Sunday, 21 June 2026
NEWS FEED

(สุรินทร์) รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ติดตามการปฎิบัติงาน พื้นที่ กอ.รมน.สุรินทร์

วันที่ 25 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์ พันเอก จิตรกร จันทร์สว่าง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ให้การต้อนรับ พลตรี ถนอม  สบายพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะฯ ที่มาติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงาน ด้านอาหาร และ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2567 ของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มี พันตำรวจเอก อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ร่วมให้การต้อนรับ ในการนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้จัดเตรียมข้อมูลผลการปฏิบัติงานในห้วง ปี 2566 - 2567 จำนวน 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ ศูนย์ป่าไม้สุรินทร์ ธนารักษ์พื้นที่สุรินทร์ ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ เกษตรจังหวัดสุรินทร์ พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์  พลังงานจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ สถิติจังหวัดสุรินทร์ และโครงการชลประทานสุรินทร์ เพื่อนำเสนอในที่ประชุม และร่วมตรวจพื้นที่กับคณะฯติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสวาย ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ถนอม  สบายพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและคณะฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และชื่นชม คณะทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ที่บูรณาการร่วมกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า ข่าว/ภาพ

‘ปารีณา’ น้ำตาคลอ!! หลังคู่กัดในสภา ยกคณะร่วมงานศพพ่อ เผย ไม่คิดว่าจะมา ขอโทษที่เคยทำไม่ดี-คอยประท้วงตลอด

เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.67) ที่บ้านทรงไทยริมน้ำ ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีพิธีสวดพระอภิธรรม นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่เสียชีวิตอย่างสงบ

โดยคืนที่ผ่านมามีแขกและนักการเมืองเดินทางมาร่วมงาน ในจำนวนนี้รวมถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวิรัตน์ วรศสิริน, น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่มาฟังสวดพระอภิธรรมด้วย

เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางมาถึง น.ส.ปารีณา ได้มารับบริเวณหน้าบ้าน พร้อมพูดทั้งน้ำตาว่า “ขอบคุณท่านมาก ๆ ที่มา ไม่คิดเลยว่า ท่านจะมา ขอโทษที่เคยทำไม่ดี” ก่อน น.ส.นภาพร จะยื่นซองช่วยงานแล้วพูดว่า “ให้กำลังใจนะ สู้ ๆ นะ”

ทำให้ น.ส.ปารีณา ถึงน้ำตาคลอแล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ตอนอยู่ในสภาฯ ประท้วงกันตลอด” ก่อน น.ส.นภาพร ตอบว่า “ไม่เป็นไรเลย เราไม่เคยโกรธ เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่”

ระหว่างรอเวลา น.ส.ปารีณาเล่าเรื่องราวชีวิต หลังไม่ได้เป็น สส. พร้อมทั้งร้องไห้เป็นระยะ ๆ จากนั้น น.ส.ปารีณา และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้นายทวี ไกรคุปต์

‘ยุทธพล’ เผย!! โครงการย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่ คืบหน้า 90% ดันสู่ ‘เพชรบุรีโมเดล’ ตัวอย่างแก้ปัญหาลิงล้นเมืองในทุกพื้นที่

(25 เม.ย. 67) ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษาในคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘ยุทธพล อังกินันทน์’ ถึงปัญหาลิงล้นเมือง ระบุว่า…

‘ย้ายลิง’ เขาวัง ‘รอบ 2’ วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2567 เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไปนะครับ

ตามที่เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้จัดทำกรงพักพิงลิง และย้ายลิงเขาวัง บางส่วนไปปรับพฤติกรรม เพื่อนำเข้าสู่กรงพักพิงลิง ตามโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง ไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 แล้วนั้น

โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง เพื่อที่จะนำไปเป็น ‘เพชรบุรีโมเดล’ ให้กับจังหวัดอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาลิงล้นเมืองในทุกพื้นที่ หลังจากที่พวกเราทุกคนได้ทำงานหนัก ลองผิดลองถูก ซึ่งถือว่าโครงการดำเนินไปได้ด้วยดี ความสำเร็จไปแล้วถึง 90% เนื่องจากเป็นโครงการนำร่องจึงอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร 

ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จะดำเนินการย้ายลิงรอบสอง ในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2567 นี้ เพื่อเป็นการดำเนิน โครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้เราจะดำเนินการวางกรงดักลิงไว้ทั้งหมด 12 จุดรอบเขาวัง ดังนี้

1. โรงเรียนพรหมานุสรณ์
2. วัดเขาวัง
3. ศาลเจ้าข้างร้านของฝากขนมหม้อแกง
4. วัดถ้ำแก้ว
5. วัดพระนอน
6. วัดข่อย
7. เขาวังเมืองใหม่
8.ร้านหมูสมนึก
9. เคเบิลคาร์
10. ทางขึ้นเขาวัง
11. โรงแรมเขาวัง
12. วัดสระบัว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบนะครับ 
ดร.ยุทธพล อังกินันทน์
ประธานเครือข่ายภาคประชาชน  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่ด้อยโอกาสในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี ณ ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี

วันนี้ (25 เมษายน 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นางสาวดวงชุตา  ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่ มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งอยู่ในความดูแลของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ รวมมอบจำนวน 2 แห่ง จำนวน 7 ราย รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 138,570 บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นแปดพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายธนสุนทร สว่างสาลี อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นางสมพิศ ศรีคำแหง ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ร่วมในพิธี  ณ ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพโดยเราได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

สืบนครบาลรวบเกมส์โซว็อทช่างสักล่วงละเมิดลูกค้าเด็กวัย 13 ปี จนต้องตัดมดลูก

“หนูมาทราบทีหลังว่าหมอตัดมดลูก” คำพูดของมารดาเด็กสาววัย 13 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากถูกช่างสักชื่อดังย่านพระราม 2 ลวงไปว่าจะสักลายให้แบบมินิมอล แต่กลับข่มขืนเธอข้ามคืนในร้านสักนั้น ซึ่งหลังเกิดเหตุเธอยังคงเจ็บช้ำร่างกาย จนกระทั่ง 1 เดือนหลังเกิดเหตุเธอปวดท้องอย่างหนักและต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนจากอาการป่วยขั้นรุนแรง โดยเมื่อพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้ช่างสักรายนี้เข้ามาให้ปากคำ แต่เจ้าตัวกลับเผ่นหนีไปอย่างสุดชีวิตล่าสุดไปจนมุมชุด ดรีมทีมสืบนครบาลที่ จังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าตัวลั่นว่า “ผมไม่ได้เจ้าชู้ แค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ ที่น้องคนนี้ต้องไปรักษาเพราะน้องเอง”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้สุจริต

เมื่อวันที่ 24 เมษายน  2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ ,พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์  รอง ผกก.1 บก .สส.บช.น.  พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส บก.น.5 พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.วศิน อินทร์แก้วสว.ฝอ.บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว. กก.4 บก .สส.บช.น. ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.สส.2 ฯปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร. ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว กก.1 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว.ฝอ บก.สส.บช.น. ร.ต.ท.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฯปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ อ้นชูฤทธิ์ รอง สว.สอบสวน สน.ดินแดง ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์ รอง สว.ฝอ.2ฯปฏิบัติงาน ศอ.ปส.ตร.ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาลร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว

นายวศิน กิจนพศรี หรือเกมส์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 10 ตำบล บางหลวง อำเภอ บางเลน จังหวัด นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่ จ.316/2567 ลงวันที่ 11 เมษายน 2567 ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม , พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม , ปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร”

ประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหา “พรากผู้เยาว์ฯ” ที่ สน.ท่าข้าม เมื่อ พ.ศ.2559จับกุมได้ที่ ห้องพักในซอยโป๊กุ่ยถ.แม่หลวน ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พฤติการณ์กล่าวคือ “ช็อก...จนใจสลาย” เด็กสาววัย 13 ปี ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบหลังออกจากห้องผ่าตัดแล้วทราบว่าตนเอง “ถูกตัดมดลูก”ความรู้สึกที่เจ็บปวดเกินบรรยายจากการถูกลวงไปกระทำย่ำยีนั้นก็บอบช้ำเกินต้านแล้ว ยังถูกซ้ำด้วยการสูญสิ้นความเป็นหญิงไปอย่างไม่มีวันหวนคืน กว่า 3 สัปดาห์ที่เธอต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลเรื่องราวสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2566 เมื่อเมื่อเด็กสาววัย 13 ปี  มารดาเล่าให้ตำรวจฟังว่า คนร้ายซึ่งเป็นช่างสักชื่อดังที่มีผู้ติดตาม 7 พันคน ได้ติดต่อเธอผ่านทางเฟสบุ๊ค การสนทนาแนะนำจนเธอยอมตกลงที่จะสักแบบมินิมอลในราคา 400 บาท ครั้งเมื่อถึงเหตุการณ์ในร้านสักเมื่อเด็กสาวย่างกรายเข้าถ้ำเสือแล้วช่างสักหื่นก็ปิดร้านทันที โดยอ้างว่าต้องการสมาธิก่อนจะชักชวนขึ้นไปบนชั้น 2 ทำทีจัดท่าทางการนอนสักให้เด็กสาว จากนั้นช่างสักก็เริ่มล่วงเกินเด็กสาวจนลุกลามไปถึงการกระทำชำเราข้ามคืน ซึ่งหลังเกิดเหตุเธอยังคงเจ็บช้ำร่างกายเรื่อยมาอย่างผิดปกติ กระทั่ง 1 เดือน 

หลังเกิดเหตุ จู่ๆเธอเกิดปวดท้องอย่างหนักจนครอบครัวเธอต้องพาเธอไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แล้วเมื่อแพทย์ได้ตรวจร่างกายก็ทำให้ครอบครัวเธอทราบว่าเธอผ่านการถูกกระทำชำเรามาอย่างหนัก และที่น่าตกใจคือการติดเชื้อขั้นรุนแรงในระบบอวัยวะเพศทำให้ต้องทำการผ่าตัดออกในทันที ซึ่งหลังจากการรักษาที่โรงพยาบาลกว่า 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นครอบครัวได้พาเด็กสาวไปขอความช่วยกับทางมูลนิธิสายเด็ก ก่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ท่าข้าม ซึ่งต่อมาวันที่ 11 เม.ย. 67 พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ก็ได้ออกหมายจับช่างสักรายนี้คือ “เกมส์โซว็อท” หรือ นายวศิน อายุ 25 ปี แต่ระหว่างทางของกระบวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้คนร้ายมาให้ปากคำ คนร้ายก็เริ่มไหวตัวทันแล้วหลบหนีอย่างสุดชีวิต ซึ่งล่าสุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ส่งชุดสืบนครบาลไล่ล่าติดตาม โดยได้เบาะแสว่าเจ้าตัวคุยโวว่าห้อยพระเต็มคอทำให้แคล้วคลาด นำไปสู่การสืบทราบว่าเจ้าตัวหลบหนีไปกบดานอยู่บนเกาะภูเก็ต ซึ่งต่อมาวันที่ 24 เม.ย. 67 ชุดสืบนครบาลก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้ในที่สุด โดยจับได้ขณะกำลังจะวันไน้แสตนด์กับหญิงสาวรายใหม่ และเป็นเรื่องบังเอิญที่เป็นวันครบรอบวันเกิด อายุ 25 ปี วัยเบญจเพศของคนร้ายอย่างพอดิบพอดี ซึ่งสารวัตรแจ๊ะได้กล่าวสุขสันต์วันเกิดให้กับคนร้ายก่อนจะแนะนำให้ไปฉลองวันเกิดในคุก

ในชั้นจับกุม นายวศินฯ ให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “คำคมประจำใจ ตอนเด็กอยากเป็นเศรษฐี โตมาติด…หเศรษฐีไม่ได้เป็นส่วนคดีนี้ตนเองยืนยันว่าตนเองรักเด็กคนนี้จริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เล่นพิเรนท์เอาน้ำหมึกมาชะโลมแต่อย่างใด ตนเองผ่านเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน โดยส่วนใหญ่ไม่ได้สวมถุงยาง นัดผ่านแอพ เบื่อง่าย ชอบวันไนท์แสตนมาก ตนเคยเป็นโรคหนองใน ซิฟิลิส แต่รักษาแล้ว ตนไม่ได้เจ้าชู้ แค่ยังไม่เจอคนที่ใช่ ส่วนที่ผู้เสียหายในคดีนี้ต้องเข้ารับการรักษานั้นไม่น่าจะเกิดจากตนเอง โดยตนเคยมีอะไรเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวอายุ 17 ปี แล้วถูกดำเนินคดี แต่ได้จ่ายค่าสินไหมไป 70,000 บาท จนฝ่ายเค้ายอมความ และคดีนี้ที่ตนเลือกหนีมาที่ภูเก็ตเพราะได้ยินว่าที่นี่เงินดีและหลบง่ายเพราะนักท่องเที่ยวเยอะ และล่าสุดผู้ใหญ่ก็ทักมาว่าเมื่ออายุ 25 เบญจเพสจะมีสิ่งที่น่ากลัวมาเยือน แล้วก็มาถูกจับจริงๆ”

หลังจับกุมตัว ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า “ทางคดีเรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะคำพูดของเด็กนั้นบริสุทธิ์มากกว่า และยังมีพยานหลักฐานอื่นเชื่อมโยงทำให้ศาลอนุมัติหมายจับ จากพฤติการณ์ในคดีนี้ ผมขออวยพรให้น้องผู้เสียหาย  มีกำลังใจที่เข้มแข็งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายในอดีต และเติบโตอย่างมีความสุข ในวันข้างหน้าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องจัดการกับผู้กระทำผิด จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองทั้งหลาย โปรดเพิ่มความใส่ใจในตัวบุตรหลานของท่าน อย่าไว้วางใจและคลาดสายตา แม้แต่กระทั่งคนใกล้ชิด ซึ่งหากผู้ใดมีเบาะแสการกระทำความผิด โปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”

ตำรวจภาค 4 เปิดปฏิบัติการทลายอาวุธปืนออนไลน์ ลุยค้น 152 จุดทั่วอีสานเหนือ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ให้กวาดล้างจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ ซึ่งมีแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุด พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผ

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ให้กวาดล้างจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ ซึ่งมีแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน  ล่าสุด พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4  ได้สั่งการให้ตำรวจภาค 4 ปูพรม ปิดล้อมตรวจค้นผู้จำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ โดยให้ปฏิบัติการพร้อมกัน ทั้ง 12 ภ.จว. คือ ภ.จว.กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, นครพนม, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, เลย, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู และ อุดรธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 24 เม.ย.67 โดยได้เข้าตรวจค้นรวม 152 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 47 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนรวม 68 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 1,471 นัด, ยาบ้า 50 เม็ด, บุหรี่ไฟฟ้า 50 อัน และ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 380 อัน

พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างจับกุมผู้จำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ และจับกุมผู้ครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตำรวจภาค 4 ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน สำหรับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จับกุมได้ เป็นการตัดโอกาสไม่ให้นำไปใช้ก่อเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน  โดยตนได้สั่งกำชับตำรวจภาค 4 สืบสวนจับกุมอย่างเข้มข้นต่อไป พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวในที่สุด

‘ป้ามุกดา’ วัย 59 ปี สะบัดแปรงสีละเลงรั้วบ้าน บอก!! ไม่เคยเรียน ‘ศิลปะ-วาดภาพ’ มาก่อน

(25 เม.ย. 67) ใครเห็นก็ว้าว... ที่หมู่บ้านปิ่นสุวรรณ หมู่ 1 ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย มีคุณป้าคนหนึ่งชื่อว่า นางจันทร์หอม สุรกานนท์ หรือ ‘ป้ามุกดา’ อายุ 59 ปี เป็นแม่ค้าไข่เค็มและทำก๋วยเตี๋ยวพวงส่งขาย ไม่เคยเรียนศิลปะ แล้วก็ไม่เคยวาดภาพอะไรที่ไหนมาก่อน แต่ด้วยความรู้สึกเสียดายสีทาบ้านที่เหลือ ก็เลยหิ้วถังมานั่งละเลงสีวาดรั้วบ้านเล่น ๆ ตามจินตนาการของตัวเอง ปรากฏเมื่อผลงานเสร็จ ใครเห็นก็ต้องร้องว้าว และทึ่งไปตาม ๆ กัน กับฝีมือการวาดภาพครั้งแรกของคุณป้า ที่เรียกได้ว่าระดับเทพเลยทีเดียว

ป้ามุกดา บอกว่า เรียนจบ ปวช.สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ อาชีพปัจจุบันผลิตไข่เค็ม และทำก๋วยเตี๋ยวพวงสุโขทัยส่งขายตามออเดอร์ ส่วนเรื่องภาพวาดรั้วบ้านที่กลายเป็นกระแสดังในโซเชียล บางคนไม่เชื่อว่าป้าไม่มีความรู้ด้านศิลปะ ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีความรู้ด้านนี้จริง ๆ แล้วก็ยังงงตัวเองอยู่เลยว่าวาดออกมาได้อย่างไร

“จุดเริ่มต้นในการวาดภาพเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ป้าจ้างช่างให้มาทาสีบ้านแล้วสีมันเหลือ รู้สึกเสียดายก็เลยเอาไปทากำแพงรั้วรอบบ้านเล่น ๆ แต่มันดูโล่ง ๆ ก็เลยซื้อสีมาเพิ่ม วาดเติมแต่งต้นไม้ ดอกไม้ พอคนผ่านมาเห็นชมว่าสวย ใจป้าก็มีพลัง จึงตั้งใจวาดอย่างจริงจัง 3 เดือนกว่าจะเสร็จ ได้ผลงานออกมาอย่างที่เห็น”

ป้ามุกดา บอกอีกว่า ภาพที่วาดไว้บนกำแพงนั้น ประกอบด้วยชื่อภาพ น้ำตกจากฟากฟ้า, มวลหมู่แห่งดวงดาว, ป่าหลากสี, หุบเขาสีเขียว, ทุ่งดอกบัวตอง, ดงดอกคูน, น้ำตกหกสาวน้อย และทุ่งดอกทานตะวัน ทั้งหมดเกิดจากจินตนาการล้วนๆ วาดไปไอเดียผุดไป พลังมีมาแต่ละวันไม่เท่ากัน แต่ถ้าวันไหนป้างอนลุง วันนั้นบอกเลยไอเดียกระฉูด เพราะป้าจะไม่มองหน้าลุง มุ่งแต่วาดภาพอย่างเดียว

'ครม.' มีมติแต่งตั้ง 'อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์' นั่งประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.67 คณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้ง โยกย้าย หลายตำแหน่ง โดยหนึ่งในตำแหน่งที่กำลังถูกจับตามอง คือ การแต่งตั้ง 'ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก' 

โดยจะมาสานต่อภารกิจในการสนับสนุนการประเมินผลการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนให้คำแนะนำแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก เผยแพร่และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ ทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รวม 6 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก ดังนี้...

1. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ประธานกรรมการ
2. นายพิสิทธิ์ ปทุมบาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารธุรกิจ
3. นายบัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน
4. นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5. นายนิคม แหลมสัก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านป่าไม้
6. นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

ภายหลังรับทราบเรื่อง อาจารย์พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ในฐานะประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า...

"In pursuit of a net zero world : โลกสีเขียวคืออนาคตของเราและลูกหลาน ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความไว้วางใจ"

สำหรับ อาจารย์พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ เคยดำรงตำแหน่งอดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ 

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ทรงเกียรติที่มาร่วมพูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เกี่ยวกับประเด็นด้านเศรษฐกิจ, การเงิน, ธุรกิจ, นวัตกรรม และกระแสสังคมที่สำคัญ ๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

สืบนครบาลวางแผนรวบ คุณหมอ(ทิพย์)ปลา อ้างเป็นศัลยแพทย์ระบบสมองตุ๋นบุคคลากรทางการแพทย์และข้าราชการ สูญเงินหลักล้าน

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มหรือบุคคลที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โรงพยาบาลย่านพญาไท ตรวจสอบพบมีบุคคลแอบอ้างเป็นแพทย์ โดยใช้ชื่อว่าหมอปลา และมีการหลอกลวง

ผู้เสียหายต้องใช้เงินในการชดใช้ให้ญาติคนตายที่ ตนได้เป็นคนผ่าตัดแล้วเสียชีวิตลง ผู้เสียหายโอนรวมเป็นเงินมูลค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,283,620 บาท ซึ่งต่อมาผู้เสียหายพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.67 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรีรอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.ปรินทร์ ส่วนบุญ รอง สว.กก.สส.3ฯ, ร.ต.อ.นิคม นาชัยภูมิรอง สว.กก.สส.3ฯ, ร.ต.อ.ชัยยุทธ ศักดิ์เพชร รอง สว.กก.สส.3ฯ กับพวกจับกุมตัว 

น.ส.สุวรรณอำภา หรือปลา อินทยาวงค์ อายุ 35 ปี ที่อยู่ 62/310 ซอยเสรีไทย 72 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงราชบุรี ที่ จ.52/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 

ความผิดฐาน “ฉ้อโกง และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

โดยก่อนการจับกุม สืบนครบาลได้รับข้อมูลว่า คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลย่านพญาไท พบผู้ที่ใช้ชื่อว่า สุวรรณอำภา อินทยาวงศ์ ปลอมบัตรประจำตัวบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ ซึ่งบัตรประจำตัวที่ปลอมขึ้นมานั้น เป็นบัตรรุ่นเก่าของคณะฯ ซึ่งไม่ได้ใช้แล้วในปัจจุบัน โดยนำบัตรดังกล่าวไปใช้ในการแอบอ้างตนว่าเป็นศัลยแพทย์ระบบสมองของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ และนำไปหลอกลวงเอาเงินจากคนไข้และเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลฯ หลายราย โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีบุคคลที่ใช้ชื่อดังกล่าวเป็นบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ และไม่ใช่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ ซึ่งทำให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลฯ ได้รับความเสียหาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ สืบนครบาล ได้ตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าคือ น.ส.สุวรรณอำภา หรือปลา อายุ 35 ปี ซึ่งมีหมายจับติดตัวของศาลแขวงราชบุรี โดยพฤติการณ์คือ เมื่อประมาณเดือน มกราคม 2563 ขณะที่ผู้เสียหายใช้เฟสบุ๊คและได้มีบัญชีผู้ใช้งาน เฟสบุ๊คชื่อ“ข้อมูล ส่วนตัว” ได้เพิ่มเพื่อนทางเฟสบุ๊คของผู้เสียหาย จากนั้นเฟสบุ๊คดังกล่าวได้ทักข้อความมาพูดคุยและได้แนะนำตัวว่าเป็นแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ชื่อว่า น.ส.สุวรรณอำภา หรือปลา ผู้เสียหายก็พูดคุยกันมาเรื่อยๆจนได้คบหากัน โดย น.ส.สุวรรณอำภา หรือปลา จะเดินทางมาหาผู้เสียหายที่ อ.เมืองราชบุรี ทุกๆสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 2 วันแล้วก็จะนั่งรถโดยสารกลับไปกรุงเทพฯ โดยบอกผู้เสียหายว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลดังกล่าว และบางสัปดาห์ผู้เสียหายจะขับรถไปรับที่หน้าโรงพยาบาล แล้วก็ไปส่งด้วย เป็นเช่นนี้อยู่ตลอดเวลาที่คบหากัน 

ซึ่งต่อมาประมาณเดือนเมษายน 2566 ผู้เสียหายและ น.ส.สุวรรณอำภา หรือปลาฯ ได้เลิกรากันแต่ปรากฎว่าช่วงก่อนที่จะเลิกกันนั้น น.ส.สุวรรณอำภา ได้มาขอให้ผู้เสียหายหาเงินจำนวนประมาณ 300,000 บาท อ้างกับผู้เสียหายต้องใช้เงินในการชดใช้ให้ญาติคนตายที่ ตนได้เป็นคนผ่าตัดแล้วเสียชีวิตลง ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจึงเอาเงินผู้เสียหายโอนให้ไปจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินมูลค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,283,620 บาท ซึ่งต่อมาผู้เสียหายพบว่า น.ส.สุวรรณอำภา ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับโรงพยาบาลรามาธิบดีและไม่ได้เป็นแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรามาธิบดีแต่อย่างใด ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลขออนุมัติหมายจับ และสืบนครบาลได้ติดตามจับกุมตัว ผู้ต้องหาขณะที่แต่งกายในชุดบุคคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลฯและมีชื่อของผู้ต้องหาเป็นภาษาอังกฤษที่หน้าอกเสื้อด้านซ้ายอีกด้วยได้ จากนั้นได้นำตัวส่ง สภ.เมืองราชบุรี ครับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดย จบ มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน ในจังหวัดนครราชสีมา ไม่เคย ประวัติการตั้งโทษหรือเคย ถูกจับ มาก่อน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น กล่าวว่า การหลอกลวงมีหลายรูปแบบ แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สายอาชีพต่างๆ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ และฝากเตือนประชาชนเกี่ยวกับการถูกหลอกลวง หลอกให้รัก ผ่านการพูดคุยในสื่อสังคมออนไลน์ในแอพพลิเคชั่นต่างๆ ถึงแม้จะมีการนัดพบเจอทำความรู้จักกันแล้ว แต่มิจฉาชีพยังสามารถมีวิธีการในการหลอกลวงปกปิดตัวตนที่แท้จริง หรืออวดอ้างหน้าที่การงานที่ดี ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเสียทรัพย์สินมูลค่าสูงได้ 

วธ. สืบสานศิลปวัฒนธรรมการแสดงดนตรีพื้นบ้านไทย 4 ภาค ร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน ชิงเงินรางวัล 1,000,000 บาท

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พุทธศักราช 2567 “รวมศิลป์ แผ่นดินสยาม”เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงเป็นวิศิษฏศิลปิน และเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน สร้างมิติใหม่ให้วัฒนธรรมมีความร่วมสมัย ยกระดับขีดความสามารถของดนตรี พัฒนาเทคนิคทางการแสดง ให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าว ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
 
วันที่ 24 เมษายน 2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมต.วธ. กล่าวว่า ดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างผลงานไว้ ซึ่งแต่ละพื้นที่แต่ละภูมิภาคจะมีเอกลักษณ์ของดนตรีและการแสดงพื้นบ้านเฉพาะตัวที่เห็นได้อย่างชัดเจน ในปัจจุบันดนตรีและการแสดงพื้นบ้านได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ หากไม่ช่วยกันอนุรักษ์ สืบสาน รักษาและต่อยอด อาจจะเสี่ยงต่อการสูญหายได้  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริม อนุรักษ์ ผลักดันให้ศิลปะ ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านทั้ง 4 ภาค ให้คงอยู่ ผ่านการสานต่ออย่างสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนมาตลอดตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน  ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 16  ผ่านกิจกรรมการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน  สำหรับการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านในปีนี้ ยังคงจัดประกวดภายใต้แนวคิด “รวมศิลป์ แผ่นดินสยาม” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 ปีนี้เป็นปีที่ 6 โดยเปิดโอกาสให้คณะนักแสดงได้มีโอกาสในการสร้างสรรค์ชุดการแสดงที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของวิถีชีวิต ความเชื่อ พิธีกรรม วรรณคดี วรรณกรรมพื้นบ้าน ประเพณี ที่สื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค  
         
ด้าน นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมเสริม กล่าวต่อว่า  สำหรับปีพุทธศักราช 2567 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน “รวมศิลป์ แผ่นดินสยาม” เพื่อมุ่งส่งเสริม รักษา ต่อยอด และเปิดพื้นที่ให้ศิลปินพื้นบ้านในแขนงต่าง ๆ ทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสร่วมถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมการแสดง และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปสู่สายตาประชาชน ซึ่ง สวธ.เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดมาตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2567  ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีคณะนักแสดงที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ  ภาคละ 5 คณะ  รวมทั้งสิ้น 20 คณะ และได้กำหนดการประกวดการแสดงรวมศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค ดังนี้

1.การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ ในวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2567 ณ Convention Hall เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ 
 2. การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ในวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2567  ณ Convention Hall เซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี        
3. การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ในวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ Convention Hall เซ็นทรัล อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี  
4. การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคใต้  ในวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2567  ณ Convention Hall เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา    
 
สำหรับผู้ชนะการประกวดแต่ละประเภทจะได้รับรางวัล ดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานฯ และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร
3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) 
พร้อมเกียรติบัตร
4. รางวัลชมเชย ภาคละ 2 รางวัล ได้รับเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รางวัลละ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พร้อมเกียรติบัตร

เจนกิจ นัดไธสง-รุ่ง รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top