Sunday, 14 June 2026
NEWS FEED

'สตม.' จับ 'หนุ่มแดนกิมจิ' รองหัวหน้าแก๊งยาเสพติด หลบหนีหมายจับจากเกาหลี มากบดานพัทยา OVER STAY เกือบปี

ตม.จว.ชลบุรี ได้รับการประสานข้อมูลจาก ป.ป.ส. ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนต่างด้าวดังกล่าวคือนายจิน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (OVERSTAY) ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่านายจินจะเดินทางมายังร้านอาหารเกาหลีในพื้นที่ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้สะกดรอยติดตามจนนายจินปรากฏตัว จึงได้แสดงตัวจับกุมในข้อหา OVERSTAY จากการสอบถามนายจินเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นายจินให้การยอมรับว่าตนเป็นรองหัวหน้าแก๊งยาเสพติด ทำหน้าที่จัดหายาเสพติดในประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการให้ผู้หญิงซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามร่างกาย ซึ่งทำมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง ดังนี้ 

ครั้งที่ 1 วันที่ 31 พ.ค.67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาคีตามีน 500 กรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับ ยาเสพติดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา 
ครั้งที่ 2 วันที่ 10 มิ.ย.67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาคีตามีน 500 กรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับ ยาเสพติดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา
ครั้งที่ 3 วันที่ 17 ก.ค.67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาไอซ์ 1.1 กิโลกรัม ผู้ต้องหาให้การว่ารับ ยาเสพติดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา 
ครั้งที่ 4 วันที่ 19 ก.ค.67 ศุลกากรเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาไอซ์ 1.25 กิโลกรัม โดย

ให้การว่ารับ ยาเสพติดที่พื้นที่พัทยา และสมุทรปราการ ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การซัดทอดว่านายจินเป็นผู้บงการในการลักลอบขนยาเสพติด ซึ่ง ตม.จว.ชลบุรี จะได้ร่วมกับ ป.ป.ส. ในการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป สำหรับมูลค่าของยาเสพติดหากนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ได้จะมีมูลค่าสูงขึ้นมาก โดยยาไอซ์จะมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละประมาณ 13 ล้านบาท ส่วนคีตามีน กิโลกรัมละ 5,200,000 บาท

เหยื่อเหล้าปลอมตายเพิ่มอีก 1 วิกฤติน่าห่วงอีก 1 ตายสะสม 4 ราย ด้านกรมการแพทย์ ย้ำ!! ผู้ที่ดื่มอย่ากลัว รีบมาโรงพยาบาลทันที

(27 ส.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข การเฝ้าระวังผลกระทบจากสุราปลอม ที่มีการลักลอบผสมสารเมทานอล ซึ่งเป็นสารที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจาก เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสีทินเนอร์ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด ว่า ได้รับรายงานจาก ศูนย์ปฏิบัติการที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี สรุปข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (27 ส.ค.) มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 33 ราย ซึ่งพบจากการสืบค้นในกลุ่มที่ร่วมวงดื่มยาดองที่ผสมสารเมทานอล บางคน เพิ่งจะดื่มหลังจากที่ซื้อยาดองดังกล่าวกลับบ้านไปแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิต เพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 4 ราย 

สำหรับผู้ป่วยที่ยังอยู่ระหว่างการรักษา ต้องใส่ท่อช่วยหายใจจำนวน 15 ราย ต้องฟอกไต 22 ราย ส่วนผู้ที่มีอาการตาพร่ามัว อยู่ที่ 21 ราย ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ตาบอดถาวรเพิ่มเติมจากที่เคยรายงานไปแล้ว แต่มีอาการหนักที่น่าเป็นห่วงหรืออีก 1 ราย ทั้งนี้มีผู้ที่รักษาหายกลับบ้านได้แล้วจำนวน 8 ราย

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ แจ้งย้ำเตือน ผู้ที่ดื่มยาดองที่มีความเสี่ยงผสมเมทานอลหรือซื้อมาจากร้านบริเวณที่เกิดปัญหา ขอให้รีบมาโรงพยาบาลเนื่องจากเช้าวันนี้มีผู้ป่วยมาตรวจคัดกรองที่ รพ.นพรัตนฯ 2 ราย ด้วยอาการหอบเหนื่อย ซักประวัติได้ว่าดื่มมา 3 วัน เริ่มมีอาการ 6 โมงเช้า แต่ก่อนหน้านี้กังวล ไม่กล้ามา รพ.กลัวตำรวจจับ เพราะเข้าใจว่าซื้อสุราเถื่อนดื่ม จนช่วงบ่าย หายใจหอบเหนื่อยมากทนไม่ไหว ลูกชายพามา รพ. ดังนั้น ขอให้อย่ากลัวรีบมาทันที

เชียงใหม่-สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัด MU Month หนุนการท่องเที่ยวช่วงเดือนกันยายน

เมื่อวันที่ (26 ส.ค. 67) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเขียงใหม่ จัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว MU Month เดือน สิงหาคม กันยายน 2567 โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็น ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โดยนายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศิริโพธิ์ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตลอดเดือนกันยายน 2567 นักท่องเที่ยวที่ตามรอยความปัง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัด จังหวัดเชียงใหม่ ตามเส้นทางอาจารย์คฑาพามู ถ่ายรูป เช็คอินและแท็คเพจของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จะได้รับผ้ายันต์ผืนใหญ่ พระพุทธสิหิงค์ มิ่งเมือง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน เวลา 09.00 น. พิธีคเณศจตุรถี บ้านทิพย์มณี บ้านถวายสองฝั่งคลอง อำเภอหางดง วันเสาร์ที่ 7 กันยายน เวลา 07.00 น. ตักบาตรโชติกา ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (รับไหมฉัพพรรณรังสี เมตตาโดยครูบากฤษดา)เวลา 16.00 น. พิธีเปิดงานคเณศจาตุรถี ณ ลานประตูท่าแพ เวลา 18.00 น. คเณจตุรถี พิธีสักการะพระพิฆเนศ ณ วัดป่าแดด (รับผ้ายันต์มหาโชคมีชัย เมตตาโดยพระอาจารย์พยุงศักดิ์ จำนวน 1,000 ผืน)

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน เวลา 09.00 น. ครูบาอริยชาติเมตตารับผ้าป่าเพื่อสร้างวิหารวัดแสงแก้วโพธิญาณ ณ พุทธสถานเชียงใหม่(รับผ้ายันต์ซุปเปอร์โคตรรวย เมตตาโดยครูบาอริยชาติ จำนวน 1,000 ผืน) เวลา 19.00 น. คเณศจตุรถี ณ ศาลพระพิฆเนศอาเขตเชียงใหม่ วันจันทร์ที่ 9 กันยายน เวลา 09.09 น. พิธีสืบชะตาสะเดาห์นพเคราะห์ล้านนาโบราณ ได้รับเมตตาจากพระเถระวัดมงคล 9 วัดจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดทั้งพระเกจิอาจารย์ที่เมตตานั่งปรก  ณ วัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม อธิฐานจิต ผ้ายันต์ซุปเปอร์โคตรรวย เมตตาโดยครูบาอริยชาติ, ผ้ายันต์มหาโชคมีชัย เมตตาโดยพระอาจารย์พยุงศักดิ์ วัดป่าแดด, ผ้ายันต์เปิดโชครับทรัพย์ เมตตาโดยพระอาจารย์พัน ม่อนกุเวร, ผ้ายันต์พระพุทธสิงห์ มิ่งเมือง ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เวลา 11.00 น. ถวายเพลพระเกจิอาจารย์ และพระสงฆ์ ณ วัดป่าดาราภิรมย์

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน เวลา 07.00 น. ตักบาตรโชติกา วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (รับไหมฉัพพรรณรังสี เมตตาโดยครูบากฤษดา) เวลา 09.00 น. มหกรรมการประกวดการอนุลักษณ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญพระคณาจารย์ เครื่องรางยอดนิยม ทั่วประเทศ ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน เวลา 09.00 น. พิธีเปิดงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ้นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่แอร์พอร์ต

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน เวลา 07.00 น. ตักบาตรโชติกา ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (รับไหมฉัพพรรณรังสี เมตตาโดยครูบากฤษดา) เวลา 17.00 น. บวงสรวงหนุนดวงมหาธาตุทั้ง 4 ขอพรท้าว เวศสุวรรณ เปิดโชครับทรัพย์ เสริมบารมี สักการะปู่ภุชงค์นาคราช ณ ม่อนกุเวร (รับผ้ายันต์เปิดโชครับทรัพย์) วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน ม่อนกุเวร นักท่องเที่ยวที่ไปสักการะ ลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียน

รับผ้ายันต์เปิดโชครับทรัพย์ ครอบครัวละ 1 ผืน (มีจำนวนจำกัด) วันเสาร์ที่ 28 กันยายน เวลา 07.00 น. ตักบาตรโชติกา ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (รับไหมฉัพพรรณรังสี เมตตาโดยครูบากฤษดา) เวลา 08.30 น. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัด ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยอาจารย์คฑา ชินบัญชร หมายเหตุ นอกจากนี้ยังมีพิธีวางศิลาฤกษ์พระแท่นวัชรอาสน์จำลอง วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง (รอกำหนดวัน)

ด้านนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว MU Month เดือนกันยายน 2567ของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนและมาเลเซีย ที่ชอบและศรัทธาสายมูให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่

โดยกิจกรรม MU Month เป็นการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธา มีกิจกรรมในทุกสัปดาห์ ตลอดเดือนกันยายน 2567 ในหลายกิจกรรม หรืองานพิธีที่จะเกิดขึ้น ได้รับเมตตาจากพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน ที่เมตตาในพิธี และเมตตาเขียนผ้ายันต์มงคลต่างๆ จาก ครูบาอริยชาติ, พระอาจารย์พยุงศักดิ์ วัดป่าแดด, พระอาจารย์พัน ม่อนกุเวร และผ้ายันต์พุทธสิหิงค์มิ่งเมือง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เชื่อมั่นว่าการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสายมู ตลอดเดือนกันยายน หรือ MU Month นั้น จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้นจำนวนหลายพันคน และขอให้โครงการการจัดกิจกรรมสาย MU ในเดือนกันยายน ของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง

นภาพร/เชียงใหม่

กองทัพเรือ โดย ศบภ.ทรภ.1 พร้อมช่วยเหลือ ปชช. ประสบอุทกภัย

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 (ศบภ.ทรภ.1) ตรวจความพร้อมด้านการบรรเทาสาธารณภัย ของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศบภ.ทรภ.1 ให้พร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

วันที่ (26 ส.ค.67) เวลา 16.00 น. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 โดย พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 (ศบภ.ทรภ.1) ตรวจความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ ด้านการบรรเทาสาธารณภัย ของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ต่างๆ ของกองทัพเรือ มีความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างทันท่วงที
โดยมี หน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ ในพื้นที่ รับผิดชอบของ ศบภ.ทรภ.1 เข้าร่วมตรวจสอบความพร้อม 6 หน่วย ประกอบด้วย

- ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1
- กองเรือยุทธการ
- หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- ฐานทัพเรือสัตหีบ
- หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
- กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

#ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่1
#FitForTheFuture
#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง 

'อลงกรณ์' ชี้ข่าวขับ 'ชวน' ไม่จริง ยืนยัน 'ปชป.' ไม่มีวัฒนธรรมขับสมาชิกที่เห็นต่าง

ตามที่นายชวน หลีกภัยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีไม่เห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และอาจจะถูกขับออกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้ว่า ข่าวพรรคประชาธิปัตย์จะขับนายชวน หลีกภัยเพราะไม่เห็นด้วยที่จะไปร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถือเป็นเฟคนิวส์ไม่มีมูลความจริง พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีวัฒนธรรมขับสมาชิกที่เห็นต่าง 

ตนอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มากว่า30ปียังไม่เคยเห็นพรรคขับสมาชิกกรณีมีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน

“ท่านชวนเป็นถึงอดีตหัวหน้าพรรคและเป็นสมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของพรรคเช่นเดียวกับท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านเอนก ทับสุวรรณ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ฯลฯ.ทุกท่านยังทำงานให้พรรคและสมาชิกทุกคนให้ความความเคารพทุกท่านตลอดมา อาจมีความคิดต่างกันบ้างในบางเรื่องบางนโยบายรวมทั้งมติการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมก็เคยมีมาหลายครั้งถือเป็นเรื่องปกติภายในพรรคประชาธิปัตย์แต่เมื่อพรรคมีมติอย่างใดทุกคนก็เคารพและไม่เคยมีการลงโทษหรือขับไล่สมาชิกที่เห็นต่างจากพรรค“

สนง.เลขาธิการวุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “การให้ความรู้และคำแนะนำในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและสนับสนุนข้อมูลสำคัญแก่สมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ (26 ส.ค. 67) เวลา 09.15 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “การให้ความรู้และคำแนะนำในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา” โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง สมาชิกวุฒิสภา นางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมรับฟัง

สำหรับการสัมมนา “การให้ความรู้และคำแนะนำในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา” ในครั้งนี้ มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา โดย นางศิรินุช ศิริสธนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและคณะวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมีการเปิดเวทีอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย

ผบ.ตร. ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เน้นย้ำนโยบายรัฐบาล กำชับดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 67) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ได้เดินทางไปที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

จากนั้น ผบ.ตร. และคณะ ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับมาตรการในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ตามมาตรการ ภูเก็ตโมเดล (PHUKET MODEL) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. การจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวใน 3 ด้าน - ได้แก่ ความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก, การปราบปรามชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย และการควบคุมกิจกรรมเสี่ยงของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการป้องกันและบริหารจัดการเหตุการณ์ในพื้นที่

2. การแก้ไขปัญหาจราจร - ออกข้อบังคับห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ (3 เพลาขึ้นไป) วิ่งในช่วงเวลาห้าม (เช้าและบ่าย) เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

3. การบังคับใช้กฎหมาย - ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ โดยมีการจับกุมคดีอาญามากกว่า 2,800 คดี และคดีจราจรกว่า 15,000 คดี พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมาย

ผบ.ตร. ได้ชมเชยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ภูเก็ต ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี และเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้เข้าประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังได้สั่งการให้ ผบช.ภ.8 จัดหาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของด่านตรวจท่าฉัตรไชย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ จ.ภูเก็ต ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และได้มอบเงินบำรุงขวัญให้ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย เพื่อใช้ในการดูแลสวัสดิการของข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป

สมุทรปราการ-โรงพยาบาลเปาโล เดินหน้าเปิดตัว “คลินิกเวชกรรมเปาโล” 3 สาขา พร้อมรองรับการให้บริการประชาชน

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 67) โรงพยาบาลเปาโล ประกาศเปิดตัว “คลินิกเวชกรรมเปาโล” 3 สาขาใหม่ ได้แก่ สาขาซอยมังกร, สาขาตลาดทิพย์นิมิตร และสาขาประชาอุทิศ เพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ชานเมืองสมุทรปราการและบริเวณใกล้เคียง โดยเน้นความสะดวก รวดเร็ว และมาตรฐานการรักษาภายใต้คุณภาพของโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ และโรงพยาบาลเปาโล พระประแดง

คลินิกเวชกรรมเปาโลทั้งสามแห่งตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง พร้อมให้บริการทางการแพทย์ที่หลากหลาย อาทิ การตรวจรักษาโรคทั่วไป, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ, การฉีดวัคซีน, และการออกใบรับรองแพทย์ต่าง ๆ เช่น ใบรับรองแพทย์สำหรับการทำงาน (Work Permit) หรือการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีบริการดูแลรักษาผู้ป่วยเบื้องต้นจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน โดยมีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและพยาบาลวิชาชีพที่พร้อมให้บริการด้วยใจและความใส่ใจต่อสุขภาพของผู้รับบริการทุกคน ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ใกล้บ้าน ใกล้คุณ” เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน รวมถึงชาวมุสลิมในพื้นที่พระประแดง ที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้จากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

การเปิดคลินิกเวชกรรมเปาโลทั้งสามสาขานี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเปาโล ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น สร้างความอุ่นใจที่มีแพทย์ผู้ชำนาญการและพยาบาลวิชาชีพประจำการ ณ คลินิกเวชกรรมเปาโล โดยคลินิกเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น.

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘มท.1’ สั่งฟัน!! ปลัดอำเภอกร่าง 'พกปืน-ทำร้ายเด็กเสิร์ฟ' ลั่น!! 'คนมหาดไทย' ต้องดูแล ไม่ใช่รังแกประชาชน

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 67) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ กรณีปลัดอำเภอพกปืน ล็อกคอและทำร้ายร่างกายพนักงานร้านอาหาร จนได้รับบาดเจ็บในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ทางกระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เร่งสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบเป็นการกระทำผิดให้ลงโทษให้ถึงที่สุด ทั้งโทษทางวินัยและเร่งติดตามคดีทางอาญาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย

"เนื่องจากในเรื่องนี้ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอนุทิน จึงให้ทางท่านผู้ว่าฯ สระแก้วเร่งดำเนินการสอบสวนและนำข้อเท็จมาเปิดเผยต่อสังคม ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากพบว่าทำผิดก็ให้ลงโทษทั้งทางวินัยและให้ดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งนายอนุทินได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอดว่า คนมหาดไทยมีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ใช่รังแกประชาชน หากมีการใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองไปรังแกประชาชนก็ต้องถูกลงโทษให้ถึงที่สุด" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

เลขานุการ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ล่าสุด จังหวัดสระแก้วได้รายงานในเบื้องต้นมายังกรมการปกครอง ว่า บุคคลผู้ก่อเหตุมีตำแหน่งปลัดอำเภอวัฒนานคร ช่วยราชการที่ทำการปกครองจังหวัดสระแก้ว เหตุเกิด โดยได้ก่อเหตุเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันศุกร์ที่ 23 ส.ค.67 ที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว 

สำหรับการดำเนินการ จังหวัดสระแก้วได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้ก่อเหตุ และระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงนายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้มีคำสั่งจังหวัดสระแก้ว ที่ 2388/2567 ย้ายผู้ก่อเหตุออกนอกพื้นที่ไปปฏิบัติราชการ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.67 เป็นต้นไป ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว ทางจังหวัดจะเร่งติดตามผลคดีต่อไป

'ดร.อานนท์' เผย!! ในหลวงไม่ได้จะทรงลงทุนทำบ่อนที่สนามม้านางเลิ้ง ชี้!! และราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ก็ไม่ใช่ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

(27 ส.ค. 67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์’ ในหัวข้อ ‘ในหลวงไม่ได้จะทรงลงทุนทำบ่อนที่สนามม้านางเลิ้ง!!!!’ ระบุว่า…

ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

มีข่าวออกมาวันนี้ว่าราชตฤณมัยสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ จะลงทุนสองแสนล้านบาท เพื่อสร้าง Entertainment Complex ตามนโยบายของรัฐบาลนางสาวอุ๊งอิ๊ง ที่นายกรัฐมนตรีตัวจริงคือทักษิณ ชินวัตร ไปแสดงวิสัยทัศน์จัด Dinner talk โดยช่องเนชั่น ที่สยามพารากอนไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี Casino ขนาดใหญ่อยู่ด้วย โดยใช้ชื่อว่า The Royal Siam Haven เช่นที่นำเสนอข่าวทาง PPTV https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/231285 

นอกจากนี้ฐานเศรษฐกิจยังเสนอข่าว “ด่วน "ราชตฤณมัยสมาคมฯ ประกาศลุย Entertainment Complex 2 แสนล้าน”  นี้โดยติด hash tag #สนามม้านางเลิ้ง https://www.thansettakij.com/business/605092  และเสนอข่าวอีกครั้งโดยทำคลิปวีดีโอ https://www.facebook.com/thansettakij/videos/365102596672218 
ที่มีรูปแบบผังการก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติและพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 ในบริเวณสนามม้านางเลิ้งเดิมเป็นหน้าปกคลิปวีดีโอ 

การนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่เข้าใจไปว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงลงทุนทำกิจการบ่อนคาสิโนขนาดยักษ์ใหญ่ที่เรียกว่า Entertainment Complex เพราะมีคำว่า Royal นำหน้าชื่อโครงการ The Royal Siam Haven
ทั้งยังจะลงทุนโดยราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำให้คนเข้าใจผิดคำว่า ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงทุนทำบ่อน 

นอกจากนี้การติด hash tag ว่า #สนามม้านางเลิ้ง อีกทั้งนำเสนอภาพปกวิดีโอคลิปเป็นผังการก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติและพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บริเวณสนามม้านางเลิ้งเก่า ยิ่งทำให้คนเข้าใจผิดว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกคืนที่ดินแปลงงามเพื่อมาทรงสร้างบ่อน ลงทุนทำบ่อนเสียเอง อันเป็นประเด็นที่ไม่สมควรและเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเป็นอย่างยิ่ง 

ข้อเท็จจริงที่อยากจะชี้แจงสังคมไทยให้ทราบมีดังนี้

ประการแรก เดิมนั้นประเทศไทย มีเพียงสนามม้าฝรั่งที่ถนนอังรีดูนังต์ในปัจจุบันหรือที่เรียกว่า Royal Bangkok Sport Club อยู่ริมคลองอรชร ด้านหลังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และให้แต่ฝรั่งที่แต่งชุดสากลเข้าชมการแข่งม้าได้ การมีสนามแข่งม้าที่คนไทยดูแลกิจการ และเข้าชมกีฬาได้ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับพระนคร 

ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยการรวมตัวของกลุ่มขุนนางและข้าราชการไทย เพื่อสนับสนุนกีฬาขี่ม้า การแข่งม้า การพัฒนาพันธุ์ม้า ให้ดีขึ้น และเพื่อให้คนไทยเจ้าของประเทศไม่ด้อยไปกว่าฝรั่งที่มาอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย

ประการสอง ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมหรือนิติบุคคล จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพราะเป็นการส่งเสริมกีฬาแข่งม้าและการเพาะพันธ์ุม้า อันเป็นประโยชน์ในทางราชการ โดยเฉพาะในราชการมหาดไทยฝ่ายปกครอง ที่ต้องไปตรวจราชการ และในทางการทหาร 

ทั้งนี้ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย จดทะเบียนที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และมีข้อบังคับสมาคมประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา 

ประการที่สาม มีมูลนิธิหรือสมาคมที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์นั้นมีอยู่มากมาย เช่น พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น ซึ่งต้องนำรายละเอียดขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา หากทรงเห็นว่าเป็นกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็จะทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

ในทำนองเดียวกันกับกิจการธุรกิจของเอกชน หากทรงพิจารณามีพระบรมราชวินิจฉัยว่าเป็นกิจการที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งห้าง หรือตราครุฑ ติดที่หน้าสำนักงานของกิจการได้ โดยมีคำว่า โดยได้รับพระบรมราชานุญาต

ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็เป็นหนึ่งในมูลนิธิหรือสนาคมที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่มิได้หมายความว่าทรงเข้าไปเกี่ยวข้องในการตัดสินใจหรือในการบริหารแต่ประการใด กิจการของนิติบุคคลเหล่านี้ มิได้ทรงเข้าไปทรงถือหุ้น แม้แต่น้อย  

ประการที่สี่ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ไม่ใช่ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไม่เคยคิดลงทุนประกอบกิจการบ่อนการพนันโดยเด็ดขาด 

สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มิได้ถือหุ้นหรือลงทุนในราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด ดังนั้นราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย จึงมิใช่ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงไม่ได้กำกับดูแลบริหารราชตฤณมัยสมาคมแต่อย่างใด 

ประการที่ห้า ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เคยเช่าที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แปลงใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณที่เราเรียกกันว่าสนามม้านางเลิ้งมายาวนาน โปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เรียกที่ดินให้เช่าดังกล่าวคืน เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริและพระราชประสงค์จะสร้างสวนสาธารณะเพื่อประชาชนชาวไทยขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งยังทรงสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณที่เราเรียกกันโดยลำลองว่าลาน 901 ในปัจจุบัน 

ประการที่หก ที่ดินบริเวณสนามม้านางเลิ้งเก่า ที่ทรงให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เรียกคืนจากราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มาเพื่อสร้างสวนสาธารณะนั้น มีผู้ไม่หวังดี คือ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้กล่าวหาสร้าง Fake news ว่าจะทรงสร้างวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์ เป็นวังขนาดใหญ่มาก ซึ่งหาได้เป็นความจริงไม่ โปรดอ่านบทความ พระราชขันติต่อข่าวลือวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์ https://mgronline.com/daily/detail/9660000050086 

ต่อมามีการดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 แล้วนั้น ทำให้ข่าวลือสยบลงไปได้อย่างงดงามด้วยพระราชขันติที่ทรงนิ่งเฉย ไม่ทรงตอบโต้ แต่ทรงงานจนสำเร็จเป็นรูปธรรมเสียก่อน 

ประการที่เจ็ด สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่อย่างใดเลยในปัจจุบัน ไม่มีคณะกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์คนใดเข้าไปเป็นกรรมการของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ก็มิได้ให้ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยเช่าที่ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วแต่อย่างใด 

ประการที่แปด ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้มีพระราชประสงค์จะลงทุนในกิจการบ่อนการพนันโดยเด็ดขาด เพราะเป็นกิจการที่อาจจะมอมเมาประชาชน และทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหาย เกิดปัญหาสังคมได้ หากไม่มีการควบคุมดูแลที่ถูกต้อง อีกทั้งพระบรมราชบุรพการี คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช ก็ทรงให้ยกเลิกบ่อนการพนันในประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยประมาณมากกว่ากึ่งหนึ่งมาจากอากรบ่อนเบี้ย แต่ทรงเห็นว่าการพนัน เป็นเหตุแห่งความเดือดร้อนของประชาชนและก่อให้เกิดปัญหาสังคมไทย

ประการที่เก้า ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมที่ไม่ได้ดำเนินกิจการมาสักพักใหญ่ นับตั้งแต่คืนที่ดินสนามม้านางเลิ้งให้กับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ใช่หรือไม่? ตาม มาตรา 101  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากสมาคมมิได้ดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้มาเป็นเวลาหนึ่ง นายทะเบียนคืออธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยสามารถถอนชื่อออกจากทะเบียน ตามข้อ 6.3 เมื่อสมาคมหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป หรือตามข้อ 6.2 เมื่อปรากฏว่า การดำเนินกิจการของสมาคมขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ  

ดังนั้นมีโอกาสค่อนข้างสูงใช่หรือไม่ที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์อาจจะถูกถอนทะเบียนสมาคม โดยกระทรวงมหาดไทย ก่อนจะได้ลงทุนกิจการบ่อนคาสิโนและ Entertainment Complex ขนาดใหญ่ในประเทศไทย 

ขอสยบข่าวลือและการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเข้าใจผิดว่าในหลวงจะทรงลงทุนทำบ่อนที่สนามม้านางเลิ้ง!!!! ด้วยความจริงดังนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top