Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

เชียงราย-ททท. สำนักงานเชียงราย เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวช่วง Green Season  

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย จับมือกับพันธมิตรภาคเอกชน และทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงราย พะเยา เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวช่วง Green Season เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและพักค้าง จังหวัดเชียงราย และพะเยา รับส่วนลดค่าที่พัก, E-coupon และสิทธิพิเศษมากมาย จากผู้ประกอบการร้านอาหาร คาเฟ่ สปา กิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน รวมกว่า 100 แห่ง ในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม ศกนี้    

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในด้านการส่งเสริมการตลาดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว 2 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงรายและพะเยา กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนหรือช่วง Green Season เป็นอีกช่วงหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย และพะเยา เป็นเมืองน่าเที่ยวที่มีความสวยงามของธรรมชาติ ป่าเขา ทุ่งนาเขียวขจี ในบรรยากาศที่เงียบสงบ สดชื่น ชุ่มฉ่ำ สบายตา อากาศดีเย็นสบาย มีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน มาค้นหาความสุขกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าท่ามกลางทะเลหมอกหลังฝน ซึ่งทั้งสองเมืองนี้งดงามไม่แพ้ที่ใดๆ 

และนอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้ทุกท่านได้มาเรียนรู้ในวิถีชุมชน ดื่มด่ำกับความสุขการจิบชา-กาแฟยามเช้าท่ามกลางธรรมชาติ และสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ในกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน การนวด-สปา และชิมเมนูอาหารพื้นเมืองแสนอร่อยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นในจังหวัดเชียงราย และพะเยา

เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และพะเยา ให้ท่องเที่ยวได้ทั้ง 365 วันตามนโยบายของรัฐบาล และ ภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ได้กระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคเหนือ 17 จังหวัด ภายใต้แคมเปญ “แอ่วเหนือให้ฉ่ำ” โดย ททท.สำนักงานเชียงราย ได้ร่วมกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดเชียงราย และพะเยา จัดโครงการท่องเที่ยวทั้ง 2 จังหวัด ภายใต้แคมเปญ “เที่ยวฉ่ำยามหน้าฝนที่เชียงราย” หรือ Amazing Chiang Rai in Green Season และแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวพะเยา In Green Season ในห้วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2567 นี้

เที่ยวฉ่ำยามหน้าฝนที่เชียงราย ททท. สำนักงานเชียงราย ร่วมกับ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ“เที่ยวฉ่ำยามหน้าฝนที่เชียงราย” โดยนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยว

เชิญชวนมาท่องเที่ยวสัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวในเส้นทางความสุขที่หลากหลายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อาทิเช่น เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ เส้นทางเยี่ยมบ้านศิลปิน เส้นทางจิบชาและกาแฟ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน ในช่วง Green Season โดยมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่พักค้างในโรงแรมที่ร่วมกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายกว่า 40 แห่ง รับ “ฟรี” คูปองเป็นส่วนลดค่าใช้จ่ายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในสถานประกอบการที่ร่วมกิจกรรม ได้แก่ ร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร สปา กิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน รวมจำนวนกว่า 80 แห่ง ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรมที่พักในจังหวัดเชียงราย จำนวน 3,000 สิทธิ์ ตามเงื่อนไขที่ ททท. กำหนด ในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2567

สุขทันที...ที่เที่ยวพะเยา ททท. สำนักงานเชียงราย ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา, หอการค้าจังหวัดพะเยา, YEC จังหวัดพะเยา, ชมรมอาหารและเครื่องดื่มพะเยา, ชมรมการท่องเที่ยว ภูลังกา-ผาช้างน้อย พะเยา และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาในห้วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2567 ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที...ที่เที่ยวพะเยา In Green Season” โดยนำเสนอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับประสบการณ์ ใน เส้นทางแห่งความสุข 4 เส้นทาง : สุขกาย (Nature), สุขใจ (Faith), สุขในวิถี (Local), สุขในอาหารที่อร่อย (Tasty) ในช่วงกรีนซีชั่น (Green Season) โดยจัดกิจกรรม “ลดทันที...ที่เช็คอินพะเยา” มอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด 1,000 ท่านแรกที่พักค้าง เพียงจองที่พัก เช็คอิน แล้วสแกน QR Code ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน รับส่วนลดค่าที่พักทันที 100 บาท/ห้อง เมื่อเข้าพักโรงแรมที่ร่วมกิจกรรมในจังหวัดพะเยากว่า 10 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2567 และนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด 500 ท่านแรกที่พักค้างในที่พักโรงแรมที่ร่วมกิจกรรมกว่า 15 แห่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2567 รับเลย E-Voucher มูลค่า 200 บาท/ห้อง สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมนูอาหารพื้นเมืองจานเด็ดรสชาดอร่อย ที่ร้านอาหารขึ้นชื่อในพื้นที่จังหวัดพะเยาที่เข้าร่วมโครงการ ในส่วนจังหวัดพะเยาในช่วงกรีนซีซั่นนี้ ททท.สำนักงานเชียงรายแนะนำให้มาสัมผัสบรรยากาศความสวยงามของวิวผาช้างน้อย ภูลังกา อ.ปง จ.พะเยา ที่เขียวขจี อากาศเย็นสบายช่วงหน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำ สัมผัสกับความงดงามพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกยามเช้า ในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2567 มีส่วนลดค่าที่พักกว่า 30-50 % จากราคาปกติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 12 แห่ง

ททท. สำนักงานเชียงราย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว เดินทางมาสัมผัสการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายและพะเยา ในช่วง Green Season และรับส่วนลด สิทธิพิเศษมากมาย สอบถามรายละเอียดหรือติดตามข่าวสารได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงราย โทร 0 5371 7433, 0 5374 4674-5 ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาได้ที่เว็บไซต์ www.tourismchiangrai-phayao.com, www.checkinphayao.com , เพจ Facebook : ททท.สำนักงานเชียงราย

‘EA’ ผนึกกำลัง ‘สอศ.’ หนุนการศึกษารูปแบบทวิภาคี สร้างทักษะ-เสริมความรู้ผู้เรียนอาชีวะผ่านการปฏิบัติงานจริง

(4 มิ.ย. 67) นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับ นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนามความร่วมมือ ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เพิ่มทักษะด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง หนุนการเรียนรู้แบบทวิภาคี ส่งเสริมความสามารถผู้เรียนอาชีวศึกษาในทุกมิติ โดยมีนายจำรัส สว่างสมุทร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาพัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งด้านพลังงานทดเเทน พลังงานหมุนเวียน ด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า มาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปี โดย บริษัทฯ และ สอศ. มีเป้าหมายในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูง พร้อมส่งเสริมการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพผ่านการฝึกปฏิบัติจริง ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร สอศ. ที่สนับสนุนการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี บริษัทฯ จึงมีความยินดีเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาในสาขาที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ จึงมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวแรกที่มั่นคงสู่การพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้าน นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะสมรรถนะในการปฏิบัติงานตามสาขาอาชีพ และสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษา โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างโอกาสของผู้เรียนอาชีวศึกษา และส่งเสริมพัฒนาการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฝึกอาชีพสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขางานด้านยานยนต์ไฟฟ้าและสาขาที่เกี่ยวข้องในสถานประกอบการ 

โดย ความร่วมมือกับ EA มีความสำคัญในการส่งเสริม พัฒนากระบวนการสร้างความรู้ ทักษะ เจตคติ ประสบการณ์ เป็นความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง และสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาให้เกิดความเชื่อมั่นกับผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานมาเรียนสายวิชาชีพ และกับครู นักเรียน นักศึกษา เพื่อนำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพ โดย สอศ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ และขยายความร่วมมือและยกระดับให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาได้เข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ เพื่อประโยชน์ต่อการส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาต่อไป

เพจดังโพสต์คลิป 'อ.น้องไนซ์' ฝึกตำรวจเชื่อมจิต ด้านชาวเน็ตเอือม!! หมดกันที่พึ่งของประชาชน

(4 มิ.ย. 67) เพจ 'อีซ้อขยี้ข่าว3' ได้โพสต์คลิปวิดีโอ อาจารย์น้องไนซ์กำลังสอนกลุ่มชาย แต่งกายคล้ายตำรวจ นั่งสมาธิเชื่อมจิต พร้อมแคปชันที่มีข้อความระบุว่า "อะไรกันเนี๊ยะ คุณตำรวจ‼"

จากนั้นเพจ 'อีซ้อขยี้ข่าว3' ยังได้คอมเมนต์แจงใต้โพสต์ดังกล่าวอีกด้วยว่า "ไม่ใช่ วันนี้นะ โรงพักไหนไม่รู้, สำนักงานตำรวจน่าจะงานเข้าค่ะ เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง ทำไมตำรวจถึงมีความเชื่อด้านพุทธศาสนาผิดๆ แบบนี้ได้"

ด้านชาวเน็ตส่วนใหญ่ที่ได้เห็นคลิปก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าราชการทำแบบนี้ได้หรอ / ถ้าเป็นกลุ่มโยงกัน คือ จะฮามาก รอดราม่า / กลัวที่สุด คือ เห็นญาติตัวเองในคลิป / นิพพานกันหรือยังคะ สน.นี้ / โอ้ยหมดกันที่พึ่งประชาชน / การศึกษาไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ นะครับ ที่พวกคุณเรียนมา / สน.เชื่อมจิต โดนเด็กปั่น /สน.ไหนเนี่ย / โอ้ยจะรั่ว / เป็นต้น

พ่อ-แม่ ไปเยี่ยม ‘ลูกทหารใหม่’ ที่ค่าย ทำอาหารไปเผื่อทหารเกณฑ์คนอื่น เผย เข้าใจหัวอกพ่อแม่ บางคนไม่ว่างมา จึงขออาสาดูแลให้เอง

(4 มิ.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบผู้ใช้เฟซบุ๊ก ล้านดีไซน์ ลพบุรี ป้าย ลพบุรี โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ‘เมื่อวันที่ 26 ไปเยี่ยมพลทหารลูกชาย ดูข้อความใน กลุ่ม ส่วนมากทหารเกณฑ์มาจากต่างจังหวัด ญาติบางคนติดภารกิจ มาไม่ได้ วันนี้เลยทำอาหาร ขนมจีน ข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่างมาเผื่อแล้วครับ รวมถึงเครื่องดื่ม ลพบุรีอบอุ่นเสมอ เพื่อนลูกก็เหมือนลูกเรา’ กลายเป็นเรื่องอบอุ่นหัวใจบนโลกโซเชียล ชาวเน็ตแห่ชื่นชมตรึม!! 

ป้ายใหม่ ‘กทม.’ เริ่มปูดพอง หลังเปลี่ยนใหม่ ได้สัปดาห์เดียว

(4 มิ.ย. 67) PPTV ได้รายงานข่าวพร้อมเผยภาพป้าย... ว่า ป้ายสติกเกอร์ ‘กรุงเทพฯ-Bangkok’ บนคานรางรถไฟฟ้าที่สี่แยกปทุมวัน มีบางจุดเริ่มปูดพองขึ้นมา หลังจากได้เปลี่ยนป้ายใหม่ ได้สัปดาห์เดียว

ขณะที่นักท่องเที่ยวยังคงมาถ่ายรูปเช็กอินกันอย่างต่อเนื่อง โดยฟอนต์ ‘กรุงเทพฯ – Bangkok’ เป็นฟอนต์ใหม่ที่ กทม.จัดทำขึ้นภายใต้ CI (Corporate Identity) ของกรุงเทพมหานคร ชื่อว่าฟอนต์ ‘เสาชิงช้า’ มีต้นแบบมาจากตัวอักษรไทยนริศที่อยู่ในตราสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร

สำหรับการเปลี่ยนป้ายครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ข้อความเก่าที่เห็นไม่ใช่การทาสีแต่เป็นสติกเกอร์ ซึ่งด้วยระยะเวลาที่ติดมานานทำให้ลอกได้ไม่หมด จึงใช้วิธีทำความสะอาดและติดสติกเกอร์ใหม่ทับลงไป

ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีผลกับชีวิต แต่ก็เป็นรายละเอียดของเมือง ดังนั้น หากใครว่างหรือผ่านไปผ่านมาก็สามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้ได้

‘หนุ่ม กรรชัย’ โพสต์ขยี้!! เรื่อง ‘หมา’ ที่มีอาการหางจุกตูด ลั่น!! พบได้เมื่อรู้สึกหวาดกลัว หลังบุกปะทะครอบครัวเชื่อมจิต

(4 มิ.ย.67) หลังจากที่บุกไปสน.ทองหล่อ เผชิญหน้าครอบครัวเชื่อมจิต รวมทั้งตะโกนท้า ‘ธรรมราช สาระปัญญา’ ให้ออกมาเจอ อย่าเก่งแต่ในโซเชียล โดยหลังจากที่ ‘หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย’ ได้ฟ้องทั้งครอบครัวเชื่อมจิตและทนายธรรมราช ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทั้งส่วนตัวและส่วนของบริษัท ซึ่งทั้งหมดเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 3 มิ.ย. เป็นการมาก่อนกำหนดเดิม ที่ตำรวจมีหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งออกหมายเรียกเป็นครั้งที่สอง

หลังจากบรรยากาศที่ สน.ทองหล่อมาคุยอยู่ไม่น้อย เหตุตำรวจไม่ยอมให้หนุ่ม กรรชัย เข้าไปเผชิญหน้าตรง ๆ กับคู่กรณี ต่อมาเฟซบุ๊กหนุ่ม กรรชัย ได้โพสต์ข้อความเดือด ๆ ขยี้ต่อ ซึ่งระบุว่า…

“เมื่อหางลดต่ำลงจนซุกอยู่ระหว่างขาหรืออาจเรียกว่าหางจุกตูด เป็นอาการที่สามารถพบได้ในหมาที่รู้สึกหวาดกลัว ซึ่งโดยในสังคมของหมาที่อยู่ร่วมกันเป็นฝูง การที่หมามีพฤติกรรมแบบนี้อาจหมายถึงการกลัวหรือพร้อมหนี และบางตัวอาจปัสสาวะราด #ขอบพระคุณเจ้าของภาพและความรู้ดี ๆ ครับ”

ท่ามกลางแฟนคลับเข้าไปเมนต์กันเป็นจำนวนมาก อาทิ ครูกะปิสู้ ๆ , ใจกากแต่ปากเก่ง พรุ่งนี้ลุยต่อ, โรงพักเพื่อประชาชน แต่ประชาชนเข้าไปเยี่ยวไม่ได้ ฯลฯ

'โซเชียล' ถาม!! ปิดถนนรับพาเหรด LGBT ประชาชนเดือดร้อนไหม? เสริมสุขความเท่าเทียม แต่ทิ้งทุกข์ให้ผู้ใช้ถนนในช่วงเวลาเร่งรีบ

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา ได้มีการให้ผู้ใช้รถใช้ถนน หลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบแยกปทุมวัน-ราชประสงค์ ถนนพระราม 1, ถนนพญาไท, ถนนราชดำริ ตั้งแต่เวลา 15.00 - 17.30 น. เพื่อเปิดทางให้กับพาเหรด Bangkok Pride Festival 2024 ก็เกิดเป็นกระแสดรามาในโลกอินเทอร์เน็ต ถึงความเท่าเทียมที่ได้มาบนความเดือดร้อนของผู้อื่น

โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ได้ออกมาวิจารณ์แรงถึงการปิดถนนในครั้งนี้อย่างมากมาย ว่า...

-ยอมรับความแตกต่างได้นะครับ แต่อะไรที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม มันคือเรื่องที่ไม่ดีนะครับ ฝากไว้ให้คิด

-คนอื่นปิดบอกไม่เท่าเทียม ตัวเองปิดคือความเท่าเทียม จริง ๆ ควรมีลานจัดกิจกรรมเฉพาะจะได้ไม่เดือดร้อนคนใช้ถนน

-ระวังนะ อะไรที่มากไป ทำเกินไป สุดท้ายจะอยู่ยาก เรายอมรับความแตกต่าง แต่ต้องไม่สร้างความรำคาญ หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เราเคารพคุณ คุณก็ควรเคารพเรา นี่คือ นิสัยคนไทย

-ปิดถนนเพื่อพวกของฉันบางคนคือความเท่าเทียม แต่ถ้าคนอื่นปิดคือคนไม่เท่ากัน

-ไม่มีใคร ไปบีบแตร หรือ บ่นว่าเดือดร้อนกับขบวนเหรอครับ ผมขับรถไปเส้นทองหล่อ ติดยาวเลยไป สุขุมวิทเมื่อวาน

-เมื่อวานดีจัง ไม่มีใครป่วยจะตาย ไม่มีใครตกเครื่อง ไม่มีใครบ่นเลย 😏😏😏

-สถาบันเสด็จเปิดแตรไล่บอกปิดถนนทำไม ทีแบบนี้เงียบกริบไม่บ่นสักคำ เสรีแบบไหนกัน

'บอร์ด กทท.' จี้งานก่อสร้างและพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 พร้อมเร่งปรับยุทธศาสตร์และ Master ของการท่าเรือ/ท่าเรือแหลมฉบังใหม่ ให้เป็นไปตามเป้าสอดรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub) โดยเร็ว

นายชยธรรม์ พรหมศร ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้นำคณะกรรมการและที่ปรึกษาบอร์ด พร้อมด้วยนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการและผู้บริหาร กทท. ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และลงพื้นที่ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อรับทราบปัญหาและติดตามความคืบหน้า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนที่ 1 งานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการถมทะเล เพื่อเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน ให้ โครงการสามารถแล้วเสร็จตรงเวลา เป็นไปตามกรอบระยะเวลาของสัญญาที่ได้ทำไว้ พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจการดำเนินงาน รับทราบปัญหาเพื่อแก้ไขให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการให้บริการขนส่งตู้สินค้าเชื่อมต่อทางเรือเข้ากับทางรถไฟของ Single Rail Transfer Operator : SRTO ซึ่งหากการดำเนินการมีประสิทธิภาพ ในการให้บริการจะช่วยให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องทางนี้มากขึ้น เป็นการลด ปริมาณการขนส่งทางถนนลง ซึ่งจะเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการ บรรลุวัตถุประสงค์ในการ ลดต้นทุนการขนส่ง logistics ในระบบการขนส่งสินค้าของประเทศโดยรวม ด้วยการบูรณาการเพิ่มประสิทธิภาพ การขนส่งทางน้ำกับทางรางที่มีต้นทุนถูกกว่า ให้ไร้รอยต่อแบบ Seamless Multimodal Transport ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเร็ว

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ บริษัท ฮัทชิสัน เทอร์มินัล จำกัด ณ ท่าเทียบเรือชุด D รวมถึงรับทราบการนำระบบรถบรรทุกไร้คนขับ autonomous truck ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อยกระดับศักยภาพความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามนโยบาย Green Transport ตลอดถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้รับบริการของท่าเรือดังกล่าวในปัจจุบันและมีแผนที่จะขยายการให้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ติดตาม งานก่อสร้างในส่วนของงานถมทะเล ในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 ผู้แทน กลุ่มผู้รับเหมางาน ในกลุ่มกิจการร่วมค้า CNNC ได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงาน ที่ปัจจุบันได้มีการเร่งรัดเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยได้เพิ่มแรงงาน เครื่องจักร และเรือขุด Grab Dredger เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานทำให้ ปัจจุบัน มีขีดความ สามารถในการขุดดินได้วันละ 2.3 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะสามารถส่งมอบงานก่อสร้างถมทะเลที่แล้วเสร็จในพื้นที่ F1 ของโครงการฯ ให้แก่ กทท. ได้ทันภายในเดือน กรกฎาคมนี้

นายชยธรรม์ฯ กล่าวว่า  แม้ว่าตัวแทนผู้รับเหมาจะรายงานว่า ได้ดำเนินการเร่งรัดงานขุดและถมทะเลด้วยการเพิ่ม เครื่องจักรและแรงงานแล้ว แต่จาก รายงานของผู้ควบคุมงานพบว่า ปัจจุบันผลงานก่อสร้างของผู้รับจ้างในแต่ละสัปดาห์ ยังมีความล่าช้าจากแผนฯ อยู่ จึงได้กำชับให้ผู้บริหาร กทท. ใส่ใจติดตามคุณภาพการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุในสัญญาจ้าง ควบคู่ไปกับการเร่งรัดแก้ปัญหาในรายละเอียดกับกลุ่มผู้รับเหมากิจการร่วมค้าฯ เพื่อให้งานแล้วเสร็จเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งเป้าหมายสำคัญต่อไปคือ งานก่อสร้างถมทะเลต้องแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบพื้นที่ F และพื้นที่ถมทะเลพื้นที่ 3 ทั้งหมดให้กทท. ได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่ระบุในสัญญา เพื่อให้ กทท.สามารถส่งมอบพื้นที่ถมทะเลที่แล้วเสร็จดังกล่าว ให้กับผู้รับสัมปทานได้ตามสัญญาสัมปทานที่ กทท. ได้เซ็นไว้กับผู้รับสัมปทาน เพื่อทำการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ได้ แล้วเสร็จตามแผนฯ ต่อไป

นอกจากนี้ นายชยธรรม์ ยังได้กล่าวว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการขนส่งหลากหลายรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำ ที่มีความสำคัญและถือเป็น gateway ในการขนส่ง นำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ เป็นส่วนช่วยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นรากฐานในการสร้างให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการขนส่ง Logistics Hub ของภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาล อีกด้วย

“ที่สำคัญในการลงพื้นที่และประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ครั้งนี้ได้พบว่า แผนยุทธศาสตร์แผนแม่บทการพัฒนาและแผนปฏิบัติการของการท่าเรือฯ รวมถึงแผนแม่บทการพัฒนาของท่าเรือแหลมฉบัง จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยกำหนดโจทก์ให้กับผู้บริหารการท่าเรือฯ ไปเร่งรัดดำเนินการร่วมกับพันธมิตรท่าเรือชั้นนำ ในต่างประเทศของ กทท. เพื่อให้สามารถกำหนดเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการที่ทันสมัย สอดรับกับเป้าหมาย นโยบาย และยุทธศาสตร์ของรัฐบาล นำเสนอบอร์ดคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นชอบนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub) ได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายชยธรรม์ กล่าว

'เพจคนไทยในซิดนีย์' เทียบราคาไข่ไก่ 'ไทย' VS 'ออสเตรเลีย' ลั่น!! ราคาพอกัน แต่ค่าแรงขั้นต่ำที่ออสฯ 550 บาทต่อชั่วโมง

ไม่นานมานี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Travelroute in Sydney' คนไทยในออสเตรเลีย ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพราคาไข่ไก่ไทยเทียบกับไข่ออสเตรเลีย ระบุว่า...

"ไข่ไก่ราคาแทบจะพอกันแล้ว !! แต่ที่นึงค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท อีกที่นึงค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 550 บาท"

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ ก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยากให้เปรียบเทียบกับค่าครองชีพด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ค่าเช่าบ้าน ซึ่งบางคนจ่ายค่าเช่าบ้านที่นั่นรายสัปดาห์ ก็ 2 หมื่นกว่าบาทแล้ว เดือนๆ หนึ่ง ก็แตะแสนบาท

นอกจากนี้ เวลาที่คิดจะเปรียบเทียบราคาของ ควรนำเอา Brand Name มาเทียบ อย่าเอา House Brand มาเทียบ แล้วจะเห็นว่าราคาแท้จริงที่ต่างกันลิบลับ

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เข้ามาให้มุมมองว่า ไข่ออสตามในรูปคือ เกรดต่ำสุด ส่วนไข่ตามในรูปของ CP คือกินดิบได้ คนเอาไปทำไข่ดองซีอิ๊วกัน มันเลยมีราคาที่สูง เป็นต้น

'หมออั้ม' เผย!! ควรกวาดล้าง 'กลุ่มตลาดฯ' พฤติกรรมปลุกปั่นชัด ชี้!! ไม่ใช่กลุ่มเห็นต่าง แค่ผู้เกลียดชังที่ชอบนั่งเทียน ให้ร้ายผู้อื่น

ไม่นานมานี้ 'หมออั้ม' อิราวัต อารีกิจ อดีตนักร้องชื่อดังและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาวิจารณ์ 'กลุ่มตลาดฯ' ที่คาดว่าน่าจะหมายถึง 'รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส' ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักมีการแชร์และเผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันฯ โดยมีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นแอดมิน ไว้ว่า...

"กลุ่มตลาดฯ อะไรเนี่ย ควรกวาดล้างเอาผิดนะครับ เพราะมันไม่ใช่แค่การเห็นต่าง หรือวิจารณ์ด้วยความชอบ แต่มันเป็นการนั่งเทียน ปลุกปั่นให้ร้ายผู้อื่น ด้วยความเกลียดชัง"

อีกทั้งยังเขียนข้อความระบุว่า "คิดเอาเองละกัน แอดมินมันยังเอาตัวไม่รอด"

ขณะที่ คุณโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ก็ได้เข้ามาร่วมความคิดเห็นด้วยว่า "ควรถูกปิดนานแล้ว เปิดไว้ล่อแมลงเม่า พอมีคดีก็ปั่นต่อวนไป เลวจริง"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top