแคลน ‘ล่ามภาษามือ’ จำนวนมาก เร่งเปิดหลักสูตรอบรม-ผลักดันมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว

(1 เม.ย.67) ที่กระทรวง พม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง พม. ครั้งที่ 4/2567 ประจำเดือนเมษายน ว่า ปัจจุบันพบว่า ‘ล่ามภาษามือ’ ขาดแคลนมาก ไม่เพียงพอกับจำนวนคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อสารความหมาย จากเดิมที่มีการจดแจ้งไว้กับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) เมื่อปี 2552 - 2560 จำนวน 659 คน 

แต่ปัจจุบันพบว่า ล่ามภาษามือที่จดแจ้งมีจำนวน 178 คน โดยเป็นล่ามภาษามือหูดี 170 คน และล่ามภาษามือหูหนวก 8 คน และยังพบว่าทั่วประเทศ มีล่ามภาษามือ อยู่ 41 จังหวัด และไม่มีล่ามภาษามือ 36 จังหวัด และยังพบว่าปัจจุบันล่ามภาษามือมีการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มากที่สุด 3 จังหวัดแรก คือ กรุงเทพ 69 คน นนทบุรี 28 คน นครปฐม 16 คน

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาดำเนินการโดย การจัดบริการล่ามภาษามือข้ามจังหวัด และการให้บริการออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน หรือแท็ปเล็ต ได้แก่ 1. TTRS Video บริการถ่ายทอดการสื่อสารแบบสนทนาวิดีโอ และ 2. TTRS Live Chat บริการถ่ายทอดการสื่อสารแบบสนทนาข้อความ รวมถึงบริการถ่ายทอดการสื่อสารแบบสนทนาวิดีโอผ่านเครื่องบริการถ่ายทอดการสื่อสารสาธารณะ (ตู้ TTRS) โดยมีเจ้าหน้าที่ถ่ายทอดการสื่อสารเป็นคนกลางในการสื่อสารภาษามือระหว่างผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้รับปลายทาง (คนหูดี) 

นายวราวุธ กล่าวว่า เมื่อปลายปีที่แล้ว ( 25 กันยายน 66) คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาล่ามภาษามือ ได้ออกประกาศ กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการประเมินความรู้ ทักษะก่อนและหลังการจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือชุมชน เพื่อขอรับการจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือชุมชน ได้แก่ 

1. กรณีผู้รับการจดแจ้งรายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ารับประเมินความรู้และทักษะการเป็นล่ามภาษามือชุมชน ต้องสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาก่อน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สอบภาคทฤษฎี 30 ภาคปฏิบัติ 70 ผู้สอบต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 

2.กรณีการต่ออายุการจดแจ้งของผู้ที่เคยเข้ารับประเมินความรู้และทักษะ โดยผ่านการสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติมาก่อน และให้มีรายงานผลการปฎิบัติงานที่ผ่านมา หรือเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมตามหลักสูตร หลักเกณฑ์ และวิธีที่คณะอนุกรรมการกำหนด

นายวราวุธ กล่าวว่า และก่อนหน้านั้น (9 สิงหาคม 66) กรม พก. ได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาล่ามภาษามือเรื่อง กำหนดให้การบริการล่ามภาษามือในบริการอื่นใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติกรณีคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อสารความหมาย ที่มีความจำเป็นต้องใช้ล่ามภาษามือหูหนวก และล่ามภาษามือหูดี ในการแปลควบคู่กัน ให้จ่ายค่าตอบแทนต่อคน โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังแล้ว 

นายวราวุธ กล่าวว่า คนพิการทางการได้ยิน หรือ ผู้ดูแลคนพิการทางการได้ยิน มีสิทธิยื่นคำขอรับบริการล่ามภาษามือ เพื่อการติดต่องานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน, การขอทำใบขับขี่หรือบัตรแสดงตนอื่น ๆ ตามกฎหมาย, การจัดทำนิติกรรม สัญญา และการขออนุมัติหรือขออนุญาตเรื่องต่าง ๆ, การขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย การให้ปากคำต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมาย การดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การยื่นคำฟ้องหรือคำให้การในชั้นศาลในฐานะเป็นโจทก์ จำเลย หรือพยานบุคคล, การฝึกงาน ฝึกสอน สอบวัดผล เฉพาะกรณีที่ไม่ใช่การจัดบริการในสถาบันการศึกษา

นายวราวุธ กล่าวว่า หากถามว่าต้องมีจำนวนล่ามภาษามือกี่คนจึงจะเพียงพอต่อการให้บริการ นั้น ต้องมีการพิจารณาเสนอขอกรอบอัตราล่ามภาษามือประจำศูนย์บริการคนพิการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งเบื้องต้นอาจกำหนดและผลักดันให้มีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน โดยอย่างน้อยหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนควรจะมีล่ามภาษามือไว้สำหรับให้บริการคนพิการ

นายวราวุธ กล่าวว่า จากสถิติข้อมูลคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อสารความหมาย ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ทั้งสิ้น 423,973 คน ซึ่งฐานข้อมูลทะเบียนกลาง ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 พบว่า กทม. มี 22,884 คน ภาคกลางและตะวันออก มี 84,350 คน ภาคอีสาน มี 162,456 คน ภาคใต้ มี 55,020 คน 

อย่างไรก็ตามทางสมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย เคยวิเคราะห์ข้อมูลเฉลี่ยความสามารถในการให้บริการด้านภาษามือชุมชน ไว้ว่าคนหูหนวก 10 คนต่อล่ามภาษามือ 1 คน

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับคำถามที่ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะผลักดันอย่างไรเพื่อแก้ไขวิกฤตขาดแคลนล่ามภาษามือ นั้น 

1. ระยะเร่งด่วน ประสานงานกับสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, สมาคมล่ามภาษามือแห่งประเทศไทย, สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ร่วมกันออกแบบหลักสูตรและวิธีการอบรมล่ามภาษามือ และจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินมาตรฐานล่ามภาษามือ 

2. ระยะกลาง สนับสนุนสถาบันการศึกษา หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้รับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านล่างภาษามือ (หลักสูตร 1 ปี) และหลักสูตรล่ามภาษามือระดับปริญญาตรี ให้กับผู้สนใจทั้งคนพิการและไม่พิการ โดยอาจแบ่งระยะเวลาการเรียนและการปฎิบัติงานจริงเป็นช่วงเวลา และประสานกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อกำหนดตำแหน่งล่ามภาษามือเป็นตำแหน่งขาดแคลน รวมทั้งการมีค่าตอบแทนพิเศษ ให้บรรจุประจำอยู่ในศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัดทั่วประเทศ 

3. ระยะยาว ให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะบุคลากรของกระทรวง พม. ได้เรียนหลักสูตรล่ามภาษามือเพื่อรองรับการทำหน้าที่ในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 

4. การพัฒนาร่างภาษามือโดยใช้ AI หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ มาทดแทน

'วุฒิสภา' โหวตไม่เห็นชอบ 'วิษณุ วรัญญู'  ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด

(1 เม.ย. 67) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ตำรงตำแหน่งประธานศาลปครองสูงสุด พิจารณาเสร็จแล้ว คือนายวิษณุ วรัญญู อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด โดยเป็นการประชุมลับและลงคะแนนลับ

จากนั้นนายพรเพชร ประกาศผลการลงคะแนนว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบนายวิษณุ ด้วยคะแนน 45 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 158 คะแนน ไม่ออกเสียง 6 คะแนน

ดังนั้นจากผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายวิษณุ ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากจากที่ประชุมวุฒิสภา จึงถือว่านายวิษณุไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top