Friday, 16 October 2026
NEWS FEED

สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยว “มาคาเลียส” เผยประเทศไทยแม้เจอวิกฤตโควิด-19 หนักอย่างไร แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังไงก็ฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการต้องรู้วิธีการรับมือในยุค Next Normal 

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย กล่าวว่า “วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่รุ่นแรงที่สุดในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยและทั่วโลกได้พบเจอ ส่งผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบอย่างมหาศาลกับธุรกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย แต่ทั้งนี้จากประสบการณ์การบริหารงานของบริษัทแม่ในโซนยุโรปประกอบกับการดำเนินงานในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ ประเมินว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้เหมือนทุกครั้งที่เคยเกิดวิกฤตต่างๆ เพราะประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่เป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิ วัฒนธรรมประเพณี ความงดงามของธรรมชาติ อาหารการกิน ค่าใช้จ่ายต่อการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่สิ่งที่จะตามมาภายหลังจากพายุโควิด-19 สงบลง คือการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ยุค “Next Normal” หรือยุค “การเปลี่ยนแปลง” เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องปรับตัวตาม

ดังนั้นการเรียนรู้วิธีการรับมือให้เร็วคือทางรอดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยมาคาเลียสมองว่า 5 แนวทางที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมและสร้างระบบการท่องเที่ยวยุค Next Normal ได้นั้น คือ “คุณภาพและประสบการณ์” (Quality & Experience) ของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะพิจารณาเป็นอันดับแรกมากกว่าเรื่องของราคา เพราะการออกไปท่องเที่ยวในแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะคิดเยอะขึ้น ดูความสมเหตุสมผลระหว่างราคากับคุณภาพ และที่สำคัญในแต่ละทริปต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อีกด้วย 

ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างคุณภาพของบริการที่จับต้องได้มากกว่าการทำโปรโมชั่น ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนการจำหน่ายแพคเกจแบบการลดราคา เป็นการเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ที่จะสร้างความสนุกให้กับทริปท่องเที่ยว เป็นต้น แนวทางต่อมาคือ “ความปลอดภัย” (Hygiene) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในยุค Next Normal ทั้งความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของห้องพัก รวมถึงการให้บริการที่เน้นแบบไร้สัมผัส (Contactless Services) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น e-Voucher เปลี่ยนจากกระดาษเป็นออนไลน์ e-Concierge เปลี่ยนจากการเช็คอินที่เคาเตอร์เป็นการให้บริการเช็คอินที่ห้องพัก เพื่อลดการแออัดบริเวณพื้นที่ส่วนรวม และ Digital payment การชำระเงินด้วยรูปแบบการโอนจ่าย หรือการจ่ายผ่านเหรียญคริปโต (Crypto Currency) ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นบริการใหม่ของทางมาคาเลียสที่ได้เปิดใช้งานแล้วและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 

“เทคโนโลยี” (Tech) ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับคุณภาพของงานบริการ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการหลายแห่งนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการ เช่น การใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน สำหรับการเช็คอิน การเช็คเอาท์ การสอบถามข้อมูล รวมไปถึงการให้บริการ Room Service แทนการใช้โทรศัพท์ในห้องพัก เพิ่มความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะสามารถใช้บริการได้ทุกที่ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการติดตามนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย และที่ขาดไม่ได้คือ

“ทักษะ” (Skill) เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบบริการเปลี่ยนไป บางสายงานอาจถูกลดจำนวนลง ดังนั้น บุคลากรควรมีการ Upskill คือการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มทักษะภาษาจีนจากเดิมที่มีทักษะภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นต้น และ Reskill การเปลี่ยนองค์ความรู้เดิมเพื่อรับมือกับสายอาชีพใหม่ที่จะเกิดขึ้น เช่น เดิมเป็นเจ้าหน้าที่ออฟฟิศรับจองห้องพัก แต่เมื่อ Ai เข้ามาทำงานแทน เราอาจผันตัวเองมาเรียนเป็นผู้สอน SUP Board เพราะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางน้ำที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เป็นต้น 

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “แนวทางสุดท้ายที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุค Next Normal คือ “บูรณาการ” (Integration) เพราะการทำงานเพียงลำพังคนเดียวอาจไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุดของการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องร่วมมือและผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมไปถึงกลุ่มชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยควรจะเป็น รวมถึงการร่วมมือกันกำหนดแนวทางการแก้ไข ดูแล และป้องกัน หากเกิดวิกฤตต่างๆ  ขึ้นอีกครั้ง”

'นพ.นิธิ' แฉยับบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ ยันแค่พวกแอบอ้าง ไม่ใช่ตัวแทนจริง

จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่จดหมายจาก บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ในฐานะพันธมิตรผู้เดียวในประเทศไทย ของบริษัท TELLUS AGROTECH PTE. LTD. ผู้จัดจำหน่ายวัคซีน ซิโนฟาร์ม ในภูมิภาคเอเชีย อ้างว่าส่งถึง ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เรื่องการเสนอขายวัคซีนต้านโควิด-19 ยี่ห้อ SINOPHARM จากบริษัท TELLUS AGROTECH PRIVATE LIMITED จำนวน 20 ล้านโดสนั้น

ล่าสุด ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่า เห็นหนังสือนี้ร่อนไปทั่วบนระบบออนไลน์ โดยคนที่หนังสือนี้ส่งถึงยังไม่ได้เห็นหนังสือตัวเป็นๆ เลย อย่างไรก็ดีถึงจะมาพบก็คิดว่าคงไม่ได้พบเหมือนกัน เพราะจากที่พยายามช่วยหาวัคซีน ‘ตัวเลือก’ มาเพิ่มเติมระยะหนึ่งนั้น มีบริษัทหรือกลุ่มคนมากมายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของวัคซีนโน้นวัคซีนนี้ มากกว่าสิบกลุ่ม

ขอเรียนให้คนที่เห็นหนังสือนี้เข้าใจกันตามนี้ครับ

1.) กลุ่มหรือบริษัทแบบนี้ที่ว่าเป็นตัวแทนนั้นเป็นไปได้ยาก

2.) การเป็นตัวแทนใครในการนำยาหรือวัคซีนจริงต้องได้รับ dossier (รายละเอียดรายการประกอบยาและการผลิต) จากบริษัทเจ้าของเพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตจาก อย.

3.) บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิดขณะนี้ จะติดต่อกับรัฐบาลหรือตัวแทนรัฐบาลก่อนเท่านั้น เป็นเหมือนกันทุกบริษัททั่วโลกเพราะเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน จะไม่ติดต่อกับเอกชนเป็นรายๆ หรือติดต่อคุยด้วยก็จะไม่ให้ dossier เพื่อยื่นขอใบอนุญาต

4.) รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐบาลเมื่อติดต่อแล้วจึงอาจมอบหมายให้บริษัทที่ทำโลจิสติกเรื่องการขนส่งและเก็บวัคซีนที่มีมาตรฐานเฉพาะเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนและทำการขนส่งแทนหน่วยงานรัฐได้

5.) บริษัทหรือกลุ่มตัวแทนใดที่ว่าเป็นตัวแทนหรือมีวัคซีนเป็นล้านๆ โดสโดยไม่มี dossier ที่ต้นทางจัดให้ ไม่ใช่ตัวแทนที่สมบูรณ์ครับ คงไม่ได้พบผมเช่นกัน

ถ้าติดตามและอ่านประกาศของราชวิทยาลัยฯ ในราชกิจจานุเบกษาที่อ้างถึงให้เกินแปดบันทัด แล้วอ่านข้อบังคับลูกที่ตามมาก็จะทราบว่า ยังไงราชวิทยาลัยฯ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีครับ

ขอร้องอย่าถือโอกาสโจมตีกัน แค่นี้ประชาชนคนเจ็บก็ทุกข์แย่อยู่แล้ว นิธิ 27 พ.ค. 64

 

ที่มา : https://www.facebook.com/nithi.mahanonda

https://www.thaipost.net/main/detail/104422


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

แอมมี่ 'ปฏิเสธ' คดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเผยตั้งแต่หลุดคุก มีสุขครึ่งเดียว

ช่วงเช้าวันนี้ (27 พ.ค. 64) ศาลอาญานัดสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1199/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์ อายุ 32 ปี แนวร่วมม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 

ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 217 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 กรณีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วโพสต์เผยแพร่ลงในโซเชียล

โดยในวันนี้ นายไชยอมร หรือแอมมี่ ซึ่งได้รับการประกันตัว เดินทางมาศาลพร้อมกับนางอรวรรณ แก้ววิบูลย์พันธุ์ มารดา และ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้นัดรายงานตัวหลังได้รับการประกันตัว และครบรอบการฝากขังไปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องนายไชยอมร หรือแอมมี่ เข้ามาในข้อหาที่ปรากฏตามข่าว โดยขั้นตอนเบื้องต้น คือการนำตัวไปห้องเวรชี้เพื่อฟังการอ่านคำฟ้อง เนื่องจากทนายความ และจำเลยยังไม่ได้เห็นคำฟ้องว่ามีเนื้อหาอย่างไรบ้าง แต่ตามหลักหลังจากมีการอ่านคำฟ้อง ศาลจะสอบถามจำเลยว่าจะให้การอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้

นายไชยอมร หรือแอมมี่ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับอิสรภาพรู้สึกมีความสุขเพียงครึ่งเดียว เพราะนักโทษคดีทางการเมืองคนอื่น ๆ ยังคงถูกคุมขังอยู่ เช่น นายอานนท์ นําภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก และคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สื่อ ส่วนกรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเรือนจำนั้น นายไชยอมร กล่าวว่า สิ่งที่กำลังต่อสู้ไม่ใช่การต่อสู้กับระบบราชทัณฑ์ แต่เป็นเรื่องของปัญหาเชิงโครงสร้าง จะมองว่ากรมราชทัณฑ์เป็นแพะในเรื่องนี้อย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากคลัสเตอร์เรือนจำเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ต่อมาศาลได้สอบคำให้การโดยอ่าน และอธิบายฟ้องให้นายไชยอมร ฟังแล้วสอบถามจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า นายไชยอมร แถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี และจัดเตรียมทนายความไว้พร้อมแล้ว ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 28 มิ.ย.นี้เวลา 09.00 น. จากนั้นนายไชยอมร หรือ แอมมี่ มารดา และทนายความเดินทางกลับทันที

 

ที่มา: https://mgronline.com/crime/detail/9640000051028


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

เริ่มแล้ววันนี้! กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี จองฉีดวัคซีนโควิด

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี จองฉีดวัคซีนโควิด นอกโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 64 จากนั้นจะเริ่มฉีดตั้งแต่ วันที่ 7 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป

มีช่องทางไหนที่สามารถลงได้บ้าง ไปเช็คกันได้เลย


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สั่งบรรดาหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ รายงานภายใน 3 เดือน ในข้อสรุปที่ว่าไวรัสโควิด-19 ที่อุบัติขึ้นครั้งแรกในจีน มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์หรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการของจีน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สั่งบรรดาหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ รายงานภายใน 3 เดือน ในข้อสรุปที่ว่าไวรัสโควิด-19 ที่อุบัติขึ้นครั้งแรกในจีน มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์หรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการของจีน หลังจากสื่อมวลชนรายงานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ มีนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (WIV) ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2019 หรือเพียงเดือนเดียวก่อนที่จีนจะประกาศว่ามีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น

ไบเดนระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่โดยทำเนียบขาว "ประชาคมข่าวกรองต้องเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่า ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่จะพาเราเข้าใกล้ข้อสรุปที่ชัดเจน และให้รายงานกลับมาที่ผมภายใน 90 วัน"

ถ้อยแถลงของไบเดนระบุว่า ปัจจุบันหน่วยงานทั้งหลายมีความเห็นต่างใน 2 สมมุติฐานแหล่งต้นตอของไวรัสที่กวาดล้างโลกในขวบปีที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 3.4 ล้านราย ตัวเลขที่พวกนักวิเคราะห์บอกว่าน้อยกว่าความเป็นจริงอย่างมาก

คำสั่งของไบเดนเป็นสัญญาณว่า ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสกำลังขยายวงกว้างมากขึ้น ท่ามกลางข้อสันนิษฐานว่าอาจมันมีแหล่งกำเนิดผ่านการสัมผัสกับสัตว์ในตลาดแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หรือไม่ก็ไวรัสโคโรนาหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการวิจัยแห่งหนึ่งที่มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นในเมืองเดียวกัน

คำตอบในเรื่องนี้จะก่อผลกระทบกับทั้งจีน ที่บอกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังกับโรคระบาดใหญ่ และกับสหรัฐฯ เอง

ส.ส.อดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องจีนให้มอบข้อมูลด้วยความเต็มใจ และเตือนว่าจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการด่วนสรุปหรือการสรุปโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง

"การที่จีนยังคงขัดขวางการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและครอบคลุม ในข้อเท็จจริงและข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งต้นตอของโคโรนาไวรัส รังแต่จะเตะถ่วงงานสำคัญ ๆ ที่จำเป็นสำหรับช่วยเหลือโลกเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้นในการรับมือกับโรคระบาดใหญ่ครั้งต่อไป" ชิฟฟ์ กล่าว

"กระนั้นก็ตาม ผมมั่นใจว่าประชาคมข่าวกรองและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลของเรา จะเดินหน้าไล่ตามทุกร่องรอยที่เป็นไปได้และมอบข้อมูลอัพเดท การค้นพบบนพื้นฐานของหลักฐานภายในกรอบ 90 วันที่ประธานาธิบดีกำหนด" เขากล่าว

สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) เคยให้การสนับสนุนเงินการวิจัยโคโรนาไวรัสในอู่ฮั่น แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้สนับสนุนการทดลองวิจัยแบบ gain-of-function ที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงสายพันธุ์ไวรัสให้เกิดสายพันธุ์ใหม่เพื่อทำความเข้าใจของการกลายพันธุ์ของไวรัสที่แพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้งายขึ้นในปัจจุบัน

เงินสนับสนุนถูกยกเลิกโดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปีที่แล้ว

ไบเดน เผยว่า ในเดือนมีนาคม เขาเคยขอรายงานเกี่ยวกับแหล่งต้นตอของไวรัส ในนั้นรวมถึงทฤษฎีที่ว่ามันอุบัติขึ้นจากการที่มนุษย์สัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการ "จนกระทั่งตอนนี้ ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ เชื่อมโยงเหตุการณ์ความเป็นไปได้อยู่ราว ๆ 2 ทฤษฎี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับคำถามนี้" เขากล่าว

คารีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไบเดน ได้รับแจ้งจากประชาคมข่าวกรองเกี่ยวกับคำประเมินของพวกเขาเมื่อราว ๆ 1 เดือนก่อน แต่มันเป็นข้อมูลลับจนกระทั่งปัจจุบัน

เมื่อถามถึงจุดยืนของรัฐบาลเกี่ยวกับข้อสงสัยที่ว่าไวรัสอาจถูกดัดแปลงโดยตั้งใจเพื่อให้กลายเป็นอาวุธชีวภาพ เธอตอบว่า "เรายังไม่ได้ตัดข้อสันนิษฐานใด ๆ ทิ้ง"

ทฤษฎีไวรัสหลุดจากห้องปฏิบัติการได้สร้างความขุ่นเคืองแก่จีน ด้วยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของปักกิ่งออกมาประณามและกล่าวหาวอชิงตันอีกครั้งในวันพุธ (26 พ.ค.) ว่า "กำลังเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดและข้อมูลบิดเบือน" กระนั้นก็ตามทฤษฎีดังกล่าวกำลังเป็นที่ถกเถียงกันมากขึ้นในสหรัฐฯ

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างรายงานข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า มีนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (WIV) 3 คน ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2019 ด้วยอาการไข้ตามฤดูกาล หรือเพียงเดือนเดียวก่อนที่จีนจะประกาศว่ามีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจีนได้แถลงในวันเดียวกัน ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจาก WHO ซึ่งได้ไปเยือนสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ออกมาสรุปแล้วว่า ข้อสันนิษฐานที่ว่าเชื้อไวรัสอาจหลุดออกมาจากห้องแล็บอู่ฮั่น “มีความเป็นไปได้น้อยมาก”

อีกสมมุติฐานที่พูดถึงกันอย่างมากคือไวรัสถือกำเนิดจากค้างคาวแล้วจากนั้นก็ถ่ายทอดสู่มนุษย์ มีความเป็นไปได้ว่าจะแพร่เชื้อผ่านและมีสัตว์อื่นเป็นพาหะตัวกลาง ทฤษฎีนี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในช่วงต้นของการแพร่ระบาด แต่พอเวลาผ่านไป พวกนักวิทยาศาสตร์ไม่พบไวรัสทั้งในค้างคาวและสัตว์อื่น ๆ ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตรงกับเชื้อ SARS-CoV-2 เลย

สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เรียกร้องให้ดำเนินการสืบสวนต้นกำเนิดของไวรัสในเชิงลึกยิ่งขึ้น หลังจากคณะผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศของทางองค์การอนามัยโลกที่ส่งลงพื้นที่จีนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้มีการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์อิสระสืบสวนเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส

 

(ที่มา:เอเอฟพี)
https://mgronline.com/around/detail/9640000050952


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

พบ จนท.หญิงแลกบัตรตึกบัญชาการ 1 ติดโควิด จนท.เร่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทันที

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ภายหลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลพบเจ้าหน้าที่หญิงที่ปฏิบัติหน้าที่แลกบัตร ในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลติดเชื้อโควิด-19 ตามที่ปรากฎเป็นข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดได้มีการประสานเจ้าหน้าที่สวมชุด PPE เข้าฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณโถงด้านล่างตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ในห้องแลกบัตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขึ้นไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณห้องต่าง ๆ บนตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองปลัดคมนาคมฯ ชวนฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ จองได้แล้ววันนี้ผ่านเครือข่ายมือถือทุกระบบ

สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) เชิญชวนมาฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ วันนี้จองได้แล้ว ผ่านผู้ให้บริการมือถือทุกระบบ จองฉีดวัคซีนผ่านเครือข่ายมือถือ เพื่อฉีดวัคซีนที่บางซื่อ  โดยเริ่มจองได้ตั้งแต่ 09:00 ของวันที่ 27 พฤษภาคม 2564

AIS : https://vaccineforthais.ais.th/Reserve/Login

DTAC : https://app.dtac.co.th/vaccine/registration.html

TRUE : https://vaccine.trueid.net/

ศาลฝรั่งเศสพิพากษา 'นักศึกษา 4 คน' มีความผิดและสั่งลงโทษ ตามข้อกล่าวหาปลุกปั่นความเกลียดชังทางเชื้อชาติบนสื่อสังคมออนไลน์

เมื่อวันพุธ (26 พ.ค.) ศาลฝรั่งเศส พิพากษาว่า นักศึกษา 4 คน มีความผิดและสั่งลงโทษ ตามข้อกล่าวหาปลุกปั่นความเกลียดชังทางเชื้อชาติบนสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ต่อต้านคนเอเชีย กรณีกล่าวโทษคนจีนต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นักศึกษา ทั้ง 4 คน ซึ่งอายุระหว่าง 19 ถึง 24 ปี และไม่มีประวัติอาชญากรรม ถูกศาลอาญากรุงปารีสสั่งลงโทษให้ร่วมศึกษาเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) เป็นเวลา 2 วัน และจ่ายเงินชดใช้แก่ฝ่ายโจทก์ 7 คน รายละ 250 ยูโร (ราว 9,500 บาท) และปรับเงินสูงสุด 1,000 ยูโร (ราว 38,000บาท)

อย่างไรก็ตามจำเลยอีกคน นักศึกษารายที่ 5 ถูกพบว่าไม่มีความผิด

นักศึกษาเหล่านี้โพสต์ข้อความเป็นทวิตเตอร์ หลังจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประกาศบังคับใช้ข้อจำกัดหยุดอยู่บ้านอันเข้มงวดรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมปีก่อน

ไวรัสโควิด-19 อุบัติขึ้นครั้งแรกในจีน และมีความกังวลในบรรดาประเทศตะวันตกทั้งหลายเกี่ยวกับความรู้สึกต่อต้านคนเอเชียอันมีต้นตอจากโรคระบาดใหญ่

"เอาผมไปไว้ในกรงกับชาวจีนสักคน ผมต้องการเล่นสนุกกับเขา ขยี้เขา ผมต้องการเห็นทุกความหวังในดวงตาของเขาค่อย ๆ มอดลงต่อหน้าผม" หนึ่งในนักศึกษาเขียนบนทวิตเตอร์ ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาอ่านในศาลในช่วงต้นของการพิจารณาคดีเมื่อเดือนมีนาคม

คำพิพากษาของศาลระบุว่าทั้ง 4 คนถูกพบว่ามีความฐานปลุกปั่นประชาชนความเกลียดชังทางเชื้อชาติ

ซอค แลม ทนายความของสมาคมคนหนุ่มสาวจีนในฝรั่งเศส ระบุว่า คำพิพากษาดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่น่ายินดีที่ศาลจริงจังกับวาทกรรมแห่งความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม เขาเรียกบทลงโทษครั้งนี้ว่า ค่อนข้างเบาและเหมือนเป็นเพียงการลงโทษเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเขาแสดงความกังวลว่ามันอาจกลายตัวสนับสนุนให้บางคนแสดงพฤติกรรมเยี่ยงนี้ต่อไป

ผลการศึกษาของสถาบันศึกษาภูมิประชากรศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (INED) พบว่าโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นำมาซึ่งขอบเขตใหม่ของการเหยียดเชื้อชาติต่อต้านคนเอเชีย ขณะที่ผู้สันทัดกรณีกล่าวหาตำรวจเพิกเฉยไม่ยอมจัดการกับภัยคุกคามที่มีต่อประชาคมชาวจีนในฝรั่งเศส

 

(ที่มา:เอเอฟพี)
https://mgronline.com/around/detail/9640000050966


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

แนะเพิ่มโทษอาญา-ฉ้อโกง สายรีวิวสินค้าโฆษณาเกินจริง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกปี 64 มีสถิติการรับร้องเรียนเรื่องสินค้าและบริการเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีจํานวน 3,810 ราย เพิ่มขึ้น 48.9% ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนด้านโฆษณา ถึง 1,1511 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 59.2% ส่วนมากมีลักษณะเป็นการกระทำผิดซ้ำ ๆ เช่น การโฆษณาเกินจริง ซึ่งค่าปรับตามกฎหมายในเรื่องนี้ ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการโฆษณา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก 

สศช.จึงเสนอว่า อาจต้องปรับบทลงโทษให้หนักขึ้น หรือนำกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนมาปรับใช้ เนื่องจากเป็นบทลงโทษที่ค่อนข้างหนักและไม่สามารถยอมความได้ เพื่อลดแรงจูงใจและเกรงกลัวในการกระทำความผิด รวมถึงลดโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำ เพราะปัจจุบันความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงมีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ. อาหาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

สศช. ยังได้รับทราบข้อมูลในช่วงเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า มีการก่ออาชญากรรมผ่านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เช่น แอปพลิเคชั่นกู้เงินนอกระบบหรือสินเชื่อเงินสดออนไลน์ ที่มีการหักค่าบริการตั้งแต่ต้น และต้องชำระเงินต้นคืน พร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวน เอสเอ็มเอสหลอกให้กู้เงินแต่ต้องโอนค่ามัดจำดอกเบี้ยล่วงหน้าเมื่อหลงเชื่อโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อได้ และการหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี่ เช่น บิตคอยน์ ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมาก และสร้างมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท  

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลการจับกุมคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ เช่น หมิ่นประมาท ข่มขู่คุกคาม สื่อลามก เฟกนิวส์ ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรี การพนัน ออนไลน์ หลอกลวงออนไลน์ด้านการเงิน การขายของผิดกฎหมาย การดักรับข้อมูล โรแมนซ์สแกม โดยตั้งแต่เดือนธ.ค.  63-ก.พ. 64 จับกุม 489 คดี มีผู้ต้องหา 613 คน  

Cineworld เครือโรงหนังชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ประกาศเปิดประสบการณ์สุดเจ๋งสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ที่จะได้สนุกไปกับเกมโปรดของตนบนจอภาพยนตร์ส่วนตัว

แน่นอนว่าในยุคโควิดระบาดแบบนี้ ก็อาจจะทำให้หลายคนไม่อยากออกไปไหน หรือบางสถานที่ก็มีการปิดไม่ให้บริการ

หลายธุรกิจกว่าจะกลับมาได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องงัดทุกกลยุทธ์มาดึงลูกค้าทุกแนว

ล่าสุดธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเครือ Cineworld โรงหนังชั้นนำระดับโลก ได้เปิดให้บริการใหม่ 'Experience Games On The Big Screen At Cineworld' ชวนคอเกมเล่นเกมโปรดผ่านหน้าจอผืนผ้าใบขนาดยักษ์

ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์ในเครือ Cineworld กว่า 100 สาขาทั่วสหราชอาณาจักร จะเปิดให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเกมเมอร์สามารถเข้ามาใช้บริการแบบเหมาโรง เพื่อนั่งเล่นเกมเก่าคลาสสิคและเกมที่เพิ่งออกใหม่กับคนสนิทรู้ใจในบรรยากาศแบบส่วนตัว สัมผัสดื่มด่ำไปกับภาพและเสียงเซอร์ราวด์ที่สมจริงของเกมที่คุณโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นเกมดังเอ็กคลูซีฟบนเครื่องคอนโซลหายากอย่าง Spider-Man: Miles Morales

หรือว่าจะเป็นเกมกีฬาปาร์ตี้เล่นพร้อมกันหลายคนอย่าง FIFA 21 และ Mario Kart ของเครื่องนินเทนโด ก็มีพร้อมให้บริการ

"เราได้เห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากหมู่เกมเมอร์ที่พร้อมเข้ามาใช้บริการในโรงหนังของเรา หลังจากที่พวกเขากำลังมองหาประสบการณ์เล่นเกมโปรดที่เหนือกว่าเล่นผ่านจอโทรทัศน์ขนาดเล็ก ซึ่งตอนนี้โรงหนังในเครือทั่วสหราชอาณาจักรจะมอบประสบการณ์สุดสมจริงจากการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดและเกมออกใหม่ล่าสุด รวมถึงขนมขบเคี้ยวในโรงหนังที่คุณชื่นชอบ สามารถสนุกไปกับเพื่อนและครอบครัวผ่านจอภาพยนตร์ส่วนตัวของคุณเอง" ตัวแทน Cineworld กล่าว

ประสบการณ์เล่นเกมผ่านจอโรงหนัง 'Experience Games On The Big Screen At Cineworld' นี้ มีราคาเริ่มต้นที่ 119 ปอนด์ (หรือประมาณ 5,240 บาท) สำหรับการเหมาจอภาพยนตร์เพื่อเล่นเกม 2 ชั่วโมงต่อกลุ่มปาร์ตี้ 20 คน พร้อมบริการน้ำดื่มและป๊อปคอร์น รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่อาจชาร์จเพิ่ม 

หากใครสนใจวางแผนบินไปเที่ยว UK ในช่วงนี้  สามารถคลิกดูรายละเอียดการซื้อตั๋วจองรอบได้ที่หน้าเว็บไซต์ cineworld.co.uk


ที่มา: https://mgronline.com/game/detail/9640000049910


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit
LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top