Monday, 3 August 2026
NEWS FEED

‘รามคำแหง’ ยกเว้นค่าเทอมให้ นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ยื่นเอกสารได้ที่ ‘ส่วนกลางหัวหมาก-ทางไปรษณีย์-สาขาวิทยบริการฯที่สังกัด’

(22 ก.ย. 67) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) ยกเว้นค่าเทอมแก่นักศึกษา ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ประจำภาค 2 ปีการศึกษา 2567 รายละเอียดดังนี้

- ยกเว้นค่าลงทะเบียนเรียน
- ยกเว้นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการสอบ (เฉพาะนักศึกษาส่วนภูมิภาค)

นักศึกษาต้องทำการยื่นเอกสาร บัดนี้ - 15 พฤศจิกายน 2567

นักศึกษาส่วนกลาง
- ยื่นเอกสารที่งานบริการและสวัสดิการนักศึกษากองกิจการนักศึกษา ม.ร. หัวหมาก
- ยื่นเอกสารทางไปรษณีย์

นักศึกษาส่วนภูมิภาค
ยื่นเอกสารที่สาขาวิทยบริการฯ ที่นักศึกษาสังกัด

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักศึกษาที่ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) จากอิทธิพลพายุโซนร้อน ‘ยางิ’ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

‘เอกนัฏ’ เผย คุมเพลิงไหม้นิคมฯ มาบตาพุดได้แล้ว สั่งการให้คุมเข้มเรื่องสารเคมีรั่วไหล พร้อม!! ดูแลเยียวยาประชาชนโดยรอบอย่างใกล้ชิด รายงานเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

(22 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เพลิงไหม้ของ บริษัท ไทยพลาสติกเคมีภัณฑ์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถนนไอ-หนึ่ง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อเวลาประมาณ 12.10 น. ของวันนี้ ในขณะนี้นั้น ทาง ‘นิคมมาบตาพุด’ สามารถควบคุมเพลิงไหม้ไว้ได้แล้ว 

และตนได้สั่งการให้การนิคมฯ คุมเข้มเรื่องสารเคมี และสารพิษรั่วไหล โดยขณะเกิดเหตุได้อพยพคนออกจากพื้นที่ และไม่พบว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นพบว่าเหตุเกิดในกระบวนการผลิต สามารถตัดแยกสารเคมีที่รั่วไหลได้ ยังไม่ลุกลามเข้าไปบริเวณแท้งค์เก็บสารเคมี

ล่าสุดเวลา 15:45 น. ตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบว่ากลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ของการนิคมฯ ร่วมกับบริษัทฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ เพื่อดูแลเยียวยาประชาชนในชุมชนใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด

‘ในหลวง’ พระราชทานเพลิงศพ ‘เอส ดิอาร์ค’ อาสาสมัครช่วยหมาแมว ที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย

(22 ก.ย. 67) ที่เมรุวัดวังธาร อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายภรัญโรจน์ กิตติภัทร์ฐากรณ์ หรือเดิมชื่อ นายเกรียงสิทธิ์ จันทร์ทา รองประธานมูลนิธิดิอาร์ค ในพระราชูปถัมภ์ ที่เสียชีวิตระหว่างการไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 67 ที่ผ่านมา โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ข้าราชการ ครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ เมื่อขบวนอัญเชิญไฟพระราชทานมาถึงบริเวณพิธี ข้าราชการ ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตได้ตั้งแถวเพื่อรอรับไฟพระราชทาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญไฟพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี จากนั้นตัวแทนเจ้าภาพได้อ่านหมายรับสั่งสำนักพระราชวัง อ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติผู้ถึงแก่อนิจกรรม พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่เชิญผู้ร่วมพิธีร่วมยืนไว้อาลัยแด่ผู้ถึงอนิจกรรมเป็นเวลา 1 นาที ซึ่งโอกาสนี้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ประธานในพิธี ได้ทอดผ้าบังสุกุลหน้าหีบศพของผู้เสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีประโคมปี่ไฉนและกลองชนะเสร็จแล้ว ประธานสงฆ์พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และประธานในพิธีประกอบพิธีพระราชทานเพลิงและวางดอกไม้จันทน์ ก่อนประธานสงฆ์วางดอกไม้จันทน์ ตามด้วยพระสงฆ์ สามเณร ข้าราชการ ญาติพี่น้อง และประชาชนที่มาร่วมพิธี เพื่อร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับนายภรัญโรจน์

‘เทศบาลอัมพวา – นักวิชาการ’ ลงตรวจพื้นที่ กรณี ‘ร้านลูกชิ้นทอด’ ที่เป็นข่าว เจ้าของร้าน รับ!! ลุงลูกจ้าง พลาดหยิบของเก่าไปทอดให้ แต่ได้คืนเงินลูกค้าแล้ว

(22 ก.ย. 67) จากกรณีในโลกออนไลน์มีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวจากสมาชิกกลุ่มผู้บริโภครายหนึ่ง หลังจากที่ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา แล้วต้องเสียความรู้สึกจากร้านลูกชิ้นร้านหนึ่ง โดยผู้โพสต์ได้โพสต์ภาพถุงลูกชิ้นทอด พร้อมระบุข้อความว่า

ระวังด้วยนะคะ ที่ตลาดน้ำอัมพวา จอดรถหน้าอำเภอ เดินไประวังลุงคนนึง ร้านอยู่ก่อนถึงทางขึ้นสะพาน ร้านขาย ทอดมัน หอยจ๊อ และลูกชิ้นปลา แพง ได้น้อย และไม่อร่อย หอยจ๊อเหมือนจะเสีย เอาของเก่ามาทอดขายซ้ำๆ ขายไม่แจ้งราคา ในถุงนี้ 100.- ค่ะ ได้เท่านี้เลย

โดยหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อไปมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา นั้น

ล่าสุด นายกฤตย มีทวี รองนายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา นำคณะอาจารย์จากวิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ผู้แทนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ลงพื้นที่ประเมินร้านค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดน้ำอัมพวาให้สูงขึ้น 

พบว่าร้านค้าดังกล่าว มี นางจงดี อายุ 63 ปี เป็นเจ้าของร้านขายของทอด โดย อ.พศิน ศรียาภัย และ อ.พสิษฐ์ ศรียาภัย รอง ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี และคณะได้สอบถามถึงขั้นตอนและวิธีการผลิต เก็บรักษา และจำหน่ายให้ลูกค้า เพื่อจะประเมิน และให้คำแนะนำให้มีมาตรฐานดีขึ้น

นางจงดี ได้ยอมรับร้านค้าที่เป็นข่าวในโซเชียล เป็นร้านของตนจริงๆ พร้อมระบุว่า เป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากของทอดที่ขายให้กับลูกค้าในวันเกิดเหตุนั้น เป็นของเก่าที่ตนตั้งใจจะเก็บไว้แจกให้กับผู้ยากไร้ แต่ลูกจ้างของตน (ลุงที่ในโซเชียลกล่าวถึง) ไม่รู้จึงไปหยิบมาทอดและนำไปขายให้กับลูกค้า

อย่างไรก็ตามภายหลังที่ทราบเรื่องตนไปติดต่อไปพูดคุยขอโทษและอธิบายกับผู้โพสต์แล้ว และยินดีโอนเงิน 100 บาท คืนให้ ซึ่งผู้โพสต์ก็เข้าใจ

นางจงดี กล่าวเพิ่มเติมพร้อมพาไปดูขั้นตอนการทอดว่า น้ำมันที่ตนทอดจะเป็นน้ำมันใหม่ ส่วนลูกชิ้นตนจะขายวันต่อวัน ส่วนใหญ่แทบไม่เหลือ ถ้าทอดจนมืดแล้วเหลือก็จะแช่แข็งเก็บไว้ทอดใหม่ในวันรุ่งขึ้น แต่หากดูแล้วคุณภาพไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเก็บไว้แจกฟรีให้ผู้ยากไร้

ส่วนราคาชุดเล็ก 50 บาท ถ้าลูกใหญ่ 12 ลูก ลูกเล็ก 15 ลูก ชุดใหญ่ 100 บาท จะ 20 ลูกขึ้นไปแล้วแต่ว่าลูกเล็กลูกใหญ่ และส่วนมากก็จะแถม ส่วนประเด็นที่ราคาแพงนั้นลูกชิ้น ทอดมันของตน จะทำจากปลาอินทรีย์แท้ หอยจ้อ ก็จะทำจากเนื้อปูแท้ ไม่มีผสมแป้ง เป็นของมีคุณภาพรสชาติอร่อย ขายมาแล้วกว่า 20 ปี มีลูกค้าประจำ ไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้

นางจงดี กล่าวยกมือไว้ขอโทษพร้อมระบุว่า “ขอโทษทุกคนจากใจ หากไม่พอใจร้านตนก็อย่าทอดทิ้งตลาดน้ำอัมพวา”

นายกฤตย มีทวี รองนายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา กล่าวว่า ตลาดน้ำอัมพวามีร้านค้า สตรีท ฟู้ด จำนวนมากหลายร้อยร้านค้า เทศบาลตำบลอัมพวาให้ความสำคัญกับการยกระดับให้มีมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการติดป้ายแจ้งราคา ความสะอาด เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเทศบาลฯจึงได้ร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี ที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนทำอาหาร ดูแลผู้ประกอบการทำอาหาร เข้ามาตรวจประเมินร้านค้าโดย 2 วันนี้(เสาร์อาทิตย์) มีเป้าหมาย 200 ร้านค้า

อ.พสิษฐ์ ศรียาภัย กล่าวว่า การประเมินเบื้องต้น จะตรวจสอบด้วยการสัมภาษณ์ทั้งเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบ การเก็บรักษาอย่างไรเพื่อให้การนำมาทำในวันต่อไปสดใหม่เสมอ อีกทั้งความสะอาดของร้านค้า และสุขลักษณะของผู้ค้าในร้าน เพื่อสร้างมาตรฐานของ สตรีท ฟู้ด ให้เป็นตัวอย่างให้ทุกร้านในตลาดน้ำอัมพวาทำตามเป็นมาตราฐานทั่วไปได้ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของตลาดน้ำอัมพวาที่มีอาหาร สตรีท ฟู้ด ที่สะอาด

อ.พศิน กล่าวว่า การประเมินจากการสัมภาษณ์เบื้องต้น หากพบว่าตรงเกณฑ์มาตรฐานจะกรอกข้อมูล เข้าสู่ระบบ หากคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองตรงตามคุณวุฒิ

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบด้วยการสัมภาษณ์ร้านของทอดดังกล่าว พบว่าผู้ค้าสามารถอธิบายถึงวัตถุดิบ และการเก็บรักษาให้ได้มาตรฐาน แต่อาจจะมีความไม่เข้าใจเกี่ยวกับวัสดุรองจานที่เป็นพลาสติกรูปใบตอง เขียวสวย แต่ไม่เหมาะกับมารองอาหารที่ทอดจากน้ำมัน ซึ่งได้ให้คำแนะนำไปแล้ว ส่วนน้ำมันทอดทุกสัปดาห์ ส่วนของที่มีการทอดเหลือจะนำกลับไปแช่แข็ง เหลือเกิน 2 วันจะทิ้งเลย ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถทำได้ และยังยอมรับได้

ถอดบทเรียนสิงคโปร์ซื้อ 'สัมปทานรถไฟฟ้า' คืน หวัง!! แก้ปัญหาเอกชน โกยแต่กำไร

(22 ก.ย. 67) สิงคโปร์เป็นหนึ่งประเทศที่มีขนส่งสาธารณะดีอันดับต้นๆ ของโลก โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ (CNA) รายงานว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีคุณภาพขนส่งสาธารณะดีอันดับที่ 3 ของโลกเป็นรองเพียงฮ่องกงและเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามการจัดอันดับของ Mobility Index Ranking 2023 ของบริษัทสัญชาติอเมริกันอย่าง Oliver Wyman Forum

อย่างไรก็ตาม ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า หากย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ที่สิงคโปร์เริ่มพัฒนาระบบรถไฟฟ้าใต้ดินก็เผชิญปัญหาเรื่อง ’สัญญาสัมปทาน' คล้ายประเทศไทย

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า ปัญหาสำคัญปัจจุบันของระบบรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดินของประเทศไทยปัจจุบันคือ ผู้ใช้บริการไม่สามารถเดินเชื่อมต่อกันในแต่ละสถานีได้โดยไม่ต้องออกจากประตูและใช้บัตรใบเดียว

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ หากผู้ใช้งานคนหนึ่งต้องการเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน หากเป็นประเทศที่ระบบขนส่งสาธารณะออกแบบมาอย่างดี ผู้ใช้งานจะสามารถใช้บัตรใบเดียวในการเดินทางเปลี่ยนจากบีทีเอสไปเป็นเอ็มอาร์ทีได้โดยไม่ต้องเดินออกจากประตู

แต่สำหรับประเทศไทยในหลายสถานีผู้ใช้บริการยังต้องออกจากสถานีบีทีเอสเพื่อไปซื้อตั๋วเอ็มอาร์ทีใหม่ซึ่งสร้างความไม่สะดวกสบายและทำลายต้นทุนด้านเวลาของผู้ใช้บริการอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น ดร.สุเมธ จึงมองว่า หนึ่งปัญหาสำคัญคือ ปัจจุบันรถไฟฟ้าแต่ละสายไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ภายใต้ระบบเดียว คือ ภาครัฐไทยไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานแบบเอกชนร่วมทุน (PPP) ตั้งแต่ต้นว่ารถไฟฟ้าแต่ละสายต้องเชื่อมต่อกัน

ปัจจุบันภาครัฐไทยให้สัมปทานเอกชนเพื่อเดินรถไฟฟ้าไปแล้ว 6 ฉบับภายในระยะเวลา 20 ปี ทว่าไม่มีฉบับใดเลยที่ระบุเรื่องการเชื่อมต่อเอาไว้

ทั้งนี้ ครั้งหนึ่งสิงคโปร์เคยเผชิญปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทานคล้ายไทย โดยประมาณปี 1990 รัฐบาลสิงคโปร์นำโดยหน่วยงาน Land Transport Authority (LTA) ใช้โมเดล PPP เหมือนประเทศไทยเพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายแรก ตอนนั้นรัฐบาลให้สัญญา PPP ไป 2-3 ฉบับ โดยโครงสร้างสัญญาคล้ายกันคือ เมื่อรัฐก่อสร้างเสร็จก็ให้เอกชนมาซื้อขบวนรถแล้วก็เก็บค่าโดยสารโดยมีสัญญา 30 ปี

จากนั้นเอกชนดำเนินกิจการไปประมาณ 10 กว่าปี ถึงประมาณปี 2000 ต้นๆ ตอนนั้นรัฐบาลออกแบบระบบหลังบ้านและออกแบบสัญญาค่าโดยสารได้ค่อนข้างดี คือรัฐอุดหนุนเยอะเพื่อให้ค่าโดยสารต่ำ

แต่ปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องทางเทคนิคที่น่าสนใจคือเมื่อเป็นสัญญาในเชิงกำหนดค่าโดยสาร กำหนดข้อบังคับและวิธีการดำเนินงานอย่างรอบคอบ แต่เมื่อรถไฟฟ้าวิ่งไปสักพักเอกชนก็เริ่มทำกำไรได้ ด้วยการออกแบบในตอนนั้น มีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้า แต่นั่นก็หมายความว่าเอกชนต้องลงทุนเพิ่มซึ่งเอกชนไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่ายังอัดผู้โดยสารเข้าไปได้ สุดท้ายจึงเกิดปัญหาแออัด

ประกอบกับตอนนั้นรัฐบาลสิงคโปร์เขาพยายามโปรโมตการใช้ขนส่งมวลชนมากอยู่แล้ว แทบไม่ให้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลดังนั้นประชาชนก็อัดกันเข้าไปใช้รถไฟฟ้า

ตอนนั้นไม่ว่ายังไงเอกชนก็ไม่ยอมเพิ่มขบวนรถ เมื่อภาครัฐไปเปิดสัญญาสัมปทานดูก็เห็นว่ารัฐบาลล็อกทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบยกเว้นเรื่องการเพิ่มขบวนรถเพราะยังไม่ถึงเกณฑ์ให้เพิ่ม

สุดท้าย ดร.สุเมธ เล่าว่า รัฐบาลมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้คุณภาพการให้บริการต่ำลงแล้วรัฐทนไม่ไหว เคสนี้รัฐบาลเลยซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้ามาทั้งหมด แล้วปรับโมเดลใหม่เพื่อเพิ่มขบวนรถเข้าไป และจากเดิมที่เป็นสัญญาสัมปทาน 30 ปีแล้วเอกชนลงทุนรถไฟฟ้า หลังจากเหตุการณ์นี้รัฐซื้อรถไฟให้แล้วตัดสัญญาในการจ้างเอกชนมาดูแลเหลือแค่ 15 ปี

หมายเหตุ: สิงคโปร์เผชิญเหตุการณ์ปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทานคล้ายกับประเทศไทยแต่หน่วยงาน Land Transport Authority หรือ LTA มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการเรื่องขนส่งสาธารณะในประเทศทั้งหมด ในขณะที่ประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรุงเทพมหานครและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

ชาวโซเชียลชื่นชม ‘หนุ่มเยอรมันจิตอาสา’ ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เผย!! เคยอยู่ทีมกู้ภัยมาก่อน คุ้นเคยกับสถานการณ์ มาช่วยเหลือ เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ

(22 ก.ย. 67) เป็นอีกเรื่องราวดีๆที่ชาวโซเชียลแห่ชื่นชม เมื่อ TikTok@parecho3695 โพสต์คลิปของหนุ่มเยอรมันจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยการช่วยลำเลียงอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภค 

ในคลิป ‘โจนาธาน’ หนุ่มเยอรมันจิตอาสา เล่าว่า 

ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนที่น้ำท่วมผมก็อยู่ ผมมาช่วยเหลือเพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าเกิดที่ประเทศผมก็จะช่วยเหมือนกัน ผมเคยอยู่ทีมกู้ภัยตอนที่อยู่เยอรมัน ผมก็เคยทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์และทีมกู้ภัย ผมก็เลยคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้

โดยหลังจากคลิปเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณและชื่นชม ‘โจนาธาน’ อาทิ หัวใจไทยล้นฟ้าสำหรับคุณโจนาธานขอบคุณในน้ำใจที่มีต่อประเทศไทยสุขภาพแข็งแรงๆตลอดไปเจ้า, น้ำใจต่างชาติ ขอบคุณมากโจนาธาน, ขีดเส้นใต้ คำว่า ‘ผมทำในสิ่งที่ควรทำ’ มันมาจากจิตสำนึกล้วนๆเลย พระเจ้าอวยพรคับ, จิตใจงามไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนชาติใดในโลก อะไรช่วยได้ช่วยเลย เยี่ยมมากๆจิตอาสา, น้ำใจงามมาก ขอบคุณแทนผู้ประสบภัยด้วยค่ะ

‘นายกฯ’ สั่งการด่วน ให้เร่งล้างดินโคลน ชี้!! ถ้ารอให้แห้ง จะทำความสะอาดยาก เล็ง!! ตรึงราคาสินค้า ป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาส พร้อมทยอยเยียวยา อย่างต่อเนื่อง

(22 ก.ย. 67) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ส่งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้รับจากภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการ ‘ประสานพลัง ประสานใจ’ เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยใน จ.เชียงราย โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ (C130)

โดยมีนายธีระพงศ์ วงศ์ศิววิลาศ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ธีระยุทธ จินหิรัญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เข้าร่วม โดยนายกฯ นำเสื้อผ้าเด็กของลูกมาส่งมอบให้พื้นที่ด้วย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนเวลานี้คือการล้างดินโคลน โดยเฉพาะบริเวณท่อเพื่อให้เกิดการระบายน้ำได้เร็วขึ้น หากปล่อยให้แห้งจะทำให้การทำความสะอาดลำบาก และเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงและพระราชินีพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ที่มีประสิทธิภาพดี จำนวน 100 เครื่องในการช่วยเหลือ

โดยเส้นทางที่ถูกตัดขาดจะต้องเร่งเคลียร์ หากดินแข็งตัวจะทำความสะอาดได้ยาก ส่วนบ้านเรือนก็มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยในแต่ละจุดจะมีผู้รับผิดชอบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง และรวดเร็วที่สุด เราอยากทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องดูสถานการณ์หน้างานด้วย ไม่ได้อยากตีกรอบว่าจะต้องทำภายในระยะเวลาเท่าไหร่

ขอย้ำว่าจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และเวลานี้กำลังคนที่จ.เชียงราย และหนองคาย ยังวางกำลังไว้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดมีพายุเข้าอีกจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศปช.) มีการประชุมทุกวัน และตนจะเข้าร่วมประชุมด้วยในสัปดาห์หน้า

“ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ให้ลูกช่วยกันเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่เล็กไปแล้ว ไปมอบให้กับผู้ประสบภัย เพราะการลงพื้นที่เชียงรายครั้งก่อน พบว่ามีคุณแม่ท้องและเด็กเล็กจำนวนมาก เสื้อผ้าของเด็กยังค่อนข้างขาด จึงนำมาบริจาค นอกจากนั้นยังมีสิ่งของจำเป็นที่ส่งมอบในวันนี้ เช่น ไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาด” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับหลักเกณฑ์การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การเยียวยาก้อนแรก ได้นำไปช่วยแล้ว 200,000 บาท และจะทยอยเยียวยาอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างนี้ก็ได้ให้สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายในรอบแรก และจะพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะหากรอพร้อมกันจะล่าช้า

เมื่อถามว่าหลังการเยียวยาจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มีแน่นอน อย่างแรกคือการตรึงราคาสินค้า เพราะหากมีราคาแพงทั้งหมด ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถรับไหว นอกจากนั้นจะคุยในเรื่องของแผนท่องเที่ยว โดยจะทำไปทีละเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่เอกชนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า รวมถึงราคาค่าขุดดินในการทำความสะอาด น.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้คุยกับเอกชนในเรื่องนี้ แต่เรามีการคุยกับเอกชนที่ติดต่อเข้ามาเพื่อไปช่วยเหลือ

ในเรื่องนี้อยากขอประชาสัมพันธ์ หากมีเอกชนรายใดที่อยากจะช่วยเรื่องการขุดดิน การทำความสะอาด ซึ่งยังมีความต้องการ เพราะเรามีเครื่องมือมาก แต่ขอให้มีคนที่มีจิตอาสา เรื่องใดที่เป็นธุรกิจจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ก้าวก่าย เพราะคนละเรื่องกัน แต่หากใครอาสาสมัครเราจะเปิดรับ

“ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะความทุกข์ของประชาชนนับเป็นรายวัน เป็นรายชั่วโมง จึงต้องนำมาตรการไปช่วยให้เร็วที่สุด ทั้งการเยียวยา เครื่องมือ โรงครัว” น.ส.แพทองธาร กล่าวทิ้งท้าย

‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย โค่นท็อป 10 ของโลก หลังโดนนำไปก่อน พลิกสถานการณ์!! รัวแซง เอาชนะ 2 เกมรวด ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

(22 ก.ย. 67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 2,000,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,000,000 บาท

ณ เมืองฉางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ท็อปมือ 10 ของโลกจากอินโดนีเซีย
ที่เพิ่งเอาชนะ ฉี ยู่ฉี มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน มาได้ 2-0 เกม 21-11 , 21-8

ผลปรากฏว่า ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย ต้องออกแรงเหนื่อยถึง 3 เกม

หลังโดน แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ออกนำไปก่อนในเกมแรก 10-21

ก่อนที่ ‘วิว กุลวุฒิ’ จะรัวแซง 2 เกมรวด พลิกแซงเอาชนะ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง มือท็อป 10 ของโลก ไป 2-1 เกม 10-21 , 21-11 และ 21-19

ส่งผลให้ ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันชายทีมชาติไทย ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศบนเวทีโลกได้สำเร็จ

ทว่า ในรอบรองฯ วิว ได้พ่ายแก่ โคได นาราโอกะ มือวางอันดับ 6 ของรายการ และมืออันดับ 6 ของโลกจากญี่ปุ่น 0-2 เกม 17-21, 13-21 จบเส้นทางในแบดมินตัน วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ไว้เพียงรอบรองชนะเลิศ

‘เอกนัฏ’ สั่ง ‘ดีพร้อม’ เร่งเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เยียวยาเร่งด่วน-สนับสนุนเงินทุน-แผนรับมือในอนาคต เพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ

(22 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยผ่าน 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1) มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย 2) มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด และ 3) มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้ามาตรการช่วยเยียวยาและฟื้นฟูสถานประกอบการเร่งด่วนผ่านการจัดกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) พร้อมซ่อมแซม ปรับปรุงอุปกรณ์ และเครื่องจักร รวมถึงผลักดันสถานประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูและเยียวยาให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนฯ กว่า 20 ล้านบาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลต่อที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพของประชาชนทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งผลต่อผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งติดตามสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือและหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งติดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย โดยเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งเตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับสถานการณ์หลังน้ำลด ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนแผนในการป้องกันหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวอีกครั้งทั้งในระยะฉับพลัน 

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่มีต้องการความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาในกรณีต่าง ๆ ผ่าน 3 มาตรการ ได้แก่ 

1. มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ผ่าน “ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน” ของอุตสาหกรรมรวมใจ ไปยังผู้ประสบภัยด้วยสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ประกอบด้วย สิ่งของอุปโภค บริโภค และยารักษาโรค พร้อมเตรียมการรถบรรทุกและรถขนส่งสำหรับการบริจาคสิ่งของจากเครือข่ายดีพร้อม ทั้งผู้ประกอบการและสถาบันต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งทีมวิศวกรและนายช่างเทคนิคช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ในเบื้องต้น รวมทั้งทำกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว 

2. มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่านการให้คำปรึกษาปัญหาธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา เพื่อเข้าประเมินสภาพปัญหาและวางแผน การฟื้นฟูสถานประกอบการ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมผ่านศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM Business Service Center : DIPROM BSC) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว การฟื้นฟู และปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หรือ DIPROM CENTER ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมช่วยเหลือ แนะนำในการปรับปรุงซ่อมแซม ฟื้นฟูเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบหล่อลื่น รวมทั้งดำเนินกิจกรรม Re-Layout, Re-Engineering เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับมาดำเนินการได้ เช่น การให้คำปรึกษา ปรับปรุง ฟื้นฟู เพื่อให้ระบบคุณภาพ GMP/HACCP/GHP กลับมาดำเนินการได้ปกติ พร้อมยกระดับศักยภาพการประกอบอาชีพสู่ธุรกิจอุตสาหกรรม ผ่านส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านการผลิต ด้านการบริการ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดรายได้ ลดรายจ่าย สามารถสร้างอาชีพใหม่ หรือนำไปประกอบอาชีพเสริมเพิ่ม ก่อให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน พร้อมทั้งได้บูรณาการผ่านเครือข่ายดีพร้อม (DIPROM Connection) จับมือกับเครือข่ายทางการพัฒนาของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ SMEs เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถได้รับการผ่อนผันการชำระหนี้ ได้รับการลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีสิทธิกู้เงินเพิ่มเติม และการขอกู้เงินเป็นกรณีพิเศษสำหรับลูกค้ารายใหม่ โดยวางกรอบวงเงินการช่วยเหลือกว่า 20 ล้านบาท

3. มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ผ่านการจัดทำแผนรองรับการเกิดอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยจัดทำ Check list เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย การสร้างผนังกั้นน้ำ สอนวิธีการป้องกันอุปกรณ์เครื่องจักร เป็นต้น พร้อมติดตามสถานการณ์จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประเมินสถานการณ์ เตือนภัย และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และทันท่วงที เพื่อรับฟังปัญหาผลกระทบแบบ Real Time พร้อมให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว 

นายภาสกร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “ดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือสถานประกอบการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยผ่าน 3 มาตรการดังกล่าว เพื่อให้ความช่วยเหลือนั้นครอบคลุมทุกมิติ และครอบคลุมทั่วประเทศ” นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย

‘เสี่ยตัน’ ประกาศ!! เช่ารถแบ็กโฮ - รถขนดิน เพื่อช่วยชาวเชียงรายสู้ ‘วิกฤตโคลน’ เผย!! มีคนติดต่อเข้ามาเยอะมาก ต้องเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจ ส่งใบเสนอราคา

(22 ก.ย. 67) จากสถานการณ์ ‘น้ำท่วมเชียงราย’ ที่ล่าสุดแม้น้ำจะลดแล้ว แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเรือนของตัวเองได้ เนื่องจากยังมีปัญหาดินโคลนจำนวนมากปกคลุมในบ้าน และถนนหนทาง 

ล่าสุด ‘ตัน ภาสกรนที’ นักธุรกิจชื่อดัง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประกาศเช่ารถแบ็กโฮ รถหกล้อ รถสิบล้อ เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายดินโคลนในเชียงราย โดยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

ด่วน! ประกาศเช่า แม็คโครเล็กพร้อมคนขับ 30 คัน / รถหกล้อขนดิน 90 คัน / รถสิบล้อ 10 คัน ทำงาน 30 วัน พร้อมลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดต่อ คุณอีฟ 062-762-6663

เริ่มทำงานวันที่ 25 กันยานี้ ..พร้อมลุยกันครับ

คุณตัน ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกด้วยว่า คนไทยสุดยอดมาก มีคนติดต่อมาเยอะมาก ขอเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจส่งใบเสนอราคาครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top