Monday, 3 August 2026
NEWS FEED

'สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ' จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น เนื่องในโอกาส 'วันเยาวชนแห่งชาติ' ปี 2567

คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้ วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ  เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ  ของพระมหากษัตริย์ไทยในพระบรมราชจักรีวงศ์ สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตั้งแต่ยังทรงเป็นยุวกษัตริย์  จึงถือเป็นวันสิริมงคลแก่การพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ                

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกเด็กดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ. 2533 และเยาวชนดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ตามหลักเกณฑ์ที่ดีและเหมาะสม อันเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนทั่วไป และมอบโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร เข็มเกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อเสริมศักยภาพทักษะชีวิต องค์ความรู้ และประสบการณ์ให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นพลังสำคัญเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน   

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ กำหนดจัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เนื่องในงานวันเยาวชนแห่งชาติ  ประจำปี 2567 โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ  ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 

'มูลนิธิอริยวรารมย์' จัดกิจกรรม 'Vibrate Happiness' กระจายคลื่นแห่งความสุข นำ 'น้องเทนนิส' ชมภาพยนตร์ 'องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ' ร่วมกับน้อง ๆ เยาวชน

มูลนิธิอริยวรารมย์ ก่อตั้งโดย ดร. ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ (ดร. แตน) ประธานกรรมการมูลนิธิ และประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและกิจกรรมการกุศลต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ได้เชิญ 'น้องเทนนิส' พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวดีกรีแชมป์เหรียญทองโอลิมปิกสองปีซ้อน มาร่วมแคมเปญ 'Vibrate Happiness' กระจายคลื่นแห่งความสุข โดยสนับสนุนตั๋วชมภาพยนตร์แอนิเมชัน สัญชาติไทย 'Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ' ให้กับน้อง ๆ นักเรียนจากวัดบางกอบัว (ขลิบราษฏร์บูรณะ) คุ้งบางกระเจ้า และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย อาทิ เกษตรศาสตร์ ธุรกิจบัณฑิตจุฬาลงกรณ์ ศรีนครินทรวิโรฒ รวมถึงกลุ่มนักเขียน ยิม ภาสินี จิตตริน เทควันโด (pasinee - Jittrin taekwondo ) สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand) โดยมีผู้บริหาร อาทิ คุณรุจีพัชร อริยวรารมย์ บอร์ดบริหาร,คุณพิศณุ วรเวชวิทยา  และ คุณกฤษณ์ เงาศรี โปรดิวเซอร์ แอนิเมชัน องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ และแขกผู้มีเกียรติอีกหลายท่าน เข้าร่วมชมภาพยนตร์ ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน  

และหลังจากจบภาพยนตร์ น้องเทนนิสได้เปิดเผยว่า “เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของลูกเจี๊ยบทั้ง7ที่มีความเป็นนักสู้เหมือนหนูนี่แหละค่ะ ก็สนุกสนานตื่นเต้นตลอดตัวละครที่ชอบ ก็เป็นน้องพัดเดิ้ลลูกเจี๊ยบสีฟ้า น้องแข็งแรงเหมือนเราเลย ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราเหมือนกัน ก็อยากเชิญชวนให้มาชมกันนะคะ เป็นหนังที่ดีมีคุณภาพค่ะ”

สำหรับการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง “องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบOut Of The Nest” ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกข้อคิดดีๆเกี่ยวกับความตั้งใจ การตั้งเป้าหมาย และการเอาชนะอุปสรรคที่เหมาะสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่                                                                                                          
TikTok : https://www.tiktok.com/@outofthenest_official
YT : https://www.youtube.com/@Outofthenestofficial
Facebook : https://www.facebook.com/OutOfTheNestOfficial
IG : https://www.instagram.com

'เผ่าภูมิ' ตลุยสวนผึ้ง มอบสัญญาเช่าที่ดินพลิกชีวิต ปชช. 'ธนารักษ์เอื้อราษฎร์' กว่า 1,500 ไร่ ถูกสุด 20 บาท/ไร่/ปี

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการมอบสัญญาเช่าที่ดิน ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในโครงการ 'ธนารักษ์เอื้อราษฎร์' ว่า

โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ 'สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน' ของกระทรวงการคลัง จัดให้มีการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ประชาชนในวันนี้ (21 ก.ย. 2567) เป็นการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 (บางส่วน) ต.ป่าหวาย ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวม 162 สัญญา เนื้อที่ 1,500 ไร่ 72 ตารางวา เป็นเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 55 สัญญา เนื้อที่ 139 ไร่  1 งาน 33 ตารางวา เพื่อประกอบการเกษตร จำนวน 107 สัญญา เนื้อที่ 1,360 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าต่ำ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

กระทรวงการคลังมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ช่วยให้ประชาชนมีที่ดินในการประกอบอาชีพ มีรายได้ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ และยังสามารถสิทธิการเช่าที่ดินไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ให้กับประชาชน 

โดยมีค่าเช่าที่ต่ำ เริ่มต้นที่ 20 บาท/ไร่/ปี สำหรับเนื้อที่ไม่เกิน 50ไร่

โดยในปีนี้ กรมธนารักษ์ ได้มอบสัญญาเช่าที่ดิน สร้างชีวิตใหม่ให้ประชาชนแล้วกว่า 2,800 ราย พื้นที่กว่า 9,000 ไร่ และที่ต่อไป สุราษฎร์ธานี ในเดือนพฤศจิกายนครับ

'พล.อ. เกรียงไกร' รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เปิดงานมหกรรมเด็กและเยาวชนเมืองคนดีเทิดไท้องค์ราชัน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2567 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้แนวคิด 'พลังเยาวชนไทย ร้อยดวงใจจิตอาสา เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา' 

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) เวลา 10.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานเปิดงานมหกรรมเด็กและเยาวชนเมืองคนดีเทิดไท้องค์ราชัน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2567 'พลังเยาวชนไทย ร้อยดวงใจจิตอาสา เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา' โดยมี ดร.นพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา นางสาวอัจฉราพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี คณะครู เด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย กว่า 1,000 คน ร่วมในพิธี 

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การมอบโล่และเกียรติบัตรรางวัลแก่เยาวชน คนดี ศรีตาปี ประจำปี 2567 และผู้สนับสนุนกิจกรรมสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 40 ราย การแสดงของเด็กและเยาวชนโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี การแสดงนิทรรศการประวัติวันเยาวชน/ป้ายประวัติเยาวชนคนดี ศรีตาปี ประจำปี 2567 และการแสดงผลงานของภาคีเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน จำนวน 17 บูธ และปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง วงพัทลุง – พาราฮัท

สงขลา-สว.สงขลา 6 คน ร่วมจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาครัฐ ภาคเอกชน การจัดกิจกรรม รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รับเรื่องร้องทุกข์ เตรียมเปิดเวทีสว.พบประชาชน 

เมื่อวันที่ (26 มิ.ย.67) วันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่ 13 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 107 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 

การเลือกสมาชิกวุฒิสภาไทยในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้วิธีการเลือกกันเองของประชาชนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในกลุ่มต่าง ๆ จำนวน 20 กลุ่ม โดยในส่วนของจังหวัดสงขลานั้น ได้รับการเลือกตั้งจำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายกมล รอดคล้าย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สงขลา) 

จากกลุ่ม 3 กลุ่มการศึกษา นายยะโก๊ป หีมละ อาชีพเลี้ยง กุ้ง ประมง ทำสวน และเปิดบริษัทนำเข้า-ส่งออก (สงขลา) กลุ่ม 6 กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง นายโสภณ มะโนมะยา อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสะเดา (สงขลา) กลุ่ม 10. กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามข้อ 9 (ข้อ 9 กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางขนาดย่อม) นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ อาชีพค้าขายและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 2562-2566 (สงขลา) กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ดนตรีการแสดง บันเทิง นักกีฬา

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย (สงขลา) กลุ่ม 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม นายสมชาย เล่งหลัก อดีตผู้สมัคร สส. 2 สมัย ได้แก่ พลังประชารัฐ (2563) และภูมิใจไทย (2566) แต่สอบตก (สงขลา) กลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนสงขลา   กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ได้มีการอภิปรายและเสนอแนะหน่วยงานภาครัฐในหลายประเด็น มีการนำเสนอข่าวอยู่ต่อเนื่องในการปฎิบัติหน้าที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ 

“แต่หลายคนสอบถามถึงความเคลื่อนไหว สว.คนอื่นๆ ในจังหวัดสงขลา ที่หลายคนไม่ทราบ เพราะแต่ละคนแต่ละกลุ่ม ก็ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มตน เพื่อให้การดำเนินงาน สว.ทั้ง 6 คนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการทำงานบูรณาการร่วมกัน จึงได้มีมติร่วมกันจัดตั้ง”ศูนย์ประสานงานสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา” ขึ้น”

พร้อมกับกล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าว จะเป็นศูนย์ประสานการทำงาน การจัดกิจกรรม รับฟังความคิดเห็น รับเรื่องร้องทุกข์ และร่วมมือกันในการดูเเลรับใช้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา 

นอกจากนั้นได้ร่วมพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมรับอุทกภัยของภาคใต้ฝั่งตะวันออก และจัดเวทีสว.พบประชาชนในเร็วๆ นี้อีกด้วย

ติดต่อ – สอบถาม : สนง.ศูนย์ประสานงานสว. ณ สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้เเห่งประเทศไทย ถ.ไทยอาคาร ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา 90110 โทร.081 540 7357

สตูล 'แม่ทัพภาคที่ 4' เป็นประธานวันคล้ายวันสถาปนา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ครบรอบปีที่ 50 

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) ที่กองบังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีทำบุญ เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ครบรอบปีที่ 50 เพื่ออุทิศบุญกุศล และระลึกถึงคุณงามความดีของกำลังพลที่ได้เสียสละทั้งชีวิต และวิญญาณในการปกป้องอธิปไตยของชาติมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย เป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว 

โดยมีนายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พันเอกทวีพร คณะทอง เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 พ.อ.ชัยวุฒิ พรมทอง ผบ.ร.5 พัน.2 พร้อมด้วยอดีตผู้บังคับบัญชา ข้าราชการทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 กำลังพล และครอบครัวของกำลังพลเข้าร่วมพิธี ในโอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรกำลังพล จำนวน 257 ทุนด้วย

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ว่าทางกองทัพบกได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดจากปริมาณฝน ซึ่งภาคใต้ได้รับผลกระทบอุทกภัยในหลายพื้นที่ จึงเร่งสั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ ตลอดจนทรัพยากรอื่นๆของกองทัพ 

เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที และไม่ต้องรอคำสั่ง ตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีพร้อมใช้อากาศยาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ด้วย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลใจ ทางกองทัพบกและทุกภาคส่วน พร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ย้ำทหารพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชน

เปิดข้อมูล ให้หายสงสัย ‘โซนิคบูม’ คืออะไร? หลังถูกข้องใจ เป็นต้นเสียงที่ จ.สุราษฎร์ธานี

(21 ก.ย.67) จากกรณีเมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) ช่วงเวลาประมาณ 10.40 น. ชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภอพนม อำเภอบ้านตาขุน และอำเภอคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด สร้างความแตกตื่นเป็นอย่างมาก กระทั่งบนโลกออนไลน์ได้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเสียงจาก ‘โซนิคบูม’ ของเครื่องบินรบหรือไม่? ซึ่งจากการสอบถามทางกองบิน 7 ทราบว่า เวลาดังกล่าวเครื่องบินรบขึ้นบินตามแผนปกติ แต่ไม่มีการทำโซนิคบูมแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันก็มีประชาชนส่วนใหญ่สงสัยว่า ‘โซนิคบูม’ คืออะไร เกิดจากอะไร และส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?

โซนิคบูม (Sonic Boom) คือเสียงที่เกี่ยวข้องกับคลื่นกระแทกหรือช็อกเวฟ เกิดขึ้นจากการที่แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ในอากาศด้วยอัตราเร็วที่มากกว่าความเร็วเสียง จนทำให้เกิดพลังงานเสียงปริมาณสูง โดยจะมีเสียงคล้ายระเบิด

ตัวอย่างของเสียงที่เกิดจากโซนิคบูมอย่างง่ายคือ เสียงของลูกปืนที่วิ่งในอากาศ หรือเสียงของการเหวี่ยงแส้ ตลอดจนเสียงการบินของเครื่องบินรบซึ่งเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

โดยลักษณะที่ปรากฏของโซนิคบูมกรณีที่เกิดจากเครื่องบินรบนั้น จะมีลักษณะเป็นควันพวยพุ่งแผ่ออกมาจากส่วนกลางและส่วนท้ายของลำตัว

ขณะที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เผยว่า โซนิคบูมนั้นนอกจากจะเห็นด้วยตาจากเครื่องบินรบแล้ว ยังมีลักษณะเป็นคลื่นกระแทกทรวงกรวย กระแทกลงไปยังด้านล่างของตัวเครื่องเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งลักษณะของโซนิคบูมจากเครื่องบินรบแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันตามเครื่องบินรบแต่ละประเภท

สำหรับผลกระทบของ ‘โซนิคบูม’ ต่อมนุษย์นั้น มีอยู่หลายประการ ตั้งแต่ทำให้รู้สึกรำคาญ หัวใจเต้นถี่ขึ้น กล้ามเนื้อแขนและหลังตอบสนองด้วยการหดตัว ไปจนถึงความสามารถในการทรงตัวที่ลดระดับลง

ผบช.ตชด. เป็นประธานพิธีสวนสนามเทิดเกียรติผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พลตำรวจโท ยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.)เป็นประธานในพิธีสวนสนามเทิดเกียรติผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้เกษียณอายุราชการ (บช.ตชด.) โดยมี ทพญ.พรรณรัตน์  มนปราณีต  ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจตระเวนชายแดน , ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจและคณะแม่บ้านตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี 

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดพิธีสวนสนามเทิดเกียรติในครั้ง เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ได้รับราชการและปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง สร้างคุณประโยชน์ให้แก่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและประเทศชาติ จนถึงโอกาสเกษียณอายุราชการ 

โดย พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด. กล่าวขอบคุณกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่จัดพิธีเทิดเกียรติขึ้นในวันนี้  ซึ่งตลอดระยะเวลาการรับราชการในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตนมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพี่น้องตำรวจตระเวนชายแดน เปรียยเสมือนญาติพี่น้องที่ช่วยเหลือเกื้อกูลและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นครอบครัว นับว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้หน่วยของเรา  สามารถฟันฝ่าอุปสรรค และดำรงความเป็น ตชด.มาได้ถึง 71 ปี และขอฝากให้พี่น้องตำรวจตระเวนชายแดนทุกนาย รักษาจุดแข็งและอุดมการณ์ของตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์และคุณงามความดีของตำรวจตระเวนชายแดนสืบต่อไป

และในปีนี้ มี พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบช.ตชด. และ พล.ต.ต.ธนพล โอบอ้อม ผบก.กฝ.บช.ตชด. ครบวาระเกษียณอายุราชการ พร้อมกับ ตชด. ทั่วประเทศ รวม 436 นาย และเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล จำนวน 95 นาย

ฮิปโปแคระ จากไทย ‘น้องหมูเด้ง’ มาแรง!! สร้างกระแสไวรัล โด่งดังไปทั่วโลก ‘Sephora – บาเยิร์นมิวนิก’ ให้ความสนใจ ดีเจในอังกฤษ ทักทาย!! กลางรายการ

(21 ก.ย.67) ฮิปโปแคระ หมูเด้ง ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกลายเป็นขวัญใจไปทั่วโลก มีการสร้างมีม (meme) แสดงอารมณ์ทางใบหน้าหลากหลายนับพันเกิดขึ้นในชั่วพริบตาแค่ 1 เดือนนับตั้งแต่สวนสัตว์เขาเขียวเปิดตัวทางเฟซบุ๊ก

เดอะการ์เดียนของอังกฤษเคยรายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ก่อนหน้าว่า ‘อรรถพล หนุนดี’ เจ้าหน้าที่ดูแลในสัตว์แห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียวตั้งเป้าให้ ‘หมูเด้ง’ ต้องโด่งดังมีชื่อเสียงนับตั้งแต่วินาทีที่ได้เห็นตั้งแต่ฮิปโปแคระตัวนี้ถือกำเนิด

และเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียววัย 31 ปีเปิดใจว่า ระหว่างช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาดเขาเริ่มต้นโพสต์คลิปอิริยาบถของสัตว์ป่าต่างๆ ภายในสวนสัตว์เปิดโชว์ต่อสาธารณะทางออนไลน์เมื่อเขามีเวลา และเช่นกันคุณอรรถพลซึ่งเป็นคนตั้งชื่อซุปตาร์ฮิปโปแคระว่า ‘หมูเด้ง’ ได้โพสต์เรื่องราวของฮิปโปแคระบนเฟซบุ๊กจนกลายเป็นไวรัลไปทั่ว

“ในช่วงเวลาที่ผมเห็นหมูเด้งเกิดมา ผมตั้งเป้าจะทำให้หมูเด้งโด่งดัง แต่ผมไม่เคยคาดว่ามันจะกระจายออกไปต่างประเทศ ผมคิดว่าหมูเด้งคงจะดังในประเทศไทยแต่ไม่ถึงกับทั่วโลก” เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลฮิปโปกล่าว

ความน่ารักของหมูเด้งที่มีชื่อเสียงไปทั่วสร้างปรากฏการณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว และทำให้เกิดความวิตกต่อสวัสดิภาพของฮิปโปแคระไปในทันที ทั้งนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนต้องการปลุกหมูเด้งให้ตื่นเพื่อถ่ายภาพด้วยการฉีดน้ำและโยนเปลือกหอยใส่ฮิปโปแคระ

เดอะการ์เดียนรายงานว่า อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญสวนสัตว์ที่ดูแล หมูเด้งส่วนใหญ่จะหลับตลอดเวลา และฮิปโปแคระนั้นมีพฤติกรรมเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ขี้เล่นและนอนหลับตลอดเวลา ปัจจุบันหมูเด้งจะกินแต่นมจากแม่เท่านั้น ซึ่งถึงแม้ฮิปโปแคระจะมีแค่อายุ 2 เดือน แต่มีน้ำหนักร่วม 20 กก. คุณอรรถพลชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่หมูเด้งจะเริ่มต้นกินหญ้าได้ตั้งแต่เดือนหน้า

PBS News รายงานว่า สภาพการจราจรติดขัดรถเริ่มต่อแถวทอดยาวด้านนอกสวนสัตว์เปิดเขาเขียวตั้งแต่ก่อนเปิดในวันพฤหัสบดี (19) นักท่องเที่ยวทั้งใกล้และไกลต่างต้องการเดินทางมาเพื่อสัมผัสความน่ารักของฮิปโปแคะ หมูเด้ง อายุ 2 เดือนด้วยตัวเอง ซึ่งสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 100 กม.

ความน่ารักของฮิปโปแคระจากไทยกลายเป็นไวรัลเป็นที่รู้จักในต่างแดน พบว่าทีมสโมสรฟุตบอลเยอรมนีชื่อดัง ทีม FC บาเยิร์น (FC Bayern) ทีมบาสเกตบอล NBA ของสหรัฐฯ ฟีนิกซ์ ซันส์ (Phoenix Suns) และทีมอเมริกันฟุตบอล วอชิงตัน คอมแมนเดอร์ส (Washington Commanders) รวมไปถึงทีมเบสบอล นิวยอร์ก เมตส์ ( New York Mets) ต่างสร้างมีมภาพอิริยาบถต่าง ๆ ของหมูเด้งอย่างครึกครื้น

นอกจากนี้ ความเป็นซุปตาร์ระดับ A-List ยังทำให้ธุรกิจต่างๆ เข้ามาร่วมวง เป็นต้นว่า บริษัทร้านเครื่องสำอางชื่อดังอเมริกัน Sephora ประจำประเทศไทยได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งหน้าการทาบลัชออนให้เด้งเหมือน “หมูเด้ง” ได้ง่ายจากการที่ฮิปโปแคระชื่อดังมีแก้มสีชมพู

และเป็นที่ฮือฮาเมื่อฮิปโปแคระกลายเป็นข่าวดังในนิตยสาร VOGUE ชื่อดัง โดยมีบทความถึงหมูเด้งบนเว็บไซต์นิตยสารแฟชั่น Vogue รายงานวานนี้ (19) ว่า หมูเด้งโมเมนต์กำลังจะกลายเป็นกูรูเมกอัพอาร์ติสท์การแต่งหน้าไปแล้ว พร้อมกับประวัติที่มาและถิ่นที่อยู่ปัจจุบันของหมูเด้ง ฮิปโปแคระในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว

ส่วนบริษัท Grab Thailand ส่งอาหารยังแสดงภาพประเภทเมนูหลากหลายที่เหมือนหมูเด้งที่สุด

ความดังยังข้ามฟ้าไปจนถึงอังกฤษล่าสุดในรายการ Summer on Radio 1 ทางสถานีวิทยุบีบีซี เรดิโอ 1 ดีเจผู้จัดช่วงบ่ายวันศุกร์ (20) โจเอล มิตเชล (Joel Mitchell) ยังตั้งคำถามกับแฟนๆ รายการในกรุงลอนดอนว่า ช่วยบอกหน่อยว่าวันนี้อารมณ์หมูเด้งของคุณเป็นอย่างไร?

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ณรงวิทย์ ชดช้อย ล่าสุดต้องการใช้ความแรงของหมูเด้งเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตสัตว์ป่าที่น้อยครั้งจะมีคนเหลียวแลให้ดีขึ้นโดยเฉพาะสัตว์ป่าสายพันธุ์หายากเช่น ฮิปโปแคระ (pygmy hippopotamus) ที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก ที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์และไร้ที่อยู่ และปัจจุบันนี้เชื่อกันว่า ฮิปโปแคระเช่น ‘หมูเด้ง’  มีอยู่แค่ 2,000-3,000 ตัว เท่านั้นในโลก

ผู้อำนวยการสวนสัตว์ตั้งเป้าจะเริ่มการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิบัตร ‘ฮิปโป หมูเด้ง’ เพื่อป้องกันไม่ให้ทำการค้ากับสัตว์ หลังจากที่เราทำแล้ว พวกเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่จะทำให้สัตว์ป่ามีชีวิตที่ดีขึ้น

PBS News รายงานว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียวตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,000 เอเคอร์ เป็นบ้านของสัตว์ป่ากว่า 2,000 ตัว และภายในสวนสัตว์ยังมีโครงการขยายสายพันธุ์สำหรับสัตว์ป่าที่กำลังใกล้สูญพันธุ์มากมาย ซึ่งฮิปโปแคระหมูเด้งรวมอยู่ในโครงการ

และในโครงการริเริ่มนี้ ภายในสิ้นเดือนสวนสัตว์จะจดลิขสิทธิ์ทางปัญญารูปหมูเด้งจะเริ่มต้นจำหน่ายเสื้อและกางเกงหมูเด้งในอริยาบถสุดคิ้วให้สาวกแฟนคลับไม่พลาดในการจับจองและจะมีไลน์ผลิตภัณฑ์สินค้าหมูเด้งอื่นๆ ตามมาให้เพื่อสะสม

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายว่า ความโด่งดังของหมูเด้งที่นั้นถูกต่างชาตินำรูปไปใช้จำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

MGRออนไลน์พบว่า เมื่อเสิร์ชทางออนไลน์มีทั้งหมวกและเสื้อออกจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย เป็นต้นว่า บริษัท wildfoxtee ได้ใช้ภาพฮิปโปหมูเด้งบนเสื้อยืดพร้อมกับมีภาษาไทยกำกับ จำหน่ายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ในราคา 22.99 ดอลลาร์ และใช้ที่อยู่ในสหรัฐฯ 

แต่เมื่อตรวจสอบไปโดยใช้กูเกิล สตรีทแมป พบว่าที่อยู่ตามอ้างเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไปในรัฐเซาท์แคโรไลนา นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัท wildfoxtee กับเว็บไซต์การตรวจสอบความน่าเชื่อถือ พบว่าถูกจัดในลำดับต่ำและสงสัยว่าอาจเป็นเว็บไซต์หลอกลวง 

ทั้งนี้ คาดว่าชื่อ wildfoxtee น่าจะเลียนแบบมาจากแบรนด์เสื้อผ้า wildfox ชื่อดังของสหรัฐฯ

สมาคมแม่บ้านตำรวจเปิดร้านปันรักษ์ แฟลกชิป สโตร์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ สาขาใหม่ใจกลางกรุง ร้านสินค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทยสุดพรีเมียม ฝีมือแม่บ้านตำรวจ และร้านกาแฟจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สานสายใยครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ อดีตนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมเป็นประธานเปิดร้านปันรักษ์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ สาขาสี่แยกราชประสงค์ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 โรงพยาบาลตำรวจ 

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า การเปิดร้านปันรักษ์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ แห่งใหม่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ เกิดจากความตั้งใจของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่มุ่งมั่นจะส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นทั่วประเทศของครอบครัวข้าราชการตำรวจ และเมล็ดกาแฟของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน และสนับสนุนครอบครัวตำรวจให้มีอาชีพเสริม ให้มีช่องทางในการจำหน่าย รวมถึงการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเพิ่มรายได้แบบยั่งยืน โดยร้าน “ปันรักษ์” แฟลกชิป เป็นร้านสาขาที่ 7 และร้าน “อาซ้อ คาเฟ่” ในรูปแบบพรีเมี่ยมเป็นร้านแรก มีทำเลที่ตั้งอยู่ในใจกลางการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร คือบริเวณแยกราชประสงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โรงพยาบาลตำรวจ เดินทางสะดวกสบาย สามารถเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายในร้านแห่งนี้จะเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์พรีเมียม คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทั่วประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์ขวัญดาว แบรนด์ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ผลิตภัณฑ์ผ้าทองานฝีมือจากทุกภาคของประเทศไทย กระเป๋าผ้าและกระเป๋าสานจากวัสดุธรรมชาติ เครื่องประดับ อาหารอร่อยต่างๆ และของที่ระลึกจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ

ร้านอาซ้อ คาเฟ่ เป็นการสร้างอาชีพยั่งยืนให้ครอบครัวตำรวจ โดยจำหน่ายกาแฟสดและเครื่องดื่มชงประเภทต่างๆ ในราคาย่อมเยา แต่ยังคงคุณภาพและมาตรฐาน อีกทั้งยังสนับสนุนเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และชุมชนในพื้นที่ดอยสามหมื่น ตชด.ที่ 33 อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ที่ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจได้มีโครงการสนับสนุนและพัฒนาเมล็ดกาแฟ เพื่อสร้างรายได้อีกทางให้แก่พื้นที่นั้นๆ สำหรับสาขาแห่งนี้จะเป็นการนำกาแฟที่มีความพรีเมียมมาเป็นเมนู Signature ของทางร้านอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top