Sunday, 14 June 2026
NEWS FEED

สตูล รื้อถอนโพงพาง เครื่องมือประมงผิดกฎหมายในทะเลพื้นที่ อ.ละงู และ อ.ทุ่งหว้า 250 ปากทามกลางสายฝน

เมื่อวันที่ (27 ส.ค. 67) ที่ผ่านมา ในพื้นที่ทะเลในเขตตำบลทุ่งบุหลัง อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ที่เป็นรอยต่อทางทะเลไปยังอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พบการบุกรุกปักเสาไม้ป่าโกงกางขนาดใหญ่ ที่ใช่ทำเครื่องมือผิดกฎหมาย โพงพาง  ปักขวางทางเดินล่องน้ำในทะเลเป็นจำนวนมาก เต็มในทะเลสตูล มีถึง 500 กว่าปาก และในวันนี้ กำลังทางเรือ, เรือ ศรชล.4006, เรือ ศรชล.2906 , เรือตรวจการประมงทะเล 214, เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 202, เรือ RIB ของ นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะ และ เรือยางของศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่ รวมทั้งกำลังพลจาก ศรชล.จว.สตูล, ศคท.จว.สตูล ชปพ.นก.พตต.ศรชล.ภาค 3 ,หน่วยปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452,หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะหลีเป๊ะ (สตูล) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่ กองตรวจการประมง กรมประมง ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดสตูล , สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล, ตำรวจน้ำสตูล และฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งหว้า

หลังได้รับมอบหมายจาก นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้อำนวยการ ศรชล.จว.สตูล/ผวจ.สตูล มอบหมายให้ น.อ.แสนย์ไท  บัวเนียม ร.น. รองผู้อำนวยการ ศรชล.จว.สตูล/ผบ.นก.พตต.ศรชล.ภาค ๓ เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ประเภท “โพงพาง” พื้นที่ อ.ละงู และ อ.ทุ่งหว้า จว.สตูล  พร้อมด้วย น.อ.รัฐพล แก้วกระจาย ร.น. หัวหน้า ศคท.จว.สตูล ณ สถานีเรือละงู ต.แหลมสน อ.ละงู จว.สตูล ซึ่งได้นำกำลังออกปฏิบัติการและสามารถรื้อถอนโพงพางได้ จำนวน 250 ปาก การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทามกลางที่ฝนตกหนัก  แต่ทำการรื้อถอนโดยไม่มีกลุ่มชาวประมงออกมาขวางกันแต่อย่างใด

ด้านนายจรัญ หลีหมัน ประมงอำเภอทุ่งหว้า กล่าวว่า การออกปฏิบัติการ รื้อถอนโพงพางในครั้งนี้ ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน พบว่าการแอบทำโพงพางมีผลเสี่ยงต่อระบบนิเวศใต้น้ำ สัตว์น้ำสูญพันธ์ได้ และวันนี้หากรู้ว่าคนที่ลักลอบทำผิด แน่นอนต้องโดนโทษทางแกฎหมายเป็นเงินตั้งแต่ 1 แสนบาท จนถึง 5 แสนบาท ปรับจำนวน 5 เท่าของสัตว์น้ำที่จับได้

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

'ราชตฤณมัยฯ' แจงปมโครงการ Entertainment Complex อยู่ระหว่างหาสถานที่ก่อสร้าง ไม่ใช่พื้นที่ 'สนามม้านางเลิ้ง' เดิม

(28 ส.ค. 67) คมชัดลึก ออนไลน์ เผยบทสัมภาษณ์ชี้แจงจากผู้บริหาร 'ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์' ภายหลังมีกระแสดรามาเปิดตัวโครงการ Entertainment Complex มูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อสร้างสถานที่สันทนาการแบบครบวงจร World Class ระดับเอเชีย ภายใต้ชื่อ 'The Royal Siam Haven' คาดพร้อมเปิดให้บริการ ปี 2575 ด้วยแนวคิดทันสมัยเข้ากับธุรกิจบันเทิงและการท่องเที่ยวเพื่อเชิญชวนให้ชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวเสริมสร้างเศรษฐกิจและเม็ดเงินหมุนเวียน โดยมีแนวคิดที่สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน

แต่หลังจากประกาศเปิดตัวโครงการไปนั้น มีประชาชนบางส่วนอาจจะยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องสถานที่ก่อสร้างโครงการ Entertainment Complex 'The Royal Siam Haven' โดย ดร.อริย์ธัช รัตนศุทธพบูลย์ รองประธานกรรมการอำนวยการและนายกสนามราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานโครงการดังกล่าว ได้ออกมาเปิดเผยว่า...

"ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยจะไปสร้าง Entertainment Complex ในพื้นที่ของสนามม้านางเลิ้งนั้นไม่ใช่อย่างแน่นอน เราจะไปสร้างในพื้นที่อื่น เนื่องจากว่าพื้นที่สนามม้านางเลิ้ง ปรับโฉมเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของคนกรุงเทพมหานครในนาม อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร"

สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการ 'Entertainment Complex' เนื่องมาจากในปัจจุบันการเลี้ยงม้าในไทยซบเซามาก ขณะนี้ไม่มีการขยายสายพันธุ์ม้าเพิ่ม ไม่มีกิจกรรมเกี่ยวกับม้าเหมือนเมื่อก่อน ประกอบกับราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า 'สนามม้านางเลิ้ง' ปิดตัวลง จึงทำให้คนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงม้าอยู่ยาก ทางสมาคมเองเล็งเห็นว่าควรที่จะสืบสานเรื่องของม้าแข่ง เลยเริ่มหาที่จะสร้างสถานที่แข่งขันม้า เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ ร.6 ด้วย

ที่สำคัญ โครงการ 'The Royal Siam Haven' ในขณะนี้ยังหาพื้นที่เหมาะสมกับการจัดสร้างโครงการเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนประสานงาน คาดว่าจะใช้พื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ หากตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็จะเป็นปอดของกรุงเทพฯ ด้วย เพราะโครงการจะใช้พลังงานสะอาด ไม่สร้างมลพิษ ที่สำคัญจะมีแท่งฟอกอากาศที่สามารถฟอกอากาศ เป็นแหล่งพื้นที่สีเขียวอีกที่หนึ่งในประเทศที่น่าไปใช้บริการ 

โดยทาง คุณปฐวี สุรินทร์ กรรมการบริหารสมาคม ราชตฤณมัยฯ ได้เผยเพิ่มเติมว่า มูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท จะมีชื่อ บริษัท Royal Sport Complex จำกัด 'RSC' เข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมกับราชตฤณมัยสมาคมฯ นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรที่เข้าร่วม 3-4 ราย รวมถึงทางเกาหลีใต้ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญา MOU เป็นที่เรียบร้อยในวันแถลงข่าว 24 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา และจะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติมในอีก 90 วันข้างหน้า 

ส่วนระยเวลาดำเนินการก่อสร้างทั้งหมดของโครงการ จะมี 2 เฟส ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 7 ปี โดยตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ ช่วงปลายปี 2568 เพราะในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการการขอใบอนุญาตต่างๆ พร้อมพัฒนาเป็นเวิลด์คลาสครบวงจร

อย่างเฟสแรกมีทั้งสนามม้าแห่งใหม่รองรับการแข่งขันระดับสากล และโรงพยาบาลม้า คาดว่าจะเสร็จ ประมาณปี 2570-2571 ส่วนเฟสสอง โรงแรมระดับ 6 ดาว, สนามกอล์ฟ, ยอร์ชคลับ, ภัตตาคารหรู, โรงละคร, โรงพยาบาล, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ศูนย์การเรียนรู้, กิจกรรมกีฬาและบันเทิงต่าง ๆ 

ส่วนเรื่องของกาสิโน นั้นทาง คุณปฐวี เผยว่า "ในขณะนี้ทางเรามีใบอนุญาตเต็มรูปแบบในการทำสนามม้า, แข่งขันม้า, พัฒนาม้าแข่งในระดับสากล โดยประจุดประสงค์เพื่อสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ แต่หากว่าในภายภาคหน้ามี พ.ร.บ.ใบอนุญาตชัดเจน ทางเราก็เข้าร่วม"

ปัจจุบัน ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงสภาพบอร์ด และความเป็นองค์กรไว้ แม้จะไม่มีสถานที่ตั้งดำเนินงานก็ตาม โดยขอบเขตของราชตฤณามัยสมาคม ดำเนินการเฉพาะเรื่องการจัดการแข่งขันม้า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านอื่น ๆ ซึ่งคาดว่า อยู่ในช่วงการเคลื่อนไหวระดมทุนจากกลุ่มนักธุรกิจใหญ่ในไทยที่สนใจกิจการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หาก ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ผ่านกระบวนการเห็นชอบ ซึ่งจะต้องมีการขอใบอนุญาตในส่วนอื่น ๆ ต่อไป

'ศาลฯ' สั่งห้ามผู้ปกครองนำ 'น้องไนซ์' ออกสอนเชื่อมจิตทุกช่องทาง พร้อมให้นำตัวไปพบแพทย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น ภายใน 15 วัน

(28 ส.ค. 67) ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สุราษฎร์ธานี คณะผู้พิพากษา ออกบัลลังก์ อ่านคำสั่งในคดี คส.2/2567 คดีที่ พมจ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ร้องให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพ น้องไนซ์ ห้ามไม่ให้ น.ส.นัฐพร (ขอสงวนนามสกุล) แม่น้องไนซ์ กับพวกรวม 2 คน โดยขอให้ศาลมีคำสั่ง 

1.ห้ามนำกิจกรรมไลฟ์สดอันเกี่ยวกับการเชื่อมจิต

2.ห้ามเผยแพร่คำสอนทางพุทธศาสนาอันเป็นการบิดเบือน หรือผิดเพี้ยนจากหลักทางพระพุทธศาสนา และไม่ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎก

3.ห้ามใช้สื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กในการดำเนินกิจกรรม (เชื่อมจิต) ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย รวมถึงภาพเคลื่อนไหว หรือสื่ออื่น ที่เป็นการยืนยันถึงตัวเด็ก 

4.ห้ามจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมจิต 

5.ออกคำสั่งกำหนดมาตรการ หรือวิธีการเพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามที่ศาลเห็นสมควร

ซึ่งศาลได้มีคำสั่งตามคำร้องของ พม. ให้นำเด็กไปตรวจสุขภาพที่สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ภาคใต้ ภายใน 15 วันหลังจากคำสั่งศาลและให้ตรวจ 2 ครั้งภายใน 6 เดือนและให้แพทย์รายงานต่อศาลทราบด้วย 

ห้ามนำเด็กทำกิจกรรมไลฟ์สดเกี่ยวกับการเชื่อมจิต เผยแพร่คำสอนทางพุทธศาสนาอันเป็นการบิดเบือนหรือผิดเพี้ยนจากหลักทางพระพุทธศาสนาและไม่ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎก,

ห้ามใช้สื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กในการดำเนินกิจกรรมเชื่อมจิตไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายรวมถึงภาพเคลื่อนไหวหรือสื่ออื่นที่เป็นการยืนยันถึงตัวเด็ก และ ออกคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อเป็นการคุ้มครองกับ พม.

เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่อำนาจอยู่แล้วเนื่องจากได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีโดยไม่ต้องรอให้ศาลสั่งในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุก

ด้าน น.ส.ชลลดา ชนะศรีรัตนกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในรายละเอียดคำสั่งศาล เราไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

น.ส.ชลลดา กล่าวต่อว่า ซึ่งหลังจากนี้ พมจ.จะได้ร่วมกับผู้ปกครองในการปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยเฉพาะการวางแผนการเลี้ยงดูในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านสังคม การศึกษา และการนำเด็กไปทำกิจกรรม ซึ่งศาลได้กำชับผู้ปกครองให้ดำเนินการตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิดตามกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเส้นทางโครงการ ททท.ทัวร์อารยสถาปัตย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล กรุงเทพฯ - พัทยา ที่ 'สวนนงนุชพัทยา'

ที่ห้องประชุมเฟื่องฟ้า สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นาย เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเส้นทางโครงการ “ททท.ทัวร์อารยสถาปัตย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล กรุงเทพฯ - พัทยา” พร้อมด้วย แขกผู้มีเกรียติ อาทิ นาย อำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, ,นาย  สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.),นาย ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิฯ และเครือข่ายมนุษย์ล้อทูตอารยสถาปัตย์ เข้าร่วมประชุม โดยมี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  ให้การต้อนรับ

สำหรับโครงการ “ททท.ทัวร์อารยสถาปัตย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล กรุงเทพฯ - พัทยา" ที่ทางมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครือข่ายมนุษย์ล้อทูตอารยสถาปัตย์ กำหนดจัดขึ้น ณ เมืองพัทยา และสวนนงนุชพัทยา ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ เพื่อต่อยอด ขยายผล และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง เท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมพิธีประกาศปฏิญญา Pattaya for all 

จากนั้นรัฐมนตรีท่องที่ยวและกีฬาและคณะ ได้เยี่ยมชมความพร้อมของสวนนงนุชพัทยาในเรื่องอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ซึ่งประกอบไปด้วยห้องน้ำ,ทางลาด,ลิฟต์,สระวายน้ำ,ป้ายบอกทาง,รถชมวิวรวมถึงที่พักสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ต่อจากนั้นได้ชมสวนสวยมากกว่า 60 สวนและศูนย์เรียนรู้ของทางสวนนงนุชพัทยา และอีกสิ่งหนึ่งที่สวนนงนุชพัทยาได้ทำมาอย่างต่อเนื่องคือมอบโอกาสให้ผู้สูงอายุ (อายุตั้งแต่60ปีขึ้นไป) เข้าฟรีทุกวันศุกร์ ผู้พิการและผู้ติดตามเข้าฟรีทุกวัน

เชียงใหม่-ม.แม่โจ้ MOU ร่วมกับบริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัดพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน

(28 ส.ค.67) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยวิทยาลัยพลังงานทดแทน จัดพิธีบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ กับ บริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนสำหรับสถาบันอุดมศึกษา โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นางวัชราภรณ์ ลิน กรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัด  เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย ร่วมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง คณบดีวิทยาลัยพลังงนทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ดร.บัณฑิต จำรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัด ลงนามร่วมเป็นพยาน ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำหรับสถาบันอุดมศึกษา ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยวิทยาลัยพลังงานทดแทน ร่วมกับ บริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือในการเสริมสร้างความรู้ด้านพลังงานอย่างบูรณาการ สร้างความตระหนักของการใช้พลังงานและพลังงานทดแทนอย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยที่สนับสนุนความก้าวหน้าของทั้งสองหน่วยงาน

นางวัชราภรณ์ ลิน กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไฮไลฟ์/ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ บริษัท ไฮไลฟ์ ไอบีซี จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์และวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์ ซึ่งดําเนินธุรกิจหลากหลายที่มีบทบาทสําคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการสินทรัพย์ และอุตสาหกรรมการผลิต เรามองเห็นถึงความสําคัญของการใช้ พลังงานทดแทนในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและสังคมในอนาคต

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ จํากัด ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตของกลุ่มบริษัทฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตผักและผลไม้ทั้งตัดแต่งสดและแปรรูป ภายใต้แบรนด์ ฟินโก้และฟันโก้ เพื่อการส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ โรงงานนี้ตั้งอยู่ที่อําเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ทั้งหมด กว่า 35 ไร่ ซึ่งได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากทาง BOI มูลค่ารวมกว่า 422 ล้านบาท โรงงานดังกล่าวมี เป้าหมายเป็นต้นแบบของ smart factory ที่ใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต เราได้ทําบันทึกข้อตกลงร่วมกับบริษัท ซิโน พาวเวอร์ จํากัด ในการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ให้กับโรงงาน โดยใน ความร่วมมือนี้ได้เชิญคณาจารย์จากวิทยาลัยพลังงานทดแทนมาให้บริการทางวิชาการในเรื่องพลังงานทดแทน ซึ่ง ได้จัดให้มีการบรรยายในหัวข้อ "การใช้พลังงานทดแทนเพื่อพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และผลผลิตเกษตร" ให้แก่พาร์ทเนอร์ของกลุ่มบริษัท สื่อมวลชน และนักศึกษา เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้และ ความเข้าใจให้เกิดประโยชน์ในอนาคต

และหากการก่อสร้างโรงงานเสร็จสิ้นตามแผนในปลายปีนี้ เราจะจัดให้มีการเยี่ยมชมโรงงานเพื่อเป็นต้นแบบให้กับ นักศึกษาและผู้ที่สนใจในเรื่องการจัดการ smart factory ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในอนาคตในฐานะผู้นําภาคเอกชนของจังหวัดเชียงใหม่ มีความภูมิใจที่กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์จะเป็นตัวแทนโรงงานชั้นนํา
 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.นิกราน หอมดวง คณบดีวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของพลังงานตลอดจนทรัพยากรพลังงาน ซึ่งเป็น ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านพลังงานอย่างบูรณาการ การสร้างความตระหนักของการใช้พลังงานและพลังงานทดแทน อย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยที่สนับสนุนความก้าวหน้าของทั้งสองหน่วยงาน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนของประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

'ชาวลาว' เรียกร้องความเป็นธรรมให้ 'หนุ่มไทย' หลังถูกวัยรุ่นอายุ 17 ขับรถเฟอร์รารี่ชนดับ

(28 ส.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Joseph Akaravong' ได้ออกมาโพสต์เรื่องร้องเรียน หลังมีหนุ่มชาวไทยที่ไปอาศัยอยู่ที่สปป.ลาว ถูกหนุ่มวัย 17 ปี ขับรถหรูชนจนเสียชีวิต ทำให้ชาวสปป.ลาว ไม่พอใจเป็นอย่างมากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้หนุ่มไทยคนนี้ โดยระบุข้อความในโพสต์ว่า... 

"รถที่ชนคนตายคือคันนี้ ผู้ที่เสียชีวิตคือคนไทยที่อาศัยอยู่ในลาว FuFu Idol Indy คนขับรถฝั่งญาติ อ้างคนเกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อายุเพิ่ง 17 ปี"

ภาพที่ผู้ร้องเรียนโพสต์นั้นเป็นภาพรถซูเปอร์คาร์เฟอร์รารี่ สีขาว สภาพด้านหน้าพังยับเยินจากอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมโพสต์ภาพของหนุ่มไทยที่เสียชีวิต นอกจากนี้ชาวเน็ตได้ออกมาแสดงความอาลัย รวมทั้งเรียกร้องความเป็นธรรมเป็นจำนวนมาก

ซึ่งพบว่าทางโซเชียลมีเดียของทางสปป.ลาว ได้ติดแฮ็ชแท็ก #ຂໍຄວາມເປັນທຳໃຫ້ອ້າຍຟູ ที่แปลได้ว่า #ขอความเป็นให้อ้ายฟู ทั้งนี้ยังพบว่าชาวไทยผู้เสียชีวิตนั้นเป็นช่างภาพคนดังในโลกออนไลน์ และมีคนสปป.ลาวติดตามเป็นจำนวนมาก เมื่อไปดูเฟซบุ๊ก 'FuFu Idol Indy' ของผู้เสียชีวิตนั้นพบว่ามีชาวลาวเข้ามาแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลอีกด้านเพื่อคนที่มีความคิดหวังจะยึดโซเชียลมีเดียเป็นที่ทำมาหากิน ร้อยละ 97.5% ที่มีรายได้จากการเป็นยูทูบเบอร์ 'ไม่พ้นความยากจน'

(28 ส.ค.67) ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก 'Stapnavatr Vajira' ได้โพสต์ข้อมูลที่น่าสนใจในทางเศรษฐกิจของคนที่มีความคิดหวังจะเอาโซเชียลมีเดียเป็นที่ทำมาหากิน ไว้ดังนี้...

(1) ประเทศไทยมี Ranking อยู่ในอันดับ 10 ของโลก ที่มีการสร้างช่องยูทูบและมีผู้ติดตามเกิน 10 ล้าน หรือถ้าพูดในอีกด้านหนึ่งคือ เมืองไทยได้มีคนที่อยากจะเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งในแง่การผลิตหรือบริโภค น่าจะเยอะมากแล้ว หรือ อาจเข้าโซน Red Ocean ได้แล้ว

(2) 58% ของคนสร้างคอนเทนต์ในโลก ทำงานนี้อย่างเดียว

(3) 59% ของการทำคอนเทนต์ในช่วงปีแรก จะมีรายได้ไม่เกิน 100 ดอลลาร์!!!

(4) มีเพียงร้อยละ 12 ของผู้สร้างคอนเทนต์ที่ทำงานเต็มเวลา จะมีรายได้เกิน 50,000 ดอลลาร์ต่อปี และมีร้อยละ 46 ที่มีรายได้น้อยกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อปี

(5) ร้อยละ 97.5% มีรายได้จากการเป็นยูทูบเบอร์ ไม่พ้นความยากจน

เอาไว้บอกลูกหลานที่ไม่อยากทำงาน นึกว่างานแบบนี้ดี

อดอยากครับ เป็นทั้งโลก

ทำสวนดีกว่ามั้งครับ

‘เอ-ศุภชัย’ แจงปมดรามาไข่พะโล้ 499 บาท แพงเกินไป ชี้!! ราคานี้ได้ 2 กล่องใหญ่ๆ เทียบซื้อตามตลาดได้ 10 ถุง

(28 ส.ค. 67) จากกรณีที่คุณพั้มกิ้น '@pumpkin._77' อินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง โพสต์คลิปรีวิวอาหารเมนูไข่พะโล้ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่ เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดาราชื่อดังเพิ่งจะเริ่มเปิดออเดอร์ให้ทุกคนได้ลองสั่งซื้อมาชิมกันได้ไม่นาน โดยในคลิปดังกล่าวคุณพั้มกิ้น อธิบายรายละเอียดเบื้องต้นว่า เป็นการรีวิวเอง และจ่ายเงินค่าอาหารเองทั้งหมด พร้อมกับแนบตัวเลขราคาชัดเจน 499 บาท (รวมส่ง) ซึ่ง 499 บาทนี้ จะได้รับไข่พะโล้ 2 กล่องใหญ่ ๆ แพ็เกจแน่นหนา ในขณะที่เนื้อสัตว์ รวมถึงไข่ก็ใส่มาให้แบบแน่น ๆ จุก ๆ 

ล่าสุดผู้จัดการดาราชื่อดัง 'เอ ศุภชัย' ก็ได้ออกมาแถลงความจริงในประเด็นดังกล่าว พร้อม คุณหน่อย ปนันชิตา เพื่อนสนิทพี่เอ ผ่านทางติ๊กต็อกบัญชี @granddl.khwan.pananchita โดยเผยว่า กระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะหลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่า พะโล้ราคา 499 บาท คือราคาต่อ 1 ถ้วย แต่จริง ๆ แล้วทุกคนจะได้รับ 2 ถ้วย หากนำไปเทใส่หม้อก็อาจจะได้เต็มหม้อ และเมื่อเทียบกับราคาตามท้องตลาดก็ถือว่าเหมาะสม เพราะปริมาณใกล้เคียงกับ 10 ถุงที่ขายในตลาด อีกทั้งเรื่องวัตถุดิบก็จัดเต็มถึงเครื่อง รสชาติคุ้มราคา

ตอนแรกคนเอามารีวิวแค่ 1 ถ้วย แต่จริง ๆ คำว่า 499 คือ 2 ถ้วยใหญ่ คุณต้องเอามาเทใส่หมอสุกี้ก็ได้ พี่เอว่าเต็มหม้อแน่นอน เปรียบเทียบแบบนี้ ถ้าเราไปเดินตามตลาดไข่พะโล้ถุงหนึ่ง 50 บาท อาจจะได้ไข่ 2 ฟอง หมูอีก 2 ชิ้น เต้าหู้ประมาณ 1-2 ชิ้น โดยประมาณ 50 บาท บางที่ 3 ฟองเราก็ไม่รู้ แต่ทั่วไปก็คือ 2 ฟอง ซึ่งราคาต่อ 2 ฟอง คือ 50 บาท เมื่อ 10 ฟองก็ 500 หรือเท่ากับ 10 ถุง 500 บาท

พะโล้ของพี่เอก็ราคาทั่วไปกับตลาดเลย เพียงแต่ว่าเราขายแพ็กเกจใหญ่เพราะเราไม่สามารถขาย 1 ถุง 50 บาทได้ เพราะค่าส่งไม่คุ้ม จุดเริ่มต้นที่ขายเพราะทุกคนเห็นเราทุกคนนั่งทานข้าวอยู่ที่บ้านพี่เอ ก็จะเห็นทุกคนชอบตักไข่พะโล้มาทานก่อน จนทุกคนรีเควสว่าเมื่อไหร่พี่เอจะเอาเมนูที่เรากินกันในบ้านตอนที่เราไปนั่งคุยงานมาให้ทางบ้านได้ทานบ้าง

จริง ๆ พี่เอต้องกราบบอกทุกคนนะ ถ้าพี่เอทำอะไรแล้ว พี่เอตั้งใจ ใส่ใจรายละเอียด เพราะแม่หน่อยสอนมา คนบริโภคว่าเราไม่ได้ พี่เอก็เลยต้องตั้งใจขนาดนี้ คือหมูต้องตุ๋นกันทั้งคืน มีวันหนึ่งที่แก๊สหมดตอนเที่ยงคืน เพราะพี่เอยังนั่งเคี่ยวพะโล้อยู่เลย เพราะมันต้องตุ๋นถึงเช้า ปรากฏว่าต้องโทรฯ ไปร้านแก๊สจนถูกร้านแก๊สว่า เอ็นดูพี่เอเถอะค่ะ อีกอย่างบางที่ขายน้ำพะโล้เหมือนน้ำล้างจาน มันไม่เข้มข้น แล้วเราคนใต้เวลาทำอะไรเครื่องแกงต้องนัมเบอร์วัน

หลังเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ก็มีแฟน ๆ จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ปริมาณคุ้มค่ากับราคาตามที่บอกไว้จริง อีกทั้งยังรสชาติถึงเครื่องอย่างมาก อีกทั้งชาวเน็ตยังบอกอีกว่าหน้าตาของไข่พะโล้ดูเข้มข้นถึงเครื่องมาก

‘ตำรวจ’ บุกรวบ ‘หนุ่มเมียนมา’ ฆ่าคนขับแท็กซี่ จ.สมุทรปราการ พบเสื้อเปื้อนเลือด-โทรศัพท์-รถของผู้ตาย เบื้องต้นให้การปฏิเสธ

(28 ส.ค. 67) จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตถูกนำมาทิ้งหมกภายในพงหญ้าริมบ่อปลา หมู่ที่ 7 ซอยข้างโรงพยาบาลรามาธิบดี สมุทรปราการ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานชุดสืบสวน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 50-60 ปี สวมเสื้อโปโลสีเทา กางเกงขายาวสีครีม สวมรองเท้าแตะหูหนีบ มีแขนทั้ง 2 ข้าง ถูกพันธนาการด้วยเชือกไนล่อนสีเขียวมือไขว้หลัง ที่ศีรษะมีบาดแผลขนาดใหญ่จนกะโหลกแตก จากการโดนของแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ซึ่งเป็นชายชาวเมียนมา ทราบชื่อคือนายมอง จอ มิน หรือนายซัน อายุ 42 ปี จับได้ที่เพิงพักใกล้เคียงหมู่บ้านบัวทองธานี ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง โดยพบแท็กซี่สีเหลือง-เขียว ของผู้ตาย และโทรศัพท์มือถืออยู่ในเพิงพัก

โดยนายซัน ปฏิเสธข้อกล่าวหา บอกว่าตนไม่ได้ก่อเหตุ ไม่ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเลย และไม่ได้ก่อเหตุฆ่าใคร พอทีมข่าวบอกว่าแล้วรถแท็กซี่มาได้อย่างไรก็ไม่สามารถตอบได้ ทีมข่าวได้บอกว่าพี่เอาเขาไปถ่วงน้ำทำไม ยังทำท่าตกใจ หันมาบอกทีมข่าวว่าไม่ได้ทำ นอกจากนี้ทีมข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของพื้นที่ ก็บอกว่าชายคนดังกล่าวนั้นมาพักอยู่ที่นี่ได้ 1 สัปดาห์แล้ว

ต่อมาทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายซัน ผู้ก่อเหตุฆาตกรรม คนขับรถชายแท็กซี่​ที่พื้นที่​บางพลี​ จังหวัดสมุทรปราการ​ ตอนแรกนายซันบ่ายเบี่ยงบอกว่าตนเองไม่ได้ขับรถแท็กซี่ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ยอมเปิดปากว่ามีคนบอกให้ตนเองไปขับรถแท็กซี่ เพื่อนำมาซ่อมทำสี​ และยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย​ จู่ ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาจับและนักข่าวก็มาถ่ายภาพตนทำไม​​

ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง และชุดสืบภาค 1​ ทราบข้อมูลว่า เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ ย่านหมู่บ้านบัวทองธานี ภายในซอยตลาดนัดบังยา​ ​ต.บางบัวทอง​  อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี​ พอมาถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นรถแท็กซี่ของผู้ตายจอดอยู่สุดซอย ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงคนทุบ หลังคาบ้าน ห่างจากรถที่จอดประมาณ 20 เมตร จึงรวมพลมายังบ้านหลังดังกล่าว ก็พบชายต้องสงสัย ลักษณะคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่สมุทรปราการแจ้งมา ว่าเป็นชาวต่างชาติผิวคล้ำ รูปร่างสูงผอม 

จึงเข้าจับกุมได้ภายในบ้านหลังดังกล่าว ทราบภายหลังว่าเป็นบ้านพักของญาติ โดยชายคนดังกล่าว ได้นำกุญแจรถแท็กซี่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยอมรับเพียงว่าตนเป็นคนขับรถแท็กซี่มา แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุฆาตกรรม​ ชุดจับกุมจึงทำการค้น บ้านพักชายคนดังกล่าว​ ทราบว่าเป็นชาวเมียนมา ชื่อว่านายซัน​ จากนั้นพอเข้าไปค้นภายในบ้านก็พบเสื้อสีขาว ลักษณะเปื้อนเลือดฉีกขาด มีร่องรอยต่อสู้ พบกางเกงเปื้อนโคลน และพบโทรศัพท์ของผู้ตายอยู่ภายในบ้านพัก​ ซึ่งได้ให้ชุดพิสูจน์หลักฐาน เก็บร่องรอยคราบ เลือดเพื่อทำการพิสูจน์ต่อไป

เบื้องต้น หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง พบว่าบริเวณท้ายรถมีเชือกไนล่อนสีเขียว ลักษณะเดียวกันกับที่คนร้ายใช้มัดมือผู้เสียชีวิต จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะนำรถคันดังกล่าว ไปที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

เพียงหนึ่งภาพแต่สื่อหลายความรู้สึก ดวงตาที่มุ่งมั่นของจ่าตรี เดินทางฝึกผสม ‘KAKADU 2024’ ณ ประเทศออสเตรเลีย

เมื่อวานนี้ (27 ส.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘เสียงจากทหารเรือ’ เพจอย่างเป็นทางการของกิจการวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า…

“ผมจะทำให้แม่ภูมิใจ” จ่าตรีทหารเรือ ร่วมออกเดินทางฝึกผสม ‘KAKADU 2024’ ณ ประเทศออสเตรเลีย 

เชื่อว่าภาพนี้สื่อได้หลายอารมณ์ ล้านความรู้สึก แต่ดวงตาที่มุ่งมั่นของจ่าตรีคนนี้ จะทำให้ครอบครัวของเขาภูมิใจ ที่เกิดเป็นชายชาติทหาร นามว่า ‘ราชนาวี’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top