Thursday, 6 August 2026
NEWS FEED

เผยภาพอนาคต 'หัวลำโพง' โฉมใหม่ โปรเจกต์ Mixed-use แสนล้าน โครงการยักษ์ใหญ่ใจกลางมหานคร เชื่อมขนส่งมวลชนครบครัน

(10 พ.ค. 67) เพจ ‘Bangkok I Love You’ ได้เผยภาพอนาคตสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งจะมีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นโครงการ Mixed-use มูลค่า 100,000 ล้านบาท โครงการยักษ์ใหญ่ใจกลางมหานคร ที่มีขนส่งมวลชนครบครัน ดังนี้...

โซน A บริเวณอาคารสถานีหัวลำโพง พื้นที่สาธารณะ (16 ไร่ 1,920 ลบ.) พัฒนาเป็น พื้นที่สาธารณประโยชน์

โซน B อาคารสถานีกรุงเทพ หัวลำโพง (13 ไร่ 1,560 ลบ.) พัฒนาเป็นอาคารตามแนวทางอนุรักษ์

โซน C โรงซ่อมรถรางและรถโดยสาร (22 ไร่ 2,640 ลบ.) พัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่กิจกรรม ปรับพื้นที่เป็น Water front promenade เลียบคลองผดุงกรุงเกษม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นพื้นที่สีเขียว

โซน D พื้นที่ชานชาลา ทางรถไฟ และย่านสับเปลี่ยนรถไฟ ศูนย์กลางเชื่อมระบบการสัญจรและพื้นที่ฝั่งเมือง (49 ไร่ 5,880 ลบ.) พัฒนาเป็น Lifestyle mixed-use โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า พื้นที่จัดแสดงงาน

โซน E 20 ไร่ อาคารสำนักงาน ร.ฟ.ท. คลังพัสดุ (200 ไร่ 2,400 ลบ.) พัฒนาเป็น Urban mixed-use โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์กิจกรรม พื้นที่ให้ความร่มรื่น เชื่อมต่อสิ่งปลูกสร้างเชิงอนุรักษ์โครงสร้างอาคารเดิม กำหนดจุด node สำหรับกิจกรรมพิเศษหรือสวนสาธารณะ มีระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรตลอดแนวคลอง ปรับชุมชนริมน้ำ พร้อมจัดทำทางจักรยานริมทางรถไฟ

'คนดังเขมร' โพสต์ชี้นำข้อความ 'เจนี่ เทียนฯ' แปล Where we belong แบบเพี้ยนๆ ให้คนรุมด่า

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์ข้อความระบุว่า…

กัมพูชา # กระแสเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ *ดาราไทย ได้ไปไหว้พญานาค เมื่อเธอไปเที่ยวนครวัดในสัปดาห์นี้

โดยเธอโพสต์ IG ภาพพร้อมแคปชัน ระบุว่า… “Up where we belong” (ชื่อเพลงภาษาอังกฤษ) ซึ่งก็เหมาะกับเรื่องราวของเธอขณะนี้

คนดังในเขมร เริ่มโพสต์ชี้นำเจตนา ตีความหมายหลายอย่าง (*อาทิ ทวงสถานที่นี้) และต่อว่าเจนี่ ต่อมาด่าคนไทยด้วย

*บางคำ don't thai to me คือคำแสลง เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ใช้ในมาเลเซีย .. (อย่ามาไทยกับฉัน /อย่ามาโกงฉัน...อย่ามาโกหกฉัน...อย่ามาต้มตุ๋นฉัน)
*คนที่แชร์ ล้วนแต่เป็นคนที่มีสถานะทางสังคมในกัมพูชา

*เสิร์ชคำนี้ดูกระแสดรามากำลังไวรัล Up where we belong អង្គរវត្ត

พระโคเสี่ยงทาย ‘กินหญ้า น้ำ เหล้า’ อาหาร-น้ำสมบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง

(10 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเสี่ยงทายพระยาแรกนา เนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันพืชมงคลปี 2567 พระยาแรกนาเสี่ยงทาย ได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้

-พระโคกินน้ำ หญ้า ทำนายว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี

พระโคกินเหล้า ทำนายว่า การคมนาคมจะสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง 

ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบริหารและกงสุล สถานเอกอัครราชทูตสาธารณสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะรองนายกเมืองพัทยา

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.67) ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา Mr.Benedict Chua Jing Shen (มิสเตอร์ เบเนดิคท์ ชัว ชิง เฉิน) ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบริหารและกงสุล สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ นางสาวทิฐิพันธ์ รองนายกเมืองพัทยา เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแนะนำตัว 

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายพูดคุยเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเมืองพัทยา เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, มาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองพัทยา และแผนพัฒนาเมืองพัทยา (โครงการโมโนเรล) โดยเฉพาะการศึกษาการออกแบบความเหมาะสมและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้า เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เชื่อมต่อสถานีพัทยากลางและเชื่อมไปแหลมบาลีฮาย ทั้งหมดคาดว่าจะก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 2570 -2579 

นับว่าเป็นการผลักดันให้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางเตรียมการการประชุมโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการไทย - สิงคโปร์ ครั้งที่ 14 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2567 และกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - สิงคโปร์ ในปี 2568

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือหลวงศรีราชา และกำลังพลนาวิกโยธินให้การสนับสนุนจังหวัดระยองในการอพยพผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ท่าเรือมาบตาพุด

เมื่อวานนี้ 9 พฤษภาคม 2567 พลเรือตรีวีรุดม  ม่วงจีน  โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่าตามที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ถังเก็บวัตถุดิบ บรรจุแก๊สโซลีน บริษัท มาบตาพุดแทงค์เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในท่าเรือมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยขณะนี้ทางจังหวัดระยองได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2 และ 3 ตามลำดับ  และได้อพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพเรือ ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทธปกรณ์เข้าให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยในส่วนของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ได้ จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่สาม กองพลนาวิกโยธิน  เดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดระยอง โดยมีภารกิจคือ อำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ที่อพยพมาพักพิงที่ศาลากลางจังหวัดระยอง จากพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงสั่งการให้ เรือหลวงศรีราชา ออกเรือไปท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อเตรียมรับผู้ที่ติดค้าง ที่ไม่สามารถออกมาได้  นอกจากนั้นยังได้มีการเตรียม  UAV Schiebel ขึ้นพร้อมปฏิบัติการสนับสนุน ในการลาดตระเวนค้นหาผู้ประสบภัยในที่เกิดเหตุ 

โดยโฆษกกองทัพเรือกล่าวว่ากองทัพเรือจะเร่งดำเนินการให้การสนับสนุนจังหวัดระยองในการค้นหาและอพยพผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

‘กฟผ.’ เตรียมแผนรับมือ หลังไฟไหม้ถังเก็บสารเคมีมาบตาพุด ขอให้ ปชช.มั่นใจ ยัน!! ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ

(9 พ.ค. 67) นายณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบไฟฟ้าของประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด 

โดยเบื้องต้น กฟผ. ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้ารองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสั่งเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก โรงไฟฟ้ากัลฟ์อุทัยด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติตะวันออก เพื่อเตรียมการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันดีเซล และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศ พร้อมทั้งประสานโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติตะวันออกทั้งหมดให้เตรียมความพร้อมหากมีความจำเป็นต้องเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล 

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านเชื้อเพลิง ขณะนี้มีน้ำมันสำรองเพียงพอรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทดแทนก๊าซธรรมชาติจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า

“กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยงานรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนและทุกภาคส่วนอย่างเต็มความสามารถ” รองผู้ว่าการระบบส่งกล่าวทิ้งท้าย

‘นายกฯ’ เผย!! กินข้าว 10 ปีแล้ว บอก!! เหมือนกินข้าวปกติทั่วไป

(9 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ที่เก็บไว้ 10 ปี ในโกดัง จ.สุรินทร์ มาให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รับประทานในช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้นั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี โดยคณะทำงานระบุว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายกฯ ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับคณะทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยได้นำข้าว 10 ปี จากโครงการรับจำนำข้าว ที่เก็บไว้ในโกดังข้าวใน จ.สุรินทร์ มาหุงพร้อมรับประทาน ซึ่งมีเมนูกับข้าว ประกอบด้วย ไข่ลูกเขย กะเพราไก่ แกงเขียวหวานไก่ หมูทอดกระเทียม แกงคั่วเนื้อ และผัดผัก โดยนายกฯ ได้พูดกับทีมงานว่า "ข้าวก็อร่อยดีครับ" 

ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้สอบถามไปยังนายกฯ ว่าหลังลองรับประทานข้าวแล้วเป็นอย่างไรบ้าง โดยนายกฯ ระบุว่า ได้ลองกินแล้ว ความรู้สึกเหมือนกินข้าวปกติทั่วไป แต่เรื่องของสีข้าวอาจไม่ขาวเหมือนข้าวใหม่ แต่โดยรวมไม่ได้แตกต่างอะไร ทานได้

‘รมว.ปุ้ย’ ห่วงสถานการณ์เพลิงไหม้สารเคมีมาบตาพุด สั่งการ ‘ผู้ว่าฯ กนอ.’ ตรวจสอบ-ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

(9 พ.ค. 67) น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บวัตถุดิบสารไพโรไลสีส แก๊สโซลีน ของ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในช่วงสายของวันนี้ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งตรวจสอบทุกระบบ และให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในการเผชิญสถานการณ์และบัญชาการเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉิน

ขณะนี้มี นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่า กนอ.บัญชาการประจำวอร์รูม ประจำวอร์รูม เพื่อประสานเหตุการณ์และระงับเหตุ และมี นายคณพศ ขุนทอง รองผู้ว่าการ กนอ.สายงานปฏิบัติการ 3 อยู่หน้างาน

ส่วนการแก้ไขควบคุมเพลิงมีการระดมรถดับเพลิง เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีทีมงาน EMCC มาบตาพุด และเจ้าหน้าที่ท่าเรือฯ มาบตาพุด นำรถตรวจการณ์ EMCC เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณเหนือลม และท้ายลม รวมทั้งตรวจสอบผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่ชุมชนพบว่าไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับบริษัท SC เพื่อใช้เรือในการอพยพบุคลากรในพื้นที่

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า มีรายงานทางข้อมูลเทคนิคทราบว่าบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (MTT) ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการท่าเทียบเรือและคลังเก็บสินค้าเหลว (สารปิโตรเคมี, คลังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์) ระหว่างการเดินระบบปกติ ได้เกิดกลุ่มควันบริเวณถังจัดเก็บสารไพรโรไลสิส แก๊สโซลีน (Pyrolysis Gasoline) หมายเลขถัง TK 1801 ขนาดบรรจุ 9,000 ลบ.ม. การเผชิญเหตุบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนตอบโต้สภาวะฉุกเฉิน และ กนอ.ได้จัดส่งรถตรวจสอบคุณภาพอากาศ เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณรอบ พร้อมทั้งแจ้งปิดร่องน้ำทางเดินเรือท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

พิษณุโลก-มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 ครบรอบ 72 พรรษา

เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.67) นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย ทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) กลุ่มไทยสมายล์ และ บริษัท อีเอ โซล่า พิษณุโลก จำกัด ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 14 ราย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลมะต้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งได้รับการประสานจาก นายสมชาติ สุภารี  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีนายณรงค์ไชย บุตตวงค์ นายอำเภอพรหมพิรามและคณะ ให้การต้อนรับ 

​นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ จำนวน 7 คัน ประกอบไปด้วย นายลม อยู่มา นางโส สีสุรินทร์ นายสิงห์ มั่นดี นางละออง  ทรัพย์พลี นางถุงเงิน พุกเถื่อน นางเช้ง เกลื้องงาม และ นางสาวศิริลักษณ์ พรมนาค ไม้เท้าพยุงสามขา จำนวน 4 อัน ประกอบไปด้วย นางเมี้ยน แตงเกิด นางเคลิ้ม พริกศรี นางสาวประคอง มูลสรวง นางน้อย เกิดดี และวอล์คเกอร์ช่วยเดิน จำนวน 3 อัน นางลำพัง สุขศรี นางระบาย จรัสเอี่ยม นางประชิต มาเที่ยง และ แพมเพิส  2 กล่อง ประกอบด้วย นางสุดท้าย โพสุ่ม นายภาคภูมิ โพสุ่ม 

ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) และสนับสนุนการขนส่งสิ่งของต่าง ๆ มายัง จ.พิษณุโลก โดย บริษัท สมบัติทัวร์ จำกัด มามอบให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ตามที่ได้รับการประสานจาก หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้ง 14 ราย เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน มอบกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป

นับถือใจ!! ‘พนักงานหนุ่ม’ ผู้ไม่ย่อท้อต่อความฝันตัวเอง มุมานะสอบนายร้อยตำรวจ 7 ปี สุดท้ายติดตัวจริงอันดับ 4

(9 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงาน เรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้ไม่ย่อท้อต่อความฝันตนเอง มุมานะสอบนายร้อยถึง 7 ปี สุดท้ายติดตัวจริงในอันดับที่ 4 จากเพจเฟซบุ๊ก The Special Forces FC ระบุว่า…

จากพนักงานโลตัส สู่นายร้อยตำรวจอันดับ 4 ‘ส.ต.ต.ธนภัทร สมุทรสาร’ หรือ ตาล

ปี 61 สอบ ม.4 (ตท) ไม่ติด
ปี 62 สอบ ม.5 (ตท) ไม่ติด
ปี 63 กลับมาเรียน ม.6 (จบ ม.6) ทำงานโลตัส ไม่เรียนต่อมหาลัย เพื่ออยากจะตามหาความฝัน
ปี 64 เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (เลือกลงใต้)
ปี 65 สอบได้ที่ 28 พละน้อยโดนแซงติดสำรอง
ปี 66 สอบได้ที่ 39 พละน้อยไม่มีลุ้น
ปี 67 สอบได้ที่ 4 ได้ตัวจริง

“อย่าถอดใจเลิกสู้”

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีคนเข้ามาชื่นชมมากมาย อาทิ

- ดีครับ แชร์เป็นกำลังใจ ผมกว่าจะสอบได้ 10 ปีเลย ตอนนี้เป็นนายช่างโยธาครับ
- สุดยอดคนมาก ๆ ครับ นับถือใจเลย
- สักวันผมต้องสอบติดแบบเข้าตอนนี้เป็นพนักงานราชการไปก่อน
- เก่งมาก
- เก่งมากเลยน้อง เป็นไอดอลให้น้อง ๆ หลายคนเอาแบบอย่าง
- นับถือใจเลย สุดยอดในความมานะพยายาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top