Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

‘นักเรียนไทย’ สุดเจ๋ง!! คว้า 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก ระดับเอเชีย ณ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่าตามที่ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ประจำปี พ.ศ.2567 ระหว่างวันที่ 3 - 10 มิถุนายน 2567 ณ เมืองกัมปาร์ รัฐเปรัก สหพันธรัฐมาเลเซีย ผลปรากฏว่านักเรียนไทยสามารถทำได้ 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง 2 เกียรติคุณประกาศ และ 1 เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้

-นายภัทรภณ ธนพิทักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญเงิน
-นายทัดภู อุดมเกียรติ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญทองแดง
-นายธนัสร  วรรณสม โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย เหรียญทองแดง
-นายภพสุข สุเมธเชิงปรัชญา โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง เหรียญทองแดง
-นางสาวธีร์จุฑา สุขแสง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญทองแดง

-นายกันตพิชญ์ เพิ่มวัฒนชัย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา เกียรติคุณประกาศ

-นายปัณณทัต รัตนะมงคลกุล โรงเรียนเบญจมราษฎร์รังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เกียรติคุณประกาศ
-นายพสธร จินดาวงศ์ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน

คณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีมประกอบด้วย ดร.ธารา เฉลิมทรงศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าทีม, ผศ.ดร.มนต์สิทธิ์ ธนสิทธิโกศล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี รองหัวหน้าทีม, ดร.อุชุพล เรืองศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม, รศ.ดร.สุดารัตน์ ชาติสุทธิ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยหัวหน้าทีม และ นายกฤษชพล ทิวพุดซา สสวท. ผู้จัดการทีม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน 7 ภัยออนไลน์วัยเกษียณ ที่คนร้ายตีเนียนมาหลอกลวง

วันนี้ (11 มิถุนายน 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่มีทรัพย์สินและเงินออมจำนวนมาก ขาดการป้องกันตนเอง และขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์รูปแบบภัยออนไลน์ที่พุ่งเป้ามาที่ผู้สูงอายุวัยเกษียณ เพื่อให้ท่านรู้เท่าทันอาชญากรรม ดังนี้
1. การหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยหลอกให้ซื้อขายสินค้าแต่ไม่มีเจตนาที่จะส่งสินค้าให้จริง
2. การหลอกลงทุน โดยหลอกชักชวนให้ลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง ในเวลาอันสั้น ที่ไม่มีอยู่จริง
3. การหลอกให้รัก โดยหลอกเข้ามาตีสนิท สร้างความสัมพันธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหวังเอาทรัพย์สิน
4. การหลอกให้กลัว หรือ Call Center โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าท่านเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หลอกให้โอนเงินให้ตรวจสอบ
5. การหลอกขายยาและอาหารเสริม โดยหลอกขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยา อ้างว่าสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งอาจไม่ได้ผลจริงและเป็นอันตราย
6.การหลอกขายประกันสุขภาพ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือขายประกันที่ไม่เป็นความจริง
7. การหลอกรับสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องบำนาญหรือสวัสดิการผู้สูงอายุ และขอข้อมูลส่วนตัวหรือขอให้โอนเงินเพื่อดำเนินการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในรูปแบบดังกล่าว และขอให้คอยสอดส่องดูแลบุคคลในครอบครัวของท่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และสำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ตลาดปลาจตุจักร’ ไฟไหม้ เสียหายหมด 118 ล็อก  เบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บ เตรียมตั้งโต๊ะเยียวยาผู้ค้า

(11 มิ.ย.67) ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานว่า เมื่อเวลา 04.08 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดปลาจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน เร่งฉีดน้ำสกัดและควบคุมเพลิงไว้ได้ 

นายอนุวัฒน์ อ้นน่วม ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปตรวจสอบด้านในอาคาร ยังมีกลุ่มควันอยู่บางจุด และมีส่วนที่หลังคาทรุดลงมา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว แบ่งเป็นห้อง ร้านค้า 118 ล็อก ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสำรวจสัตว์ในแต่ละร้าน เช่น ปลา กระต่าย เต่า นก ไก่ และ งู เป็นต้น

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร  เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการเขตจตุจักรตั้งโต๊ะให้ผู้ค้ามาตรวจสอบ ลงทะเบียน และแจ้งความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยา ขณะนี้มีผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบเดินทางมาบางส่วน หลังจากนี้ สามารถไปแจ้งเรื่องได้ที่สำนักงานเขต

บึงกาฬ ไทย-ลาวลงนามข้อตกลง(MOU)ด้านการศึกษาการค้าการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม 

การทำบันทึกข้อตกลงระหว่างศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ หอการค้าบึงกาฬ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวบึงกาฬ(BTA) วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ  โรงเรียนบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน ราชอาณาจักรไทย ร่วมกับแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ลงนามทำข้อตกลง(MOU)ด้านการศึกษา การค้า การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม สภาการค้าและอุตสาหกรรม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา การค้า การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นให้เข้มแข็งและยั่งยืนของทั้ง 2 จังหวัด 2 ประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 10 มิ.ย. ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่าที่ร้อยตรี พูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับคณะจากสปป.ลาว ท่านโพนเพด กุนนาวง รองหัวหน้าแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวงบอลิคำไซ ท่านไพวัน สีพันดอน รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม สปป.ลาว ส่วนฝ่ายไทยมี นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายบุญทวี สาลี นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ นายอุใด ศรีทุมมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน นายสุรสิทธิ์ สิทธิอมร ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬ และนายชาญชัย แสนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โดยมีรายละเอียดข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้ เพื่อมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพด้านการศึกษาสู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานด้านการศึกษาร่วมกันให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาด้านการบริหารการศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมสนับสนุนร่วมมือในด้านวิชาการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดต่อสื่อสาร และการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณี ทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ทางคณะศึกษาธิการแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ได้ศึกษาดูงานในวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬตามแผนกต่างๆ ด้วย

ว่าที่ ร.ต.พูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การที่เราเห็นความสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้ร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่ดี เราจะได้พัฒนาความรู้ ให้โอกาสจากความร่วมมือของเราครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองประเทศได้พัฒนาได้ไกลขึ้น ในเรื่องของการศึกษาทางจังหวัดบึงกาฬ ก็อยากจะสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือแลกเปลี่ยนทางการศึกษา กับทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเช่นกัน  เราจะได้พัฒนาการศึกษาทั้งสองประเทศร่วมกัน 

ด้านนายชาญชัย แสนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้กล่าวต้อนรับคณะศึกษาธิการแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับต้อนรับคณะฯอย่างเป็นทางการ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬได้จัดการเรียนการสอนทั้งหมด 11 สาขาวิชา ซึ่งมีนักศึกษาจาก สปป.ลาว ที่มาเรียนที่นี่จำนวน 4 คน กล่าวได้ว่าการเรียนเน้นปฏิบัติ มีฝึกงาน มีรายได้ระหว่างเรียน กิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนมากมาย นักศึกษาที่จบจาก วท.บึงกาฬ มีงานทำแน่นอน สามารถรับราชการในหน่วยงานรัฐ หรือสามารถประกอบอาชีพได้ 

ส่วนท่านโพนเพด กุนนาวง รองหัวหน้าแผนกศึกษาธิการและกีฬาแขวง กล่าวช่วงท้ายว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมชมทางวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดบึงกาฬก็รู้สึกประทับใจและชื่นชม ตลอดจนได้เห็นการเรียนการสอนพร้อมทั้งได้เดินชมสาขาช่างยนต์ สาขาช่างโยธา สาขาวิทยบริหาร สาขาการไฟฟ้า ทำให้รู้ถึงการก้าวหน้าในการเรียนการสอนสายอาชีพของวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จึงคิดว่าครั้งต่อไปจะเชิญทางผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในสาขาวิชาอาชีพไปที่แขวงบอลิคำไช เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ ของการศึกษาและแลกเปลี่ยนกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนั่นเอง.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0645960906

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจ สภ.เมืองพลับพลา จ.นครราชสีมา กำชับการปฏิบัติหน้าที่ เน้น “หลักการทำงาน 4443”

วันนี้ (10 มิถุนายน 2567) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจที่ สภ.เมืองพลับพลา ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมาโดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 , พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ,พ.ต.ท.อุทัย เรืองทา สว.สภ.เมืองพลับพลา พร้อมข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.เมืองพลับพลา ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองพลับพลา และเดินเยี่ยมชมที่ทำการสถานีตำรวจ พบว่ามีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการจัดการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับประชาชนที่มาใช้บริการหรือผู้มาติดต่อราชการ ห้องน้ำมีความสะอาดพร้อมใช้งาน มีการจัดที่จอดรถเฉพาะสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการ

จากนั้นได้ร่วมประชุมเพื่อทราบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ ทั้งนี้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ฯ ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดในการทำงาน โดยให้นำนโยบายรัฐบาลและแนวทางการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยึดถือปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เน้นย้ำความรักความสามัคคี ร่วมกันทำงานเป็นทีม ยึดมั่นในระเบียบวินัย ดำรงตนอย่างมีเกียรติ , มุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนด้วยความรวดเร็ว ด้วยจิตใจของการให้บริการที่ดี ด้วยความเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ โดยการทำงานให้ยึดตามแนวทาง “หลักการทำงาน 4443” คือ “4 เกาะ” เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน/มวลชน/และชุมชน เกาะติดคนร้ายหรือเกาะติดศัตรูของประชาชน และเกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเกาะติดลูกน้อง , “4 ยก” ยกระดับองค์ความรู้ ยกระดับวิธีคิด ยกระดับวิธีการทำงาน ยกระดับการใช้ดุลพินิจ , “4 ทำ” ทำงาน ทำดี ทำบุญ มีภาวะผู้นำ , และ “3 S” Smart Smile Strong

นอกจากนี้ กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขัน กำกับดูแล สอดส่องความประพฤติ และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้ปกครองบังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ โดยใกล้ชิด รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคีของข้าราชการตำรวจภายใต้ปกครองบังคับบัญชา เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของตำรวจ สร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ให้ประชาชนยอมรับว่าข้าราชการตำรวจคือผู้พิทักษ์ราษฎร์อย่างแท้จริง รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับหมั่นตรวจสอบปัญหาอุปสรรค ความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวอย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ และควบคุม กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการกระทำความผิดใดๆ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ห้ามมิให้มีการเรียกรับผลประโยชน์, การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง, การเข้ามีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิด หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งทางวินัย ทางปกครอง และทางอาญา อย่างถึงที่สุด

‘สามี-ภรรยา’ ชาวอุทัยฯ ขายข้าวแกง 10 บาท แถมเติมข้าวไม่อั้น หวังช่วยลดค่าใช้จ่ายคนหาเช้ากินค่ำ ในยุคข้าวยากหมากแพง

(10 มิ.ย. 67) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพง ร้านนาย ก. ที่เปิดบริการขายข้าวแกงอยู่บริเวณวงเวียนข้างที่ว่าการอำเภอเมืองอุทัยธานี กลับขึ้นป้ายหน้าร้านว่า ขายข้าวราดแกงอย่างละ 10 บาท แต่ละวันจะมีเมนูกับข้าวให้เลือกมากกว่า 10 อย่าง ทำให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มอาชีพพากันแวะเวียนมารับประทานข้าวราดแกงที่ร้านกันตั้งแต่เช้า และเพียงไม่กี่ชั่วโมงกับข้าวที่ร้านก็หมดเกลี้ยงก่อนถึงเที่ยงทุกวัน

นางสาวพิชชาพัชร หงษ์คำ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน นาย ก.ข้าวแกง 10 บาท เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ก่อนกลับมาอยู่บ้านเกิดที่อุทัยธานี ตัดสินใจกันว่าจะลองเปิดร้านขายข้าวแกง แต่ด้วยเศรษฐกิจตอนนี้ราคาข้าวแกงปกติก็จะอยู่ที่จานละ 30-60 บาท (ตามจำนวนอาหาร) ซึ่งตนมองว่าตอนนี้ทุกคนค่อนข้างที่จะแบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงกันมากขึ้นทุกอย่าง จึงตัดสินใจลองขายข้าวแกงในราคา 10 บาทดู

ด้วยหวังว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้คนหาเช้ากินค่ำ แบบมีเงิน 10 บาทก็กินเมนูข้าวแกงดีๆ ได้ แต่ละวันที่ร้านจะทำกับข้าวขายไม่ต่ำกว่า 10 เมนู โดยจะสลับสับเปลี่ยนกันไปทุกวัน ส่วนข้าวสวยนั้นก็จะคิดเป็นราคาบุฟเฟต์จานละ 10 บาท ตักได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่ม

ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมาได้ประมาณเดือนเศษก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าดีมากๆ มีลูกค้ามารับประทานข้าวแกงที่ร้านกันตั้งแต่เช้า มีทั้งแบบมาคนเดียวและมากันแบบครอบครัว แต่ละคนนั้นรับประทานกันอิ่มท้องในราคาแพงสุดอยู่ที่ 70 บาท ทำให้ยังเหลือเงินเก็บไว้ในมื้อถัดไปได้อีก

นางสาวพิชชาพัชรบอกว่า ที่ร้านจะเปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึงบ่ายโมง ซึ่งตั้งแต่เปิดร้านมากับข้าวที่ร้านจะหมดก่อนเที่ยงเกือบทุกวัน ตอนนี้เลยตัดสินใจทำกับข้าวเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้พอลูกค้าที่จะมารับประทานในช่วงเที่ยงและช่วงบ่ายอีกด้วย

สังคมวอน!! ช่วยหญิงสาวหน้าตาดี เร่ร่อนใต้สะพานทางรถไฟ ด้านโซเชียลท้วง!! แล้วคนเร่ร่อนทั่วไป-หน้าตาไม่ดี ไม่ช่วยหรือ?

โซเชียลฯ ตั้งคำถาม หลังพบคลิปพลเมืองดีนำอาหารของใช้จำเป็นไปแจกคนเร่ร่อน กลับพบหญิงสาวหน้าตาดี ผิวพรรณขาว รีบเดินออกมารับสิ่งของ ทำเอาชาวเน็ตหลุดโฟกัสพร้อมตั้งคำถามเหตุใดเธอจึงมาเร่ร่อน ก่อนมีอดีตเพื่อนอ้างเคยสนิทเผยสาวรายดังกล่าวติดยาอย่างหนักถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมแฟนหนุ่ม

(10 มิ.ย.67) ช่อง TikTok 'ทำใจให้ชิล' ซึ่งเป็นพลเมืองดี มักลงคลิปนำสิ่งของอาหารไปแจกคนเร่ร่อนตามสถานที่ต่าง ๆ เสมอได้เผยภาพเหตุการณ์ขณะผ่านใต้สะพานทางรถไฟ ย่านประตูน้ำ ได้มีหญิงสาวที่นั่งอยู่ใต้สะพานพร้อมแฟนหนุ่ม วิ่งออกมารับสิ่งของด้วยความดีใจ ทำเอาชาวเน็ตที่รับชมต่างหลุดโฟกัส พร้อมตั้งคำถามว่าเธอคือใคร หน้าตาผิวพรรณดี เหตุใดจึงประสบชะตากรรมแบบนี้ และต่างห่วงใยถึงความปลอดภัยและอยากให้มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

ทั้งนี้ พบมีชาวเน็ตรายหนึ่งอ้างตัวเป็นเพื่อนสนิทของหญิงสาว ระบุว่าหญิงสาวเกิดปี 2533 โดยเผยรายละเอียดว่าหญิงสาวและแฟนหนุ่มถูกไล่ออกจากบ้านเนื่องจากสติไม่ดีและพูดจาไม่รู้เรื่องจากเหตุติดยาเสพติดอย่างหนัก โดยเผยอีกว่าหญิงสาวรายดังกล่าวชื่อจุ๊บแจง อดีตเธอสวยและรวยมาก ๆ ขาว หุ่นดี ใครเห็นเป็นชอบทุกคน ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ พม.ลงพื้นที่ไปตามหาสาวเร่ร่อนรายนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ โลกโซเชียลก็มีการตั้งคำถามเช่นกันว่า...

"แล้วทำไมโฟกัสคนนี้คนเดียว ที่สนามหลวงมีอีกเพียบเลย"

"ช่วยแค่คนเดียวแล้วคนเร่ร่อนที่เหลือล่ะ!!"

"อ่าว!! เห็นหน้าตาดีก็อยากช่วยหรือ คนที่หน้าตาไม่ดีละ ใครจะช่วย"

"ทำร้ายตัวเองทั้งนั้นคนสมัยนี้"

พ่อเครียด!! ทะเลาะลูก ป.2 บอกจะซื้อมือถือให้ถ้าเรียนได้เกรดดี แต่พอทำได้ กลับผิดสัญญาจนเด็กน้อยใจ 'ไม่อยากตั้งใจเรียนแล้ว'

เมื่อวานนี้ (9 มิ.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นคุณพ่อได้มาขอคำแนะนำจากกลุ่ม ‘ความรู้รอบตัว’ โดยระบุข้อความว่า ‘ขออนุญาตปรึกษาครับ ตอนนี้กำลังทะเลาะกับลูกชาย ป.2 เมื่อก่อนเขาเป็นคนเรียนไม่เก่ง ติดเกม วันหนึ่งมือถือเขาหน้าจอแตก เขามาขอผมให้ซื้อใหม่ให้ ผมเลยบอกเขาไปว่าให้ตั้งใจเรียนให้เกรดดีๆ ป๊าจะซื้อใหม่ให้ ผลคือเขาสอบได้ 3.62 มาอยู่ราวๆ อันดับ 5 ของห้อง ผมตกใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะทำได้เพราะเล่นเกมทั้งวัน เขาก็มาทวงผมใหญ่เลย ทั้งที่สถานะการเงินผมตอนนี้ไม่ดีมาก ค่าเทอมยังต้องผ่อน เขาเอาแต่น้อยใจบอกว่าไม่อยากตั้งใจเรียนแล้ว ไม่รักป๊าแล้ว ผมควรจะทำยังไงกับเขาดีครับ อยากให้เขาเข้าใจ เงินหลักพันวันนี้ สำหรับผู้ใหญ่ก็หายาก ยิ่งเชียงใหม่ ค่าแรงก็ต่ำมาก หรือผมควรหลอกเขาว่า ให้ทำให้ได้ 4.0 ถึงจะให้ดีครับ’

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและมองว่าการกระทำของพ่อไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่แนะนำว่าพ่อควรรักษาสัญญาเพราะอาจกลายเป็นแผลภายในจิตใจลูกได้ และบางรายแนะนำให้อธิบายเหตุผลตามความจริง และให้กำลังใจพร้อมชื่นชมที่ลูกสามารถผลักดันจนเกรดเฉลี่ยออกมาดีได้ 

โดยมีชาวเน็ตมาอธิบายว่าอาจส่งผลกระทบด้านจิตใจ โดยระบุข้อความว่า ‘ในฐานะเรียนจบมาสายนี้ การไม่รักษาสัญญา สองผล สองประการ

1. ขาดมุ่งอนาคตควบคุมตน เพราะเด็กจะไม่ให้ความสำคัญกับอนาคต แม้ว่าอนาคตจะได้มากกว่า เพราะทำแล้วไม่มีทางได้

2. ขาดความไว้ใจ การที่เด็กทำตามที่เราสัญญา เพราะเขาเชื่อใจว่าเราจะทำตามสัญญา หากเราไม่ทำตาม เขาจะไม่ไว้ใจเราอีกต่อไป’

แฟนมวยชื่นชม ‘รถถัง-เดนิช’ ควงคู่เตะบอล หลังถอดนวม ชี้!! แม้บนสังเวียนสู้กันดุเดือด แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้

(10 มิ.ย.67) หลังจากที่ ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ นักสู้ชาวไทย เอาชนะคะแนน ‘เดนิส พูริช’ นักชกจากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา/แคนาดา วัย 39 ปี ในการชกกติกาคิกบ็อกซิ่งในรายการ ศึก ONE 167 ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับการชกไฟต์นี้มีดรามาตั้งแต่ก่อนขึ้นชก เริ่มต้นจากเรื่องการชั่งน้ำหนักตัว เมื่อ ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ไม่สามารถทำน้ำหนักตัวได้ จึงทำให้ต้องจ่ายค่าชดเชย และให้ ‘เดนิส พูริช’ ตกลงขึ้นชกด้วยการแบกน้ำหนัก 6 ปอนด์ แต่สู้ได้สมศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตาม จากดรามาก่อนขึ้นชก แต่ภายหลังจากการชกไม่ดรามาอีกแล้ว เมื่อ ‘อัยด้า ลูกทรายกองดิน’ แฟนสาวของรถถัง ได้โพสต์ภาพคู่ของ ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ และ ‘เดนิส พูริช’ ที่สวมชุดฟุตบอลและไปร่วมเตะบอลด้วยกันอย่างเป็นกันเอง

โดย ‘อัยด้า ลูกทรายกองดิน’ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “บนเวทีมวยไม่พอพากันมาวิ่งสนามบอลอี๊กก”

นอกจากนี้ ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ และ ‘เดนิส พูริช’ ยังพากันไปเตะฟุตบอล VIP รายการหนึ่งอีกด้วย

ทั้งนี้ มีแฟนมวยเข้ามาชื่นชมนักชกทั้ง 2 ราย ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดุเดือด แต่เมื่อลงจากเวทีแล้วยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้

ทร. ส่งกำลังใจ รร.สตรีวัดระฆัง ทำพวงมาลัยเรือพระที่นั่ง

วันที่ 10 มิ.ย.67 เวลา 10.00 น. พลเรือโทวิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือตรีสมบัติ จูถนอม เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ พลเรือตรีสันติ ภาณุศุภวิมล ฝ่ายเสนาธิการฯ พลเรือตรีไพฑูรย์ ปัญญสิน ที่ปรึกษาฯ และนาวาเอกทรงชัย จิตหวัง เลขานุการฝ่ายฝึกซ้อมฯ ได้เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ในกิจกรรมการจัดทำพวงมาลัยคล้องคอเรือพระที่นั่ง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567

โดยมี ว่าที่ร้อยตรีเฉลิมรัฐ ติ่งอ่วม ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร ผู้แทนครูและนักเรียนให้การต้อนรับ และนำคณะเข้าตรวจเยี่ยม สร้างขวัญและกำลังใจให้กับ  คณะ ครู และนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ในกิจกรรมการจัดทำพวงมาลัยคล้องคอเรือพระที่นั่ง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นอย่างยิ่ง

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top